Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 2: ทีมที่ไม่เหมือนใคร

👁️ 25 อ่าน
22px

“ครับวันนี้มาว่ากันด้วยข่าวผู้เล่นขาเข้ากันบ้างดีกว่า เริ่มทีมไหนดีครับคุณจาย”

“เอานี่ดีกว่า ทีมน้องใหม่ไทยลีก แชมป์ไทยลีก 2 ปีล่าสุด เจ้าพระยา บราโว่ ครับ เอ่อ.....มีแต่ตัวอะไรก็ไม่รู้ครับคุณผู้ชม ฮ่าๆๆๆ โอ้ย จะรอดไหมครับคุณรันทีมนี้น่ะ”

“ใช่ครับคุณจาย มีตัวจากลีกา 4 เยอรมัน ตัวอายุ 31 จากลีกสิงคโปร์ ตัวมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่นที่ไม่เคยเล่นอาชีพเลย  ลูกครึ่งจากลีกล่างของสวิสฯ แล้วไอ้ที่เหลือๆอยู่นี่คือมีแต่เด็กปั้นสโมสรครับคุณผู้ชม อายุส่วนใหญ่ 22-23 แค่นั้นเอง”

“อ้อมีตัวกองหน้าสากกะเบืออีกคนนึงครับ เคยเล่นแต่ใน T2 กับ T3  โอ้ย..... ตายๆๆ รอดยากครับคงขึ้นมาปีเดียวแล้วร่วงแน่ๆ”

รายการไลฟ์เกี่ยวกับฟุตบอลไทยยอดนิยม “จายกับรันจันทร์อะไร” กำลังวิจารณ์ทีมเจ้าพระยา บราโว่กันอย่างสนุกปาก แต่สื่ออื่นต่างก็วิจารณ์ไปในทิศทางเดียวกัน

“ให้คิดกันไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทีมเราจะได้ไม่กดดัน”

ดนัยที่ฟังรายการอยู่ยิ้มเยาะในใจ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนปรามาสวิธีการทำทีมเช่นนี้ แม้แต่คนในสโมสรเดียวกันอย่างเอกคณิตก็ยังมีความเห็นขัดกับเขาอยู่บ้าง

“คุณดนัย แค่คุณเสนอท่านประธานให้ลงทุนซื้อนักเตะดีๆ ตัวต่างชาติแพงๆมาซักแค่ 3 คนมาแบกก็พอแล้ว เสียเงินน้อยกว่าไปกวาดเอาตัวอะไรก็ไม่รู้ นักเตะเกรดต่ำทั้งนั้นมาตั้งหลายคน นี่ถ้าปีนี้ตกชั้นนี่ คุณไปอธิบายกับท่านประธานเองนะผมไม่ช่วยหรอกนะรู้ไว้ด้วย”

ดนัยนึกถึงคำพูดของเอกคณิตตอนวางแผนเรื่องการซื้อตัวนักเตะในช่วงที่ผ่านมา ถ้าวิฑูรย์คิดแบบเอกคณิตเขาเองก็คงจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว เคราะห์ดีที่ประธานสโมสรอย่างวิฑูรย์เป็นคนมองการณ์ไกลและให้อิสระเขาเต็มที่ในการตัดสินใจเลือกตัวนักเตะ ดนัยจึงได้เลือกนักเตะที่เขามองเห็นว่ามีศักยภาพและเหมาะกับวิธีการทำทีมของเขา ดนัยคิดอยู่เสมอว่า

“นักเตะเก่าที่เป็นเยาวชนของทีมที่ปั้นมาในชุดแรก ถึงจะมีความเข้าใจเกมฟุตบอลสมัยใหม่มีการเล่นร่วมที่ดี แต่ยังขาดความ พิเศษ บางอย่าง มีแค่เจ้าต่ายกับอีก 3 คนที่มีสิ่งนั้น แต่กลุ่มใหม่ที่ซื้อเข้ามานี่ล่ะ ถ้าพวกเขาทำได้ในสิ่งที่เรามองเห็น ทีมอื่นในลีกจะต้องลำบากแน่”

การประชุมทีมวันแรกได้เริ่มขึ้น ดนัยนัดหมายนักเตะและทีมงานทุกคนในเวลา 9 โมงเช้า ขณะที่ตฤณมาถึงห้องประชุมตั้งแต่ 8 โมง เขาคิดว่าน่าจะมาถึงห้องประชุมเป็นคนแรกดังเช่นครั้งที่เขาอยู่กับ พีเค ซิติเซ่นส์ และ แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ แต่สิ่งเห็นทำให้เขาถึงกับตะลึงอย่างมาก

“อะไรกันนี่ ทุกคนมาก่อนเราซะอีก ดูตั้งใจกันมากกว่าที่เราคิดเยอะเลย”

นักเตะทุกคนมาที่นี่อยู่ก่อนแล้ว ส่วนใหญ่จะจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ตฤณซึ่งมองเห็นติอาโก้อยู่ไม่ห่างไปนักจึงเดินเข้าไปทักทายติอาโก้รุ่นน้องคนสนิทที่โลกของฟุตบอลเหวี่ยงพวกเขากลับมาเจอกันอีกครั้งก่อนใคร

“ไง....ติอาโก้ นี่ฉันมาสายสุดเลยสินะ”

“ไฮครับพี่ตฤณ ไม่ถึงกับสายหรอกครับ นี่เดี๋ยวผมแนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักครับพี่ เพิ่งเจอเมื่อกี้เอง เขาพูดเยอรมันได้เหมือนพวกเราด้วยเพิ่งมาจากสวิสเซอร์แลนด์”

“สวัสดีครับพี่ชาย ผมยานนิคครับ”

ผู้ที่ติอาโก้แนะนำคือ ยานนิค โกรส ลูกครึ่งไทย-สวิส เพิ่งถูกดึงตัวมาจากโปรโมชั่นลีก(ลีกระดับดิวิชั่น 3 ของสวิตเซอร์แลนด์)

“อ้าว นายพูดไทยได้ด้วยนี่ยานนิค ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“ครับ แม่ผมสอนตั้งแต่เด็กๆ หรือพวกพี่จะคุยเยอรมันด้วยก็ได้ คุณติอาโก้จะได้รู้เรื่อง”

“อืม ก็ดีนะ แต่นายตัวสูงใหญ่มากเลยนะยานนิค สมกับนามสกุล Groß (อ่านว่า โกรส แปลว่าใหญ่โต)เลย ”

“ผมสูง 197 ซ.ม. ครับ พี่เล่นกองหลังด้วยใช่ไหมครับ เผื่อว่าเราจะได้เล่นด้วยกัน”

“ใช่แล้วยานนิค ยินดีมากเลยหวังว่าจะได้ยืนเซ็นเตอร์คู่กันนะ”

ตฤณรู้สึกดีมากขึ้นที่เข้ากับเพื่อนใหม่ได้ดี เขากับติอาโก้พากันมาหาอะไรดื่มกันจึงเดินไปยังจุดที่เจ้าหน้าที่ของทีมจัดเครื่องดื่มบริการไว้ให้ ติอาโก้เลือกดื่มกาแฟอเมริกาโน่ร้อน ขณะที่ตฤณขอชาเขียวใส่นมไม่หวาน  ขณะกำลังเดินกลับมาหน้าห้องประชุมอีกครั้งก็มีเพื่อนใหม่อีกคนเข้ามาทักทายเขา ซึ่งตฤณคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง

“สวัสดีครับพี่ตฤณ จำผมได้ไหมครับ”

“เอ๊ะ น้อง.....ที่เราเคยแข่งกันตอนพี่เล่น T3 นี่ ชื่อเล่นว่าต่ายใช่ไหม”

“ใช่ครับ ตอนนั้นโค้ชดนัยส่งผมให้ทีมนาคา บางเขนยืมตัวไป 1 ฤดูกาลพร้อมเพื่อนอีก 6 คน จำได้เลยว่านัดที่แข่งกับพี่ตฤณนี่สนุกมาก  ดีใจนะครับที่ได้มาอยู่ทีมเดียวกัน ผมยังจำได้เลยว่าหลังเกมพี่เคยพูดอะไรไว้กับผม”

“ที่ฉันบอกว่าถ้าอยู่ทีมเดียวกัน ฉันจะส่งบอลให้นายคนแรกสินะ”

“ครับ ผมรอวันนั้นเลยนะ เคยดูตอนพี่เล่นที่สิงคโปร์ลูกจ่ายของพี่นะสุดยอดเลยครับ”

“ขอบใจนะต่าย แต่พี่ว่านายน่าจะได้ลูกจ่ายสุดคมของติอาโก้มากกว่า”

ตฤณแปลให้ติอาโก้ฟังว่าคุยอะไรกันกับณวริศติอาโก้จึงยิ้มรับด้วยความพอใจพูดเป็นอังกฤษกับเพื่อนใหม่อย่างเป็นกันเอง ซึ่งทักษะภาษาของณวริศก็อยู่ในระดับที่สื่อสารได้คล่องแคล่วจนตฤณถึงกับชื่นชมในใจ

“คู่นี้ในสนามน่าจะเข้าขากันไม่ใช่เล่นนะ ทีมเราเกมรุกน่าจะมีสีสันมากเชียว”

ตฤณนึกจินตนาการในสิ่งที่เขาเคยเห็นจากทั้งคู่ ทำให้ในใจของเขาตื่นเต้นขึ้นไม่น้อย ขณะที่ตฤณกำลังเดินไปหาที่นั่งในที่ประชุม เสียงที่คุ้นเคยอีกเสียงก็ทักเขาอีกครั้ง

“สวัสดีครับคุณตฤณ”

เจ้าของเสียงคือ ไนเจล เหลียง คู่ปรับเมื่อครั้งเล่นในลีกสิงคโปร์ที่ตอนนี้กลายมาเป็นทีมเดียวกับเขานั่นเอง

“สวัสดีเช่นกัน ไนเจล ”

“ผมไม่รู้จะดีใจหรือเสียดายนะครับ ที่มาอยู่ทีมเดียวกันแล้วไม่ได้แข่งกับคุณอีก ”

“นายต้องดีใจสิ เพราะพวกเราจะได้แชมป์กับทีมนี้ไปด้วยกัน”

“มั่นใจสมกับเป็นคุณดีนะครับ เอาเป็นว่าถ้าคุณจะซ้อมลูกฟรีคิกแล้วอยากได้คนที่เป็นคู่ซ้อม ก็อย่าลืมชวนผมด้วยล่ะ”

“ได้ตามนั้น ไนเจล ฉันคงต้องยิงแต่ลูกยากๆถึงจะเอานายอยู่”

“หึ ให้มันยากพอก็แล้วกันครับ”

ทั้ง 2 คนจับมือและมองกันด้วยแววตาที่มองส่งสัญญาณแห่งความเชื่อมั่นในอีกฝ่ายอย่างมาก

เมื่อการประชุมทีมเริ่มขึ้น ดนัยเป็นคนพูดข้อมูลด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่จะเป็นการพูดถึงโปรแกรมปรีซีซั่นซึ่งหากนับจากวันนี้แล้วจะมีเวลาก่อนเปิดฤดูกาลเพียงแค่ 2 เดือนเท่านั้น

“เอาล่ะนะทุกคน การซ้อมช่วงปรีซีซั่นของทีม เราจะซ้อมกัน 2 ช่วง เช้ากับเย็นนะ ขอให้ทุกคนเตรียมพร้อมให้ดีด้วยเพราะมันจะหนักจนพวกนายร้องขอชีวิตกันเลยถ้าเตรียมพร้อมมาไม่ดี และก็จะมีอุ่นเครื่องอีก 5 เกมด้วย พวกเราน่าจะพร้อมพอดีสำหรับฤดูกาลที่จะมาถึง”

ดนัยพูดถึงแผนการซ้อม คอนเซ็ปต์การเล่นที่อยากได้จากลูกทีม ตฤณสังเกตว่านักเตะทุกคนตั้งใจฟังการข้อมูลประชุมเป็นอย่างมาก หลายคนซึ่งเป็นนักเตะเก่าของทีมถึงกับเอาแท็บเล็ตพร้อมปากกามาจดบันทึกตามไปด้วย เป็นบรรยากาศที่ตฤณไม่เคยเห็นมาก่อนบ่งบอกถึงความตั้งใจและความเป็นมืออาชีพอย่างมาก

“ดูสิติอาโก้ ไนเจล พวกเขาตั้งใจกันจริงๆ แล้วส่วนใหญ่ยังอายุน้อยกันอยู่ด้วยทำเอาฉันช็อคไปเลยนะ”

“นั่นสิครับ ผมนี่รู้สึกผิดเลยที่นั่งฟังเฉยๆครั้งหน้าต้องจดบ้างแล้วล่ะ”

“หึ ต้องแบบนี้สิ ผมคิดถูกจริงๆที่มาที่นี่”

ไนเจล เหลียง รู้สึกพอใจมากกับบรรยากาศที่จริงจังแบบนี้เช่นเดียวกับตฤณ

การประชุมทีมดำเนินไปประมาณ 1 ชั่วโมง ตฤณได้เรียนรู้วิธีคิดต่างๆของทีมเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการแนะนำทีมงานฝ่ายต่างๆให้รู้จัก เพราะมี คนที่เหมือนผู้ชุบชีวิตการเป็นนักฟุตบอลของเขาขึ้นมาใหม่

“เอาล่ะพวกเราปรบมือให้กับ ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์ หน่อย”

นักเตะและทีมงานต่างปรบมือต้อนรับ ดร.ฮันส์ ซึ่งตฤณกับติอาโก้ดูจะยินดีกับเขามากเป็นพิเศษ

“สวัสดีทุกคน ฉัน ฮันส์ ชไนเดอร์ จะมาเป็นฝ่ายวิจัยและพัฒนาศักยภาพของพวกคุณทุกคน เป้าหมายของฉันคือ ทุกคนในทีมเราต้องแข็งแกร่งกว่าทีมอื่น แค่นี้โอกาสของพวกเราก็เพิ่มขึ้นแล้ว ฉันจะเคี่ยวเข็ญพวกคุณทุกคนไปถึงจุดนั้นเอง”

“ยังเหมือนเดิมเลยนะครับพี่ตฤณสำหรับคุณชไนเดอร์น่ะ”

“ใช่ แต่มีเขาในทีมพวกเราทุกคนจะเก่งขึ้นแน่ๆล่ะติอาโก้”

“คุณ 2 คนรู้จักลุงคนนี้มาก่อนเหรอครับ”

ไนเจลรู้สึกแปลกใจที่ทั้งตฤณกับติอาโก้เหมือนจะรู้จัก ดร.ฮันส์ เป็นอย่างดี และชื่นชมเขามากเป็นพิเศษ

“ใช่แล้วไนเจล ด็อกเตอร์คนนี้ล่ะที่ช่วยให้เรา 2 คนเริ่มต้นใหม่ในเส้นทางฟุตบอลได้อย่างมั่นใจ ทั้งที่เคยเราล้มเลิกสิ่งนั้นไปแล้ว”

“อ้อ....น่าสนุกนะครับ อยากรู้จริงๆคุณลุงชไนเดอร์จะช่วยให้ผมเก่งขึ้นขนาดไหนบ้าง เอาจริงๆเรื่องฝ่ายวิจัยอะไรที่ลุงนั่นเข้ามาทำงาน ผมก็เพิ่งได้ยินครั้งแรกนะว่ามีในทีมฟุตบอลของอาเซียน”

“รอเจอได้เลยไนเจล ลอง ดร.ฮันส์ ได้ออกโรงทำแบบฝึกด้านพัฒนาขีดความสามารถด้วยตัวเองล่ะก็ วันแรกๆนายอาจหอบสังขารกลับบ้านไม่ไหวแน่”

ติอาโก้พูดจากประสบการณ์จริง ส่วนไนเจลนั้นได้แต่ยิ้มเยาะเพราะยังไม่เห็นกับตาเจอกับตัวเอง จึงยังไม่เชื่อสิ่งที่ตฤณกับติอาโก้บอกอย่างเต็มใจนัก การประชุมเสร็จสิ้นลงในเวลาไม่นานนัก ทุกคนต่างแยกย้ายกลับที่พักเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการซ้อมครั้งแรกในวันรุ่งขึ้น

เวลา 8 โมงเช้าทุกคนในทีมมาพร้อมกันก่อนเวลาซ้อมถึง 1 ชั่วโมง โดยโค้ชดนัยกับ ดร.ฮันส์เป็นคนที่มาก่อนใครทั้งหมด ดนัยกับผู้ช่วยโค้ช 5 คนทยอยกันวางสถานีต่างๆสำหรับฝึกซ้อมกลางแจ้ง 10 สถานี ขณะที่ ดร.ฮันส์กับทีมงานฝ่าวิจัยและฝ่ายเก็บข้อมูลทำหน้าที่คอยดูภาพรวมและรวบรวมสถิติต่างๆจากนาฬิกาอัจฉริยะ ที่ทุกคนได้ใส่เพื่อไปวิเคราะห์จุดเด่นจุดด้อยของแต่ละคนอีกครั้ง

“เอาล่ะทุกคนจับสลากแบ่งออกเป็นกลุ่มละ 3 คนนะ แล้วค่อยฝึกวนไปสถานีละ 15 นาที จนกว่าจะครบ 10 สถานี เค้นศักยภาพออกมาให้เต็มที่ห้ามอู้ล่ะ”

ตฤณได้อยู่กลุ่มเดียวกับนักเตะต่างชาติอีก 2 คน คนหนึ่งเป็นชาวแอฟริกันส่วนอีกคนเป็นคนญี่ปุ่น โดยที่เขายังไม่ทันจะเอ่ยปากทักทาย นักเตะแอฟริกันก็พูดกับเขาก่อนด้วยหน้าตายิ้มแย้มและสำเนียงภาษาไทยที่ชัดมาก

“สวัสดีครับเพื่อนใหม่ ผมชื่อดิดิเยร์ เรียกผมดีดี้ก็ได้นะ”

“เอ่อ สวัสดีเช่นกัน ฉันชื่อตฤณ ว่าแต่นายพูดไทยชัดมากเลยนะดีดี้”

“ผมอยู่ในประเทศไทยมา 5 ปีแล้วครับ ตั้งแต่อายุ 20 เลย”

“ดีจัง ถึงว่าพูดชัดมากเลยแบบนี้ก็สื่อสารกันง่ายหน่อย ว่าแต่นายมาจากประเทศไหนกันล่ะดีดี้”

“โกตดิวัวร์ น่ะครับ”

“อ๋อ ไอเวอร์รี่ โคสต์ สินะ วันนี้สู้เต็มที่นะดีดี้”

ดิดิเย่ร์ยิ้มกว้างจับมือกับตฤณแล้วเขย่าอย่างแรง นักเตะคนนี้สูงใหญ่ราว 190 ซ.ม. ร่างกายบึกบึนราวกับเป็นนักรักบี้ แต่ในสถานีการฝึกด้านความเร็วในการวิ่งระยะ 40 หลา เขาทำเวลาได้ดีกว่าตฤณมาก ทั้งยังดูไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการที่ต้องวิ่งเร็วด้วยสปีดเต็มที่นับ 10 กว่ารอบเช่นนี้ ขณะที่ตฤณแม้จะชินกับการฝึกของ ดร.ฮันส์ แต่มันก็ยังถือว่าหนักสำหรับเขาอยู่ดี เหงื่อท่วมตัวทั้งจากอากาศที่ร้อนระอุกับการซ้อมที่หนักชนิดไม่มีการอ่อนข้อให้ใคร ตฤณหันไปถามเพื่อนนักเตะชาวญี่ปุ่นในกลุ่มเดียวกันด้วยภาษาอังกฤษพื้นฐาน คนๆนี้ดูท่าทางนิ่งๆไม่ค่อยพูดมากนักแต่ท่าทางตั้งใจไม่แพ้ใครเช่นกัน

“Are you OK? (นายไหวไหมเพื่อน)”

ตฤณนึกขึ้นได้ว่าเพื่อนร่วมทีมคนนี้อาจจะไม่ถนัดภาษาอังกฤษมาก แต่เขากลับคิดผิดเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

“I'm okay. Don't worry. Let's keep practicing. (ผมโอเค ไม่ต้องเป็นห่วง ตั้งใจซ้อมต่อเถอะ)”

นักเตะญี่ปุ่นคนนั้นตอบกลับด้วยภาษาอังกฤษที่สำเนียงดีใกล้เคียงเจ้าของภาษา

“ผมชื่อริวซึเกะนะ เรียกริวก็ได้ครับ”

ริวซึเกะแนะนำตัวสั้นๆแล้วก็ออกวิ่งต่อทันทีโดยไม่รีรอ ตฤณจึงรีบวิ่งในรอบต่อไปเช่นกัน

การซ้อมดำเนินไปจนจบครบทุกสถานี นักเตะส่วนใหญ่ถึงกับนอนแผ่กลางสนาม แม้อากาศจะร้อนจัดแต่ก็หมดกำลังที่จะเดินไปพักในที่ร่มกันไปหมด มีเพียง ดีดี้, ตฤณ, ติอาโก้,ริวซึเกะกับนักเตะเกาหลีใต้อีกคน ที่ยังยืนไหว โดยเฉพาะดีดี้นั้นดูเขาเหมือนใช้พลังไปเพียง 60% เท่านั้นเอง ยังคุยเล่นกับเพื่อนคนอื่นอย่างสบาย การซ้อมช่วงเช้าของวันนี้จบลง ทุกคนพากันไปยังแคนทีนของสโมสรเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง จากนั้นก็พากันกลับไปพักที่คลับเฮาส์ของสโมสรซึ่งจะมีห้องพักเป็นห้องคู่พักห้องละ 2 คน อยู่ห่างสนามซ้อมเพียง 100 เมตร ส่วนใหญ่จะอาบน้ำแล้วก็นอนหลับเอาแรงกัน ขณะที่ตฤณเลือกที่จะไปเดินผ่อนคลายภายในพื้นที่สวนของสโมสรที่มีต้นไม้มากมายบรรยากาศร่มรื่นอย่างยิ่ง เขานึกถึงการซ้อมที่เพิ่งจบลงไปแม้จะเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ภายในความคิดของตฤณกลับมีความสุขอย่างมาก

 

“ดีใจที่ได้มาซ้อมในโปรแกรมของคุณอีกครั้งนะครับด็อกเตอร์ ลำพังโค้ชดนัยคนเดียวผมก็มั่นใจมากแล้ว พอมีคุณเข้ามาช่วยอีกแรง ผมเชื่อเลยว่าพวกเรา เจ้าพระยา บราโว่ ต้องประสบความสำเร็จและสร้างความประหลาดใจให้กับทุกทีมที่แข่งกับเราได้อย่างแน่นอน”

ตฤณคิดสิ่งนี้ขณะนั่งพักในสวน สายตาของเขาทอดยาวไปยังสนามแข่งความจุ 6000 ที่นั่งของทีมที่อยู่ห่างจากสนามซ้อมไปเพียง 100 เมตร ใจของเขาแทบจะทนรอเกมเปิดฤดูกาลไม่ไหวแล้วเช่นกัน

“หึ....คอยดูเถอะไทยลีก ดูว่าพวกเราจะทำอะไรได้บ้าง พวกเราไม่ได้มาเพื่อตกชั้น แต่เรามาเพื่อความสำเร็จ”

 

แนะนำตัวละคร

ติอาโก้ ชมิทด์

อายุ 23 ปี

สัญชาติ บราซิล

สูง 170 ซ.ม. น้ำหนัก 78 ก.ก.

ตำแหน่ง: กองกลาง

ต้นสังกัดเดิม

เฟาเอฟเบ ฮัลเล่อ (ดิวิชั่น 4 เยอรมัน)

 

ไนเจล เหลียง

อายุ 23 ปี

สัญชาติ สิงคโปร์

สูง 182 ซ.ม. น้ำหนัก 76 ก.ก.

ตำแหน่ง: ผู้รักษาประตู

ต้นสังกัดเดิม

ไลอ้อน U23 (สิงคโปร์ พรีเมียรืลีก)

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!