“ไงริวคุง เดี๋ยวนี้พูดไทยเก่งขึ้นเยอะเลยนะ”
ตฤณทักทายริวซึเกะ ขณะยืดกล้ามเนื้อหลังการซ้อม และไม่เห็นว่านักเตะญี่ปุ่นคนนี้ใช้หูฟังอัจฉริยะของ D.V.group ที่สามารถแปลภาษาได้อัตโนมัติ ต่างจากนักเตะต่างชาติคนอื่น ถึงแม้สโมสรมีนโยบายให้ทุกคนต้องพูดไทยให้ได้ แต่หลายคนก็ยังมีปัญหาในการเรียนรู้อยู่ไม่น้อย
“ครับตฤณเซ็นไป(รุ่นพี่ตฤณ) คงเพราะผมสนใจเรื่องภาษามาตั้งแต่ ม.ต้น ด้วย”
“เรียนจบด้านภาษาศาสตร์ด้วยสินะ?”
“ใช่ครับ ผมเลยค่อนข้างจะปรับตัวได้ง่ายกว่าคนอื่นบ้าง”
“ตั้งแต่รู้จักกันมา ฉันไม่ค่อยได้คุยกับริวคุงมากเลยนะ ที่บ้านทำอะไรล่ะ?”
“ที่บ้านพ่อผมเป็นอาจารย์สอนไอคิโด้ครับ มีพี่ชายอีกคนเป็นนักกีฬายูโด ตอนนี้เขาติดทีมชาติญี่ปุ่นแล้วด้วยครับ”
“แบบนี้คงมีวิชาติดตัวมาบ้างสินะ”
ริวซึเกะก้มหน้าไม่ตอบอะไรมาก พูดเพียงสั้นๆว่า
“ครับ”
แล้วขอตัวเดินทางกลับที่พักเสียก่อน
“เล่นด้วยกันมาหลายเดือน เรายังไม่ค่อยเห็นจุดเด่นของริวคุงมากเท่าไหร่ แต่เขาก็เป็นคนที่วินัยสูง และเล่นได้ตามแผนทุกกระเบียดนิ้วมากที่สุดในทีมเลย”
ตฤณนึกย้อนถึงการเล่นของเพื่อนร่วมทีมชาวญี่ปุ่นคนนี้ เขาสังเกตได้เรื่องหนึ่งคือ ทุกประตูของทีมที่เสียไป มักจะไม่ได้มาจากการถูกเจาะทางฝั่งของริวซึเกะแม้แต่ลูกเดียว
“ทำไมกันนะ นักเตะคู่แข่งเมื่อเจอริวคุงมักจะต้องเสียหลักล้มลงโดยไม่ฟาล์วทุกครั้ง?”
ตฤณส่ายหน้าเพราะขบคิดไม่สุด เขาจึงเลิกคิดแล้วกลับไปที่พัก เพื่อเตรียมสัมภาระสำหรับเดินทางไปแข่งในวันเสาร์
เย็นวันศุกร์ทีมเจ้าพระยา บราโว่ ลงซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนวันแข่ง พวกเขาตัดสินใจไม่ซ้อมที่สนามแข่งจริง และทำเพียงการซ้อมเบาๆเท่านั้น หลังจากซ้อมเสร็จดนัยจึงสรุปแผนการเล่นตรงนั้นทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา
“เอาล่ะ พรุ่งนี้จริงๆก็ถือว่าเป็นเกมหนักมากของเรานะ เมืองนนท์ ยูไนเต็ด พวกเขามีเกมบุกที่ดี นักเตะส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กปั้นของสโมสรทำให้ทีมเวิร์คดีเยี่ยม เล่นในถิ่นเขาแฟนบอลจะกดดันพวกเรามหาศาลเลย”
ดนัยหยุดพูดเล็กน้อยแล้วมองมาที่ริวซึเกะเพื่อกำชับกับเขาโดยตรง
“ริวคุง นายทำหน้าที่คอยตามประกบเบอร์ 10 ของฝั่งนั้นดีๆนะ เขาเป็นตัวอันตรายเลย เพราะยิงเองก็ได้จ่ายบอลในแดนสุดท้ายก็ดี”
ดนัยกำลังพูดถึง นิโคล่า มาริช นักเตะชาวโครแอตวัย 29 ปี ที่ในฤดูกาลนี้มีสถิติชนะการดวลตัวต่อตัวมากที่สุดในลีก การจะหยุดนักเตะคนนี้ได้อาจจะต้องใช้ผู้เล่นถึง 2 คนเป็นอย่างน้อย
“ครับโค้ช! เชื่อใจผมได้”
ริวซึเกะพยักหน้าตอบรับอย่างไม่สะทกสะท้านนัก หน้าตาแม้ดูเรียบเฉยแต่ตฤณอ่านออกว่านักเตะชาวญี่ปุ่นมีความมั่นใจอยู่หลายส่วน
“โอเค งั้นพรุ่งนี้เหมือนเดิมนะ เราจะเล่นรัดกุมไว้ก่อน อย่างน้อยที่สุดต้องมีแต้มกลับออกมา วันนี้พอเท่านี้ไปพักกันได้”
ตฤณที่ศึกษาคู่แข่งมามากพอสมควรรู้สึกกังวลแทนริวซึเกะอยู่ไม่น้อยที่ต้องรับหน้าที่ป้องกันตัวเก่งของคู่แข่ง แต่เขาก็เชื่อใจดนัยจะมองขาดว่าคนที่เขามอบหมายจะทำหน้าที่นี้ได้ดี
ณ สนามแข่งขัน กิริน สเตเดี้ยม ความจุกว่า 18,000 คน วันนี้แฟนบอลเจ้าถิ่นมากันหนาตาพอสมควร แม้จะไม่เต็มความจุ แต่ก็อยู่ในระดับ 10,000 คนเป็นอย่างน้อยเช่นกัน แฟนทีมนี้มีการเชียร์ที่ดุดันทีมหนึ่ง โดยเฉพาะอัฒจันทร์ฝั่งทิศใต้ที่เป็นกลุ่มอัลตร้า ขนาดว่าแค่ตฤณกับเพื่อนๆเดินผ่านตรงนั้นก็มีเสียงตะโกนแซวและ พูดข่มขวัญอยู่ตลอดเวลา
เสียงโฆษกสนามประกาศรายชื่อผู้เล่นทั้ง 2 ทีมผ่านไปหลายคนจนกระทั่งประกาศรายชื่อนักเตะขวัญใจเจ้าถิ่น
“ผู้เล่นหมายเลข 10 นิโคล่า มาริช”
เสียงปรบมือ โห่ร้องดังกึกก้องทันที บ่งบอกว่าเขาคือนักเตะคนสำคัญเพียงไหนสำหรับ เมืองนนท์ ยูไนเต็ด
“เอาล่ะครับวันนี้ทีมเจ้าบ้านมาในระบบ 4-3-3 นะครับ ส่วนเจ้าพระยา บราโว่ ทีมเยือนวันนี้เน้นความรัดกุมเลยครับจัดระบบ 5-4-1 มาเลย”
ผู้บรรยายเกมยังรู้สึกแปลกใจที่ทีมเยือนปรับระบบอีกครั้งเน้นเกมรับอย่างสูง เกมเริ่มขึ้นมาเพียง 3 นาที นิโคล่า มาริช ได้บอลบริเวณกลางสนามในจังหวะที่เจ้าพระยา บราโว่ถูกตัดบอลขณะทำเกมรุก สถานการณ์อยู่ในจังหวะเสี่ยงทันที
“ทุกคนรีบลงมาเร็วเข้า!”
ตฤณตะโกนบอกเพื่อนๆให้รีบมาประจำตำแหน่งเกมรับ ตอนนี้เหลือเพียงเขา ยานนิค และไทเกอร์เท่านั้นที่ประคองอยู่ ส่วนเจ้าบ้านนั้นมอง 2 กองหน้าชาวบราซิลทั้ง ไรนัลโด้ กับ อเล็กซ์ ที่วิ่งแข่งไปกับพวกเขา
“ถ้า มาริช จ่ายทะลุจังหวะนี้พวกเราแย่แน่ๆ”
จอมทัพเบอร์ 10 ของเจ้าบ้านไม่จ่ายทันทีแต่เลี้ยงจี้รอจังหวะที่เหมาะสม แต่ทันใดนั้น ริวซึเกะก็วิ่งตามเขามาจนทัน
“เจ้าญี่ปุ่นนี่คิดว่าจะสกัดฉันได้รึ? ฝันไปเถอะ”
มาริชเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว กำลังเข้าพื้นที่ 20 หลา ริวซึเกะวิ่งมาตีคู่ได้ทันพอดี ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมากกว่านั้นแต่จู่ๆ ดาวเตะชาวโครแอตกลับล้มลงโดยไม่มีสาเหตุ
“เฮ้ย! กรรมการไม่ฟาล์วรึไงกัน”
นิโคล่า มาริช ต่อว่าผู้ตัดสินที่ไม่เป่าหยุดเกม เพราะเขารู้สึกชัดเจนว่าถูกริวซึเกะสะกิดทำให้ล้ม
“เล่นต่อ ไม่มีการสกัดใดๆ นายล้มไปเอง”
ผู้ตัดสินยืนยันสิ่งที่ตนเองเห็นแล้วปล่อยเกมดำเนินต่อไป ซึ่งบอลตกไปอยู่ในการครอบครองของ เจ้าพระยา บราโว่ แล้ว
เกมมาถึงนาทีที่ 17 ครั้งนี้เป็นเจ้าถิ่นที่ครองเกมบุกอย่างหนักอีกครั้ง วินทัย กองกลางดาวรุ่งของเมืองนนท์ดีกรีทีมชาติไทยชุด U23 ตัดบอลได้กลางสนาม เขาจ่ายบอลสั้นให้ มาริช ในจังหวะสวนกลับอีกครั้ง
“ฉันจัดการเอง! ไม่ให้ผ่านได้หรอก”
ติอาโก้ที่อยู่ใกล้ที่สุดพุ่งเข้าสกัดทันที ทว่าจอมทัพหมายเลข 10 สามารถกระชากหนีเขาไปอย่างง่ายดาย
“ริวคุงช่วยหน่อย ชะลอเขาไว้ให้ได้” ตฤณที่เห็นสถานการณ์ไม่ดีรีบสั่งการเพื่อนอีกครั้ง
ริวซึเกะวิ่งตามมาริชมาเกือบที่จะทัน แม้นักเตะโครเอเชียจะนำหน้าเขาอยู่ครึ่งก้าว และดูเหมือนจะฉีกหนีได้แล้ว แต่เพียงไม่กี่ก้าวจากนั้นเขาก็ล้มลง บอลตกไปอยู่กับกองกลางชาวญี่ปุ่นของทีมเยือนอีกครั้ง
“อะไรวะกรรมการ! นี่มันฟาล์วชัดๆ ทำไมไม่เป่าอะไรบ้างเลย”
นิโคล่า มาริช เริ่มหัวเสียมากขึ้น เขารู้สึกเองโดยไม่โกหกว่าถูกบางอย่างกระแทกเล็กน้อยจนล้มลง ทว่าแม้แต่เพื่อนร่วมทีมและโค้ชของเขาเองก็ยังแปลกใจว่าทำไมจู่ๆเขาถึงพุ่งล้มเอาฟาล์วเช่นนั้น
“เกิดอะไรขึ้นกันนะ เบอร์ 10 คู่แข่งล้มไปเองตลอดเมื่อเจอกับริวคุง เราก็จ้องอยู่นะมันไม่มีทางฟาล์วแน่ๆ”
ตฤณที่จ้องมองอยู่ตลอดก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่า มาริช ต้องการอะไรจากการพุ่งล้มเอาฟาล์วแบบนี้
เกมยังคงเป็นฝ่ายทีมเยือนที่ต้องลงไปตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ เสียงเชียร์เจ้าบ้านสลับกับโห่ฮาใส่ทีมเยือนดังตลอดทั้ง 45 นาทีไม่มีหยุด จนกระทั่งหมดเวลาครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ 0-0
“ทุกคนทำได้ดีแล้วนะ ที่ยังยันสกอร์ไว้ได้ ครึ่งหลังเดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนตัวนะ ต่าย, มัด แล้วก็ มิก พวกนายไปพัก ให้กลุ่มเบต้า 3 คนจะลงไปแทน”
ดนัยประชุมแผนพร้อมเปลี่ยนตัวทันที การที่ทีมเจ้าพระยา บราโว่ ไม่ทุ่มซื้อนักเตะมากนัก เน้นใช้แต่นักเตะราคาถูกและตัวเยาวชนของทีม ทำให้ศักยภาพโดยรวมมีนักเตะที่ศักยภาพดีพอจะต่อกรกับระดับไทยลีกได้เพียงไม่เกิน 13 คนเท่านั้น
“11 ตัวจริงของพวกเราเล่นลากยาวมาทุกเกม ต่อให้ฉันมั่นใจในระบบความฟิตที่ด็อกเตอร์สร้างให้ทีมเราก็เถอะ แต่ตอนนี้ความล้าสะสมเริ่มส่งผลแล้วล่ะ”
ตฤณคิดในใจแบบคนที่เข้าใจสถานการณ์ของทีมดี และที่วันนี้ทีมของเขาตั้งรับแทบจะฝ่ายเดียว เพราะแต่ละคนเริ่มจะเร่งไม่ค่อยขึ้นกันแล้ว ซึ่งเป้าหมายของเกมนี้พวกเขาตั้งไว้เพียงผลเสมอเท่านั้น
เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้น สถานการณ์ก็ยังคงเดิมไม่เปลี่ยน เมืองนนท์ ยูไนเต็ด กดดันพวกเขาจนไม่สามารถทำเกมบุกขึ้นไปเกินครึ่งสนามได้ ทำให้ลูกตั้งเตะของตฤณไม่สามารถจะมีโอกาสทำอันตรายแก่เจ้าบ้านได้ มีเพียงจังหวะสวนกลับไม่เกิน 4 ครั้งเท่านั้นที่พอจะมีโอกาสบ้าง
เกมรุกของเจ้าถิ่นวินทัยประสานงานกับมาริชอีกครั้งนักเตะดาวรุ่งทีมชาติไทยของเมืองนนท์ กระชากบอลผ่านติอาโก้ เขาเข้าสู่ระยะ 25 หลาแล้วเห็นมาริชวิ่งตีคู่มากับริวซึเกะ จึงส่งบอลให้เพื่อจะทำชิ่ง
“พวกเขาเตรียมทำชิ่งเพื่อให้หลุดแผงหลังแน่ๆ เราเตรียมเช็คล้ำหน้าไว้ดีกว่า”
ตฤณพยายามอ่านสถานการณ์ที่จะเป็นไปได้ทุกแบบเพื่อรับมือ ทว่าสิ่งที่เขาคาดจากคู่แข่งกลับต้องหยุดลงฉับพลัน
“เฮ้ย! กรรมการ มันฟาล์วนะ ตาบอดรึไงวะ”
ดาวเตะโครแอตเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อเขาล้มลงกับพื้นขณะตีคู่มากับริวซึเกะเพื่อรับบอล เป็นการล้มครั้งที่เท่าไรก็ไม่มีใครสามารถจะนับได้แล้ว แต่ทุกครั้งที่เกิดขึ้นไม่เคยได้ฟาล์วแม้แต่ครั้งเดียว
“ปรี๊ด!.....พูดจาให้ดีๆหน่อยเบอร์ 10 ดูหมิ่นผู้ตัดสินแบบนี้ไม่ได้นะ”
ผู้ตัดสินกล่าวเตือน มาริช อย่างจริงจัง แต่นักเตะตัวเก่งของเจ้าบ้านยังไม่ยอมหยุด
“ฟาล์วชัดๆแบบนี้ยังไม่เห็น เลิกเป็นกรรมการเถอะโว้ย!”
ผู้ตัดสินไม่มีทางเลือกจึงหยิบใบเหลืองจากกระเป๋าชูให้ มาริช ทันที เสียงโห่ของแฟนบอลเจ้าบ้านดังอื้ออึงกดดันอย่างหนัก คำสบถด่าสารพัดกระหน่ำใส่ผู้ตัดสินแทบจะพร้อมกัน แต่เกมก็ยังไม่เดือดไปกว่านั้นมากนัก
“หึ เบอร์ 10 ฝั่งนั้นหัวเสียจนเล่นไม่ออกเลย นายทำได้อย่างที่ฉันคิดจริงๆสินะริวซึเกะ”
ดนัยที่ยืนอยู่ข้างสนาม มองออกทุกอย่าง และนี่คือแผนที่เขาวางไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการนั่นเอง
“บางทีฟุตบอลมันก็ต้องมีศาสตร์มืดกันบ้าง ขอแค่ไม่เป็นการทำร้ายคู่แข่งก็พอ”
ดนัยยืนนิ่งมองเกมต่อไป ริวซึเกะหันมามองเขาเล็กน้อย โค้ชวัย 45 ปีทำเพียงพยักหน้าให้เป็นการส่งสัญญาณว่าทำได้ดีมากเท่านั้น
“วันนี้เกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้นะครับคุณผู้ชม นิโคล่า มาริช ที่ลากเลื้อยอย่างสะเด่าก่อกวนแนวรับทุกทีมไปไม่เป็นเล่นไม่ออกเลยครับ แข้งขาอ่อนไปหมด ได้บอลเมื่อไหร่เลี้ยงไปนิดเดียวก็ล้มแล้ว”
ผู้บรรยายเกมตั้งข้อสังเกตที่หาคำตอบไม่ได้เช่นเดียวกับตฤณที่เริ่มสงสัยเช่นกัน
“ทุกครั้งที่เขาล้ม ริวคุงจะอยู่ตรงนั้นเสมอ มีอะไรที่เราไม่รู้แต่โค้ชดนัยรู้ทุกอย่างสินะ ริวคุงไม่ใช่แค่นักเตะธรรมดาแน่นอน แต่ช่างเถอะไม่ว่าจะยังไงเขาก็ช่วยทีมได้ดีมากในทุกเรื่องอยู่แล้ว”
ตฤณคิดสิ่งนี้ขณะเดินออกจากสนามเพราะถูกเปลี่ยนออกเพราะเขาส่งสัญญาณว่ามีอาการเจ็บเล็กน้อยที่ขาข้างขวา ดนัยมองเกมขาดแล้วว่า แนวรุกเจ้าถิ่นน่าจะทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ แม้กัปตันทีมคนสำคัญอย่างตฤณจะถูกเปลี่ยนออก แต่เวลาที่เหลือเพียง 3 นาที กับสภาพจิตใจของแนวรุกเจ้าบ้านที่ฟิวส์ขาดไปหมด พวกเขาจะเก็บ 1 คะแนนได้แน่นอน
“หมดเวลาการแข่งขันครับ เสมอกันไป 0-0”
ผู้บรรยายเกมพากย์ด้วยเสียงอ่อยเพราะใจพวกเขาอยากให้มีประตูเกิดขึ้นมากกว่าเพื่ออรรถรสในการรับชมของแฟนบอล
ขณะที่นักเตะเดินเข้าห้องแต่งตัว ดนัยเดินลงไปในสนามจับมือและกอดคอริวซึเกะแล้วกระซิบกันเบาๆโดยไม่ให้คนอื่นได้ยิน
“ทำได้ดีมากริวคุง นี่คือความสามารถที่คนอื่นไม่เห็น แต่ฉันเห็นตั้งแต่นายเล่นฟุตบอลมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นแล้ว”
“ขอบคุณครับโค้ช แต่อย่าบอกใครเด็ดขาดนะครับ แม้แต่เพื่อนๆในทีม เรื่องนี้ยิ่งรู้น้อยยิ่งดี”
“ได้เลยริวคุง นายคือนินจาของฉัน ผู้ก่อการในความมืดอย่างนาย ฉันจะให้ออกปฏิบัติการเท่าที่จำเป็น เพราะถึงนายจะไม่ใช้ความสามารถนี้ โดยรวมก็เป็นนักเตะที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว”
ดนัยกับริวซึเกะเดินคู่กันมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภารกิจที่มอบหมายส่วนตัวทำสำเร็จเช่นเดียวกับเป้าหมายของทีม
จบเกมนี้เจ้าพระยา บราโว่ ไต่อันดับขึ้นมาที่ 10 ของตารางแล้ว สถานการณ์ของพวกเขาเริ่มดีขึ้นโดยลำดับ แต่ปัญหาศักยภาพผู้เล่นแนวลึกยังต้องมีการปรับกันต่อไป
“เจ็บมากรึเปล่าครับพี่ตฤณ”
ติอาโก้ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นตฤณประคบน้ำแข็งบริเวณหน้าแข้งขวา
“ไม่เป็นไร ดีที่รู้ตัวก่อน เกมนี้คงวิ่งเปลี่ยนทิศทางเยอะไปหน่อยน่ะ อย่างว่านะเราต้องวิ่งวุ่นแทบทั้งเกมเพื่อตั้งรับ”
ติอาโก้มองไปยังขาที่ประคบน้ำแข็งของตฤณอีกครั้ง แววตานั้นชัดเจนว่ากังวลอยู่ไม่น้อย
“ขาขวาอีกแล้วสินะครับ?”
“อืม.... ไม่เป็นไรหรอกฉันจัดการได้ นายไม่ต้องห่วง”
ตฤณเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวพร้อมทุกคน การออกมานั่งข้างสนามช่วงท้ายเกมทำให้เขาพอจะมองอะไรบางอย่างออก แต่สังเกตอาการของดนัยกับริวซึเกะแล้ว พอจะเดาได้ว่าทั้งคู่ไม่อยากให้คนอื่นรู้มากนัก ตฤณจึงเลือกที่จะเก็บสมมติฐานของเขาไว้เพียงในใจเท่านั้น เขามองไปที่แผ่นหลังของเพื่อนชาวญี่ปุ่นขณะเดินตามเขาไปในห้องพักนักกีฬา
“นายมีดีซ่อนอยู่จริงๆนะริวคุง ถึงฉันจะยังไม่รู้คำตอบว่าเป็นอะไร แต่ฉันคงไม่สนหรอกถ้ามันทีมให้พวกเราได้ผลที่ต้องการ”
แนะนำตัวละคร

ริวซึเกะ ยามาโอกะ
อายุ 23 ปี
สัญชาติญี่ปุ่น
สูง 177 ซ.ม. น้ำหนัก 70 ก.ก.
ตำแหน่ง: กองกลางตัวรับ
ต้นสังกัดเดิม
ทีมฟุตบอลมหาวิทยาลัยคานางาวะ