“สวัสดีครับผม ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย ขอประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติไทยชุดที่จะอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์พบกับโอมาน และ ทาจิกิสถานดังนี้ .....”
ตฤณเฝ้ารับชมการประกาศรายชื่อนี้อย่างใจจดใจจ่อ การประกาศจะเรียงตามชื่อของสโมสรต้อนสังกัด
“ขอให้เรามีชื่อทีเถอะ”
เขาลุ้นด้วยใจระทึก ครั้งนี้ถือว่าใกล้ที่สุดแล้วกับความฝันการได้ติดทีมชาติไทยของเขาตั้งแต่กลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งเมื่อเกือบ 7 ปีก่อน
“จากสโมสร เจ้าพระยา บราโว่ ณวริศ กระต่ายทอง, ยานนิค โกรส และ วิฬาร์วิทย์ สิงห์สกุล ”
ตฤณเอนกายพิงโซฟาในห้องแทบจะทันทีที่ไม่ได้ยินชื่อของเขา ความคิดหลายอย่างพุ่งเข้าโจมตีจิตใจของเขาแทบจะฉับพลัน เขาต้องสู้กับความคิดลบๆเพียงลำพังในห้องส่วนตัวอยู่ราว 5 นาที แต่แล้วก็พยายามตั้งสติดีดความคิดที่จรเข้ามาออกไป เขานึกถึงภาพต้นหญ้ากลางสายลมอีกครั้ง ทุกอย่างจึงสว่างและเบามากขึ้น
พอดีกับที่การประกาศรายชื่อเสร็จในห้องแถลงข่าวฝ่ายจัดจึงเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวถามคำถามได้
“จากสปอร์ตทีอาร์นะครับ ไม่ทราบว่าทำไมนักเตะจากทีมอย่างเจ้าพระยา บราโว่ถูกเรียกติดทีมครึ้งนี้ถึง 3 คนเลยครับ”
“พวกเขาทำหน้าที่กับสโมสรได้ดีมากครับ โดยเฉพาะว่าทั้ง 3 คนเล่นในตำแหน่งที่เรามีตัวเลือกไม่มาก ในไทยลีกส่วนใหญ่แนวรุกกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟมักจะใช้นักเตะต่างชาติ”
หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา
“ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่เรียกตฤณ วายุโชติ มาติดทีมครั้งนี้ด้วยล่ะครับ สถิติของเขาเรียกว่าเป็นอันดับ 1 ของกองหลังคนไทยในลีกนี้เลย”
นักข่าวคนเดิมถามอย่างจี้ตรงจุด
“เป็นคำถามที่ดี ผมมีโอกาสได้ดูเขาเล่นมาตลอดนะ เพียงแต่ผมอยากสร้างทีมสำหรับเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะเริ่มในปีหน้า ผมอยากใช้นักเตะที่อายุน้อยกับพวกที่มีประสบการณ์ในเกมระดับชาติมารวมกัน อย่าลืมว่าจบฤดูกาลนี้เราต้องเล่นเอเชียนคัพรอบสุดท้ายด้วย”
“หมายความว่าตฤณเขาทั้งแก่เกินไปและเป็นเพียงนักเตะระดับธรรมดาสินะครับถึงได้ไม่ถูกเลือก”
นักข่าวอีกสำนักยิงคำถามแบบจงใจปั่นให้เกิดกระแสดราม่าทันที โค้ชเฟร์เรร์รู้สึกว่าหากตอบอะไรผิดไปแม้เพียงเล็กน้อยกระแสแฟนบอลจะถล่มเขาเช่นกัน
“คงไม่กล่าวว่าเป็นแบบนั้นหรอก ถ้าตฤณเขาทำผลงานได้โดดเด่นจริงๆและผมพิจารณาว่าสิ่งที่เขามีจะเป็นประโยชน์กับทีมชาติไทย ผมก็ปฏิเสธเขาไม่ได้แน่นอน”
ตฤณที่ฟังอยู่ด้วยใจที่นิ่งสงบมากขึ้นมีความคิดหนึ่งแหวกขึ้นมาจนทำให้เขามุ่งมั่นยิงกว่าเดิม
“ฉันก็แค่ทำผลงานพิสูจน์ว่าตัวเองดีพอสินะ”
เขาเอนร่างลงนอนกับโซฟาอย่างผ่อนคลายพลางหลับตานอนพักก่อนที่จะมีการซ้อมในช่วงเย็น ก่อนเคลิ้มหลับไปข้อความในสมองก็ผุดขึ้นอีกครั้ง
“ก็แค่พยายามมากกว่าคนอื่น เราก็ทำแบบนี้มาทั้งชีวิตอยู่แล้ว”
ตฤณไปถึงสนามซ้อมก่อนเวลาราว 1 ชั่วโมงพอดีว่าได้พบกับมินทิราที่เดินผ่านมาพอดี คุณหนูคนสวยยิ้มกว้างมาแต่ไกลเธอเดินตรงมาหาเขาทันที
“พี่มาเร็วจัง ซ้อมตั้ง 5 โมงเย็นไม่ใช่เหรอคะ?”
“ครับคุณมิน ผมมาเตรียมพร้อมอะไรนิดหน่อยครับ”
“พี่ตฤณคิดมากเรื่องทีมชาติรึเปล่าคะ?”
มินทิรารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นจึงถามด้วยความห่วงใย สายตาที่หม่นลงเล็กน้อยของเธอที่แสดงออกมามากพอที่ตฤณจะรู้สึกได้ว่าเธอคิดถึงใจเขาจริงๆ
“ยอมรับว่าคิดครับ แต่ผมวางมันได้แล้วล่ะ”
มินทิราสังเกตอาการและสีหน้าของตฤณที่ดูผ่อนคลายก็หายเป็นห่วงเขาไปได้หลายส่วน
“แล้วนี่อย่าบอกนะคะว่ามาก่อนตั้งเป็นช่วงโมงเพื่อมาซ้อมพิเศษคนเดียว”
“คุณมินเดาถูกได้ยังไงครับ?”
“แหมก็พี่ตฤณเป็นแบบนี้เสมออยู่แล้ว ตึกที่มินทำงานอยู่ใกล้สนามซ้อม ก็ต้องเห็นตลอดล่ะค่ะ ถึงจะไม่เห็นเพราะออกไปทำงานกับชุมชนยังไงก็ต้องมีคนคาบข่าวมาบอกอยู่ดี”
ตฤณเผลอยิ้มเล็กๆเมื่อทราบว่ามินทิราใส่ใจเขามากกว่าที่คิด
“มินขอไปดูพี่ตฤณซ้อมได้ไหมคะ สัญญาว่าจะไม่เอาความลับไปบอกใครหรอกค่ะ”
“เอ่อ.... ได้ครับ กลัวแต่ว่าคุณมินจะเบื่อมากกว่า”
“ไม่เบื่อหรอกค่ะ อยู่กับพี่ตฤณทั้งวันมินก็อยู่ได้”
ตฤณรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก เขายอมให้หลานสาวของประธานสโมสรไปดูเขาซ้อมลูกตั้งเตะได้โดยไม่ขัดข้อง ตฤณซ้อมอยู่ราว 40 นาทีจึงเสร็จสิ้น เขาจึงขอตัวไปซ้อมกับทีมต่อ แต่มินทิราก็ยังคงนั่งชมการซ้อมอยู่ห่างๆไม่ได้ออกไปไหนอีก
“ก็ไม่รู้ทำไมนะ เราถึงอยากรู้จักเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่เท่าที่รู้จักกันมาหลายเดือน พี่เขาเป็นคนที่มีแต่คนรักจริงๆ”
หลานสาวเจ้าของสโมสรนั่งชมการซ้อมก็จริง แต่ใจของเธอกลับลอยไปหาตฤณเพียงคนเดียว
“ป้าดาวก็บอกเราว่าเรื่องหัวใจ บางทีมันก็ต้องลองเปิดโอกาสดู เอาล่ะมิ้นท์เธอต้องกล้าในเรื่องนี้บ้างแล้วล่ะ”
มินทิรายิ้มหลังจากคิดกับตัวเองได้จบ เธอนั่งมองการซ้อมอย่างอารมณ์ดีเพียงลำพัง ขณะที่คนในสนามนั้นไม่ได้สังเกตว่ามีเธออยู่ด้วยแม้แต่น้อย
ภายหลังการฝึกซ้อมของทีมจบเธอค่อยๆเดินมาหาตฤณในจังหวะที่เขาอยู่คนเดียวอีกครั้ง
“เอ่อ คุณมิน ยังไม่กลับเหรอครับเนี่ย?”
“ยังค่ะ มินมีเรื่องนึงที่อยากจะคุยกับพี่ด้วย”
ตฤณไม่คิดอะไรมากนักเขาพยักหน้าตอบรับโดยดี ปล่อยให้หญิงสาวพูดต่อ
“ถ้าไงวันที่ทีมชาติแข่ง พี่ไปกับมินได้ไหมคะ มินอยากไปเชียร์น้องๆทีมเรา”
คำชวนของมินทิราทำเอาตฤณรู้สึกเย็นวาบจากแผ่นหลังขึ้นมาถึงศีรษะ แม้ใจหนึ่งจะรู้สึกว่าตัวเขาเองไม่เหมาะที่จะไปกับเธอ แต่อีกใจนั้นกลับอยากไปอย่างที่สุดและมีเหตุผลที่ว่าฝ่าหญิงสาวเอ่ยปากชวนด้วย ตฤณจึงคิดว่าหากปฏิเสธไปจะดูเสียมารยาท สมองของเขาประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งจึงคิดว่าการตอบรับไมตรีนี้ดูจะเป็นผลดีมากที่สุด
“ครับได้ ขอบคุณมากนะครับคุณมินที่ให้เกียรติผมขนาดนี้”
มินทิรายิ้มรับอย่างดีใจ เธอยื่นมือมาเป็นสัญลักษณ์ว่าขอจับมือสัญญากัน ตฤณรู้สึกเขินเล็กน้อยและสัมผัสเพียงปลายมือเท่านั้น
“ว่าแต่ เราจะไปกันยังไงล่ะครับ ให้ผมขับรถตามไปเจอกันที่กรุงเทพรึเปล่า?”
มินทิรายิ้มเล็กน้อย แม้ใจจะประหม่าอยู่บ้างแต่ก็กล้ามากพอที่จะพูดตรงๆ
“มิ้นท์ขอเป็นคนขับรถเอง แล้วเราไปด้วยกัน 2 คนนะคะ”
คำเชิญชวนนี้ทำเอาตฤณหัวใจเต้นแรงแทบทะลุออกมา จำต้องพยายามสะกดอารมณ์ไว้อย่างหนัก ใจหนึ่งมองว่ามินทิราจะเสียหายหากมีคนพบว่าเธอไปกับเขา ราวกับหญิงสาวจะอ่านใจเขาออกจึงชิงพูดดักคอตฤณเอาไว้
“ไม่ต้องห่วงนะคะ มิ้นท์จะบอกกับคุณลุงแล้วก็ป้าดาวว่าไปกับพี่ ทั้ง 2 คนไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”
“เอ่อ...ครับคุณมิน ขอบคุณที่ให้เกียรติผมนะครับ”
มินทิรามองตาของเขาแล้วพูดต่อเพียงสั้นๆ
“งั้นเจอกันนะคะ มิ้นท์จะรอ”
ตฤณแปลกใจอีกครั้งเพราะมินทิราเรียกตัวเองว่า”มิ้นท์” แบบเดียวกับเวลาที่คุยกับวิฑูรย์,ดุจดาวและวิทวิน ทุกครั้งที่คุยกับคนอื่นเธอจะเรียกตัวเองและให้คนอื่นเรียกว่า “มิน” เสมอ แต่เขาก็ระงับความสงสัยไว้ได้แต่เพียงก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วขอตัวตัวกลับที่พัก แม้ใจของเขาจะเต้นแทบไม่เป็นจังหวะก็ตาม เขาเองยังพยายามคิดในแง่ที่ว่า
“ก็แค่ไปดูทีมชาติแข่งคงไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอก”
เกมไทยลีกนัดต่อมา เจ้าพระยา บราโว่ เป็นการบุกไปเยือนทีม ฟอร์ซ่า เมืองกาญจณ์
นาทีที่ 30 เจ้าพระยา บราโว่ ได้ฟรีคิกระยะ 30 หลาตรงกึ่งกลางประตู เขาเรียกดิดิเย่ร์มาบอกแผนการเล่น
“ดีดี้นายไปยืนติดกับกำแพงฝั่งนั้นเลยนะ ถ้าฉันวิ่งมายิงเมื่อไหร่ นายแค่กระโดดขึ้นก็พอ”
“ครับกัปตัน”
กองหน้าชาวแอฟริกันตอบรับแม้ไม่รู้ว่าตฤณคิดจะทำอะไร
ตฤณวิ่งเข้ามาซัดบอลเรียดแต่ติดไซด์ก้อยเล็กน้อย ดิดิเยร์กระโดดพ้นจากบอลอย่างฉิวเฉียด บอลพุ่งเร็วและเล่นทางอย่างแม่นยำ ผู้รักษาประตูของ เมืองกาญจณ์ ไม่สามารถมองเห็นและป้องกันได้ทัน เจ้าพระยา บราโว่ ขึ้นนำไป 1-0
นาทีที่ 70 ตฤณซึ่งรับบทบาทแบ็คซ้ายในเกมนี้ได้บอลมาทางริมเส้น เขาเห็นดิดิเย่ร์อยู่ในจุดที่ได้เปรียบจึงตัดสินใจจะครอสบอลเข้าไป
“ถ้าเปิดไซด์โป้งเข้าไปดีดี้จะยิงเต็มข้อจนบอลข้ามคานหรืออะไรสักอย่างแน่ เอาแบบนี้ดีกว่า”
ตฤณวิ่งข้ามบอลไป 1 ก้าวเอี้ยวตัวเล็กน้อยเปิดบอลด้วยไซด์ก้อยแทน บอลโค้งเข้าหาประตู กองหน้าผิวสีไม่สนใจอะไรเขาง้างหวดสุดแรงเช่นเคย
“เต็มข้อโว้ย!”
จากการที่บอลเลี้ยวหนีตัวเขาทำให้จังหวะยิงของดิดิเย่ร์ คัวซี่ โดนเพียงปลายเท้า แต่บอลกลับอยู่ในทิศทางที่ดีเข้าประตูไปทำให้ เจ้าพระยา บราโว่ นำห่างเป็น 2-0 และชนะไปด้วยสกอร์นี้
เกมต่อมาพวกเขาเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เชียงราย ไรนอส ทีมเยือนยังคงมีซิมแตยง ศูนย์หน้าร่างใหญ่เป็นทีเด็ดในแดนหน้า และเปาโลที่เคยเล่นงานแนวรับของพวกเขาจนปั่นป่วนมาแล้วในเลกแรกที่พบกัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ซิมแตยงถูกยานนิค โกรส จัดการจนอยู่หมัด ขณะที่เปาโลที่ต้องปะทะกับตฤณโดยตรงถูกล็อคตายจนกระดิกไม่ออก ภูวนาท มิดฟิลด์ตัวเก่งของทีมเยือนก็ถูกริวซึเกะตามประกบจนล้มกลิ้งแต่ไม่ฟาล์วในทุกจังหวะ
นาทีที่ 45 เจ้าพระยา บราโว่ ได้เตะมุมทางด้านมุมธงขวา ตฤณเรียกดิดิเย่ร์มาคุยแผนอีกครั้ง
“ดีดี้นายไปยืนตรงเสาแรกนะฉันจะทำอะไรบางอย่าง”
“ได้ครับกัปตัน”
“จำไว้เรื่องนึงก็พอ อย่าเต็มข้อนะดีดี้”
ดิดิเย่ร์ทำหน้าจ๋อยเล็กน้อยแต่เขาเชื่อมั่นในความคิดของตฤณเหมือนลูกศิษย์ที่เชื่อครู จึงไปยืนที่เสาแรกตามคำสั่ง
ตฤณเปิดบอลโค้งเข้าหาประตูบอลเข้าหัวกองหน้าแอฟริกันอย่างเหมาะเหม็งแต่เขากลับไม่รู้จะทำอย่างไรจึงโหม่งไม่เต็มนัก บอลแฉลบไปทางเสาไกล ณวริศที่รอโอกาสอยู่เข้าแทรกจังหวะนี้ทันที
“โพรงกระต่ายมีโพรงเดียวแต่มีแค่ฉันที่เห็น”
ณวริศทำทีจะถอยหลังไปเสาไกลตัวประกบจึงเคลื่อนที่ตาม แต่ฉับพลันเขาพุ่งตัวไปที่กลางประตูก่อนที่บอลที่แฉลบดิดิเย่ร์มาจะไปถึงเสาไกล ณวริศโหม่งจ่อๆเข้าไปอย่างง่ายดาย เจ้าพระยา บราโว่ ขึ้นนำ 1-0
ครึ่งหลังนาทีที่ 80 พวกเขาได้ฟรีคิกระยะ 25 หลาทางริมเส้นด้านขวา มุมมีไม่มากนักแต่ว่าตฤณกลับยืนมองอย่างสงบ
“พวกเขารู้ว่าจังหวะนี้เรามีโอกาสจะยิง แต่รู้ไปก็เท่านั้น”
กำแพงของ เชียงราย ไรนอส ยืนกันถึง 4 คนเพื่อปิดมุมให้มากที่สุด มีตัวยืนคุมเสาไกลอีก 1 คน ตฤณวิ่งมายิงโดยไม่ใส่สปินไซด์โค้งใดๆ เขาใช้ Slayer shoot ด้วยแรงเพียง 50% บอลพุ่งแรงแล้วมุดลงเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกโดยที่ผู้รักษาประตูไม่มีสิทธิ์ที่จะป้องกันได้
“โอ้โห ลูกนี้ตฤณ วายุโชติ ทำได้อีกแล้วครับ ฟรีคิกสุดสวยให้เจ้าบ้านนำห่าง 2-0 นี่ยิงต่อหน้าผู้ช่วยโค้ชทีมชาติเลยล่ะครับ”
ผู้บรรยายพูดถึง อินยากี้ ซานเชช ผู้ช่วยโค้ชชาวสเปนของโค้ชเฟร์เรร์ ซึ่งส่งมาเช็คฟอร์มของผู้เล่นทั้ง 2 ทีมที่มีชื่อในทีมชาติ กล้องที่ถ่ายทอดสดก็จับภาพมาที่เขาอยู่พักใหญ่ทั้งตอนที่ตฤณทำประตูได้ และเมื่อจบเกมการแข่งขัน
หลังจบเกมมีสื่อออนไลน์ช่องหนึ่งไปขอสัมภาษณ์ อินยากี้ ซานเชช อีกด้วย
“วันนี้พอใจฟอร์มการเล่นของคนที่ติดทีมชาติชุดนี้ไหมครับ?”
“ครับ พวกเขาทำผลงานได้ดีกันทุกคน อย่างณวริศก็ทำประตูได้ด้วย”
“แล้วคุณคิดยังไงกับฟอร์มของตฤณ วายุโชติครับ?”
ผู้ช่วยโค้ชทีมชาติชาวสเปนอึดอัดที่จะตอบได้แต่พูดเลี่ยงๆไปว่า
“เขาเป็นนักเตะที่ดีครับ ถือว่าวันนี้เป็นวันของเขาเลย วันนี้พอแค่นี้นะครับ ผมต้องไปแล้ว”
อินยากี้ ซานเชช ตัดบทและขอตัวกลับไปก่อน แต่เสียงของแฟนบอลทางโซเชี่ยลมีเดียนั้นกลับวิจารณ์ทีมชาติกันอย่างกว้างขวางที่ไม่เรียกตฤณติดทีมชาติ แม้จะไม่ได้เป็นกระแสลบด่าทอกันก็ตาม เพราะในทีมชาติชุดนี้ก็มีผู้เล่นคนสำคัญติดทีมมาครบทั้งหมด ฌานเดช นักเตะตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวหลักของทีมชาติไทยซึ่งปัจจุบันเล่นอยู่ในเจลีก 2 ของญี่ปุ่น ติดทีมชาติมากว่า 30 นัดก็ยังมีชื่ออยู่เช่นกัน
เมื่อถึงเช้าวันแข่งขันของทีมชาติไทยซึ่งเป็นเกมที่เล่นกันในวันพฤหัสบดีถัดมา ซึ่งแข่งที่กรุงเทพ
“ดีใจที่มาตามนัดนะคะ”
มินทิราเอ่ยปากทักทายตฤณที่วันนี้แต่งตัวสบายๆ เขาใส่เสื้อโปโลแบบพอดีตัวสีเลือดหมู แต่ใส่กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม รองเท้าผ้าใบสีขาว เข้ากับเธอที่สวมเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีดำสลับขาวกางกางยีนส์พอดีตัวสีฟ้าอ่อน
“ให้ผมนั่งรถคันนี้เหรอครับ?”
เบนท์ลี่ย์สุดหรูสีดำขลับจอดอยู่ตรงหน้า มินทิราอาสาขับรถพาตฤณไปดูเกมทีมชาติไทยอุ่นเครื่องกับโอมานที่จะเล่นกันช่วงค่ำ
“ค่ะขึ้นเลยนะคะผู้โดยสาร เดี๋ยวโชเฟอร์คนนี้พาไปเองค่ะ”
ตฤณก้าวขึ้นรถแบบเขินๆ แต่ก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่มินทิราไปกับเขา ตลอดทางทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ หญิงสาววัย 28 ปีเธอเป็นคนที่ชอบฟุตบอลแบบเข้าเส้นเลือดอยู่แล้วการสนทนาทั้งหมดจึงเป็นเรื่องนี้
“พี่ตฤณว่านักเตะของทีมเราจะทำได้ดีไหมคะวันนี้”
“ผมก็หวังว่าทุกคนจะเล่นได้แบบไม่มีปัญหานะครับ”
“รอบนี้พี่ตฤณไม่ติด แต่เชื่อเถอะค่ะ ครั้งหน้าไม่พลาดแน่”
ตฤณยิ้มรับคำชมนั้น หลังจากถึงกรุงเทพตั้งแต่เที่ยงและพากันไปรับประทานอาหารและหาร้านคาเฟ่นั่งคุยกันรอเวลา พวกเขามาถึงสนามแข่งก่อนเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง บรรยากาศแม้จะไม่คึกคักมากนักเพราะเป็นเกมอุ่นเครื่อง แต่คนก็มากันหนาตาอยู่ดี ตฤณตื่นเต้นกับบรรยากาศนี้อย่างมาก มินทิรากับตฤณเดินไปบนอัฒจันทร์ ยิ่งใกล้เวลาแข่งขันมากเท่าไหร่ ความตื่นเต้นของตฤณที่จะได้เห็นรุ่นน้องในสโมสรของเขาเปิดตัวกับทีมชาติก็มากขึ้นทุกที
“พวกนายทำหน้าที่แทนฉันไปก่อนนะ ยานนิค, ไทเกอร์ , ต่าย ฉันไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอกยังไงเราก็ต้องติดทีมชาติด้วยกันในวันข้างหน้าแน่ๆ”