Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 6: อุ่นเครื่องครั้งสุดท้าย

👁️ 11 อ่าน
22px

ตฤณกำลังเตรียมพร้อมที่ห้องแต่งตัวของสโมสร วันนี้จะเป็นเกมอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายซึ่งจะเป็นการพบกับทีม ไซตามะ เรดส์ ทีมดังจากญี่ปุ่น

“นายกับฉันจะได้เจอกันอีกแล้วเรย์น่า ถึงจะเป็นการอุ่นเครื่องก็เถอะ แต่คงสนุกไม่น้อยเลย”

ตฤณหวนนึกถึงคู่ปรับเก่าเมื่อครั้งเล่นที่สิงคโปร์ เพราะเรย์น่านี่เองทำให้ตฤณต้องพัฒนาตัวเองอย่างมากในตอนนั้น

ทุกคนในห้องแต่งตัวต่างก็คึกคักไม่แพ้ตฤณ แต่เมื่อเสียงเดินเท้ากระทบพื้นที่หนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ของดนัยดังใกล้เข้ามา บรรยากาศเปลี่ยนเป็นสงบอย่างยิ่งทันที

“เอาล่ะ วันนี้ก็อย่างที่ซ้อมไว้นะ เราจะเล่น 3-4-3”

โค้ชใหญ่เปิดจอ Smart LED ขึ้นแผนการเล่นและ 11 ตัวจริงให้ทุกคนดูอีกครั้ง

“ไนเจล นายพยายามอย่าใช้เท้าเล่นเกมบิลด์อัพโดยไม่จำเป็นนะ”

“Yes sir! (ครับผม)”

ไนเจล เหลียง รับคำตามที่ดนัยกำชับ

“กองหลัง 3 คน ตฤณ, ยานนิค, ไทเกอร์ ทำให้ได้อย่างที่ซ้อม อย่าจับบอลมากจังหวะเวลาโดนเพรสซิ่ง”

ทั้ง 3 คนพยักหน้ารับเป็นสัญลักษณ์ว่าเข้าใจตามนั้น

“อินบอม นายพยายามเล่นลูกครอสทุกจังหวะที่ได้เปรียบนะ ฉันมั่นใจในลูกเปิดครอสของนาย” ดนัยย้ำกับหน้าที่ให้กับ จองอินบอม วิงแบ็คขวาร่างเล็กชาวเกาหลีใต้

“Copy that! (รับทราบครับ)”

จองอินบอม แววตามั่นใจอย่างยิ่งกับคำสั่งนี้ หากตฤณคือเจ้าพ่อลูกตั้งเตะ เขาเองก็ไม่เป็นสองรองใครในการเล่นลูกโอเพ่นเพลย์ที่แม่นยำ

“ริวคุง กับ ติอาโก้ พยายามเก็บบอลจังหวะสองให้ได้ แล้วหาทางเล่น Transition ให้เร็วที่สุดอย่าช้า แทงบอลไปในจุดที่เราซ้อมไว้นะ”

ริวซึเกะกับติอาโก้ แม้ไม่พูดอะไรแต่สีหน้าแสดงถึงความเข้าใจแผนการเป็นอย่างดี

“ส่วน แดนหน้า 3 คน มัด, ดีดี้, ต่าย วิ่งใส่ทุกจังหวะนะไม่ต้องผ่อน กองหลังคู่แข่งเขาออกบอลดี ถ้าเราไม่วิ่งใส่เกมนี้แพ้ยับแน่”

“ครับโค้ช”

3 ทหารเสือแดนหน้าของทีมตอบรับแผนการแทบจะพร้อมกัน

“ไป...พวกเรานี่อุ่นเครื่องเกมสุดท้ายแล้ว ไปโชว์ให้คนญี่ปุ่นเขาดูว่าพวกเรามีดีแค่ไหน ฉันไม่สนใจผลแพ้ชนะ แต่ฉันสนใจวิธีการเล่นของพวกเราที่สุด”

“เฮ้!”

ทุกคนในทีมตะโกนพร้อมกันจนเสียงดังลั่นออกไปข้างนอก แม้ประตูห้องจะปิดอย่างมิดชิดก็ตาม

เกมอุ่นเครื่องนี้ถูกถ่ายทอดสดผ่านแพล็ตฟอร์มโซเชี่ยลมีเดียของสโมสรทุกทาง และในสนามแฟนบอลก็เข้ามากว่า 4,000 คน นับว่าเยอะมากสำหรับเกมอุ่นเครื่อง เสียงเชียร์

“บราโว่! ๆๆๆ”

ดังต่อเนื่องก่อนเกมแทบไม่พัก  ตฤณสวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีมเดินนำหน้า สิ่งที่เขาแปลกใจตั้งแต่อยู่ในอุโมงค์ก่อนลงสนามคือ ทางฝั่งของทีมไซตามะกลับไม่มี กอนซาโล่ เรย์น่า ลงสนาม

“นายไปไหนกันนะเรย์น่า ทำไมไม่ได้ลงตัวจริงกัน” ตฤณพยายามมองหาแต่ก็ยังไม่เจอคู่ปรับเก่ารายนี้ จึงเลิกที่จะสนใจหันไปมีสมาธิกับเกมตรงหน้าทันที

“โห... พี่ตฤณบรรยากาศน่าขนลุกมาก ผมฉี่จะราดแล้วนะเนี่ย” มิค นักเตะตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งซ้ายซึ่งเป็นเด็กเยาวชนของสโมสรพูดออกมาอย่างตื่นเต้น

“อืม.... ตั้งใจให้ดีล่ะ ทำให้ได้อย่างที่ซ้อมก็แล้วกัน” ตฤณเรียกสติรุ่นน้องให้มีสมาธิกับเกม

เวลา 18.00 น. เกมเริ่มขึ้นอากาศดีไม่มีฝนตกแต่อย่างใด ไฟในสนามส่องสว่างมาที่พื้นสนามราวกับแข่งกันในช่วงกลางวัน ตัดกับแสงที่อัฒจันทร์ซึ่งมืดกว่า 3 ระดับ ทำให้คนในสนามหญ้าดูเด่นขึ้นไปอีก

นาทีที่ 5 บอลเริ่มบิลด์อัพจากไนเจล เขาส่งบอลให้ตฤณแต่เหมือนน้ำหนักจะขาดไป กองหน้าของไซตามะพุ่งเข้าตัดบอลทันที

“ยานนิค รอคุมจังหวะสองนะ พี่เข้าเอง” ตฤณตะโกนสั่งเพื่อนขณะวิ่งหน้าตั้งเข้าไปสกัดบอลก่อนถึงเท้าคู่แข่ง

โชคยังดีที่ตฤณถึงบอลก่อน แต่ผู้เล่นไซตมะอีกคนก็เข้ามารุมอย่างรวดเร็ว ตฤณไม่เสียเวลาแต่งบอลนาน เขาจ่ายบอลสั้นๆโดยไม่จับให้ติอาโก้ทันที

“มา....ผมรับช่วงต่อเองครับ”

ติอาโก้รับบอลจากตฤณแต่กองกลางของคู่แข่งเข้าถึงตัวเขาอย่างรวดเร็ว เขาย่อตัวให้ต่ำลง กำลังขาและลำตัวที่แข็งแกร่งของเขาทำให้ไม่ล้มแม้จะถูกเข้าปะทะอย่างแรง

“ไปเลยดีดี้!” ติอาโก้อาศัยจังหวะปะทะที่เหนือกว่าทำให้นักเตะของไซตามะชะงักไปจังหวะหนึ่ง เขาพลิกตัวอย่างรวดเร็วแล้วจ่ายบอลเรียดแทงทะลุแนวรับคู่แข่งที่ดันขึ้นสูงบอลทะลุไปถึง ดิดิเยร์ คัวซี่ หลุดเดี่ยวไปดวลกับผู้รักษาประตูทันที

“เสร็จผมล่ะ....เต็มข้อ!” ดีดี้เอ่ยคำประจำตัวก่อนยิงพร้อมเตะบอลเต็มแรง บอลพุ่งข้ามคานชนิดไม่มีลุ้น

“ดีดี้! แปเล่นทางบ้างได้ไหมวะ” 

ดนัยเอา 2 มือกุมศีรษะหลังจากพลาดจังหวะขึ้นนำไป

นาทีที่ 15 ทีมไซตามะทำเกมขึ้นมาจากหน้าประตูบ้าง ณวริศพุ่งเข้าใส่เพื่อแย่งบอลทันที แต่ เซ เปรโดร กองหลังชาวบราซิลของทีมเจลีกล็อกหลบอย่างง่ายดายพร้อมเลี้ยงบอลขึ้นหน้ากินแดนมากว่า 10 หลา

“ริวคุงช่วยที” ตฤณที่มองความอันตรายของจังหวะนี้อย่างทะลุปรุโปร่งตะโกนบอก ริวซึเกะ

“ไม่ต้องห่วง เขาผ่านไม่ได้หรอก” 

ริวซึเกะวิ่งสวนขึ้นไปสกัด เซ เปโดร ทันที

“แปลกจริงริวคุงตัวเล็กกว่าหมอนั่นมาก แต่การเบียดปะทะดูได้เปรียบทันทีที่เข้าถึงตัวเลย”

ตฤณมองดูด้วยความฉงน

เพียงไม่นานที่ริวซึเกะเบียดแย่งบอลจาก เซ เปโดร กองหน้าชาวบราซิลล้มกลิ้งไปไม่เป็นท่าทั้งที่ดูไม่มีการกระแทกอะไรที่แรงเลย

“เฮ้! ไม่ฟาล์วเหรอกรรมการ ผมโดนเตะขานะ” 

เซ เปรโดรท้วงติงแต่ผู้ตัดสินมองว่าเป็นจังหวะเบียดทั่วไป

ริวซึเกะ ไม่สนใจส่งบอลให้ จองอินบอม ที่เติมเกมมาทางขวาทันที ดาวเตะเกาหลีใต้พุ่งตะบึงขึ้นไปถึงสุดเส้นหลังก่อนเปิดบอลโด่งเข้ามาลูกพุ่งสูงเพียงระดับหน้าอก แต่แม่นยำอย่างที่สุด คนที่โผล่มาตรงจุดนั้นคือเจ้าต่าย ณวริศ ที่โหม่งเช็ดบางๆลูกพุ่งผ่านมือผู้รักษาประตูของ ไซตามะ เรดส์เข้าไป เจ้าพระยา บราโว่ พลิกขึ้นนำ 1-0

“เยส! สุดยอดมากต่าย”

 ปัฐวีวิ่งเข้ามากอดดีใจกับณวริศก่อนใคร เสียงเชียร์

“บราโว่! บราโว่! บราโว่!” 

ดังลั่นสนามเป็นบรรยากาศที่ตฤณรู้สึกเลือดในตัวเดือดไปหมดเพราะความตื่นเต้น

“พวกเรา แค่ลูกเดียวอย่าเพิ่งประมาทนะ” 

ตฤณบอกกับเพื่อนร่วมทีมขณะที่กำลังเดินกลับมาเริ่มเกมใหม่

หลังจากถูกขึ้นนำอย่างช็อคความรู้สึก ทีมแชมมป์เอ็มเพอร์เรอร์คัพของญี่ปุ่นก็เร่งเกมอย่างต่อเนื่อง พวกเขาใช้สปีดบอลที่เร็วมากขึ้น จนทีมเจ้าพระยา บราโว่วิ่งไล่ประกบแทบไม่ทัน

“แย่ล่ะ แบบนี้เกมเพรสซิ่งของพวกเราถูกทำลายหมดแน่ พวกเขาเร็วเกินไป” 

ตฤณเริ่มวิตกกับความเก่งกาจของคู่แข่ง เหงื่อของเขาไหลออกมามากกว่าปกติจากการที่ต้องวิ่งไล่สกัดคู่แข่งที่ทำเกมรุกขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย

นาทีที่ 45+2 ทดเวลานาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทีมจากญี่ปุ่นได้ลูกเตะมุมเข้ามาจากมุมธงด้านซ้าย นากาจิมะ แนวรุกดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นชุด U23 ขึ้นโขกจ่อๆที่กลางประตู บอลพุ่งแรงแต่ ไนเจล เหลียง สามารถกระโดด ปัดได้ปลายมือ บอลตกมาชุลมุนที่หน้าประตู  นากาจิมะ ยังพุ่งเข้ามาแปบอลซ้ำ บอลผ่านมือ ไนเจล เหลียงไปแล้ว แต่ว่าตฤณยังพุ่งมาสกัดคาบเส้นได้ทัน เจ้าพระยา บราโว่ รักษาสกอร์ไว้ได้อย่างเฉียดฉิวเมื่อจบครึ่งแรก

“ดูพวกเราเริ่มช้ากว่าพวกเขาไป 1 จังหวะตลอดนะ เกมเพรสซิ่งของเราทำอะไรพวกเขาไม่ได้แล้ว” 

ดนัยพูดด้วยสีหน้าตึงเครียดในห้องแต่งตัว แม้จะนำอยู่ก็ตามแต่สถานการณ์ของทีมเริ่มต้องถอยร่นลงมาเรื่อยๆ

“โค้ชครับ พวกเขามีเกมรุกที่หลากหลายมาก ผมเอง ยานนิค ไทเกอร์ เริ่มตามไม่ทันแล้ว”

ตฤณสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นให้ดนัยฟังอีกแรง

“เอาแบบนี้แล้วกันครึ่งหลัง เราปรับมาเล่น 5-3-2 นะ เดี๋ยวฉันจะเปลี่ยน มัด กับ มิก ออก เพราะดูจะเหนื่อยจัดแล้ว”

โค้ชดนัยกล่าวไปพลางมองทั้งคู่ที่นั่งฟังด้วยท่าทางหมดพลังกายไปอย่างมาก

ครึ่งหลังเริ่มขึ้นมา ตฤณ ชำเลืองไปเห็น กอนซาโล่ เรย์น่า บนอัฒจันทร์พอดี ดาวเตะชาวสเปนมีไม้ค้ำวางอยู่ข้างกายทำให้ตฤณกระจ่างว่าทำไมจึงไม่มีชื่อของเขาในวันนี้

“นายเจ็บนี่เองนะ เรย์น่า นี่ถ้านายลงเล่นเกมนี้ พวกเราอาจจะโดนยิงไปแล้ว”

ทีมเยือนจากญี่ปุ่นยังคงครองเกมอย่างเบ็ดเสร็จ พวกเขามีโอกาสยิงอีกหลายครั้ง แต่กองยังไม่ผ่านมือของ ไนเจล เหลียง ตฤณเริ่มรู้สึกว่าพลังกายเริ่มเหลือน้อย จากการที่คู่แข่งเน้นโจมตีทางด้านขวาซึ่งเขาประจำการอยู่ และยานนิค กับ ไทเกอร์ ก็ดูตามเกมรุกของที่ ไซตามะ ไม่ทัน จนเขาต้องคอยสอดซ้อนเก็บความผิดพลาดของรุ่นน้องทั้ง 2 คน ดีที่ริวซึเกะ กับ ติอาโก้ถอยลงมาช่วยอีกแรง แต่ก็ทำให้แดนกลางของทีมไม่สามารถเก็บบอลจังหวะสวนกลับได้เช่นกัน

เกมดำเนินมาถึง 5 นาทีสุดท้าย ทั้ง 2 ทีมทยอยเปลี่ยนผู้เล่นเพื่อให้โอกาสตัวสำรองบ้าง ดนัยตัดสินใจ เปลี่ยน ณวริศ, ดีดี้, ติอาโก้, ริวซึเกะ, จองอินบอม, ไนเจล เหลียง ออก ให้ตัวสำรองที่เป็นเด็กปั้นชุด U21 ของสโมสรลงมา

“ไซตามะ เรดส์ เปลี่ยนตัวผู้เล่น หมายเลข 7 นากาจิมะ ออก หมายเลข 23 ชุน มาเอดะ ลงไปแทน” 

เสียงโฆษกสนามประกาศการเปลี่ยนตัว

นาทีสุดท้ายของเกม ชุน มาเอดะ ได้บอลครั้งแรกในเกมตรงหัวกะโหลก ไทเกอร์พุ่งเข้าแย่งบอลทันที แต่เขาสามารถโยกหลบได้อย่างง่ายดายและรุกคือเข้ามาในเขตโทษ

“แย่ล่ะ เด็กคนนี้ผ่านเข้ามาในจุดอันตรายแล้ว ”ตฤณเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเข้าไปสกัดทันที

แต่ ชุน มาเอดะ กลับคลึงบอลหลบเขาราวกับว่า ตฤณ เป็นเพียงกรวยฝึกซ้อมที่ไม่มีชีวิต

“เสร็จกัน!”

เพียงสิ้นเสียงในใจของตฤณ เท่านั้น ชุน มาเอดะ ซัดบอลเต็มข้อตุงตาข่ายให้ ไซตามะ ตีเสมอสำเร็จ

“นี่มัน ระดับไม่ต่างจากเรย์น่าเลย ไม่สิ อาจจะเหนือกว่าด้วย” 

ตฤณถึงกับน้ำลายเหนียวคอ เมื่อต้องเจอกับคู่แข่งที่เก่งกาจเขามองแผ่นหลังของ ชุน มาเอดะ ที่เดินออกไป ด้วยความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดกับเขามาก่อน

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่เรารู้สึกกลัวคู่แข่ง” 

ตฤณปาดเหงื่อตั้งสติแล้วเก็บบอลมาเพื่อเล่นต่อ แต่เสียงนกหวีดก็เป่าหมดเวลาเสียก่อน ทั้ง 2 ทีมเสมอกันไป 1-1

บรรยากาศในห้องแต่งตัวยังดูมีชีวิตชีวาอยู่แม้ฟอร์มการเล่นอุ่นเครื่องครั้งสุดท้าย ทีมจะยังดูไม่เป็นรูปเป็นร่างเท่าที่ควร มีเพียงตฤณที่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับเกมที่เพิ่งจบลง เขาดูเหนื่อยล้าอย่างมากกับเกมอุ่นเครื่องวันนี้  ดนัยสังเกตเห็นจึงเข้ามาคุยด้วยกับเขา

“เราเล่นได้ไม่ดีจริงๆนะวันนี้ อาจเพราะคู่แข่งเป็นทีมระดับท็อปของ เจลีก มาตรฐานจึงต่างจากพวกเรามาก” 

“ครับโค้ช แต่พวกเราดูยังไม่พร้อมเลย จากที่คิดว่าซ้อมาดีแล้วแท้ๆ หวังว่า 10 วันก่อนเปิดฤดูกาล จะดีกว่านี้นะครับ”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเห็นปัญหาทุกอย่าง เราแก้ไขได้ทันแน่ ตฤณนายต้องเชื่อมั่นในตัวเองกับเพื่อนเข้าไว้ ที่ฉันเลือกพวกนายเข้ามาในทีมไม่ใช่เรื่องมั่วๆ พวกนายทุกคนมีสิ่งที่พิเศษทุกคน เพียงแต่ยังเอามาใช้ให้ได้ดั่งใจไม่ได้มากเท่านั้น”

ดนัยตบบ่าของตฤณแล้วเดินจากไป ไฟสนามค่อยๆดับลงตฤณเดินออกมาเพื่อขี้นรถบัสของทีม พบแฟนบอลรอถ่ายรูปและขอลายเซ็นกันมากมาย ใจของเขากลับมีพลังขึ้นที่เห็นความรักความศรัทธาของทุกคน

“เอาล่ะ เราต้องตั้งใจให้มากขึ้น 10 วันจากนี้แม้จะเป็นเกมหนัก แต่เราต้องชนะให้ได้เพื่อทุกคน”

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!