Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 8: ปลดล็อค

👁️ 10 อ่าน
22px

“โอโห้คุณจายอะไรกันครับทีมน้องใหม่แชมป์ T2 เจอแชมป์เก่าไทยลีกถลุงซะเละเลย”

“ฮ่าๆๆ อย่างที่ผมเคยทำนายล่ะครับคุณรัน เสริมทีมเอาแต่ตัวอะไรก็ไม่รู้โนเนมทั้งนั้น ตัวสำรองก็มีแต่เด็กอายุ 21-22 โอเคพวกนี้ทีมเวิร์คดี แต่ไทยลีกมันโหดกว่าที่คิดเยอะ”

“แต่เกมต่อจากนี้นี่อาจจะสูสีนะครับ ทีมเพิ่งขึ้นชั้นมาด้วยกัน เดี๋ยวมาคอยดูว่าจะฟื้นได้ไหม”

“อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิดนะครับคุณรัน ฟอร์ซ่า เมืองกาญจน์ เขาใช้สูตรสำเร็จซื้อตัวต่างชาติเก่งๆมาแบกทีม ตัวไทยก็เอาพวกเก๋าๆมาทั้งนั้น”

“ครับก็มาติดตามเชียร์กันครับ แฟนๆทีมเจ้าพระยา บราโว่ก็อย่าโกรธนะ เราก็แซวๆกันพอเป็นสีสัน”

น้ำค้างปิดไลฟ์รายการทันที ตั้งแต่เธอได้มาทำงานให้สโมสรก็ชอบเปิดฟังรายการเกี่ยวกับฟุตบอลไทยในช่วงที่ว่างจากงานโดยไม่รู้ตัว

“พี่ตฤณจะเป็นยังไงบ้างนะ โทรไปก็ไม่รับมา 2 วันแล้ว”

หมอสาวอดเป็นห่วงความรู้สึกของตฤณไม่ได้ เพราะตั้งแต่ติดตามดูรุ่นพี่คนนี้แข่งขันมา นี่เป็นครั้งแรกที่ทีมของตฤณแพ้คู่แข่งแบบราบคาบขนาดนี้

“ตื๊ดๆๆๆ.....”

เสียงโทรศัพท์ของน้ำค้างดังขึ้น เธอเห็นเบอร์ที่โทรมาเป็นดนัยจึงรีบรับสาย

“สวัสดีค่ะ วรดาพูดค่ะ”

“ครับคุณหมอ วันพรุ่งนี้จะเข้ามาที่สโมสรใช่ไหมครับ”

“ค่ะ แต่ก็ไม่มีอะไรมาก น้องๆเยาวชนไม่มีเคสที่ต้องปรึกษาเลย”

“งั้นพรุ่งนี้ช่วงบ่ายๆช่วยผมเรื่องนึงนะครับ”

“ว่ามาได้เลยค่ะโค้ช”

“ยานนิคเขาเสียกำลังใจมากๆที่แพ้เละเทะวันก่อน เจ้านี่มันซ้อมดีนะ แต่มักจะใจฝ่อเองง่ายๆ ยังไงคุณหมอช่วยมันด้วยนะครับ”

“ยินดีค่ะ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ ......ว่าแต่โค้ชดนัยคะ พี่ตฤณเขาเป็นยังไงบ้าง?”

“ตฤณน่ะเหรอ ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก หลังกลับมาจากบุรีรัมย์เขาก็ไปซ้อมพิเศษทันที แต่เห็นว่าโทรศัพท์ไปตกแตกเข้าล่ะ เดี๋ยววันนี้คงติดต่อได้แล้ว”

“ขอบคุณค่ะ”

วรดาโล่งอกกับคำตอบนั้น เพราะรู้ว่าตฤณไม่ได้มีปัญหาใดๆ แต่ธรรมชาติของเขายิ่งแพ้ก็จะยิ่งสู้อยู่เสมอ

ณ ห้องพักใจของสโมสร ห้องดูแลด้านจิตวิทยาที่วรดามาเป็นประจำทุกสัปดาห์ ห้องถูกจัดอย่างดีบรรยากาศเหมือนบ้าน มีวิวนอกหน้าต่างเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาที่งดงามร่มรื่น ยานนิคนั่งโซฟาอันแสนนุ่มอย่างสบาย โดยน้ำค้างนั่งฝั่งตรงข้าม บรรยากาศเหมือนเพื่อนคุยกันมากกว่าหมอกับคนไข้ มีพยาบาลอีกคนอยู่ห่างๆคอยบันทึกการพูดคุยของทั่งคู่

“เป็นไงบ้างยานนิค รู้สึกยังไงบ้างกับเกมล่าสุด”

“ผมคิดว่าตัวเองเล่นแย่มากครับ อย่างน้อย 4 ลูกที่เสียก็เพราะผมเลยครับพี่หมอ”

ยานนิคทำหน้าเศร้าคล้ายเด็กน้อยที่สำนึกผิด

“แต่น้องก็สู้เต็มที่ตลอดเกมใช่ไหมคะ พี่เห็นนะยานนิคเล่นเต็มเกมเลย แถมดูยังมีแรงเหลือๆด้วย”

“ครับ คงรู้สึกแย่กว่านี้ถ้าถูกเปลี่ยนออก” นักเตะลูกครึ่งยังคงก้มหน้าเล็กน้อยแสดงถึงอาการคิดวนซ้ำในความผิดหวัง

“ยานนิคได้เล่นเต็มเกม แสดงว่าโค้ชดนัยเขาเห็นศักยภาพของเรานะ แล้วมีใครในทีมโทษน้องไหมล่ะ”

“ไม่มีครับพี่หมอ โดยเฉพาะพี่ตฤณเขาบอกผมตลอดเลยว่าผมน่ะเก่ง แต่ผมก็ดูไม่ออกว่านอกจากตัวใหญ่แล้วผมมีดีพอกับทีมหรือเปล่า”

“เรื่องนี้พี่น้ำค้างอยากให้ยานนิคทำใจสบายๆแล้วค่อยทบทวนอีกทีก็แล้วกัน บางทีคนอื่นเป็นล้านบอกว่าเราเก่ง แต่เราก็ต้องรู้ด้วยว่าเราเก่งตรงไหน”

ยานนิคเงยหน้าขึ้นมากกว่าเดิมแววดูมีประกายมากขึ้น ท่านั่งดูผ่อนคลายกว่าเดิม น้ำค้างสังเกตเห็นจึงรีบสั่งยาใจให้ทันที

“ยานนิคนึกถึงอะไรแล้วใจสบายที่สุดคะ?”

“สิ่งที่ผมนึกถึงแล้วมีคือผัดกระเพราที่แม่ทำให้กินสมัยอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ” นักเตะหนุ่มพูดแบบเขินๆ แต่น้ำค้างกลับยิ้มกับคำตอบนั้น

“ยานนิคสัญญากับพี่น้ำค้างนะ เวลามีปัญหาอะไร นึกถึงผัดกระเพรานั้นไว้ก็พอ แล้วน้องจะเจอคำตอบในใจ ว่าน้องพิเศษตรงไหนและจะเก่งขึ้นได้ยังไง ไหนเล่าเรื่องผัดกระเพราต่อสิรสชาติเป็นไงบ้าง คุณแม่จะทำอีกรึเปล่าเดี๋ยวพี่หมอจะขอชิม ฮิๆๆ”

การสนทนาดำเนินต่อไปกลายเป็นเรื่องอาหารที่แม่ของยานนิคทำให้กินไปเสียอย่างนั้น แต่ก็ทำให้นักเตะหนุ่มลูกครึ่งจิตใจคลายลงอย่างมาก

ขากลับเขาจึงไปเดินตลาดที่อยู่ไม่ไกลนักเพราะอยากซื้อวัตถุดิบไปทำผัดกระเพรากินบ้าง ที่นั่นเป็นตลาดนัดเล็กๆ ทางเดินแคบๆ ผู้คนเดินซื้อของกันอย่างคับคั่ง ขณะที่กำลังนึกถึงผัดกระเพราฝีมือแม่อย่างมีความสุขเขาสังเกตเห็นเด็กเล็กอายุราว 4-5 ขวบ วัยกำลังซนวิ่งหลุดจากมือพ่อแม่อย่างรวดเร็วเพื่อไปร้านของเล่น พลันเด็กน้อยต้องชะลอความเร็วลงจนพ่อและแม่ตามมาจับมือไว้ได้ เพราะเจอคุณป้าอายุเกิน 70 ปีท่านหนึ่ง ร่างกายอ้วนใหญ่เดินช้าแต่ขวางทางไว้หมด และไม่ว่าใครก็ตามที่มาถึงจุดที่คุณป้ายืนอยู่ก็ต้องหยุดนิ่งกับที่ทุกคน

“เฮ้ย!....นี่มัน”

ยานนิคคิดอะไรออกบางอย่าง

“ใช่แล้ว เราก็เหมือนคุณป้าคนนั้น ตัวใหญ่เคลื่อนที่ช้า แต่ถ้าเป็นทางที่แคบล่ะ?”

ในหัวของเขาสว่างโล่งทันที

“นี่ล่ะความเก่งของฉัน ไอ้ตัวใหญ่จอมเกะกะในทางแคบ แค่เราอยู่ในจุดที่แคบที่สุด ให้เร็วแค่ไหนก็ผ่านไม่ได้”

ยานนิครู้สึกลิงโลดในใจทันที เขารีบติดต่อ ดร.ฮันส์ อย่างเร่งรีบเพราะน่าจะเป็นคนที่ช่วยเขาพัฒนาจุดนี้ได้

“ว่าไงเจ้าตัวใหญ่”

ดร.ฮันส์ รับสายพร้อมเรียกยานนิคเป็นชื่อที่เขาตั้งเอง

“คุณชไนเดอร์ครับ ผมรู้แล้วว่าตัวเองพิเศษยังไง หลังซ้อมเช้าพรุ่งนี้ผมจะเข้าไปที่แล็ปของคุณนะครับ”

“ฮ่าๆๆ คิดว่าใช่ก็มาเลย แต่เตือนไว้ก่อนนะการพัฒนาจุดเด่นของตัวเองให้พิเศษขั้นสุด มันไม่ใช่ทำได้ในข้ามคืน ตฤณ กับ ติอาโก้ ที่ฉันฝึกมากว่าจะมาถึงจุดนี้ก็ไม่ง่ายหรอก”

“ยากแค่ไหนผมก็จะทำครับ ผมไม่อยากเป็นจุดอ่อนอีกแล้ว”

“ได้เลยเจ้าตัวใหญ่ ไว้เจอกัน”

ยานนิครู้สึกเหมือนถูกปลดล็อคออก เขาหวนนึกถึงคำพูดของดนัยกับตฤณดูเหมือนว่าทั้งคู่จะมองออกว่าเขาเองพิเศษยังไง ตอนนี้มีแต่พัฒนาไปให้สุดเท่านั้น

เกมการแข่งขันไทยลีกนัดที่ 2 เจ้าพระยา บราโว่ เปิดบ้านพบการมาเยือนของ ฟอร์ซ่า เมืองกาญจน์ แม้จะเพิ่งแพ้อย่างหมดท่ามาในนัดแรกแต่แฟนบอลเจ้าถิ่นกลับมาเชียร์ในสนามเต็มความจุ 6,000 ที่นั่ง บรรยากาศช่วง 1 ทุ่มซึ่งเป็นเวลาการแข่งขันกำลังเย็นสบาย แม้ฝนจะตั้งเค้ามาแต่ไกลแต่การที่สนามมีหลังคารอบทำให้ทุกคนอุ่นใจไม่ต้องกลัวเปียกฝนเลย

11 ตัวจริงของเจ้าพระยา บราโว่ยังเป็นชุดเดิม ตฤณเดินลงสนามในฐานะกัปตันทีม เสียงปรบมือดังกระหึ่มทันทีที่ลงสนาม

“เล่นในบ้านนัดแรกยังไงก็ต้องชนะให้ได้นะพวกเรา” ตฤณบอกกับเพื่อนร่วมทีมทุกคนขณะล้อมวงกันในสนาม

“ยานนิค ลืมเกมที่แล้วไปซะนะ วันนี้ทำให้ดีที่สุด”

เขายังคงห่วงความรู้สึกของนักเตะหนุ่มลูกครึ่งอยู่ แต่แววตาและการตอบกลับของยานนิคกลับดูแปลกออกไป

“ไม่ต้องห่วงครับพี่ตฤณ วันนี้ทุกคนจะได้เห็นว่าผมทำอะไรได้บ้าง”

เกมเริ่มขึ้นเพียง 2 นาที ฟอร์ซ่า เมืองกาญจน์ได้บุกมาก่อน รินัลโด้ กองหน้าตัวเก๋าชาวบราซิเลี่ยนเลี้ยงบอลมาทางริมเส้นด้านซ้าย เขาหลบเมธัสไปอย่างง่ายดาย และเลี้ยงบอลจี้ใส่เขตโทษของเจ้าบ้านซึ่งใก้ลกับจุดที่ยานนิครับผิดชอบ

“นึกว่าจะเลิกกลัวแล้ว พอมาเจอคนเร็วๆเราก็ยังลนลานอยู่ดี ทำไงดีนะ ใช่แล้วผัดกระเพราแสนอร่อย”

ยานนิคหลับตานึกถึงอาหารจานโปรดเพียงชั่วลัดนิ้วมือ ใจเขาคลายความกังวลลง กลับมองเห็นระยะห่างระหว่างตฤณกับเขาอย่างชัดเจนว่ากว้างไป

“เราเห็นหมดแล้ว แค่เราเคลื่อนไปตรงนั้นช่องจะปิดทันที ต่อให้สกัดไม่ได้ กองหน้าบราซิลนั่นก็เจอทางตันอยู่ดี”

ยานนิควิ่งเข้าไปปิดช่องนั้นทันทีร่างกายที่สูงใหญ่ของเขาบังทางวิ่งของ รินัลโด้เสียสนิท

“เจ้าบ้านี่ตัวใหญ่ชะมัดเราไปต่อไม่ได้เลย”

ยานนิคยิ้มพร้อมกับพูดออกไปว่า

“ขอโทษนะ ผมไม่ให้ผ่าน”

รินัลโด้จำเป็นต้องหาทางเลือกอื่นแต่สายเกินไป ตฤณพุ่งเข้ามาแย่งบอลจากเท้าเขาไปได้

“บังทางได้ดียานนิค  นายทำได้แบบนี้ฉันกับไทเกอร์ก็สบายแล้ว”

ตฤณจ่ายบอลยาวขึ้นหน้าทันที แต่ก็ถูกสกัดออกข้างไปได้

นาทีที่ 15 ทีมเยือนบุกขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ รินัลโด้ กับ ซิซินโญ่ คู่กองหน้าอีกคนหลุดเข้ามาเผชิญหน้ากับตฤณและยานนิค โดยที่วิฬาร์วิทย์นั้นหลุดตำแหน่งไปแล้ว

“ดูตัวคู่แข่งไว้!อย่าเข้าพรวดนะ!”

โค้ชดนัยตะโกนลั่นจากข้างสนาม

“ฉันเห็นหมดแล้วตรงไหนที่กว้างเกินไป”

เสียงในใจของยานนิคดังขึ้น  เขาวิ่งถอยหลังพร้อมตาจ้องเขม็งมาที่ซิซินโญ่ที่รับบอลมากำลังเลี้ยงจี้ใส่เขา พอถึงจุดที่หมายตายานนิคกลับหยุดไม่ถอยต่ออีก แต่จุดที่ยืนนั้นช่องว่างระหว่างเขากับตฤณแคบลงจนสอดซ้อนกันได้ และพื้นที่เล่นของคู่กองหน้า ฟอร์ซ่า เมืองกาญจน์กลับเหลือน้อยลง

“แย่แล้ว ไปต่อเองก็ไม่ได้ จะจ่ายก็โดนไอ้ตัวใหญ่นี่บังไว้หมด” ซิซินโญ่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าเสี่ยงยิงในมุมอับ บอลแฉลบยานนิคไปเข้ามือ ไนเจล เหลียง อย่างง่ายดาย

“เยี่ยมมากเพื่อน บังทางซะมิดเลยนะ”

ไนเจล เดินมาข้างๆมือขวาตบบ่าเขาเบาๆ มือซ้ายพร้อมถือบอลเตรียมจะเตะเปิดเกมออกไป

เกมยังคงคู่คี่สูสีอยู่ตลอดครึ่งแรกและช่วงครึ่งหลัง จนนาทีที่ 70 เจ้าพระยา บราโว่ ได้ลูกเตะมุมทางมุมธงด้านขวา ตฤณรับหน้าที่เตะลูกนี้อีกครั้ง

“ในกรอบเขตโทษคนที่สูงและได้เปรียบมีแค่ดีดี้กับยานนิค ” ตฤณเริ่มคำนวณแล้วว่าลูกนี้โอกาสที่จะยิงได้จะมาจากอะไรบ้าง เขารอสักครู่ก็เห็นยานนิคยืนในตำแหน่งที่แม้แต่เขารู้สึกว่ามีโอกาส

“ความพิเศษของฉันไม่ได้ใช้แค่เกมรับหรอกนะ เกมรุกก็ใช้ได้”

ยานนิคมองเห็นช่องว่างระหว่างผู้รักษาประตูของคู่แข่งกับแนวรับที่เทกันมาประกบเขาซึ่งตัวสูงที่สุดในสนาม

“เสร็จฉันล่ะ พี่ตฤณต้องมองออกแน่”

ยานนิคเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้กรอบ 6 หลา ผู้เล่นทีมเยือนวิ่งเข้าประกบเขาพร้อมกับบอลที่ออกจากเท้าของตฤณ

“ฉันเห็นชัดเลยล่ะยานนิค ขอบคุณมาก”

ตฤณกลับโยนบอลออกไปนอกกรอบเขตโทษ ผู้เล่นฟอร์ซ่า เมืองกาญจน์มัวแต่ประกบยานนิคที่เป็นตัวหลอก กลับเป็นติอาโก้ที่วิ่งเข้ามาวอลเล่ย์ด้วยขวาเต็มข้อจากเส้น 18 หลา บอลพุ่งเร็วและแรงเสียบคานตาข่ายแทบขาด

“Goal!.....สุดยอดมากครับลูกนี้ กองหลังทีมเยือนเทกันไปประกบยานนิค โกรสกันหมดเลยครับ ติอาโก้ ชมิดท์ ยิงขึ้นนำให้เจ้าบ้านไปแล้ว 1-0”

ทุกคนต่างวิ่งเข้าไปกอดดีใจกับติอาโก้ มีเพียงตฤณที่วิ่งมาจับมือกับหนุ่มลูกครึ่งคนนี้

“นายรู้แล้วใช่ไหมว่านายพิเศษตรงไหน”

“ครับพี่ตฤณ และผมจะฝึกให้มันเก่งกว่าเดิมอีก”

“ถือว่านี่เป็นการปลดล็อคตัวนายและทีมเราก็แล้วกัน ไปเถอะยังมีเวลาเหลือ”

“ครับพี่!”

เสียงเชียร์ดังขึ้นเป็นทวีคูณ เวลายังเหลืออีกไม่มากนักเกมยังผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างเข้มข้น ทว่าเกมรับฝั่งเจ้าพระยา บราโว่กลับจัดการ ซิซินโญ่ กับ รินัลโด้ เสียอยู่หมัด ยานนิคยืนบังทางจนคู่กองหน้าบราซิลสุดจี๊ดที่เป็นความหวังของทีมเยือนใช้ความเร็วและคล่องตัวที่เป็นอาวุธเด็ดไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว

“ปรี๊ด....ด!”

เสียงนกหวีดยาวจบเกม เจ้าพระยาบราโว่สามารถปลดล็อค คว้าม 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ

บรรยากาศหลังเกมเต็มไปด้วยความชื่นมื่น พร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาราวกับฉลองชัยช่วงหลังเกม โค้ชดนัยกับตฤณเดินคุยกันขณะไปขอบคุณแฟนบอลที่อัฒจันทร์ทิศตะวันออก

“เอาล่ะ มีคนปลดล็อคสำเร็จแล้ว มาดูกันว่าจะมีคนใหม่ๆทำได้รึเปล่าน่าสนุกนะว่าไหมตฤณ ”

“ครับ ผมจำได้วันที่พี่ดนัยบอกเล่าถึงนักเตะที่ดึงเข้ามาแต่ละคนมีความพิเศษ แค่ว่าพวกเขาต้องหาด้วยตัวเอง ผมรู้แล้วล่ะว่ามันเป็นจริง”

“เอาล่ะตฤณ หนทางยังอีกไกล ยังมีอีกหลายคนที่ต้องทำให้ได้แบบยานนิคนะ”

“ครับโค้ช”

ตฤณมองไปยังอัฒจันทร์ที่เต็มด้วยแฟนบอล เห็นยานนิคเดินไปหาแม่ของเขาที่มาเชียร์ด้วย เป็นภาพที่อบอุ่นใจของตฤณอย่างยิ่ง 

 

แนะนำตัวละคร

ยานนิค โกรส

อายุ 22 ปี

สัญชาติ ไทย-สวิตเซอร์แลนด์

สูง 197 ซ.ม. น้ำหนัก 87 ก.ก.

ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

ต้นสังกัดเดิม 

ยังบอยส์ ซูริค (ดิวิชั่น 3 สวิตเซอร์แลนด์)

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!