Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 14: พลังแฝง

👁️ 11 อ่าน
22px

“คุณวิฑูรย์ คุณคิดอะไรของคุณครับ ทำไมให้พวกโค้ชกับนักเตะในทีมงดซ้อม 2 วันไปช่วยน้ำท่วมแบบนี้”

เอกคณิต ที่รับหน้าที่ผู้อำนวยการของสโมสร ตั้งคำถามถึงประธานสโมสรในการประชุมผู้บริหาร วิฑูรย์ที่นั่งหัวโต๊ะได้แต่นิ่งฟัง ใบหน้าดูผ่อนคลายและยิ้มเล็กๆ

“ท่านประธานครับ รู้ไหมว่าเวลาที่เสียไปมันมีผลกับการแข่งทั้งหมด นี่ยังไม่นับว่าเราใช้งบทุ่มไปช่วยเรื่องนี้เรียกว่ามากมายมหาศาลเลยนะครับ”

เอกคณิตยังไม่หยุด เขาเองทำงานร่วมกับวิฑูรย์มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง D.V. group ได้ชื่อว่าเข้มงวดเรื่องการเงินเป็นที่สุด สิ่งเดียวในหัวคือกำไรขาดทุน แม้จะเป็นเพียงลูกน้องคนสนิท แต่วิฑูรย์รักเอกคณิตราวกับเป็นน้องชายแท้ๆคนหนึ่งเลยทีเดียว

“ใจเย็นคุณเอก เว้นช่องให้ผมอธิบายหน่อย” วิฑูรย์ใช้ความอารมณ์ดีเข้าเบรกบรรยากาศที่กำลังมาคุอย่างหนัก

“ได้ครับ ท่านประธานไหนลองบอกมาหน่อยว่าที่ตัดสินใจทำไป สโมสรและบริษัทเราได้อะไรมาบ้าง คุ้มทุนแล้วรึเปล่า?”

วิฑูรย์ยิ้มเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืน ท่าทางผ่อนคลายถึงที่สุด ทุกคนในที่ประชุมจ้องมองมาทางเขาเป็นทางเดียวกัน

“ผมคงบอกอะไรเป็นตัวเลขไม่ได้ขนาดนั้นหรอกนะ แต่ที่แน่ๆคือชุมชนที่เราอยู่ส่วนใหญ่รอดวิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้ ชาวบ้านเขาก็ใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

“เอ่อ.... แล้วมันเกี่ยวกับความคุ้มทุนยังไงครับ เราทำธุรกิจนะครับคุณวิฑูรย์ อีกอย่างกิจกรรมพวก CSR เนี่ยเราทุ่มทุนไปเยอะแล้ว นี่ถึงขนาดเอาพนักงานทุกคน นักเตะทีมงานโค้ชไปช่วยขนกระสอบทราย ไปทำความสะอาดบ้านเรือน นี่มันเกินไปหน่อยรึเปล่า”

เอกคณิตดูจะยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ แต่วิฑูรย์นั้นกลับสงบนิ่งพร้อมตอบคำถาม

“ฮ่าๆๆ อารมณ์ขึ้นอีกแล้วนะคุณเอก เอาแบบนี้ คุณเชื่อใจผมเหมือนที่เชื่อมาแล้วทุกครั้งเถอะ เงินน่ะมันไม่ใช่บรรทัดสุดท้ายของสมการนี้หรอก และผมก็มีระบบประเมินมาตรฐานแบบของผมที่ดีกว่า KPI เสียอีก”

“คืออะไรครับ?”

เอกคณิตอยากรู้ว่าวิฑูรย์จะหาเหตุผลไหนมาแก้ต่างอีก

“มันคือ BRS ครับ”

วิฑูรย์กล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางอารมณ์ดี ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับงงกับสิ่งที่เขาพูดออกมา

“อะไรของท่านครับ BRS ผมไม่เคยได้ยินมาก่อน ตำราการบริหารอะไรของคุณอีกล่ะครับเนี่ย”

วิฑูรย์ยิ้มกว้างกว่าเดิม ใบหน้าดูมีรัศมีแห่งความเมตตาแผ่ออกไปจนห้องดูสว่างขึ้นพร้อมกับบอกว่า

“BRS ย่อมาจาก Boon Rak Sa (บุญรักษา) ครับ”

คนในห้องประชุม 10 คนอึ้งกับคำตอบนี้ของวิฑูรย์ มีเพียงดุจดาว,วิทวิน และมินทิราที่ยิ้มรับและเข้าใจคำตอบนี้ ประธานหนุ่มใหญ่วัย 60 ปีของ D.V. group จึงกล่าวต่อ

“สำหรับผมนะ ของฟรีมันก็ไม่มีในโลกหรอกคุณเอก ลงทุนด้วยเงินก็จะได้เงิน แต่ถ้าลงทุนด้วยใจ เราก็จะได้ใจตอบแทน”

ผู้ร่วมประชุมทำท่าเห็นด้วยกับวิฑูรย์ แม้แต่เอกคณิตที่บ้ากำไรขาดทุนยังคงมีท่าทีอ่อนลงกับคำอธิบายนี้

“บุญรักษา คือเรามอบสิ่งที่ดีๆออกไปก่อน แล้วความรักความไว้ใจที่ลูกค้า คนใกล้ชิด ชุมชน แฟนบอล จะส่งกลับคืนมา ส่วนเรื่องรายได้เงินทองอะไรนั่นมันก็แค่ของแถมที่มาเองโดยไม่ต้องร้องขอเลย”

“เฮ้อ... ทำงานกับท่านประธานมา 30 ปี ไม่ว่าผมจะแย้งอะไร คุณก็มีเหตุผลที่ผมจะต้องยอมรับเสมอ วิธีคิดมิติเดียวของผมสงสัยจะล้าสมัยไปเสียแล้วล่ะ”

เอกคณิตจนต่อเหตุผล จึงนั่งลงทำท่าทบทวนตัวเอง จริงๆแล้วเขาก็พอรู้ตัวว่าคิดแต่กำไรขาดทุนมากไป จนคนอื่นมองว่าเป็นพวกล้าหลัง ขี้งก ไม่มีน้ำใจ เหมือนกัน

“คุณเอก คุณไม่ต้องน้อยใจไปหรอก การที่คุณเป็นแบบนี้ก็เหมือนเป็นเงาสะท้อน เป็นคนคอยเบรกให้ผมคิดในมิติเรื่องการเงิน การค้า ไม่ได้ทำตัวเป็นสังคมอุดมคติไปวันๆแบบที่ผมชอบทำ เพราะยังไงเราก็ทำธุรกิจนี่นะ”

เอกคณิตเงยหน้าแล้วยิ้มรับกับคำพูดที่จริงใจของวิฑูรย์นี้ ถึงแม้เขาจะดูงกๆเค็มๆมากไปบ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็ไม่ดื้อดึงและรับฟังเหตุผลของผู้อื่นเสมอ

“ท่านประธานคะ ยอดซื้อตั๋วล่วงหน้าของเราตอนนี้ขายหมดเกลี้ยงเลยค่ะท่าน”

หัวหน้าฝ่ายดูแลกิจการของสโมสรรายงานให้ที่ประชุมทราบ ขณะที่วิทวินลูกชายของวิฑูรย์ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมของสโมสรก็เสนอขึ้นว่า

“จริงๆตั้งแต่เปิดฤดูกาล คนมากันแน่นสนามตลอด ยอดร้านค้าที่จองเข้ามาใช้พื้นที่ที่เราจัดให้ขายอาหารและสินค้าก็เริ่มจะเยอะขึ้นทุกทีด้วย ผมว่าเราอาจจะเริ่มแผนการขยายสนามและเพิ่มพื้นที่อำนวยความสะดวกให้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ได้ครับ”

การประชุมยังคงดำเนินต่อไปราว 20 นาที ส่วนใหญ่หัวหน้าฝ่ายต่างๆก็รายงานแต่เรื่องที่ดี

 

“เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้นะ ทุกคนทำได้ดีมากกับการช่วยชาวบ้านเรื่องน้ำท่วม เรามาดูกันว่าหลัก BRS ของผมจะส่งผลในวันอาทิตย์นี้เลยไหม”

บรรยากาศก่อนเลิกประชุมจึงเต็มไปด้วยความสุขผิดกับช่วงเริ่มต้นที่ดูจะเดือดสักหน่อย

“ป้าดาวคะ มีเวลาว่างซักหน่อยไหมคะ? มิ้นท์อยากคุยด้วย”

มินทิราจับมือรั้งดุจดาวเอาไว้เมื่อเลิกประชุม

“มีอะไรล่ะจ๊ะหลานสาว เรื่องสำคัญล่ะสิดูร้อนรนจัง”

มินทิราหน้าแดงเล็กน้อยและพาดุจดาวมายังห้องทำงานของตัวเอง

“ว่ามาจ้ะมิ้นท์ มีอะไรจะเล่าให้ป้าฟังก็พูดมาเลย แต่ให้เดาคงไม่ใช่เรื่องงานใช่ไหมล่ะ?”

ดุจดาวถามอย่างคนที่พอจะเดาอะไรบางอย่างได้บ้าง เพราะปกติหลานสาวคนนี้จัดว่าเป็นหญิงเหล็ก ที่มักแก้ปัญหาได้เองเสมอ หากทำด้วยตัวเองไม่ได้เธอจะใช้วิธีระดมสมองจากทีมงานมืออาชีพของเธอเองเป็นหลัก

“คือ....หนูรู้สึกแปลกๆเวลาอยู่ใกล้คนๆนึงล่ะค่ะ”

ดุจดาวยิ้มทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอเองเดาเหตุการณ์ได้ทั้งหมดเพียงแต่อยากให้หลานสาวคนโปรดพูดความรู้สึกออกมาเอง

“คุณป้า.... มิ้นท์ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เจอเขา แต่หนูยังไม่อยากคิดเรื่องนี้เลยค่ะ หนูยังอยากโฟกัสเรื่องงานก่อน”

มินทิราพูดพลางกอดดุจดาวราวกับลูกน้อยที่อ้อนแม่ของตนเอง ภรรยาของประธาน D.V.group ลูบศีรษะหลานสาวด้วยความเอ็นดู

“ยัยมิ้นท์เอ๊ย เราน่ะโตแล้วนะแล้วงานการก็ดีจนไม่รู้จะดียังไง หลานน่ะคิดเรื่องความรักบ้างก็ได้ป้าไม่ว่าหรอก ว่าแต่ใครกันนะหนุ่มผู้โชคดีคนนั้น ใช่คนที่ป้าคิดไว้รึเปล่า?”

มินทิราใบหน้าแดงฉานกว่าเดิมเพราะทราบแน่ว่าดุจดาวคงเดาถูก แต่เธอพยายามเงียบเพื่อเฉไฉไปก่อน

“เรื่องหัวใจก็อย่าไปฝืนเลยมิ้นท์ ถ้าชอบเขาจริงก็ทำความรู้จักให้มากขึ้นก็ได้ จะได้รู้หัวใจตัวเอง ถ้าเป็นคนที่ป้าคิดจริง ป้าก็เชียร์นะ”

“ค่ะป้าดาว มิ้นท์จะลองทำความรู้จักกับเขามากขึ้น”

มินทิรารู้สึกหายอึดอัดไปหลายส่วน เธอปรับโหมดเป็นผู้บริหารสาวสุดแกร่งและคุยกับดุจดาวต่อเรื่องงานในทันที แม้ในใจจะยังคิดวนไปมาในสมองอยู่

“ฉันจะชอบคุณจริงๆรึเปล่านะพี่ตฤณ?”

 

เกมการแข่งขันนัดที่ 9 ทีมเจ้าพระยา บราโว่ เปิดบ้านต้อนรับการมเยือนของทีมแกร่งแห่งภาคตะวันออกอย่าง ชลบุรี บลูชาร์ค แม้ทีมของตฤณจะขาดการซ้อมไป 2 วัน แต่กลับไม่มีปัญหาแต่อย่างใดกับสภาพความฟิตและแผนการที่เตรียมไว้ พวกเขายังได้ไนเจล เหลียง กลับมาเฝ้าเสาอีกครั้งด้วย

“โห พี่ตฤณ วันนี้คนมากันเต็มสนามอีกแล้ว นี่ผมเห็นเขาว่าจะตั้งจอ LED ขนาดใหญ่ข้างนอกอีกนะ เพราะคนแถวนี้มากันน่าจะเป็นหมื่นได้”

ณวริศ ทึ่งกับบรรยากาศของกองเชียร์ที่มากันอย่างคึกคัก เสียงเชียร์

“บราโว่! บราโว่! บราโว่!”

ดังไม่ขาดสายตั้งแต่นักเตะทั้ง 2 ทีมลงมาทำการอบอุ่นร่างกายแล้ว

“อืม.... ฉันเองก็ดีใจที่เห็นแบบนี้ พวกเราทุกคนสู้เต็มที่นะ อย่าประมาทล่ะ”

ตฤณปลุกใจเพื่อนร่วมทีมขณะจะเริ่มเดินลงสนามด้วยใจที่คึกคักเต็มที่

ทีมเยือน ชลบุรี บลูชาร์ค มีผู้เล่นตัวเก่งอย่าง โรบิน ฟาร์เนนเบิร์ก หมายเลข 9 กองหน้าชาวดัตซ์ซึ่งยิงไปแล้ว 5 ประตู และยังมี ฤทธิชัย หมายเลข 7 นักเตะปีกขวาสไตล์เพลย์เมกเกอร์ แม้จะอายุเพียง 23 ปี แต่ด้วยเขาถนัดเท้าซ้าย ทำให้ลูกจ่ายตัดหลังแบ็คและการตัดเข้าในเพื่อยิงประตูนั้นประมาทไม่ได้แม้แต่น้อย

เกมเริ่มขึ้นไม่นานทีมเยือนได้โอกาสก่อน ฤทธิชัย ได้บอลทางกราบขวา เขาต้องปะทะโดยตรงกับตฤณที่รออยู่

“เบอร์ 7 ได้บอลแล้ว แถมแบ็คขวาวิ่งเติมขึ้นมาอีก เป็นไปได้ 2 ทางว่าจะตัดเข้าในมาเล่นเอง หรือจ่ายให้ตัวที่เติมขึ้นมา”

ตฤณคิดคำนวณสถานการณ์ เขาเลือกที่จะรักษาระยะห่างไว้ไม่เข้าพรวด แต่สิ่งที่ ฤทธิชัย ทำนั้นไม่ตรงกับที่ตฤณคิด เขา กลับกระดกบอลด้วยเท้าซ้ายแบบซื่อๆข้ามหัวของตฤณไป ฟาร์เนนเบิร์กสลัดการประกบของยานนิคมาได้ด้วยความเร็วที่มากกว่า ศูนย์หน้าเนเธอร์แลนด์ตวัดยิงเร็วด้วยเท้าขวาทันที

“เสร็จกัน เราคาดการณ์พลาด!”

ตฤณแทบหยุดหายใจกับจังหวะนี้ แต่คนที่ยอดเยี่ยมกว่าคือ ไนเจล เหลียง ที่ยืนปิดมุมเสียมิด จนลูกยิงไม่พ้นมือของเขา แม้บอลรับรับไม่อยู่มือด้วยความแรง แต่ก็ไม่กระฉอกไปไกลนักทำให้รับในจังหวะ 2 ไว้ได้

“ไม่ต้องห่วงพี่ชาย มีผมอยู่ถ้าไม่ถูกรุมจริงๆไม่มีทางยิงผมได้หรอก”

ไนเจล พูดออกมาอย่างมั่นใจในฝีมือของตัวเองขณะถือบอล ตฤณไม่ตอบอะไรมาก ได้แต่ยกนิ้วโป้งให้แสดงสัญลักษณ์ว่ายอดเยี่ยม

การแข่งขันยังคงคู่คี่สูสี ติอาโก้ มีโอกาสสับไกด้วยเท้าขวาระยะ 30 หลา บอลพุ่งแรงราวกับขีปนาวุธเกือบจะเสียบคาน แต่ผู้รักษาประตูของ ชลบุรี บลูชาร์ค ยังปัดได้ปลายมือ

“บราโว่! ๆๆๆ”

เสียงเชียร์เร่งเร้าขึ้นจนบรรยากาศร้อนระอุ ทีมเจ้าบ้านเหมือนตอบรับกำลังใจนี้ ทำเกมบุกเข้าใส่อย่างหนักตลอดครึ่งเวลาแรก

จองอินบอมได้บอลทางด้านขวา เขาจี้ไปยังเส้นหลังก่อนเปิดบอลโด่งเข้าไปโดยไม่ต้องมอง ในกรอบเขตโทษมีผู้เล่น เจ้าพระยา บราโว่ ถึง 3 คน ดิดิเย่ร์พยายามพุ่งเข้าชาร์จที่เสาแรกเขาเบียดกองหลังทีมเยือนจนล้มลงแต่บอลนั้นสูงเกินไป

“โพรงกระต่ายอยู่ตรงนี้ เสร็จฉัน”

ณวริศคำนวณช็อตนี้ไว้ทั้งหมด เขาอาศัยจุดบอดของกองหลังวิ่งสอดแซงหน้าเข้าไปแปบอลด้วยเท้าขวาที่เสาไกล บอลพุ่งเสียบตาข่ายได้สำเร็จ

เสียงเฮดังลั่นสนาม และเสียงจากแฟนบอลที่ดูจอ LED ขนาดใหญ่นอกสนามก็ดังผสมโรงขึ้นมาจนกระหึ่มไปทั่วบริเวณเช่นกัน

ทว่าผู้ตัดสินทำท่าแสดงออกว่าได้รับสัญญาณจากห้อง VAR ทำให้ต้องไปเช็คจังหวะยิงที่จอมอนนิเตอร์ข้างสนาม

“ปรี๊ด!”

เสียงนกหวีดดัง พร้อมโบกมือว่าประตูนี้เป็นโมฆะ เพราะผู้ตัดสินมองว่า ดิดิเย่ร์ คัวซี่ ไปทำฟาล์วก่อน

“เจ็บใจจริงๆ เพราะเราแท้ๆถึงไม่ได้ประตูนี้”

กองหน้าชาวแอฟริกันสบถกับตัวเองที่ทำให้ทีมพลาดโอกาสขึ้นนำ

“ไม่เป็นไรดีดี้ อย่าโทษตัวเอง นายทำได้ยอดเยี่ยมแล้ว”

ตฤณกับติอาโก้เข้ามาปลอบใจทำให้ดิดิเย่ร์ลืมความผิดพลาดไปได้

ครึ่งเวลาแรกจบลง วันนี้เจ้าพระยา บราโว่ เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ทำเกมรุกเข้าใส่ทีมเยือนอย่างหนัก เพียงแต่ว่ายังยิงขึ้นนำไม่ได้เท่านั้น

ครึ่งเวลาหลังเริ่มขึ้นไม่นาน ฝนกลับตกลงมาอย่างหนัก การเล่นต่อบอลเร็วบนพื้นของเจ้าบ้านกลับประสบปัญหาอย่างหนัก จนทีมเยือนเริ่มตั้งตัวได้และบุกใส่คืนบ้าง

“พื้นลื่นไปหมด อย่าว่าแต่ส่งบอลครองบอลเลย วิ่งให้ไม่ลื่นยังยาก”

ตฤณกังวลกับสภาพสนามที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำ แม้พื้นสนามแห่งนี้จะมีระบบระบายน้ำที่ยอดเยี่ยม แต่ฝนเม็ดใหญ่ที่ตกหนักขนาดนี้ทำให้ระบายไม่ทัน

ทีมเยือนเริ่มงัดกลยุทธทิ้งบอลยาวมาใช้ ฟาร์เนนเบิร์กซึ่งมีความแข็งแกร่งและความเร็ว ได้โอกาสวิ่งแข่งกับ ตฤณ, ยานนิค และ วิฬาร์วิทย์อยู่ 3 ครั้ง ซึ่งกองหน้าดัตซ์แมนเอาชนะได้ทั้งหมด ทว่า ไนเจล เหลียง ยังคงยอดเยี่ยม สามารถวิ่งออกมาปิดมุมและตัดบอลในจังหวะสำคัญได้ทุกครั้ง

“เยี่ยมมาก ไนเจล มีนายอยู่ฉันมั่นใจขึ้นเยอะเลยล่ะ” 

ตฤณตะโกนชมผู้รักษาประตูชาวสิงคโปร์ที่ตะครุบบอลจากเท้าของคู่แข่งไว้ได้ฉิวเฉียด

“ไว้ใจผมได้ครับ พวกคุณบุกไปทำประตูเถอะ”

ตฤณรับบอลจากไนเจล แล้วพยายามหาทางบุกอีกครั้ง ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา

“พี่ตฤณ ให้ผมจัดการเถอะ”

ปัฐวีร์วิ่งลงมาเรียกบอลจากเขา ตฤณจึงนึกขึ้นได้เรื่องหนึ่งที่เคยผ่านตาเขามาไม่นานนี้

“จริงสิ เวลาซ้อมกลางฝนมัด(ปัฐวีร์)ดูไม่สะทกสะท้านอะไร ขณะที่คนอื่นเล่นได้ยาก แต่เจ้านี่กลับเล่นได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

ตฤณส่งบอลให้ปัฐวีร์ทันที สิ่งที่ตฤณและทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“โอ้ ดูสิครับ หมายเลข 20 ปัฐวีร์ วิ่งเลี้ยงบอลทั้งที่สนามแฉะได้แบบสบายเลยครับหลบผู้เล่น ชลบุรี บลูชาร์คทีเดียว 3 คนหน้าตาเฉยเลยครับท่านผู้ชม”

ผู้บรรยายทางทีวียังตื่นเต้นกับทักษะที่ไม่เหมือนใครนี้ของปัฐวีร์

“หรือว่า มัด มันจะมีพลังแฝงเวลาเจอสนามที่ไม่ค่อยดีกันนะ ดีล่ะงั้นฉันจะส่งบอลให้เรื่อยๆเลย” ตฤณส่งสัญญาณให้ทุกคนเมื่อได้บอลให้พยายามส่งให้ ปัฐวีร์ เป็นหลัก

“ฉันโตมาจากท้องนา สนามที่เป็นโคลนเป็นปรักก็ยังเล่นได้สบาย แค่น้ำแฉะเท่านี้สำหรับฉันมันง่ายมาก”

ปัฐวีร์เลี้ยงบอลราวกับเป็นสนามปกติทั่วไป เขากระดกบอลหลบการสไลด์ของนักเตะทีมเยือนไปได้ แต่ไม่มีมุมที่จะยิง จึงโยนบอลเข้าไปในเขตโทษที่มี ณวริศ กับ ดิดิเย่ร์ รออยู่  ทั้งคู่วิ่งเข้าชาร์จบอลเพื่อทำประตู ทว่ากลับลื่นจนล้มลงไม่ได้โอกาสยิงบอลจึงออกข้างสนามอีกด้านไปอย่างน่าเสียดาย

“สู้เขา บราโว่! ๆๆๆๆ”

เสียงเชียร์ยังคงดังแข่งกับเสียงฝนที่ตกอย่างหนัก นักเตะเจ้าพระยา บราโว่ ที่ล้ากับสนามที่เปียกลื่น ดูจะมีพลังแฝงให้ฟื้นพลังมาสู้ต่อได้อย่างไม่มีหยุด

“เอาหน่อยโว้ยพวกเรา กองเชียร์เขายังไม่ท้อ พวกเราก็ลุยต่อสิวะ”

ดนัยตะโกนเสียงดังกระตุ้นลูกทีม เวลาเริ่มเหลือน้อยลงเรื่อยๆ ตอนนี้ความหวังของทีมกลับกลายเป็นปัฐวีร์เป็นที่เรียบร้อย

“ส่งบอลไปที่มัดเลย แล้วเติมขึ้นไปช่วยเร็ว” ตฤณสั่งการเพื่อนร่วมทีมให้วิ่งขึ้นหน้าเติมไป โดยที่เขากับ ยานนิคจะคุมหลังให้ แม้กระทั่งวิฬาร์วิทย์ก็วิ่งขึ้นไปด้วย

บอลมาถึงปัฐวีร์ อีกครั้งตรงกราบซ้าย เขาเลี้ยงบอลจี้ใส่เขตโทษ คราวนี้นักเตะทีมเยือนพุ่งเข้ามาสกัดทีเดียวถึง 2 คน

“นี่ล่ะความสามารถของฉัน ขณะที่คนอื่นเล่นสนามแบบนี้ไม่ได้ แต่ฉันเล่นได้เท่าสนามปกติ พวกนายทำอะไรฉันไม่ได้หรอก”

ปัฐวีร์กระดกบอลและกระโดดหลบการสกัดของ 2 กองหลังไปได้ เขาหลุดไปที่เส้นหลัง ก่อนที่จะชิปบอลเข้ามาในระดับเอว ดิดิเย่ร์พุ่งเข้าหาบอลโดยมีกองหลังตามประกบอยู่อีกคน แต่กองหน้าผิวสีมีเหลี่ยมที่ดีกว่า เขาง้างเท้าเตรียมยิงทันที

“ดีดี้! อย่าเต็มข้อนะ”

ตฤณตะโกนคอแทบแตกเพื่อเรียกสติ ดิดิเย่ร์ คัวซี่ เขาจึงไม่เตะแบบเต็มแรงตามความเคยชิน แต่กลายเป็นว่าเขาเตะได้ไม่ถนัดมากนัก

“แย่แล้วเตะแป้กซะได้”

ดิดิเย่ร์อุทานในใจขณะที่บอลไม่โดนหลังเท้าของเขาเต็มๆนัก ทว่าบอลกลับเคลื่อนออกไปในทิศทางทีผู้รักษาประตูทีมเยือนไม่ได้ตั้งตัว ปลิ้นออกไปทางด้านซ้ายชนเสาเด้งออกมา

“บ้าจริงอีกนิดเดียวเอง”

ตฤณที่ยืนห่างออกไปเห็นจังหวะนี้ทั้งหมดในมุมกว้างถึงกับเสียดายโอกาสได้ประตู แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงยังคงเกิดขึ้นอีก

ดิดิเย่ร์ที่เสียหลักจากลูกยิงไม่เต็มนั้นแล้วล้มลงเพราะแรงเบียดของกองหลังคู่แข่ง สนามที่ลื่นทำให้แรงเฉื่อยพาเขาพุ่งไปใส่บอลที่เด้งเสามา โดนหัวเข่าขวาของเขาเข้าประตูไปอย่างงุนงงกันไปทั้งสนาม

“เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย อ้าว เข้านี่หว่า”

กองหน้าชาวไอวอร์รี่โคสต์รู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้ตัวว่าเป็นผู้ทำประตูขึ้นนำช่วงท้ายเกม แฟนบอลที่ชะงักไปในทีแรกเพราะทุกอย่างมันดูชุลมุนมาก แต่เมื่อผู้ตัดสินเป่านกหวีดและชี้มือไปที่กลางสนามเป็นสัญญาณว่าได้ประตู ทำให้ทุกคนกระโดดดีใจกันจนอัฒจันทร์สะเทือนไปหมด

“ดีดี้! ดีดี้! ดีดี้!”

เสียงตะโกนเชียร์ศูนย์หน้าไอวอร์รี่โคสต์ ดังกระหึ่มจนแม้แต่เจ้าตัวเองยังน้ำตาคลอเบ้ากับบรรยากาศนี้ เจ้าพระยา บราโว่ขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0

เกมดำเนินต่อไปอีกเกือบ 10 นาที แม้เจ้าบ้านยังคงมุ่งมั่นจะยิงให้ได้อีกเพื่อตอบแทนแรงเชียร์ของแฟนบอล แต่ก็ไม่สามารถยิงเพิ่มได้ ทว่าเพียงแค่ 1 ประตูก็เพียงพอสำหรับ 3 แต้มอีกครั้งของ เจ้าพระยา บราโว่

ตฤณและดนัยพาเพื่อนร่วมทีมทุกคนเดินฝ่าฝนไปขอบคุณแฟนบอลทั้งสนาม เสียงปรบมือกึกก้องจนน่าขนลุก ยังไม่นับป้ายต่างๆที่เขียนให้กำลังใจ และที่ทำให้ทุกคนในทีมถึงกับกลั้นความรู้สึกปีติไว้ไม่ได้คือ ชุมชนที่พวกเขาเพิ่งไปช่วยทำความสะอาดบ้าน ล้างโคลนและเก็บกวาดให้หลังน้ำลดเดินทางมาเชียร์ด้วยทุกคน

“นี่มันน่าดีใจยิ่งกว่าชนะซะอีกนะ พวกเขาเองเพิ่งน้ำท่วมบ้านไปไม่นาน เป็นเราคงอยากเก็บกวาดบ้านต่อสักหน่อยไม่มีใจจะมาดูฟุตบอลหรอก แต่พวกเขากลับเลือกที่จะมา”

ตฤณประทับใจกับสิ่งที่ได้พบเจออย่างมาก บรรยากาศสุดชื่นมื่นดำเนินต่อไปอีกราว 20 นาที ทุกคนจึงกลับเข้าห้องแต่งตัวเพื่อเตรียมเดินทางกลับ

“เรื่องราวตลอดสัปดาห์นี้จะอยู่ในใจฉันเสมอไม่มีวันลืมเลย จากครั้งแรกที่ฉันมาเพื่อสานฝันให้ตัวเอง ตอนนี้ฉันขอสู้เต็มที่เพื่อความสำเร็จของทีม เพื่อตอบแทนแฟนบอลทุกคน ฉันสัญญา” 

 

แนะนำตัวละคร

ปัฐวีร์ เกษตรพงศ์ (มัด)

อายุ 23 ปี

สัญชาติไทย

สูง 176 ซ.ม. น้ำหนัก 68 ก.ก.

ตำแหน่ง: แบ็คซ้าย, กองกลาง, ปีกซ้าย (เอาเข้าจริงได้ทุกตำแหน่งตามโค้ชสั่ง)

 

ดิดิเย่ร์ คัวซี่ (เพื่อนๆเรียกว่าดีดี้)

อายุ 25 ปี
สัญชาติไอวอร์รี่โคสต์

สูง 190 ซ.ม. น้ำหนัก 93 ก.ก.

ตำแหน่ง: กองหน้า

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!