“ประกาศ เนื่องจากสถานการณ์พายุซุปเปอร์ไต้ฝุ่นโนอึลพัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่งของประเทศเวียดนาม แนวโน้มในอีก 3 วันจากนี้ ฝนจะตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคเหนือ,อีสาน และภาคกลางตอนบน จากข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก มีความเสี่ยงสูงที่จะเกินระดับที่กักเก็บไว้ได้ ให้ต้องปล่อยน้ำจำนวนมากลงสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมืออย่างที่สุด”
ตฤณและเพื่อนร่วมทีมรับชมข่าวทางทีวีขณะรับประทานอาหารเย็นด้วยกัน แม้ตัวพายุจะยังมาไม่ถึงประเทศไทย แต่ฝนที่ตกต่อเนื่องทางภาคเหนือตลอด 10 วันทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ใกล้กับสโมสรเริ่มปริ่มตลิ่งแล้ว
“น้ำจะท่วมไหมพี่? ผมชักกลัวๆแล้ว”
ปัฐวีร์ทำหน้าเครียดขณะดูทีวี
“เสี่ยงอยู่นะ ถึงแถบที่เราอยู่ฝนมันจะตกไม่มากขนาดนั้น แต่ทางเหนือท่วมติดกันมาตั้งแต่เชียงใหม่จนถึงกำแพงเพชรแล้ว”
ตฤณตอบกลับด้วยความกังวลไม่แพ้กัน
“ถ้าท่วมขึ้นมาจริงๆ พวกเราคงต้องยกเลิกเกมสัปดาห์นี้ใช่ไหมครับโค้ช” ปัฐวีร์เบนเป้าไปถามดนัยซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะ
“อืม เห็นท่านประธานว่ามีแผนจะระดมคนมาช่วยนะ นี่เห็นว่าจะช่วยเสริมคันกั้นน้ำทั้ง 2 ฝั่งด้วย คิดว่าแถวๆสนามเราน่าจะรอด แต่ชาวบ้านที่อยู่แถบนี้อาจจะมีหลายส่วนที่ท่วมถึงหัวเข่า”
ดนัยเล่าตามข้อมูลที่ตัวเองรู้ สีหน้าของเขาดูห่วงและลังเลอะไรบางอย่างจนถูกตฤณจับสังเกตได้
“โค้ชมีอะไรอยากจะบอกพวกเรารึเปล่าครับ?”
ตฤณตัดสินใจถามตรงๆ ดนัยถอนหายใจยาวเสียงดัง ก่อนจะถามกลับลูกทีมทุกคนบ้าง
“พวกนายเห็นสถานการณ์แบบนี้ ยังโฟกัสกับการซ้อมได้เต็มที่รึเปล่า?”
“เอาจริงๆ ก็พะว้าพะวงครับโค้ช สงสารชาวบ้านเขา”
ปัฐวีร์ตอบออกจากใจ เช่นเดียวกับนักเตะคนอื่นๆที่คิดไม่ต่างกันนัก
“นั่นสิครับ เวลาไปไหนมาไหน พวกเขาช่วยเหลือเราตลอด อย่างผมเนี่ยเกรงใจร้านค้าแถวนี้มาก เวลาไปกินข้าวหรือไปร้านกาแฟเขาลดให้ทุกครั้งเลย”
เมธัสรู้สึกอยากระบายความในใจจึงพูดออกมาบ้าง
“งั้น ถ้าพวกเขาลำบาก พวกนายอยากลงไปช่วยด้วยตัวเองรึเปล่า?” ดนัยจี้ใจแบบตรงจุด ทำเอาลูกทีมถึงกับรู้สึกจุกในอก
“อยากครับ!”
เสียงตอบแทบจะพร้อมกันของกลุ่มนักเตะไทย ส่วนกลุ่มนักเตะต่างชาติก็พยักหน้าเป็นการตอบรับ
“ปกติรายได้แต่ละวันของพวกเขาก็แค่พออยู่กันได้ แต่ก็ยังเห็นเราเหมือนลูกหลาน พวกเราเสียอีก เงินแต่ละเดือนเท่ากับพวกเขาบางคนทำงานทั้งปี ตอนนี้พวกเขาลำบากผมก็อยากไปช่วยนะครับโค้ช”
ตฤณออกปากพร้อมลุกขึ้นยืน ขณะที่เพื่อนๆทุกคนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วยโดยพร้อมกัน
“ดี งั้นฉันจะโทรหาท่านประธานเดี๋ยวนี้เลย ว่าพวกเราคิดกันแบบนี้”
ดนัยขอให้ทีมงานลิงค์โทรศัพท์กับจอ LED ขนาด 60 นิ้วในห้องอาหารเพื่อเอาภาพขึ้นจอ แล้วโทรหาวิฑูรย์ทันที ปลายสายกดรับได้เห็นดนัยกับลูกทีมอยู่พร้อมหน้าก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“อยู่กันครบทีมขนาดนี้ มีเรื่องสำคัญจะบอกผมสินะทุกคน” วิฑูรย์เหมือนมีเซ้นส์รับรู้ได้ว่านักเตะและโค้ชคิดการทำอะไรกันอยู่
“ท่านประธานครับ จะเป็นไปได้ไหม ถ้าพวกผมทุกคนอยากไปช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วมกันทั้งทีม”
ดนัยออกตัวแทนลูกทีม
“แต่มันจะรบกวนเวลาซ้อมของทุกคนรึเปล่าล่ะคุณดนัย?”
“ผมยอมรับตามตรงว่าคงกินเวลาของการซ้อมครับท่าน แต่พวกเราคงไม่มีใจจะซ้อมกันหรอกถ้าไม่ได้ไปช่วยพวกเขาครับ”
“อืม..... เข้าใจแล้วล่ะ งั้นเอาแบบนี้ไหมล่ะ ฉันจะทำเรื่องขอทางไทยลีกเลื่อนเกมให้ก็แล้วกัน ทางนั้นเขาคงเข้าใจ เพราะสถานการณ์รอบๆนี้มันไม่สู้ดีจริงๆ”
“ไม่ต้องหรอกครับท่าน ผมมั่นใจว่าเรางดซ้อมแค่ 2 วันเพื่อไปช่วยชาวบ้าน เหลือวัน พฤหัสฯ ศุกร์ เสาร์ ก็เหลือเฟือครับ”
วิฑูรย์ได้ยินคำตอบจากดนัย แม้เขาจะดูนิ่งๆครุ่นคิดบางอย่าง แต่สีหน้าดูมีความสุขกับการตัดสินใจของโค้ชและนักเตะของเขามาก
“โอเค ผมจะจัดให้ตามนั้น พรุ่งนี้ไปกับทีมชุมชนสัมพันธ์ก็แล้วกันนะ ช่วยแจกของให้ชาวบ้านกัน พวกเขาต้องดีใจมากแน่ๆ”
“ท่านประธานครับ!”
ดิดิเย่ร์ยกมือเพื่อเสนอความเห็นบ้าง วิฑูรย์ยิ้มรับและชี้มือให้เขาพูดได้
“ว่าไงล่ะดีดี้มีอะไรจะเสนอรึเปล่า?”
วิฑูรย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเมตตา จนนักเตะชาวไอวอร์รี่โคสต์ที่ตอนแรกดูเกร็งๆรู้สึกสบายใจขึ้นที่จะพูด
“พวกผมแข็งแรงขนาดนี้ ให้เราแบ่งคนส่วนหนึ่งไปช่วยทำคันกั้นน้ำก็ได้นะครับ”
“ใช่ๆ ผมเห็นด้วย”
ยานนิค กับ ติอาโก้ ยกมือสนับสนุนเพื่อนทันที แววตาของทั้ง 2 คนดูมีความตั้งใจอยู่ไม่น้อย
“หึๆ ผมจะทำอะไรได้ล่ะ พวกคุณทุกคนเสนอตัวกันทำเรื่องดีๆแบบนี้ ก็มีแต่ต้องอนุญาติกันเท่านั้นล่ะ ขอบคุณมากนะทุกคน”
วิฑูรย์ทำในสิ่งที่ทุกคนไม่คิดว่าจะเห็น คำขอบคุณของเขามาพร้อมการพนมมือก้มศีรษะแล้วยกมือไหว้ทุกคนผ่านหน้าจอ ทำเอานักเตะและทีมงานโค้ชต่างห้ามกันยกใหญ่
“อุ้ย! ท่านประธาน ไม่ต้องไหว้พวกผมหรอกครับ ใครรู้เข้าจะไม่ดี” ดนัยรีบไหว้ตอบอย่างเลิ่กลั่กเช่นเดียวกับคนอื่นๆ
“ผมไหว้ขอบคุณหัวใจของพวกคุณทุกคนน่ะ ดีใจนะที่ได้มาอยู่ในทีมนี้กับทุกคน เอาล่ะงั้นผมให้พวกคุณไปช่วยทำคันกั้นน้ำก็แล้วกัน แบบนี้คงเสร็จเร็วกว่าเดิมแน่ แข็งแรงกันทั้งนั้นนี่นะ”
“ครับท่านประธาน” ส่วนกลุ่มที่บาดเจ็บอยู่ผมจะให้ไปในส่วนแจกของที่จำเป็นก็แล้วกันครับ”
ดนัยตอบรับและเสนอแผนงานเพิ่มเติม ซึ่งตรงใจของวิฑูรย์เช่นกัน
“เอาล่ะตามนั้น ผมจะบอกเลขาให้ช่วยประสานให้นะพรุ่งนี้เจอกันแล้วผมจะไปกับทุกคนด้วย”
วิฑูรย์นัดหมายกับทุกคนเสร็จจึงวางสายลง บรรยากาศผ่อนคลายมากขึ้น นักเตะและทีมงานกว่า 30 ชีวิตรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ออกไปทำงานตอบแทนชุมชนที่พวกเขาอาศัยอยู่
วันรุ่งขึ้นทุกคนมาพร้อมกันที่สนามซ้อมอย่างเคย แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือพวกเขาไม่ได้มาซ้อมแต่รวมตัวกันไปช่วยชุมชน ตฤณช่วยจัดกลุ่มให้พวกเด็กชุด U19 กับกลุ่มนักเตะที่ร่างกายยังไม่สมบูรณ์แต่สามารถเดินได้ หนึ่งในนั้นมี ไนเจล เหลียงที่ยังนิ้วซ้นอยู่ด้วย ให้ไปช่วยแจกสิ่งของในพื้นที่ๆน้ำเริ่มท่วมและศูนย์อพยพ นอกนั้นเตรียมพร้อมสำหรับงานหนักในการขนกระสอบทราย
เมื่อถึงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา กองทรายและหินคลุกขนาดใหญ่ เครื่องจักรหนัก กำลังพลของทหาร,หน่วยงานราชการและชาวบ้านจำนวนมากมาพร้อมกันเพื่อบรรจุกระสอบทรายและช่วยกันขนไปวางริมตลิ่ง แต่คนที่ตฤณรู้สึกตกใจไม่คิดว่าจะได้เจอในที่นี้กลับปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดีค่ะคุณตฤณ”
มินทิราทักทายเขาด้วยน้ำเสียงไพเราะเช่นเคย เธอไม่ได้แต่งชุดสวยหรูดูดีเหมือนอย่างทุกวัน เธอสวมเพียงเสื้อยืดพอดีตัวแขนยาวสีดำ กางเกงออกกำลังกายสีเข้ม แทบไม่แต่งหน้าใดๆมีผ้าสีแดงโพกศีรษะ แต่นั่นไม่ได้ลดความงามของเธอลงไปแม้แต่น้อย กลับกันมันเผยให้เห็นความสวยอย่างธรรมชาติของหลานสาวประธานคนเก่งออกมามากกว่าเดิม
“คุณมินมาทำอะไรที่นี่ครับ?”
ตฤณใจหนึ่งรู้สึกงงงันแต่อีกใจก็รู้สึกหัวใจเต้นแรง เขาเข้าใจว่าเธอจะไปกับทีมงานชุมชนสัมพันธ์ในอีกจุดหนึ่งมากกว่าที่นี่
“มินอยากมาช่วยค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ เห็นอย่างนี้มินออกกำลังกายเข้ายิมตลอดไม่เคยขาดนะคะ”
มินทิราพูดพลางทำท่าเบ่งกล้ามแขน ตฤณได้แต่ยิ้มเล็กๆเพราะท่าทางที่ดูน่ารักไม่วางท่าจริงจังเหมือนเวลาทำงานในมาดผู้บริหารของเธอ เขาพยักหน้าแล้วเดินไปช่วยตักทรายใส่กระสอบทันที ราวกับถูกเขียนบทมา ตฤณกับมินทิราได้ใกล้ชิดกันในสถานการณ์ที่แปลกใหม่ แต่ก็ทำให้ทั้งคู่เห็นตัวตนในอีกแบบที่ไม่เคยเห็นเช่นกัน
“เสียดายคุณหมอน้ำค้างต้องไปดูแลชาวบ้านที่ศูนย์อพยพนะคะ ไม่งั้นคงมีเพื่อนผู้หญิงอีกสักคน”
ตฤณเราวกับถูกดึงสติได้เมื่อนึกถึงวรดา ใจหนึ่งก็คิดเช่นกันว่าอยากให้เธอมาอยู่ที่นี่ด้วย เพราะจิตแพทย์สาวคนสนิทนี้มักทำให้เขายิ้มได้เสมอ ต่อให้กำลังทำอะไรที่หนักอึ้งอยู่ก็ตาม
“คุณมินสนิทกับน้ำค้างมากเลยใช่ไหมครับ ผมสังเกตว่าไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อย”
“ค่ะ คุณหมอเธอน่ารักมาก ใครอยู่ด้วยก็ยิ้มได้ทั้งวัน มินอยากมีเพื่อนแบบนี้ค่ะ”
ตฤณรู้สึกแปลกในใจ ไม่รู้ว่าทำไมอยู่ใกล้มินทิราแล้วราวกับรู้สึกถูกดึงดูดให้อยากพูดคุยมากกว่าปกติ ทั้งที่เขาเองปกติเป็นคนเงียบ มีเพียงไม่กี่คนนักที่จะพูดคุยกับเขาได้อย่างถูกคอ แต่ว่าตฤณก็ดีดความคิดนั้นทิ้งไป และตั้งใจทำงานตรงหน้าอย่างเดียว
ท่ามกลางฝนที่โปรยปรายมาเนืองๆแม้ไม่หนักแต่ก็ไม่หยุด ตฤณ,มินทิรา และทุกคนตั้งใจสร้างคันกั้นน้ำร่วมกับชาวบ้านและกำลังพลทหารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ย้าก!”
ดิดิเย่ร์แบกกระสอบทรายคนเดียวถึง 4 กระสอบทำเอาชาวบ้านและเจ้าหน้าที่คนอื่นถึงกลับทึ่งในพลังของเขา
“เรื่องกำลังฉันก็ไม่ยอมแพ้หรอกดีดี้!”
ติอาโก้นึกสนุก เขายกกระสอบทราย 4 กระสอบบ้าง แม้จะไม่เดินตัวปลิวเหมือนดิดิเย่ร์เพราะเทียบกันแล้วกองกลางชาวบราซิลตัวเล็กกว่ามาก แต่ก็เรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อนๆและคนรอบข้างได้เช่นกัน
“ทุกคนดูมีความสุขที่ได้มาช่วยงานกันมากเลยนะคะ”
มินทิรายิ้มอย่างมีความสุขกับภาพที่เห็น ตฤณที่ช่วยรับกระสอบทรายจากเธอได้แต่พยักหน้าก่อนจะยกกระสอบทรายแบกไป 3 กระสอบ แต่พื้นที่ลื่นทำให้เขาเสียหลักเล็กน้อย แต่มินทิราช่วยประคองไว้ได้ทัน
“เป็นอะไรรึเปล่าคะคุณตฤณ?”
มินทิราตกใจจนรีบหยิบกระสอบทรายจากมือของตฤณมาวางกับพื้น และนั่งลงจับข้อเท้าของเขา
“เอ่อคุณมินลุกขึ้นเถอะครับ ผมไม่เป็นไร มันลื่นนิดเดียวเอง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ”
“งั้นมินช่วยแบกอีกแรงนะคะ นี่เรา 2 คนก็บรรจุกระสอบทรายเสร็จหมดแล้ว เหลือแค่ช่วยกันยกไปวาง ไม่ต้องห่วงนะคะมินทำได้”
มินทิราค่อยๆยกกระสอบทรายแล้วเดินไปวางตรงจุดที่ทำคันกันน้ำด้วยตัวเธอเอง เนื้อตัวที่ปื้อนเลอะ กับเสื้อผ้าที่เปียกโชก แต่ใบหน้าที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานอย่างไม่ย่อท้อของเธอ สร้างความประทับใจแก่ตฤณได้ไม่น้อย

“คุณมินตั้งใจดีจริงๆ บอกไปใครจะเชื่อว่าเป็นคุณหนูหลานสาวของประธาน D.V.group”
ขณะเดียวกันเองมินทิราก็คิดในใจเช่นกัน เมื่อได้มีโอกาสอยู่ใกล้กับตฤณในวันนี้ เธอได้เห็นความเป็นผู้นำ ความเป็นกันเองกับชาวบ้าน และพยายามช่วยทำงานสาธารณะโดยไม่รู้จักเหนื่อยของกัปตันทีมอย่างตฤณ
“เป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำไมเราถึงอยากรู้จักเขามากว่านี้กันนะ”
หญิงสาวรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นกว่าปกติแต่ก็พยายามทำงานต่อไปเพื่อไม่ให้คิดมาก
ด้วยเครื่องมือหนักที่ระดมกันมาอย่างพร้อมเพรียงและกำลังคนที่มากันจำนวนมากทำให้งานเสร็จเร็วกว่าที่คาดกันไว้ไม่น้อย
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ อุตส่าห์มาช่วยกัน ไม่งั้นอีกแค่วันสองวันบ้านลุงกับชาวบ้านแถวนี้คงท่วมแน่ๆ” คุณลุงชาวบ้านท่านหนึ่งมาจับมือขอบคุณตฤณ
“ยินดีครับ ชาวบ้านแถวนี้เมตตากับพวกผมมาก ทุกคนเดือดร้อนพวกผมก็ทนอยู่เฉยไม่ได้เหมือนกัน”
ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งทำอาหารสำหรับเลี้ยงทุกคน แม้เป็นอาหารง่ายๆทั่วไป แต่ความหิวและความเหนื่อยบวกกับหัวใจที่อิ่มเอิบจากการได้ช่วยชุมชนทำให้มื้ออาหารธรรมดากลายเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดสำหรับตฤณและเพื่อนๆ แม้จะเสร็จภารกิจแล้ว แต่นักเตะทุกคนและดนัยก็ยังอยู่พูดคุยกับชาวบ้านจนเย็น
“มินไปก่อนนะคะคุณตฤณ ขอบคุณที่มากันนะคะ ได้เห็นทุกคนทำงานกันวันนี้แล้วมินมีความสุขมากเลยค่ะ”
หญิงสาวมากล่าวลาเพื่อไปเตรียมงานในวันรุ่งขึ้น
“ครับคุณมินก็เก่งมากเลยนะครับ งานหนักขนาดนี้ไม่มีถอยเลย”
หญิงสาวยิ้มรับและกล่าวตอบในเชิงหยอกเย้าบ้าง
“ถ้ามินเก่งแบบนั้น ขอรางวัลสำหรับคนเก่งได้ไหมคะ?”
“รางวัล? อะไรครับ”
“ง่ายมากค่ะ มินของเรียกคุณว่า พี่ตฤณได้ไหมคะ?”
ตฤณรู้สึกร้อนผ่าวจากกลางอกลามมาถึงหน้า โชคดีที่ฟ้าเริ่มมืดไม่เช่นนั้นคงเห็นว่าหน้าของเขาแดงเพราะความเขินอายไปแล้ว
“เอ่อ.... ได้ครับ”
ตฤณตอบแบบตะกุกตะกักกลับไป
มินทิรายิ้มหวานเล็กน้อยแล้วโบกมือลาขึ้นรถกลับไปราวกับไม่มีอะไร แต่เมื่อปิดประตูรถแล้ว เธอกลับคิดวนในสมองอย่างหนัก
“แย่แล้ว! เราทำไมไปพูดกับเขาแบบนั้นกันล่ะ ยัยมิ้นท์นะยัยมิ้นท์ เดี๋ยวเขาก็เข้าใจผิดว่าเราพยายามตีสนิทสิ”
หญิงสาวดีดความคิดนี้ออกไปไม่ได้ จนรถแล่นออกไป ได้แต่ทำท่านั่งหลับกลบเกลื่อนอาการนี้เท่านั้น
ณวริศที่ยืนมองอยู่นานได้ทีจึงเข้ามาหาตฤณบ้าง
“เหอๆๆ สงสัยพี่หมอของผมคงอกหักแล้วล่ะ”
“โป๊ก!”
เสียงเขกหัวดังพร้อมเสียงร้อง โอ้ย!ทันที ยานนิคที่ตามมาไม่ไกลจัดการตัวป่วนอย่างณวริศที่มาแซวตฤณอีกครั้ง
“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กอย่ายุ่ง”
ยานนิคลากณวริศอกไป ขณะที่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเห็นเหตุการณ์ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็อดขำกันไม่ได้ จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันกลับที่พัก
วันรุ่งขึ้นคันกั้นน้ำที่ช่วยกันทำไว้ช่วยให้พื้นที่ๆน้ำท่วมเมื่อวานมีน้ำลดลง หลายส่วนไม่ท่วมแล้ว แต่ก็ต้องทำความสะอาดกันอยู่มาก ดนัยกับตฤณช่วยกันแบ่งกลุ่มเพื่อนๆเป็นกลุ่มละ 3 คนเพื่อไปช่วยกันทำความสะอาดบ้านเรือนที่น้ำลดแล้ว เวลานับตั้งแต่ช่วงสายจนถึง 5 โมงเย็น กำลังของทีมงานนักเตะและโค้ชช่วยทำความสะอาดไปได้กว่า 20 หลังคาเรือน ยังมีในส่วนของโรงเรียน 2-3 ที่ๆยังทำความสะอาดไม่เสร็จ แต่ชาวบ้านทุกคนบอกว่าพวกเขาจะจัดการกันเอง
“ขอบคุณทุกคนมากนะครับ โค้ชดนัย คุณตฤณ วันนี้เหนื่อยแย่เลย แต่ก็ช่วยพวกเราได้มากเชียว”
กำนันแดนตัวแทนชาวบ้านเดินมาขอบคุณกลุ่มนักเตะและทีมงานเจ้าพระยา บราโว่ด้วยตนเอง
“ยินดีมากครับ ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยได้ก็บอกเลยครับ” ดนัยตอบรับคำขอบคุณด้วยใจ
“พวกเราไม่รู้จะตอบแทนยังไงนะ เอาเป็นว่าวันอาทิตย์นี้ ผมกับชาวบ้านจะไปช่วยเชียร์เอง”
กำนันแดนพูดจบ ชาวบ้านที่นั่นกว่า 50 คนก็ปรบมือพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย บรรยากาศนั้นอบอุ่นอย่างยิ่งแม้อยู่ท่ามกลางสายฝน
ตฤณมองชาวบ้านทุกคนแล้ว หัวใจรู้สึกเติมเต็มอย่างยิ่ง เขารู้สึกอย่างจริงจังว่าที่นี่คือที่ของเขากับเพื่อน เพราะชาวบ้านในชุมชนนี้และใกล้เคียงสนับสนุนทีมเสมอมา
“รู้สึกมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย วันอาทิตย์นี้พวกเราจะเล่นอย่างเต็มที่ที่สุดเอา 3 คะแนนมาเป็นของขวัญให้แฟนบอลให้ได้”