“เอาล่ะสิครับ ทีมที่พวกเราแซวกันสนุกช่วงต้นฤดูกาล ไปๆมาๆจะถึงครึ่งทางพุ่งขึ้นมาอันดับเลขตัวเดียวซะแล้วครับคุณรันเอาไงดี”
“ฮ่าๆๆ พวกเราก็หมาไงครับ ตอนนี้แฟนบอลเจ้าพระยา บราโว่ คอมเมนต์ด่าเรายับเลยครับคุณจาย”
“แหม ก็เล่นเขาไว้เยอะ แต่เราก็พูดกันตามผลงาน ณ ตอนนั้นล่ะนะ แต่ช่วงนี้ของเขาก็ดีจริง”
“ครับ โดยเฉพาะกัปตันทีม ตฤณ วายุโชติ นัดล่าสุดซัดฟรีคิกอีกแล้วครับ ทีนี้ยิงต่อหน้าโค้ชทีมชาติด้วยนี่สิ สงสัยจะมีลุ้นล่ะครับ”
“จริงครับคุณรัน ตำแหน่งเซ็นเตอร์ แถมเล่นเท้าซ้ายอีก มีทีเด็ดฟรีคิกด้วย โอ้ย...หล่อเท่ด้วย แฮชแท็ก ตฤณติดทีมชาติ ต้องมาแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ”
วรดาเปิดฟังรายการเกี่ยวกับฟุตบอลไทยลีกที่เธอฟังประจำ ทุกครั้งเธอมักมีอาการหมั่นไส้พิธีกร 2 คนนี้เพราะมักพูดแดกดันทีมของเธอ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป แม้จะเป็นแนวเฮฮาเหมือนเดิม แต่ก็ชมทีมเจ้าพระยา บราโว่ตลอดการจัดรายการ
“พูดดีๆก็เป็นนี่นะ 2 คนนี้”
วรดานึกถึงเมื่อวันแข่งล่าสุด หลังเกมตฤณยังอุตส่าห์ขอทางสโมสรเพื่อมาพูดคุยกับเธอหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ วันรุ่งขึ้นยังชวนเธอไปรับประทานอาหารเที่ยงด้วยกันอีก ทำเอาจิตแพทย์สาวมีความสุขอย่างมาก
“พี่ตฤณนี่น่ารักที่สุดใจดีกับเราตลอด เมื่อวานทำเอาอารมณ์ดีไปทั้งวันเลย”
วรดานึกถึงช่วงเวลาที่อยู่กับตฤณอย่างมีความสุข แก้มของเธอแดงขึ้นมาจนพยาบาลที่ทำงานในทีมสังเกตได้
“อาจารย์วรดาไม่สบายรึเปล่าคะ? ทำไมจู่ๆก็หน้าแดงขึ้นมา”
วรดารู้สึกตัวขึ้น เธอจับความรู้สึกหายใจเข้าออกยาวๆอยู่ 4-5 ครั้ง ใบหน้าจึงกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
“อ๋อไม่เป็นไรค่ะ คงคิดเรื่องอะไรที่มันตื่นเต้นไปหน่อย”
พยาบาลได้แต่ยิ้มรับแล้วทำงานต่อ แต่วรดาเริ่มคิดกับตัวเองอย่างจริงจังมากขึ้น
“ไม่นะ! เราชอบพี่ตฤณเหรอเนี่ย ไม่ได้นะไม่ได้ พี่เขาไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นกับเรา”
กลายเป็นว่าเธอนั้นว้าวุ่นใจเพราะเรื่องนี้ไปตลอดช่วงเช้า เคราะห์ดีที่ไม่มีเคสมาขอปรึกษา วรดาจึงค่อยๆหาทางทำให้ใจสงบขึ้น แล้วเธอจึงดูโปรแกรมการแข่งนัดต่อไปของตฤณ
“เป็นฟุตบอล เอฟเอ คัพ สินะ ดูหน่อยซิว่าเจอทีมอะไร?”
วรดาเห็นว่าเป็นทีมจากไทยลีก 3 โซนภาคตะวันออก ชื่อทีม พานทอง ยูไนเต็ด เธอสำรวจดูรายชื่อนักเตะแบบที่ตฤณเคยสอนไว้ทันที จิตแพทย์สาวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อพบกับรายชื่อนักเตะคนหนึ่งในทีมนั้น
“วรัญญู จันทร์จิต! แย่แล้วชักจะเป็นห่วงพี่ตฤณแล้วสิ”
ตฤณเดินทางไปพร้อมกับทีมสู่จังหวัดชลบุรี เขารู้อยู่แล้วว่าทีมและคนที่เขาต้องเจอจะเป็นอย่างไร แต่จิตใจของเขากลับสงบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เราได้เจอกันซักทีนะ ฟิว ตั้งแต่จบ ม.3 นายก็ย้ายโรงเรียนไป”
ตฤณหวนนึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังอยู่ ม.ต้น ในชมรมฟุตบอลของโรงเรียน ในรุ่นอายุไม่เกิน 15 ปีเขาและ วรัญญู ถือเป็นนักเตะตัวเก่งของทีมทั้งคู่
รถบัสของสโมสรไปถึงชลบุรีในเวลา 10 โมง ดนัยตัดสินใจที่จะให้ลูกทีมซ้อมทันทีในช่วงบ่าย 3 ซึ่งจะเป็นเวลาแข่งจริง ทำให้พวกเขาจะมีเวลาซ้อม 2 วันก่อนแข่ง ตฤณตัดสินใจเดินเข้าไปหาดนัยที่ห้องพักทันทีเมื่อถึงโรงแรม
“อ้าวว่าไงตฤณมีอะไรเหรอ ดูรีบร้อนจัง”
“โค้ชครับ ผมขอถามแบบไม่อ้อมค้อม เกมนี้ผมจะได้เล่นรึเปล่า?”
ดนัยแปลกใจในอาการของตฤณ เพราะปกติเขาจะไม่เป็นแบบนี้ ลูกทีมคนนี้จะยอมรับการตัดสินใจของโค้ชเสมอโดยไม่เรียกร้องอะไร
“นายมีเรื่องอะไรรึเปล่า? บอกฉันมาตรงๆได้นะถ้ามีเหตุผลมากพอฉันยินดีที่จะทำให้”
ตฤณอึกอักเล็กน้อย แต่ก็กล้าพอที่จะเล่าความในใจออกมาให้ดนัยรู้ เมื่อหัวหน้าโค้ชเจ้าพระยา บราโว่ ทราบเรื่องทุกอย่างเขาจึงตอบรับอย่างไม่ลังเล
“ได้เลย เกมนี้ฉันจะให้นายได้ลงเล่น และจะให้ลงตำแหน่งกองกลางด้วย”
“ขอบคุณครับโค้ช”
“ขอให้นายสะสางเรื่องที่ค้างคานี้ได้ด้วยดีนะตฤณ เวลา 16 ปี มันก็มากอยู่เชียว”
“ดีใจที่โค้ชเข้าใจครับ ผมสัญญาว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี”
ตฤณยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้ง ดนัยขอตัวพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมตามแผน ทุกอย่างผ่านไปเป็นปกติมีการเตรียมแท็คติกสำหรับเกมสุดสัปดาห์มาอย่างรัดกุม แผนคือตัวหลักจะได้พักทั้งหมด ใช้นักเตะชุดเบต้าเป็นแกน และมี วีริศ กับ เวคินทร์ ซึ่งทำผลงานได้ดีในเกมกับ ฟลอเรสต้า อุทัยธานี ได้โอกาสอีกครั้ง มีเพียงตฤณเท่านั้นที่เป็นตัวหลักของทีมที่จะได้ลงเล่นในเกมนี้
ณ วันแข่งขันเป็นวันเสาร์สุดสัปดาห์ เป็นรอบ 64 ทีมของเอฟเอคัพ ถึงแม้แดดจะร้อนจัดแต่แฟนบอลเจ้าบ้านมากันเต็มความจุ 2,000 ที่นั่ง ถึงสภาพโครงสร้างสนามจะดูโทรมไม่มีการตกแต่งที่สวยงาม เพราะเป็นสนามที่เช่าจากเทศบาลท้องถิ่น แต่พื้นหญ้านั้นได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
ตฤณพาเพื่อนร่วมทีมเดินลงสนามผ่านอุโมงค์ เขาได้พบกับ วรัญญู ซึ่งเป็นกัปตันทีมของ พานทอง ยูไนเต็ด สายตาของทั้ง 2 คนปะทะกันอย่างตรงๆเป็นครั้งแรก
“เอ่อ.... สวัสดีนะตฤณ”
วรัญญูทักทายก่อนด้วยความกระอักกระอ่วน เขาพยายามไม่สบตากับเพื่อนเก่าสมัย ม.ต้น มากนัก
“สวัสดีฟิว 16 ปีเลยนะที่ไม่ได้เจอกัน วันนี้เต็มที่ล่ะ”
ตฤณทักทายอย่างเป็นมิตรเหมือนปกติทุกครั้ง
“เอ่อ.....อืม... ได้สิ” แต่เพื่อนเก่ากลับมีอาการที่ไม่อยากจะสนทนากับเขามากนัก
เกมในสนามเริ่มขึ้น แม้เจ้าพระยา บราโว่ จะไม่ใช้ตัวผู้เล่นชุดหลักแต่เกมการเล่นพวกเขากลับทำได้ไม่แพ้ทีมชุดใหญ่ คอนเซ็ปต์วิธีการแทบจะเป็นแบบเดียวกันทุกอย่าง
ตฤณได้บอลบริเวณกลางสนาม เขาจับบอลพลาดเล็กน้อยทำให้บอลกระดอนออกไป
“พลาดซะแล้วเรา ถ้าฝั่งนั้นพุ่งเข้ามาเต็มที่จะตัดบอลได้แน่”
ตฤณรีบวิ่งเพื่อไปเอาบอลคืนทันที นักเตะฝั่งทีมเจ้าบ้านที่อยู่ใกล้สุดพอจะชิงบอลจังหวะนี้ได้คือวรัญญูนั่นเอง
ตฤณวิ่งเข้าไปเต็มที่ขณะที่วรัญญูก็พุ่งเข้ามาเช่นกัน จังหวะที่ขาของทั้งคู่จะปะทะกันจากการเข้าแย่งบอล กัปตันทีมเจ้าถิ่นกลับชะงักและยั้งเอาไว้ทำให้ตฤณได้บอลไป
“นายไม่เข้าบอลแบบนี้ก็เสร็จฉันสิ”
ตฤณไม่เสียเวลามากเขาแทงบอลเรียดทะลุแนวรับเจ้าบ้านให้ วีริศ หลุดเดี่ยวไปล็อคหลบผู้รักษาประตูเจ้าบ้านอย่างเหนือชั้น แล้วแปบอลเข้าไปอย่างง่ายดาย เจ้าพระยา บราโว่ ขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่ 2 นาทีแรก
“ฟิว นายน่ะ ตั้งใจเล่นหน่อยสิ”
ตฤณพูดกับวรัญญูขณะที่เดินผ่านเขาไป อีกฝ่ายได้แต่ยืนนิ่ง แววตามีความวิตกกังวลหลายอย่าง ตฤณได้แต่ถอนหายใจแล้วเดินกลับไปประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง
เกมเริ่มใหม่อีกเพียง 5 นาที ตฤณได้บอลจากเวคินทร์ในจังหวะโต้กลับ เขาตัดสินใจเลี้ยงบอลขึ้นหน้าด้วยตัวเองโดยยังไม่ส่งบอลให้ใคร คนที่ขวางเขาอยู่และพอจะตัดบอลได้มีเพียงวรัญญูที่ใกล้เขาที่สุด แต่กัปตันทีมพานทอง ยูไนเต็ดทำเพียงวิ่งตามเขาใกล้ๆไม่ทำอะไรมากไปกว่านั้น
“ไม่สกัดงั้นรึ นายจะได้รับบทเรียนที่ปล่อยให้ฉันเล่นง่าย”
ตฤณพูดกับเพื่อนเก่าขณะพาบอลมาถึงระยะ 30 หลา วีริศสลัดการประกบของกองหลังได้ชี้มือเรียกบอลทันที
“พี่ตฤณครับ! เลือกเอาเลยผมพร้อม”
ตฤณเข้าใจความหมายเป็นอย่างดี ขณะที่วีริศวิ่งฉีกออกไป กองหลังเจ้าถิ่นอีกคนจำเป็นต้องวิ่งตามเขาไป ทำให้เปิดช่องว่างทันที
“เมื่อนายไม่คิดทำอะไรฉัน นายก็ต้องถูกลงโทษนะฟิว”
ตฤณง้างเท้าซ้ายยิงเต็มข้อ วรัญญูได้แต่วิ่งประคองและมองการยิงของเขาเท่านั้น บอลจากเท้าของตฤณพุ่งแรงจากระยะ 25 หลาเสียบตาข่ายชนิดที่ผู้รักษาประตูไม่ทันจะพุ่งตัวรับเลยเสียด้วยซ้ำ เจ้าพระยา บราโว่ขึ้นนำ 2-0 ตั้งแต่ยังไม่ถึง 10 นาที
“โอ้โห ทีมเยือนจากไทยลีก 1 มาโหดจริงครับ และลูกนี้ตฤณ วายุโชติก็ยิงได้อย่างสุดยอดจริงๆครับ ดูเหมือนกัปตันทีม พานทอง ยูไนเต็ด วรัญญู จะดูกล้าๆกลัวๆในการเข้าบอลนะครับ ทำให้ตฤณเล่นได้สบายเลย”
ผู้บรรยายแม้ชื่นชมกับลูกยิงนี้ แต่ก็แปลกใจกับการเล่นของวรัญญูไม่น้อย แม้ระดับทีมจะต่างกันมาก แต่วรัญญูก็ถือเป็นกองกลางที่เล่นได้ดีที่สุดคนหนึ่งของไทยลีก 3 รวมทุกโซน ระดับฝีเท้าของเขาดีพอจะเล่นในไทยลีก 1 ได้เลยทีเดียว
“นายยังกลัวอะไรกันฟิว เรื่องมันผ่านมา 16 ปีแล้วนะ”
ตฤณเดินมาหาวรัญญูขณะกำลังจะกลับไปประจำตำแหน่งเพื่อเริ่มเกมใหม่อีกครั้ง
“ฉัน.....ฉัน ไม่ตฤณ อย่าพูดถึงเรื่องนั้นเลย เล่นต่อเถอะ”
วรัญญูรีบเดินหนีไป ตฤณได้แต่มองตามหลังพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ถ้านายยังเป็นแบบนี้ ระหว่างเราคงสะสางกันไม่จบแน่ ฉันควรทำยังไงดี”
ทีม พานทอง ยูไนเต็ด ปรับแผนการเล่นเพื่อไม่ให้เสียประตูมากเกินไป พวกเขาไม่บุกขึ้นไปโดยไม่จำเป็น เลือกขันน็อตเกมรับไว้ก่อนเพื่อรักษาสกอร์ วรัญญูถอยตัวเองลงไปเป็นกองหลังอีก 1 คน ทำให้ไม่ได้มีจังหวะที่จะปะทะกับตฤณอีก ขณะที่เจ้าพระยา บราโว่ ก็ผ่อนเกมลงไปเพื่อบริหารพลังงานให้ยืนระยะในสภาพอากาศร้อนจัดทำให้จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลังเริ่มขึ้นมาราว 5 นาทีเจ้าบ้านพยายามทำเกมบุกขึ้นมาบ้าง วรัญญูได้บอลตรงกลางสนาม ตฤณพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่ใช้ไหล่เบียดกันอย่างไม่ลดละ
“นายควรลืมเรื่องครั้งนั้นได้แล้วนะฟิว”
ตฤณพูดถึงความหลังระหว่างทั้ง 2 คนขณะที่กำลังจะแย่งบอลได้
“ฉัน....ฉันจะลืมได้ยังไงกัน?”
วรัญญูทรุดล้มลงจากพื้น ทำให้ตฤณแย่งบอลจากเขาไปได้สำเร็จ
“ได้ งั้นฉันจะแสดงให้ดูเองว่า ตัวฉันเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว”
ตฤณวิ่งตะบึงเลี้ยงบอลขึ้นไปถึงระยะ 30 หลา มีเพียงกองหลัง 2 คน กับผู้เล่นกองกลางของ พานทอง ยูไนเต็ดอีกคนที่ไล่ตามเขามาเท่านั้น วีริศอยู่ในช่องที่ตฤณสามารถจ่ายให้ได้แต่ตฤณเลือกทำในสิ่งที่ต่างออกไป เขาง้างเท้าเพื่อจะยิงแต่ไม่ใช่เท้าซ้าย กลับเป็นเท้าขวาที่ทุกคนต่างรู้ว่าเขาไม่ถนัด
“นายดูให้ดีนะเพื่อน”
ตฤณกดเต็มข้อด้วยเท้าขวา บอลพุ่งแรงและติดไซด์ก้อยเข้าเสียบเสาด้านขวาโดยที่ผู้รักษาประตูหมดสิทธิ์รับได้
“ขา.....ขาขวาของนายไม่เป็นไรแล้วจริงๆ”
วรัญญูมองลูกยิงของตฤณเมื่อครู่ด้วยความตะลึง เขานึกถึงความหลังระหว่างทั้ง 2 คนเมื่อตอนอยู่ ม.3
“นายกับฉันอยู่ชมรมฟุตบอลของโรงเรียน รุ่นอายุ 15 ปีเหมือนกัน เล่นตำแหน่งทับกัน เวลาลงแข่งโค้ชก็ต้องเลือกใครซักคน”
กัปตันทีมพานทองยูไนเต็ดมองตฤณที่กำลังเดินกลับมาที่กลางสนาม ขาข้างขวาหากสังเกตดีๆจะผิดรูปเล็กน้อย ทำให้ท่าเดินของเขาอาจจะขาดความสมดุลไปบ้าง
“เพราะการซ้อมวันนั้นสินะ เราอยู่คนละทีมถ้าฉันยั้งใจไม่เล่นแรงกับนายสักนิด ขานายก็คงไม่.....”
ยังไม่ทันที่วรัญญูจะคิดจบ ตฤณเข้ามาหาเขา มองตาด้วยความจริงใจน้ำเสียงเรียบนิ่ง
“ขาขวาของฉันที่เคยหักจนต้องพักไป 2 ปี มันใช้ได้เป็นปกติตั้งนานแล้ว นายจะลืมเรื่องวันนั้นได้หรือยังเพื่อน”
วรัญญูรู้สึกชาตั้งแต่หัวจรดเท้า เขาโทษตัวเองมาตลอดว่าทำให้ตฤณต้องเกือบหมดอนาคตทางฟุตบอลไป หลังจบ ม.3 เขาก็ย้ายโรงเรียนเพราะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นตฤณอยู่ในโรงเรียนเดียวกันกับเขาและไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้
“มันผ่านมา 16 ปีแล้ว ฉันยอมรับว่าตอนแรกฉันเองก็โกรธนายนะฟิว แต่มาคิดดูดีๆมันก็แค่อุบัติเหตุ และฉันก็ลืมมันไปหมดแล้ว นายดูสิฉันเล่นฟุตบอลได้”
“ฉัน....ฉันขอโทษนะ 16 ปีที่ผ่านมาแม้ฉันจะยังรักฟุตบอลอยู่ แต่ทุกครั้งที่ต้องเสียบสกัดคู่แข่งที่เสี่ยงอันตราย ฉันจะไม่กล้าทำเลยแม้แต่ครั้งเดียว”
“งั้นฉันถือว่าเราหายกันแล้วนะฟิว ความทรมานใจของนายมันมากเกินไปแล้ว ต่อไปนี้เล่นฟุตบอลด้วยความสามารถทั้งหมดของนายเถอะเพื่อน เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย “
วรัญญูน้ำตาไหลอาบหน้าดีที่ว่าฝนเริ่มตกลงมาทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็น และไม่มีใครได้ยินสิ่งที่เขาคุยกัน
“ขอบใจนะตฤณ ตอนนี้หัวของฉันมันโล่งเลย เหมือนอะไรที่แบกไว้มานานถูกวางลงหมดแล้ว”
“เล่นต่อเถอะฟิว เวลายังเหลือ มาสนุกกันเหมือนตอน ม.ต้น ดีกว่า”
วรัญญูไม่พูดอะไร แต่ยิ้มและพยักหน้า ตฤณก็วิ่งกลับไปประจำตำแหน่งเช่นกัน เกมดำเนินต่อไปอย่างราบรื่น วรัญญูกล้าเล่นมากขึ้น มีจังหวะเสียบสกัดตัดบอลสวยๆจากตฤณและนักเตะคนอื่นหลายครั้ง กลายเป็นฟอร์มการเล่นที่สมบูรณ์ที่สุดในรอบหลายปีของเขา จนกระทั่งจบเกม เจ้าพระยา บราโว่ เอาชนะ พานทอง ยูไนเต็ด ไป 3 ประตูต่อ 0 ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมต่อไป
“นายเองก็ได้ก้าวข้ามตัวเองด้วยสินะ”
ดนัยพูดกับตฤณขณะที่เขากำลังเดินออกจากสนาม ตฤณค่อนข้างแปลกใจที่โค้ชพูดเหมือนรู้อะไรบางอย่าง
“โค้ชรู้เรื่องด้วยเหรอครับ?”
“ใช่ขาขวาของนายเป็นอะไรน่ะฉันรู้มาตั้งแต่เข้าแคมป์วันแรกแล้ว อย่าไปโทษ ดร.ฮันส์เลยที่เขาบอกฉัน เพราะมันเป็นเรื่องสำคัญที่ฉันควรจะรู้”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ดีซะอีกผมจะได้ไม่ต้องเล่าเอง”
“เบอร์ 8 ทีมนั้นสินะที่เคยทำให้นายเกือบหมดอนาคต”
“ครับโค้ช แต่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอก แล้วเขาก็แบกความรู้สึกผิดมานานเกินไปแล้ว”
“อืม ใช่ถ้าเขาไม่กลัวการเสียบสกัดคู่แข่ง ไม่แบกความคิดนั้นไว้ ฉันว่าเขาจะไปได้อีกไกล เสียดายที่เขาเจอกับนายช้าไปนะตฤณ”
“ครับ แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นอิสระแล้ว ผมเองก็ก้าวข้ามความกลัวไปได้”
ดนัยไม่พูดอะไรเขาทำท่าตั้งใจฟัง ตฤณจึงถือโอกาสระบายความในใจต่อ
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา เสียงกระดูกหักมันลั่นอยู่ในสมองของผมเสมอ ตัวผมเองจะกลัวทุกครั้งที่ใช้ขาข้างขวาไม่ว่าจะเป็นการสกัดหรือการยิง เลี่ยงได้ผมก็จะเลี่ยง”
“ฉันพอจะเดาความรู้สึกได้ ว่าแต่มีอะไรเกี่ยวกับนายที่ฉันยังไม่รู้อีกรึเปล่าล่ะ?”
ตฤณยิ้มเล็กน้อยอย่างคนที่มีความลับแต่ไม่ไม่ยอมเผยออกมา
“มีครับโค้ช แต่ผมบอกไม่ได้ เพราะมันเป็นไพ่ตายของผม”
ดนัยพยักหน้ารับและหัวเราะในลำคอ เขาเองก็พอดูออกว่าไพ่ตายของตฤณคืออะไร แค่ยังไม่แน่ใจนัก แต่ตอบกลับโดยเปลี่ยนเรื่อง
“แต่ที่แน่ๆ วันมะรืนคุณมินบอกมาว่าให้นายแล้วก็ริวซึเกะกับอินบอมไปทำกิจกรรมสอนภาษาให้พวกนักเรียน ม.ปลายในโรงเรียนที่นครสวรรค์นะ”
“ครับโค้ช ผมยินดีเลย”
ดนัยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะหยอกกลับทีเล่นทีจริงบ้าง
“เคลียร์ปมคาใจกับเพื่อนเก่าแล้ว ก็เคลียร์พื้นที่หัวใจตัวเองบ้างล่ะ ตฤณนายน่ะเก่งตั้งหลายเรื่องนะ ยกเว้นอยู่เรื่องเดียว ฮ่าๆๆ”
ดนัยพูดจบก็เดินจากไปปล่อยให้ตฤณได้แต่งงงันอยู่พักใหญ่ว่าพูดถึงอะไร
“โธ่! พี่ดนัยนี่นะ เราไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นกับคุณมินหรอก ยังไงเธอก็เป็นเจ้านายของเรา”
แม้สมองของตฤณพยายามคิดเช่นนั้น แต่หัวใจของเขากลับเต้นแรงขึ้นอย่างที่ตัวเขาเองก็หาสาเหตุไม่ได้เวลาที่คิดถึงมินทิรา จนต้องพยายามสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง
“เอาเถอะวันนี้ผ่านไปด้วยดีแล้ว เรากล้าใช้ขาข้างขวาแบบไม่ต้องกลัวซะที”