Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 20: เสริมเพื่อเป้าหมาย

👁️ 9 อ่าน
22px

“โค้ชดนัย ผมคงอนุมัติให้คุณซื้อตัวเพิ่มได้อีกแค่คนเดียวนะ เราใช้งบที่มีไปขยายที่นั่งเพิ่มแล้ว”

เอกคณิตพูดในที่ประชุมซึ่งมีดนัยกับกลุ่มผู้ช่วยโค้ช ,ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์ และตฤณในฐานะกัปตันทีม

“ถ้าคุณเอกคณิตว่าอย่างนั้น ผมก็คงต้องทำตามครับ”

ดนัยน้อมรับแต่โดยดีเขามีแผนในใจอยู่เช่นกันในการเสริมทีมสำหรับสู้ศึกเลกที่ 2

“ก็อย่าหาว่าผมงกเลยนะครับคุณดนัย ผมแค่ทำตามนโยบายของสโมสรที่ใช้จ่ายแบบไม่เกินตัว ใจจริงผมก็อยากให้พวกเราเสริมตัวผู้เล่นดีๆมามากกว่านี้ล่ะนะ”

“ครับคุณเอก การขยายสนามเป็น 8,000 ที่นั่งก็สำคัญ พวกเราคงสนุกมากถ้าได้เล่นในสนามที่คนดูเยอะขึ้น”

“ขอบคุณที่เข้าใจผมนะคุณดนัย เอาล่ะผมมีธุระต่อ ถ้าพวกคุณได้ข้อสรุปว่าต้องการดึงใครเข้ามาก็เสนอมาได้เลยนะ ขอแค่อยู่ในงบประมาณก็พอ”

เอกคณิตออกจากห้องประชุมไป ตอนนี้จึงมีแต่ทีมงานด้านฟุตบอลเท่านั้นที่คุยกันต่อ

“ด็อกเตอร์ครับ ตามสถิติของเราที่ผ่านมายังมีจุดอ่อนตรงไหนอีกบ้าง?”

ดนัยหันไปถามความเห็นจาก ดร.ฮันส์ที่มีข้อมูลทุกอย่างของทีม

“จริงๆมันก็ยังไม่แข็งแกร่งพอในทุกจุดล่ะนะ แต่แดนกลางเราดึงนูโน่มาได้แบบฟรีๆแล้ว แค่รอให้เขาพร้อมและปรับตัวได้ตรงนี้ก็ไม่น่าห่วง”

ตฤณที่ฟังอยู่จึงเสนอความเห็นขึ้นมาบ้าง เขาเองก็มีแผนและคนในใจเช่นกัน

“ถ้าเรามีกองหน้าที่ไว้ใจได้อีกสักคน น่าจะทำให้ทีมเราอันตรายขึ้นไหมครับ?”

เขานึกถึงข่าวที่ติดตามอยู่ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา คู่ปรับเก่าของเขา กอนซาโล่ เรย์น่า กำลังประสบปัญหาในการเล่นที่ญี่ปุ่น เขาตกเป็นตัวสำรองของสุดยอดดาวรุ่งวัยเพียง 18 ปีอย่าง ชุน มาเอดะจนแทบไม่ได้ลงสนาม

“นายมีใครที่จะเสนอล่ะตฤณ?”

“กอนซาโล่ เรย์น่า ของทีมไซตามะ เรดส์ ครับ เขาพาพวกเราบินสูงได้แน่”

ดนัย และ ดร.ฮันส์ พยักหน้ารับ พวกเขารู้ข้อมูลของนักเตะชาวสเปนรายนี้ดีว่ายอดเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ต้องส่ายหน้าเป็นสัญญาณว่าไม่มีทางเป็นไปได้ในตอนนี้

“บอกตามตรงนะตฤณฉันเคยเห็นการเล่นของเขาสมัยที่นายอยู่ที่สิงคโปร์ ฉันยอมรับเลยว่าเขาอาจจะดีกว่ากองหน้าของบุรีรัมย์ ธันเดอร์ ซะอีก ติดแค่ว่าค่าฉีกสัญญาของเขามันแพงเกินไป”

ตฤณยอมรับในเหตุผลของดนัยโดยดี แต่เขาก็ยังเชื่อเสมอว่าตราบใดที่ยังเล่นฟุตบอลอยู่ โลกก็จะเหวี่ยงให้พวกเขามาพบกันอีกไม่ยาก

“เป้าหมายของพวกเราในฤดูกาลนี้คืออะไรล่ะคุณดนัย?”

ดร.ฮันส์ พยายามจะค้นหาสิ่งที่ทีมต้องการเพื่อสอดคล้องกับทางที่กำลังจะเดิน

“บอกตามตรงว่าทีแรกผมหวังแค่รอดตกชั้น แต่ตอนนี้ผมหวังมากกว่านั้นและผมเชื่อว่าเราสามารถทำได้ แต่ผมยังคงยืนยันเหมือนเดิม”

ดนัยหยุดพูดครู่หนึ่งเขาเห็นทุกคนในห้องประชุมมองเขาเป็นสายตาเดียว

“ผมอยากพาทีมเป็นแชมป์เอฟเอคัพ แล้วพวกเราจะไปเล่นใน ACL elite ด้วยกัน”

ทุกคนในห้องประชุมถึงกับตาลุกวาว ใจเต้นถี่ขึ้นด้วยความตื่นเต้นในเป้าหมายนั้น ดร.ฮันส์ จึงเข้าเรื่องทันที

“ในข้อมูลที่พวกผมวิเคราะห์กันมา ทีมเรามีจุดแข็งในการเล่นตั้งรับรอจังหวะแล้วสวนกลับด้วยความเฉียบคม สไตล์นี้เหมาะมากกับฟุตบอลแบบน็อคเอาท์ ผมว่าเป้าหมายของคุณมาถูกทางแล้วล่ะ”

“ใช่ครับด็อกเตอร์ ติดอยู่ที่ว่าตอนนี้กองหลังที่เราไว้ใจได้มีแค่ ตฤณ, ยานนิค แล้วก็ไทเกอร์เท่านั้น ส่วนเด็กกลุ่มเบต้าทำได้เพียงเป็นตัวเปลี่ยนในยามคับขันเท่านั้นไม่สามารถเป็นตัวหลักได้ พวก U19 เขาเก่งจริงแต่ยังไม่ถึงเวลาที่ต้องมาแบกรับความกดดันขนาดนี้”

ดนัยเริ่มเจาะลึกปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่ใช่แค่ตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟหรอก แบ็คซ้ายขวา มิก กับ อินบอม ถึงแม้จะเล่นได้ดี แต่ในสายตาผมพวกเขาขาดความแข็งแกร่งทางกายภาพ ถ้าเจอทีมที่มีเกมรุกริมเส้นที่ดุดัน พวกเขาจะยืนระยะไม่ได้ทั้งเกม”

ดร.ฮันส์ชี้ปัญหาอย่างเข้าเป้า ในที่ประชุมทุกคนต่างเห็นด้วยโดยไม่โต้แย้ง

“ถ้าอย่างนั้นโจทย์ของเราตอนนี้คือ หาผู้เล่นที่เล่นตำแหน่งในเกมรับสินะครับ หรือถ้าจะเอาให้แคบหน่อยเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับแบ็คขวาได้ก็พอ เพราะส่วนของแบ็คซ้าย ผมว่าตฤณสามารถเล่นได้อยู่แล้ว”

ทุกคนในห้องต่างพยักหน้าเห็นด้วย ทีมผู้ช่วยโค้ชกับทีมงานของ ดร.ฮันส์ จึงหาข้อมูลคนที่มีคุณสมบัตินี้ทันที พวกเขาพูดคุยกันอยู่นานถึงนักเตะในลิสต์ของทีมแมวมอง แต่ทุกคนที่เขาต้องการถ้าไม่เป็นตัวสำคัญของทีมใหญ่ ก็มีค่าฉีกสัญญาค่อนข้างสูงทุกคน ระหว่างที่พวกเขายังขบคิดว่าจะทำอย่างไรต่อ ตฤณที่ได้แต่นั่งดูสถานการณ์อยู่ตลอดนึกถึงเรื่องดีๆออกจึงได้เสนอออกมาในที่ประชุมบ้าง

“ให้ผมถามคุณโธมัสไหมครับ วันก่อนเขาคุยกับผมเห็นว่ามีนักเตะใหม่คนนึงเข้ามาอยู่ในการดูแลของเขาแล้ว”

ตฤณคิดถึงโธมัส ไฮม์เมอร์ เพื่อนสนิทและเอเย่นต์ของเขากับติอาโก้ ซึ่งล่าสุดได้ข่าวว่าเขาติดต่อหาทีมให้นักเตะอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์

“ได้สิ เอเย่นต์ของนายคนนี้พวกฉันมั่นใจในตัวเขาอยู่นะ ไม่งั้นนายกับติอาโก้คงไม่เป็นนักเตะในการดูแลของเขาแน่ๆ”

ดนัยให้ตฤณติดต่อหาโธมัสทันที ทีมงานต่อโทรศัพท์ขึ้นจอมอนนิเตอร์เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นด้วย โธมัสรับสายแทบจะทันที เพราะรู้ว่าหากตฤณติดต่อมามักจะมีเรื่องสำคัญเสมอ

“ว่าไงตฤณ โทรมาตั้งแต่ 6 โมงเช้าของที่นี่เลย มีเรื่องสำคัญสินะ”

โธมัสรับสายในสภาพเพิ่งตื่นนอน ทรงผมยังยุ่งๆ ตาบวมแสดงถึงการนอนมายังไม่เต็มอิ่มมากนัก

“ผมขอโทษที่รบกวนเวลานอนนะครับ แต่เรามีเรื่องให้คุณช่วยจริงๆ”

“ว่ามาได้เลย ถ้าช่วยได้ฉันก็ยินดี”

คราวนี้เป็นดนัยที่ขอเป็นคนพูดเองบ้าง เพื่อจะสื่อสารได้ตรงจุดมากขึ้น

“โธมัส นายพอจะรู้จักนักเตะตำแหน่งกองหลังที่เล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับแบ็คขวาบ้างไหม ขอแบบราคาไม่แพงแต่อายุน้อยได้ก็ดี”

โธมัสแม้จะงัวเงียอยู่บ้าง แต่เมื่อถูกถามเรื่องนี้เขาก็หายง่วงในทันที

“โอ้ว! พอดีเลยครับคุณดนัย นักเตะคนใหม่ในสังกัดของผมมีแบบที่คุณต้องการพอดี”

“นายส่งข้อมูลมาได้ไหมโธมัส”

เอเย่นต์หนุ่มส่งข้อมูลให้ทันที ทีมงานของสโมสรก็เอาภาพขึ้นจอให้อ่านกันได้ง่ายขึ้นด้วย

“เขาชื่อ อเลสซานโดร ทรัปโปลี่ สัญชาติอิตาเลี่ยน อายุ 22 ปี สูง 184 คลิปการเล่นบางส่วนเดี๋ยวผมส่งให้เลย จริงๆผมว่าเขามีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ ถ้าคุณไม่ติดว่าเขาไม่มีทีมเล่นมา 6 เดือนล่ะนะ”

ดนัยได้รับข้อมูลว่านักเตะอิตาเลี่ยนคนนี้ไม่มีเกมมาครึ่งปีจึงเริ่มลังเล แต่เขาก็ขอคลิปการเล่นของนักเตะคนนี้เพื่อดูว่ามีสไตล์อย่างไร

“เขามีปัญหาอะไรถึงไม่มีทีมเล่นล่ะครับคุณโธมัส?”

ตฤณก็สะดุดกับข้อมูลตรงนี้เช่นกัน จึงอยากรู้ปัญหาที่แท้จริงเพื่อประเมินความเหมาะสมอีกครั้ง

“คือเขาเล่นในลีกรองของสวิตเซอร์แลนด์แล้วในช่วงที่จะหมดสัญญาเขาดันไปเจ็บซะก่อน แต่ไม่ใช่อาการรุนแรงอะไรหรอก เป็นอาการเจ็บที่หัวไหล่น่ะแต่ผ่าตัดเรียบร้อยตอนนี้ก็ปกติดี

แต่ช่วงตลาดนักเตะเปิดเขาหายไม่ทันก็เลยไม่มีใครดึงไปร่วมทีม นี่อเล็กซ์เขาก็ขอซ้อมกับสโมสรในลีกซีเรียดี อิตาลีไปพลางๆก่อนครับ”

ทุกคนเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น ขณะที่ดูคลิปการเล่นของ นักเตะดังกล่าวราว 10 นาที ดนัยกับ ดร.ฮันส์ ถึงกับแววตาเปล่งประกายขึ้นมา

“ด็อกเตอร์คุณคิดแบบผมใช่ไหม นี่มันเพชรที่ยังไม่เจียระไนชัดๆ”

ดนัยนั้นยิ้มอย่างกับคนที่ได้พบสิ่งที่ตัวเองอยากได้มากองตรงหน้า

“ใช่ ถ้ามาอยู่ในมือผมแล้วได้รับการเสริมสมรรถภาพทางร่างกาย เขาจะเป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งเลย”

ดร.ฮันส์ดูมั่นใจกับนักเตะคนนี้ไม่น้อยเช่นกัน

ตฤณเองก็ดูจะประทับใจการเล่นของ ทรัปโปลี่ แต่ไม่ได้พูดอะไรมากนัก ได้แต่คิดว่า

“หมอนี่เข้ามาเติมเต็มแนวรับได้อย่างสมบูรณ์แบบได้เลย”

ดนัยจึงบอกกับโธมัสให้ติดต่อนักเตะอิตาเลี่ยนคนนี้เพื่อมาทดสอบฝีเท้ากับทีมในอีก 3 วันหลังจากนี้ พวกเขาอยากจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะตลาดนักเตะรอบที่ 2 กำลังจะปิดลงในอีก 10 วันข้างหน้า โธมัสตอบรับและเตรียมดำเนินการให้ทันที

ในระหว่างที่ไทยลีกเลกที่ 2 ยังไม่เปิด ทีมเจ้าพระยา บราโว่ยังมีโปรแกรมฟุตบอลถ้วยลีกคัพอีก 1 รายการ ทว่าจากการประชุมทีมร่วมกับฝ่ายบริหารทุกฝ่ายต่างมีความเห็นร่วมกันว่า จะเปิดโอกาสให้นักเตะสำรองและเยาวชนของทีมเล่นทั้งหมด ทำให้พวกเขาตกรอบแรกของถ้วยนี้ไปด้วยการพ่ายแพ้ให้กับสิงห์ท่าเรือ ยูไนเต็ดไป 2-0

 

เมื่อถึงวันทดสอบฝีเท้าของทรัปโปลี่ ก็เป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการปรีซีซั่นเลก 2 แล้ว โธมัสเดินทางมายังสนามซ้อมของเจ้าพระยา บราโว่ พร้อมกับนักเตะในสังกัด ตฤณในฐานะกัปตันทีมออกมาต้อนรับว่าที่เพื่อนใหม่ แม้อเล็กซ์จะเป็นชาวอิตาเลียน แต่การที่เขาเล่นในสวิตเซอร์แลนด์ทำให้เขาสื่อสารทั้งภาษาเยอรมันและอังกฤษได้เป็นอย่างดี

“สวัสดีอเลสซานโดร”

ตฤณทักทายก่อนอย่างเป็นกันเอง ทำให้นักเตะอิตาเลี่ยนดูผ่อนคลายมากขึ้น

“เรียกผมว่าอเล็กซ์ก็ได้ครับ”

หนุ่มอิตาเลี่ยนถือโอกาสแนะนำตัวเองโดยปริยาย

“วันนี้เต็มทีเลยนะ หวังว่านายจะผ่านการทดสอบนะอเล็กซ์”

“Danke. (ขอบคุณครับ)”

ทรัปโปลี่ตอบกลับด้วยรอยยิ้มและพูดเป็นภาษาเยอรมัน เพราะเขาเองก็ทราบว่าตฤณนั้นมีพื้นหลังที่นั่นอยู่หลายปี

การทดสอบฝีเท้านั้นทำแบบเดียวกับที่นูโน่เคยทำ อเล็กซ์ได้เล่นในทีมของตัวสำรอง สู้กับทีมของพวกตัวจริง ครึ่งแรกเขาได้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เขาทำผลงานได้ดีพอสมควร แม้จะขาดการประสานงานที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม แต่ตลอด 30 นาทีเขาก็ดักทางการจ่ายบอลของทีมตัวจริงได้หลายครั้ง

“อืม อเล็กซ์เป็นกองหลังประเภทดักจังหวะสินะ ก็อาจจะดีเพราะเราเอง ไทเกอร์แล้วก็ยานนิค ค่อนข้างจะเป็นสายเข้าสกัดกันทั้งนั้น”

ตฤณมองดูว่าที่เพื่อนร่วมทีมคนใหม่ด้วยความสนใจ เช่นเดียวกับดนัยและ ดร.ฮันส์

“ด็อกเตอร์คุณคิดแบบผมไหม ผมว่าอเล็กซ์ยังมีบางอย่างที่เก็บงำไว้แล้วไม่แสดงออกมา”

“ใช่เลยคุณดนัย ผมว่าเขาแค่ขาดเกมไปนาน ทำให้ศักยภาพจริงๆยังไม่เปิดเผย ถ้าเขาเป็นอย่างที่เรา 2 คนคิด พ่อหนุ่มนี่จะเป็นกำลังสำคัญที่พาเราไปถึงเป้าหมายได้เลยล่ะ”

เกมอีก 30 นาทีหลัง ทรัปโปลี่ยังคงอยู่กับทีมตัวสำรอง แต่ขยับมาเป็นแบ็คขวาเขาสามารถดักตัดบอลจ่ายก่อนที่จะถึงปีกซ้ายของทีมตัวจริงได้ทั้งหมด

“โห พี่ตฤณ เจ้าหนุ่มอิตาเลี่ยนนี่ดักบอลที่จะจ่ายถึงผมไปหมดเลย ผมว่าแบบนี้ผ่านชัวร์ เตรียมตัวต้อนรับเขาได้เลย”

ปัฐวีร์ บ่นหลังเกมเนื่องจากวิ่งแบบไม่ได้บอลในเกมรุกตลอด 30 นาทีหลัง

“ฉันว่าเขาจะเก่งได้กว่านี้ถ้ามีเกมการเล่นเยอะขึ้น โชคดีของพวกเราแล้วที่เจอเขาก่อน ถ้าเขาต้องมาเป็นคู่แข่งกับเรา ฉันก็จินตนาการไม่ออกเลยว่าจะผ่านเขาได้ยังไง”

ตฤณยอมรับในฝีเท้าของเพื่อนใหม่แล้ว หลังจบการทดสอบ  ดนัยให้โธมัสกับทรัปโปลี่ไปพูดคุยรายละเอียดกันต่อในห้องรับรอง คุยกันเพียง 30 นาที ก็ได้ข้อสรุปว่าทีมงานโค้ชพอใจมากโดยไม่จำเป็นจะต้องทดสอบเพิ่มตามกำหนด 5 วัน และจะให้เขามาคุยรายละเอียดสัญญาอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นทันที

ตฤณมองดูว่าที่นักเตะใหม่ด้วยใจที่รู้สึกฮึกเหิมไม่น้อย เมื่อกำลังจะเดินทางกลับเขาพบมินทิราอยู่หน้าสนามซ้อมพร้อมทีมงาน 2 คนจึงกล่าวทักทาย

“สวัสดีครับคุณมิน”

หญิงสาวที่กังง่วนกับการสั่งงานได้ยินเสียงเขาจึงหันมาพร้อมรอยยิ้ม

“อ้าว พี่ตฤณซ้อมเสร็จแล้วสินะคะ”

“ครับคุณมิน ว่าแต่คุณมาทำอะไรที่นี่ล่ะครับ”

มินทิราหันไปบอกทีมงานให้ไปทำงานของตัวเองตามที่เธอสั่งแล้วจึงคุยต่อ

“ก็มาจัดการเรื่องดูแลนักเตะใหม่นี่ล่ะค่ะ มินอยากให้ทุกอย่างมันเรียบร้อย”

ตฤณรู้สึกประทับใจที่ผู้บริหารสาวคนนี้ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แม้เรื่องนี้เธอไม่ต้องลงมาดูแลเองก็ได้ แต่เธอก็มักจะทำเสมอ

“คุณมินดูจริงจังมากเลยนะครับ ที่ผ่านมาก็ดูแลพวกผมดีมากๆ นี่น้องๆในทีมเขาคุยกันเลยว่าคุณมินเป็นเหมือนพี่สาวสายเปย์”

ตฤณพูดติดตลกจนเขาเองก็รู้สึกว่าขัดกับบุคลิกของตัวเองอยู่มากกว่าปกติ แต่มินทิรากับยิ้มรับมุขนี้เสียอย่างนั้น

“ดีใจที่น้องๆในทีมคิดแบบนั้นนะคะ มินก็มองทุกคนเหมือนเป็นญาติพี่น้องจริงๆล่ะค่ะ อะไรที่บทบาทของมินทำให้ได้ก็อยากทำให้เต็มที่”

หญิงสาวพูดอกจากใจจริงของเธอ ทำเอาตฤณรู้สึกดีไม่น้อย

“ยังไงก็ขอบคุณนะครับ”

“ยินดีค่ะพี่ มีอะไรก็ฝากบอกผ่านทีมงานมได้เลยนะคะ ถ้ามินเป็นพี่สาวสายเปย์ พี่ตฤณก็คงเป็นพี่ชายคนโตของทีมล่ะค่ะ”

มินทิราพูดพลางหัวเราะเล็กน้อยในลำคอ ก่อนที่เลขาของเธอจะเดินมาบอกให้เดินทางไปทำภารกิจในอีกที่ตามตารางที่วางไว้

“มินไปก่อนนะคะ ถ้านักเตะใหม่เซ็นสัญญาเรียบร้อย ฝากพี่ชายของทีมดูแลด้วยนะคะ”

มินทิราโบกมือเล็กน้อยก่อนจะขึ้นรถไปกับเลขา แม้เป็นการสนทนาสั้นๆ แต่ต่างฝ่ายต่างรู้สึกดีไม่น้อยที่ได้พบกัน

“อืม ว่าไปก็เหมือนเราเป็นพี่ชายคนโตของทีมจริงๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราแบกทีมไว้ทั้งหมดหรอก ก็เพราะทุกคนช่วยกันจนมาถึงจุดนี้ได้”

ตฤณหันกลับไปมองป้ายที่โปรโมทการแข่งขันในเลกที่ 2 ซึ่งทีมช่างกำลังเอาป้ายขึ้นอยู่ด้วยใจที่เต้นแรง ภาพของเขายืนเด่นคู่กับวิชญ์พลถูกวางไว้อย่างโดดเด่นและให้อารมณ์ของการต่อสู้ที่ร้อนแรงอย่างยิ่ง

“เกมแรกของเลก 2 เราต้องเจอกับคู่แข่งที่ทุบเราจนเละในเกมแรกมาสินะ แต่วันเสาร์หน้าทุกอย่างจะไม่เหมือนเดิม ฉันกับเพื่อนจะทำให้พวกคุณลำบากเอง บุรีรัมย์ ธันเดอร์”

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!