ก่อนเกมนัดเปิดสนามไทยลีก 1 วัน ตฤณและเพื่อนร่วมทีมเดินทางมาถึงจังหวัดบุรีรัมย์เพื่อเตรียมพร้อมก่อนแข่งกับเจ้าบ้านตั้งแต่ 2 วันที่แล้ว ดนัยตัดสินใจไม่ซ้อมมื้อสุดท้ายที่สนามจริงเพื่อป้องกันแผนการเล่นรั่วไหล แม้ลูกทีมจะยังปรับตัวกับแท็กติคของทีมไม่ได้เต็ม 100 แต่จิตใจของพวกเขาก็พร้อมสู้ถวายหัวเช่นกัน
“พวกเราฟังนะฉันจะประกาศ 11 ตัวจริงวันพรุ่งนี้ เราเล่น 3-4-3 เหมือนเดิม”
ทุกคนใจจดใจจ่อว่าจะมีชื่อใครบ้าง ระบบการจัดทีมของดนัยนั้นไม่สนใจชื่อชั้น ชื่อเสียง หรือความคุ้นเคยใดๆ เขามองตัวเลขสถิติที่ผ่านการวิเคราะห์จากทั้งโปรแกรม AI และทีมงานเท่านั้น
“ไนเจล, ตฤณ, ยานนิค, ไทเกอร์, อินบอม, มิก, ติอาโก้, ริวคุง, ต่าย, มัด แล้วก็ ดีดี้ พวกนายพร้อมนะ เดี๋ยวหลังอาหารเย็น มาคุยแผนเพิ่มเติมกันด้วย”
“ครับโค้ช!”
เมื่อกิจกรรมทุกอย่างจบลง ตฤณ ซึ่งมี ติอาโก้เ ป็นรูมเมทกลับรู้สึกตื่นเต้นจนข่มตานอนได้ลำบาก
“พี่ตฤณว่าพรุ่งนี้เราจะสู้ไหวไหมครับ” ติอาโก้เอ่ยถามพร้อมยื่นถ้วยชาคาโมมายล์ให้ตฤณด้วย
“ฉันมั่นใจนะ แต่คู่แข่งของเราก็ถือเป็นทีมแกร่งระดับเอเซีย”
“ผมศึกษารายละเอียดมาบ้าง ตัวต่างชาติของพวกเขาดีกรีเล่นในลีกยุโรปทั้งนั้น”
“ไม่ใช่แค่ต่างชาติหรอกติอาโก้ ตัวคนไทยเองก็น่ากลัว นายเองก็ต้องปะทะกับเขาโดยตรงด้วย”
“พี่ตฤณหมายถึง กองกลางเบอร์ 6 วิชญ์พล ปราชญ์วิทย์ ใช่ไหมครับ”
“ใช่ เขาเคยมีประสบการณ์ไปเล่นที่ญี่ปุ่นมา 3 ปี เป็นขาประจำทีมชาติ หมอนี่อย่าว่าแต่ไทยลีกเลย ให้กลับไปเจลีกอีกครั้งก็มีทีมรอเซ็นสัญญา”
“แต่คนที่พี่ตฤณต้องเจอก็หนักเอาเรื่องนะครับ อันแดร์ซอน กองหน้าที่เคยเล่นในลีกซีเรียอาของบราซิล”
“โค้ชดนัยกำชับกับฉันแล้ว ดูเหมือนเขาจะเก่งไม่ต่างจากคู่ปรับของฉันอย่าง เรย์น่าเลยล่ะ” ตฤณหวนนึกถึงเรย์น่าสายตาบ่งบอกถึงความเศร้าเล็กน้อยแต่ติอาโก้ก็สังเกตอาการได้
“ดูเหมือนคู่ปรับเก่าของพี่ตฤณจะโชคร้ายนะครับ เจ็บไป 2 เดือนก่อนเปิดฤดูกาลเลย”
“ใช่ แต่ช่างเถอะฉันเชื่อว่าเขาจะกลับมาได้ พวกเราปิดไฟเข้านอนเถอะ นี่เลย 4 ทุ่มมาแล้ว”
ติอาโก้รับคำแล้วปิดไฟเข้านอนทันที แอร์ในห้องแม้จะเย็นกำลังดี แต่ความตื่นเต้นในใจของตฤณทำให้ภายในรู้สึกร้อนขึ้นมาเช่นกัน
ณ สนามธันเดอร์อารีน่า ก่อนเวลาแข่ง 1 ชั่วโมง แต่แฟนบอลกลับมากันแน่นขนัดเต็มความจุ 35,000 ที่นั่งตฤณกับเพื่อนร่วมทีมทำการวอร์มอัพในสนาม บรรยากาศที่เห็นแฟนบอลเจ้าบ้านร้องเพลงเชียร์กันอย่างพร้อมเพรียง ทำให้มีความมีความกดดันถาโถมใส่พวกเขาเป็นอย่างมาก
“ขาผมสั่นไปหมด นี่แค่ช่วงวอร์มนะครับ ใจผมไม่อยู่กับตัวเลย” ณวริศพูดกับตฤณขณะจับคู่วอร์มร่างกายด้วยกัน
“อืม.... นี่ก็เป็นครั้งแรกของฉันเหมือนกันที่แฟนบอลมาดูเยอะขนาดนี้”
“แล้วดูฝั่งนั้นสิครับ ตัวไทย 4 คนก็ทีมชาติทั้งนั้น ตัวต่างชาติของเขาแค่ผมเดินผ่านยังรู้สึกว่าโดนข่มมิดเลย”
“ใจเย็นไว้ต่าย วอร์มให้ถึงแล้วเราจะหยุดคิดเรื่องนี้เองเชื่อฉัน”
ณวริศจึงหยุดพูดลงแล้วทำการอบอุ่นร่างกายต่อไป หลังจากทุกอย่างเสร็จ ดนัยปลุกเร้าทีมเป็นครั้งสุดท้ายในห้องแต่งตัว
“ทุกคน มั่นใจเข้าไว้ ฉันเชื่อว่าความฟิตเราดีพอกับพวกเขาหรืออาจจะเหนือกว่าด้วย ขอแค่ทำให้ดีเหมือนตอนซ้อม เราจะมีแต้มกลับไปมารวมมือกัน”
“เจ้าพระยา สู้!”
เสียงปลุกใจดังลั่นในห้องจนผนังห้องสะเทือน ความกลัวของทุกคนหายไปสิ้น ตอนนี้มีแต่อยากลงไปจัดการแชมป์ไทยลีกหลายสมัยเต็มแก่แล้ว
“เกมเริ่มครับ นัดแรกของฤดูกาล แชมป์เก่าหลายสมัย บุรีรัมย์ ธันเดอร์ พบกับน้องใหม่ไทยลีกสมัยแรก เจ้าพระยา บราโว่ มาดูกันครับว่าจะสนุกแค่ไหน” เสียงผู้บรรยายเกมพากย์อย่างเร้าอารมณ์
“น่าเป็นห่วงทีม เจ้าพระยา บราโว่ เหมือนกันนะครับ อุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาล 5 เกม ไม่ชนะเลย ขณะที่ บุรีรัมย์ ธันเดอร์ อุ่นเครื่อง 7 นัดชนะรวด แถมเกมซุปเปอร์คัพสัปดาห์ก่อน พวกเขาถล่มทีม แบงคอก แองเจิ้ล ไป 3-0 เลย ” ผู้บรรยายอีกคนเสริมข้อมูลในทันที เพียงแค่นี้ผู้ชมก็พอเห็นภาพความน่าจะเป็นของเกมแล้ว
เกมผ่านไปเพียง 3 นาที ตฤณเผชิญหน้ากับ อันแดร์ซอน ครั้งแรกนักเตะบราซิเลี่ยนร่างใหญ่สูงเกือบ 190 แต่ความเร็วและความคล่องตัวถือว่าไม่ธรรมดา เขาได้บอลและเลี้ยงจี้ใส่แผงหลังทีมเยือนทันที
“ยานนิคจัดการเลย!” ตฤณตะโกนเรียกเพื่อนกองหลังลูกครึ่งที่ยังรู้สึกลนลานทำอะไรไม่ถูกอยู่
ยานนิคพยายามเบียดสกัดแต่เขาช้าเกินไปทำให้ อันแดร์ซอนลากผ่านมาได้ แต่ด่านต่อมาอย่าง วิฬาร์วิทย์ยังคงอยู่
“ไม่ต้องห่วงพี่ผมจัดการเอง”
วิฬาร์วิทย์เข้าเบียดปะทะแบบไหล่ชนไหล่ ความเร็วของกองหน้าบราซิเลี่ยนแซงเขาไป 1 ก้าว ดูเหมือนกองหลังวัย 23 ปีจะสกัดไม่ทัน แต่ทุกคนกลับคิดผิด
“คิดว่าผ่านได้เหรอ แง้ว!”
แม้จะถูกแซงไป 1 ก้าว แต่ วิฬาร์วิทย์ กลับสามารถเอี้ยวตัวยืดขาซ้ายในมุมที่ไม่น่ามีใครจะทำได้นอกจากต้องมีความยืดหยุ่นขั้นสูงเท่านั้น
“แกยืดขาแบบนั้นได้ไงวะ”
อันแดร์ซอนกัดฟันกรอดด้วยความเสียดายที่ถูกวิฬาร์วิทย์สกัดบอลจากเท้าได้ทันก่อนที่จะง้างเท้ายิง
“คุณตฤณ บอลยังไม่ตาย รีบสกัดเร็ว”
ไนเจล เหลียง เห็นบอลที่ถูกสกัดเด้งไปเข้าทางของวิชญ์พลที่เติมขึ้นมาเหมือนว่าจะรู้ว่าบอลจะเด้งมาตรงนั้น
“เสร็จฉัน!”
ดาวเตะมากประสบการณ์ทีมชาติไทย แปบอลระยะแค่ 10 หลา บอลพุ่งรอดช่องว่างระหว่าง วิฬาร์วิทย์ กับ อันแดร์ซอน เสียบตาข่ายชนิดที่ ไนเจล มองไม่เห็นด้วยซ้ำว่าพุ่งมาทางไหน
“Goal!.....สุดยอดมากครับ แชมป์เก่าออกนำเร็วตั้งแต่ไม่ถึง 5 นาทีเลยครับคุณผู้ชม”
ผู้บรรยายที่ 1 ตะโกนอย่างตื่นเต้น
“แบบนี้สถานการณ์ของทีมเยือนลำบากแน่ครับ สกอร์มีโอกาสไหลสูงมากเลย”
ผู้บรรยายคนที่ 2 กล่าวเสริม ซึ่งผู้ชมการถ่ายทอดต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน เสียงเชียร์ในสนามที่ดังอยู่แล้ว กลับอื้ออึงหนักกว่าเก่า ยานนิคถึงกลับทรุดลงกับพื้น ท่าทางที่ลนลานอยู่แล้วยิ่งดูขาดความมั่นใจกว่าเดิมไปอีก
“ยานนิค ลุกขึ้น!”
ตฤณยื่นมือให้รุ่นน้องจับพร้อมดึงให้ยืนขึ้นมา
“ผมเอาไม่อยู่เลยพี่ พวกเขาเร็วมาก ผมตามไม่ทันเลย”
ยานนิคยังคงสติไม่อยู่กับตัว
“ไม่เป็นไรทำใจเย็นๆไว้ยังพอมีเวลา นายแค่ทำตามที่ซ้อมก็พอ”
ตฤณให้กำลังใจกับกองหลังลูกครึ่ง เขาและดนัยรู้ดีว่ายานนิคมีจุดเด่นเรื่องไหน แค่เขาเองยังไม่รู้และเอามาใช้ไม่ได้
ข้างสนามโค้ชดนัยยังคงสั่งให้เล่นตามแผนเดิม 3 แดนหน้าทั้ง ปัฐวีร์, ณวริศ และดิดิเย่ร์ พุ่งเข้าใส่กองหลังเจ้าบ้านอย่างไม่เกรงกลัวในจะหวะสร้างเกมจากแดนหลัง แม้ทั้ง 3 คนจะทำได้ต่อเนื่อง แต่กองหลังของ บุรีรัมย์ ธันเดอร์ ทั้ง 3 คน คิมมินโฮ, ดราโกวิช, รอสซินี่ ต่างมีทั้งความเร็วและเทคนิคที่สูงมาก ทำให้เกมเพรสซิ่งของทีมเยือนไร้ผลโดยสิ้นเชิง
เกมผ่านมาจนจบครึ่งแรก เจ้าบ้านครองเกมได้เหนือกว่าอย่างมาก โอกาสยิงมีนับ 10 ครั้ง แต่โชคดีที่ ตฤณ ยังช่วยไว้ได้หลายครั้ง อีกทั้ง ไนเจล เหลียง ก็ยังยอดเยี่ยมพอที่จะป้องกันลูกจ่อๆได้อีก 3 ครั้ง ทำให้ บุรีรัมย์ ธันเดอร์ ยังคงนำ เจ้าพระยา บราโว่ เพียงแค่ลูกเดียว
“เอาล่ะทุกคน พวกเราอาจจะต้องปรับแผนกันหน่อย” ดนัยเริ่มบอกแผนการเล่นในครึ่งหลัง ลูกทีมทุกคนแม้เหนื่อยล้าพอสมควร แต่จิตใจก็ยังคงสู้อยู่ เพราะถูกนำเพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น
“ตฤณ นายขยับขึ้นมาช่วยแดนกลางมากขึ้นนะ ติอาโก้ กับ ริวคุงท่าจะรับมือไม่ไหว”
ดนัยหยุดมองหน้าตฤณ ซึ่งเขาก็มองหน้าตอบรับหน้าที่อย่างเต็มใจ
“เราจะเล่นเหมือนเป็น 4-3-3 นะ แต่จังหวะเกมรับ เราจะยังคงยืน 5-4-1 เหมือนเดิม นายเหนื่อยหน่อยนะตฤณ ”
“ได้ครับ”
ตฤณเดินนำทุกคนลงสนามในครึ่งหลัง ปลอกแขนกัปตันทีมที่แขนทำให้เขากลัวอะไรไม่ได้ มีแต่ต้องกระตุ้นเพื่อนอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น
“ไปเลยติอาโก้!”
ตฤณได้บอลที่สกัดจากลูกเตะมุมเข้ามา เขาไม่รีรอส่งบอลจังหวะเดียวให้เพื่อนร่วมทีมคนสนิททันที
ติอาโก้ ชมิดท์ แทงบอลให้ ดิดิเยร์ ซึ่งยืนค้ำอยู่ข้างหน้าทันที รอสซินี่ กองหลังชาวอิตาเลี่ยนของทีมเจ้าบ้านพุ่งเข้าสกัดจากด้านหลัง แต่ดิดิเย่ร์กลับแข็งแกร่งมากจนไม่ล้มลง กลายเป็น รอสซินี่ ที่เสียหลักจากการเบียดปะทะไปแทน
“ไปเลย ดีดี้!”
ตฤณตะโกนเสียงดังลั่นขณะที่กองหน้าไอวอร์รี่โคสต์ พาบอลขึ้นไปจนเกือบเข้ากรอบเขตโทษ จังหวะที่เขากำลังง้างเท้ายิง วิชญ์พลกลับพุ่งมาฉกบอลจากเท้าไปได้อย่างง่ายดาย
“นายมัวแต่ง้างเท้าแบบนี้ ไม่มีทางได้ยิงหรอกพวก” ดาวตะทีมชาติไทยพูดข่มขวัญหลังจากได้บอลไป
“แย่แล้วทุกคน ประจำตำแหน่งเกมรับไม่งั้นเสร็จแน่”
ตฤณที่เห็นทุกอย่างจึงรีบบอกเพื่อนทุกคนเพราะเขาเห็นอันตรายจากจังหวะนี้ และสิ่งที่เขาคาดไว้ก็เกิดขึ้นจริง
วิชญ์พลจ่ายบอลไซด์ก้อยด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลขนานเส้นข้างด้านขวาแรงและแม่นยำทำให้ อันแดร์ซอนหลุดแผงหลังไปคนเดียวโดยที่ยานนิคกับวิฬาร์วิทย์วิ่งตามไม่ทัน
“ผู้รักษาประตูเข้ามาปิดมุมเร็วเหลือเกินนะ แต่เสียใจด้วยหลุดมาแบบนี้ฉันไม่พลาดหรอก” ศูนย์หน้าชาวบราซิเลี่ยนล็อคบอลหลบไนเจลอย่างง่ายดาย ก่อนเข้าไปแปบอลโล่งๆเข้าไป ทีมบุรีรัมย์ ธันเดอร์นำห่างเป็น 2-0 ตั้งแต่นาทีที่ 50 เท่านั้น
“โดนนำ 2 ลูก โดยที่ยังไม่มีโอกาสยิงเลย เจ็บใจที่สุด”
ตฤณกำหมัดแน่นมองท้องฟ้าที่มืดมิดไร้แสงดาวด้วยความคับข้องใจ แต่ความเป็นผู้นำทีมทำให้เขาไม่ยอมแพ้ รีบเก็บบอลจากก้นตาข่ายมาตั้งกลางสนามเพื่อรีบเล่นทันที
“ทุกคน เราคงต้องสู้มากขึ้นแล้วล่ะ พวกนายทำยังไงก็ได้ให้ได้ฟาล์วในระยะไม่เกิน 35 หลา ฉันไม่สนว่าจะมุมไหนของสนามทำให้ได้นะพวกเรา”
“ได้ครับพี่ตฤณ”
3 แนวรุกของทีมรับทราบแผนเรียบร้อย ต่างก็พุ่งขึ้นไปรอทำตามแผนทันที
นาทีที่ 60 ดิดิเย่ร์ได้บอลระยะ 35 หลา ผู้เล่นเจ้าถิ่น 2 คนเข้ามารุมแย่งบอล แต่เขาก็แข็งแกร่งพอที่จะครองบอลไว้ได้ กองหน้าผิวสีพลิกตัววิ่งฝ่าออกจากวงล้อม คิมมินโฮ ที่เข้ามาเบียดแย่งเสียจังหวะล้มลง แต่ขาพลาดไปเตะจนกองหน้าไอวอร์รี่โคสต์ล้มลง
“ปรี๊ด!”
เสียงเป่าฟาล์วของผู้ตัดสินดังขึ้น ตฤณมีความหวังขึ้นทันที
“เอาล่ะโอกาสมาแล้ว เราต้องทำให้ได้”
เขาตั้งบอลอย่างประณีตที่สุด หลับตาเข้าสู่ภาพต้นหญ้าและสายลมในจินตนาการ ตฤณเห็นทุกอย่างชัดขึ้น 2 เท่า
“ระยะ 30-35 หลา แทบจะกลางประตู”
ตฤณวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วพร้อมเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านใน กำแพงมนุษย์เพียง 3 คนไม่อาจสกัดลูกนี้ได้ บอลไซด์โค้งอย่างมากและพุ่งด้วยความเร็วและแรงมุดลงตกเด้งพื้น 1 ครั้ง ทำให้ เรนัลด์ ผู้รักษาประตูชาวฟิลิปปินส์ของเจ้าบ้านเสียจังหวะ บอลข้ามมือเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม
“Goal! นี่มันลูกยิงอะไรครับนี่ ทีมเยือนมีความหวังแล้วครับ ตฤณ วายุโชติ กัปตันทีมวัย 31 ปียิงไล่ตามมาแล้ว” ผู้บรรยายเกมถึงกับยืนขึ้นจากเก้าอี้เมื่อเห็นลูกยิงฟรีคิกที่ยอดเยี่ยมนี้
ทีมเจ้าพระยา บราโว่ต่างมีกำลังใจขึ้นทันที ขยับทำเกมรุกจนแชมป์เก่าต้องถอยร่นไปตั้งรับอยู่นับ 10 นาที แต่พวกเขากลับไม่ลนลานแต่อย่างใด สีหน้าโค้ช มาร์โก้ ของเจ้าบ้านดูมีแผนบางอย่างในใจ ซึ่งดนัยดูจะรู้ตัวช้าไปแล้ว
“ตฤณ ระวังด้วยพวกนั้นขุดบ่อล่อปลาอยู่” เขาตะโกนเรียกทันทีที่เห็นตฤณเริ่มดันเกมรุกขึ้นมาสูง
สิ้นเสียงเตือนได้ไม่กี่อึดใจ รอสซินี่ ตัดบอลจากติอาโก้ได้ เขาแทงบอลจากแดนหลังทันที ลูกจ่ายนี้ทั้งเร็วและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ วิชญ์พล ที่แอบซุ่มอยู่กลับโผล่ออกมารับบอลหลุดเดี่ยวไปพร้อมกับอันแดร์ซอน
“จัดการเลยเพื่อน”
วิชญ์พลเลี้ยงจี้ใส่ ไนเจล เหลียง ที่วิ่งออกมาปิดมุม แต่เขาหลอกจ่ายบอลตอกส้นให้กองหน้าบราซิเลี่ยนที่ตามมาข้างหลังยิงเข้าไปง่ายๆ เจ้าถิ่นนำห่างอีกครั้ง 3-1ในนาทีที่ 75
ประตูนี้ราวกับทำลายทุกสิ่งของทีมเจ้าพระยา บราโว่ไปสิ้น เรี่ยวแรงที่ถดถอยอยู่แล้วจากการพยายามบุกหนัก กำลังใจที่หดหายไปทำให้รูปเกมของพวกเขากลับช็อตไปดื้อๆ เกมรุกไม่สามารถรุกคืบได้อีกต่อไป
นาทีที่ 85 วิชญ์พล ได้บอลตรงกรอบเขตโทษตฤณเข้าสกัดพลาดทำให้เสียฟาล์ว แต่จากการที่ขาดสมาธิไป ตัวเก๋าทีมชาติไทยเล่นบอลเร็วทันที สะกิดบอลให้ ลาสซารี่ ชาวอาเจนไตน์หลุดเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนปาดเข้ากลางให้ ณัฐนนท์ กองหน้าดาวรุ่งทีมชาติไทยอีกคนที่เคยมีประสบการณ์ในลีกเดนมาร์กมา 1 ปี ยิงระยะเผาขนเข้าไปง่ายๆ เจ้าบ้านทิ้งห่างเป็น 4-1
และในช่วงท้ายเกมทำนบของ เจ้าพระยา บราโว่ก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเสียอีก 2 ประตู จากลาสซารี่ และลูกโขกเตะมุมจ่อๆของ คิมมินโฮ จบเกม บุรีรัมย์ ธันเดอร์ ถล่ม เจ้าพระยา บราโว่ไป 6 ประตูต่อ 1
“พวกเรายังดีไม่พอเหรอนี่?”
ตฤณคุกเข่าลงกับพื้น แม้พื้นหญ้าจะนุ่มราวกับพรมชั้นดี แต่เขากลับรู้สึกเหมือนคุกเข่ากลางพื้นทรายที่ร้อนจัด ความรู้สึกที่ว่า สู้ได้ทุกทีมเลือนหายไปจากใจตั้งแต่จบเกม
“ไม่ได้ เราอ่อนแอไม่ได้”
ตฤณดึงสติตัวเองอีกครั้ง เขาเดินไปฉุดมือเพื่อนร่วมทีมทุกคนที่นอนแผ่อย่างเจ็บปวดให้ลุกขึ้น
“Noch lange nicht!(มันยังไม่จบ)ลุกขึ้นมันแค่เกมแรก กลับบ้านกันแล้วสู้ใหม่”
ตฤณดึงมือของยานนิคกับติอาโก้ที่ดูจะหมดพลังไปแล้วให้ลุกขึ้นมา
“พวกเขาแกร่งเกินไปจริงๆ นี่มันกำแพงที่ไม่รู้จะปีนยังไงเลยนะครับพี่ตฤณ”
“ใช่ และคงไม่ใช่เกมนี้เท่านั้น เราคงต้องสู้กันอีกเยอะเชียว ลืมนัดนี้ซะแล้วไปต่อ”
ตฤณพาเพื่อนร่วมทีมเดินไปขอบคุณแฟนบอลที่อุตส่าห์ตามมาเชียร์ แม้จะแพ้ยับเยินแต่แฟนบอลกลับปรบมือให้เกียรติพวกเขาอย่างมาก ตฤณมองไปยังสกอร์บอร์ดที่ขึ้นคะแนน 6-1 ด้วยความชอกช้ำ แต่เขาไม่จมอยู่กับความรู้สึกนานนัก
“ถ้าเราอยากไปติดทีมชาติให้ได้จริง กำแพงสูงแค่ไหนก็ต้องปีนดูสักตั้ง มาเถอะต่อให้ยากกว่านี้ฉันก็จะสู้”