Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 19: คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

👁️ 11 อ่าน
22px

ก่อนจะเริ่มการแข่งขันไทยลีกเลก 2 ทีมเจ้าพระยา บราโว่ ยังมีเกมฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ โดยต้องไปเยือนทีม ประจวบ ฮอร์เน็ต ซึ่งผลงานในลีกอยู่อันดับ 7 นับเป็นเกมที่หนักอย่างมาก

“ถึงเราจะได้นูโน่เข้ามาเสริมแล้ว แต่เขาน่าจะยังไม่พร้อมกับเกมนี้ เราจะใช้นักเตะชุดหลักเดิมก่อน”

ดนัยพูดขึ้นในระหว่างการประชุมทีมในโรงแรมที่พัก ตฤณรับรู้มาบ้างว่าดนัยหวังลึกๆที่จะสามารถทำผลงานในถ้วยนี้ได้ดี หากจังหวะและโอกาสเป็นใจ ถ้าพวกเขาสามารถเป็นแชมป์ เอฟเอคัพ ได้ทีมของพวกเขาจะได้สิทธิ์ในการแข่งถ้วยสโมสรเอเซียเช่นกัน

“ในเกมลีก เราเสมอทีม ประจวบ ฮอร์เน็ตมาแบบเกือบตาย นัดนี้เป็นบอลถ้วย แถมยังเล่นในบ้านเขาอีก คิดว่าเราเจอศึกหนักกว่าเดิมแน่”

ตฤณเปรยกับติอาโก้ โดยมีนูโน่ร่วมวงอยู่ด้วย

“พรุ่งนี้โค้ชให้เราเล่น 4-3-3 เลยนะ ผมยืนหลังกองหน้า กลางคู่พี่ว่า มิก กับ ริวซึเกะ น่าจะพอเอาอยู่ไหมครับ?”

ติอาโก้เอ่ยปากถามความคิดเห็น ทำเอาตฤณหน้านิ่วคิ้วชนกันอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบไปตามสิ่งที่เขาเห็น

“ฉันเข้าใจว่านายอาจจะยังมองไม่เห็นความสามารถที่ซ่อนอยู่ของทั้งคู่นะ โดยเฉพาะเจ้ามิก”

“ครับ ปกติมิกเขาจะเล่นแบ็คซ้าย แต่หุบเข้ามากลางบ้าง ผมไม่ค่อยเห็นอะไรที่หวือหวาจากเขา แต่แปลกนะเขาช่วยให้พวกเราเก็บบอลได้ทุกที”

ตฤณยิ้มอย่างมีนัยยะ เขาเองมองเห็นทุกอย่าง และทราบดีว่าแต่ละคนมีความสามารถที่น่าอัศจรรย์ซ่อนอยู่ เขาได้แต่นับถือดนัยที่รวบรวม คนธรรมดาที่ไม่ธรรมดาเหล่านี้ไว้ได้

 ในวันแข่งขันตฤณประจำตำแหน่งแบ็คซ้าย  แต่เขาสามารถหุบเข้ามาเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอีกคนได้ตลอดเวลา ขณะที่แบ็คขวา จองอินบอม รับหน้าที่อย่างเคย ทว่าดาวเตะชาวเกาหลีใต้ผู้นี้ถูกสั่งให้ทำเกมรุกเต็มตัวในเกมสำคัญนัดนี้

เจ้าบ้าน ประจวบ ฮอร์เน็ต ส่งผู้เล่นต่างชาติลงเล่นถึง 7 คน พวกเขาเล่นระบบ 3-4-3 มีแนวรุก 3 คนเป็นบราซิลทั้งหมด โลโบ ปีกซ้ายตัวฉกาจสามารถเลี้ยงจังหวะ 1 ต่อ 1 ได้อันตราย ปีกขวา อันเดรย์ ก็มีความเร็วจัดจ้านอย่างยิ่ง แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือ อาร์ตูร์ เขาเป็นศูนย์หน้าที่ถูกยืมตัวมาจาก บุรีรัมย์ ธันเดอร์ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง แต่ต้นสังกัดจริงของเขาเต็มไปด้วยกองหน้าระดับพระกาฬ เวลานี้ในลีกเขาก็อยู่ในกลุ่มนำของดาวซัลโวด้วย

เกมเริ่มมาเพียง 7 นาทีตัวอันตรายอย่าง โลโบ ได้บอลทางฝั่งซ้าย เขาเบียดชนะ จองอินบอมมาได้ กำลังจี้เข้าใส่ วิฬาร์วิทย์ เป็นด่านต่อไป

“ไทเกอร์! ระวังให้ดีมองที่บอลเข้าไว้”

ตฤณเห็นทักษะที่ไม่ธรรมดาของ โลโบ อดเป็นห่วงวิฬาร์วิทย์ไม่ได้ รุ่นน้องคนนี้แม้จะสูงใหญ่หน่วยก้านดี แต่เขาเป็นคนดูเซื่องๆซึมๆแม้ส่วนใหญ่จะทำหน้าที่ได้ดีแต่ภาพลักษณ์ที่ไม่ดุดันทำให้หลายคนมองว่าเขาไม่เหมาะกับตำแหน่งกองหลัง

“นายคงไม่รู้สินะว่าชื่อฉันแปลว่าหมาป่า ฉันจะขย้ำนายให้จมเขี้ยวเลย”

ปีกบราซิเลี่ยนข่มขวัญไทเกอร์ขณะที่กำลังสับขาหลอก แต่กองหลังหน้าซึมกลับหลี่ตามองลูกบอล เขายืนนิ่งแต่จ้องแทบไม่กระพริบตา โลโบกระชากหนีเขาอย่างรวดเร็ว แต่ไทเกอร์กลับทำเพียงเอียงตัวมอง

“เสร็จกันบอลถึงเส้นหลังแน่ ยานนิคประกบติดเบอร์ 9 ไว้นะ ส่วนทางด้านซ้ายนี้ฉันจะจับตายเขาเอง”

ตฤณรีบสั่งการแนวรับอย่างร้อนรน แต่ทันทีที่เสียงของตฤณจบลงไทเกอร์กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดได้

“แง้ว..ว!”.

เขาร้องเสียงคล้ายแมวขู่ แล้วถีบตัวออกไปเบียดโลโบได้ในการเคลื่อนตัวเพียงไม่กี่ก้าว แต่โลโบยังคงมีเหลี่ยมการครองบอลที่ดีกว่าเขาอยู่

“เปล่าประโยชน์นายแย่งบอลจากฉันในเหลี่ยมนี้ไม่ได้หรอก”

โลโบเอาตัวบังบอลไว้หากเป็นคนทั่วไปคงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่วิฬาร์วิทย์หันตัวด้านซ้ายเอียงเข้าไป แล้วยืดขาออกไปในมุมที่มากกว่า 180 องศาสามารถเกี่ยวบอลจากเท้าของปีกชาวบราซิเลี่ยนมาได้อย่างไม่มีใครคิด แล้ววิฬาร์วิทย์ก็ส่งบอลยาวขึ้นไปข้างหน้าทันที

“นี่มันการเคลื่อนไหวของแมวชัดๆ ทั้งความอ่อนตัว และการกระโดดเข้าใส่”

ตฤณที่จ้องอยู่ตลอดถึงกับไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็น นี่น่าจะเป็นการเข้าสกัดที่แปลกสุดของวิฬาร์วิทย์ที่เขาเคยเจอมา

ผ่านไป 18 นาทีทีมเจ้าบ้านยังทำเกมได้ดีกว่า แต่ปรับแผนมาใช้ลูกโด่งบ้าง อันเดรย์ได้บอลทางด้านขวา เขาไม่เสียเวลาเพราะเกรงว่าตฤณจะเข้ามาบังทางได้ทัน ปีกขวาเจ้าถิ่นเปิดบอลโด่งเข้ามาหวังให้อาร์ตูร์โหม่ง ยานนิคทำได้เพียงกระโดดทำลายจังหวะเพราะบอลสูงเกินไป แต่อาร์ตูร์ฉีกหนีเขาไปแล้วบอลหลุดมาถึงเขากำลังง้างเท้ายิง แต่วิฬาร์วิทย์ยังพุ่งมาเอี้ยวตัวพร้อมยืดขาดักตัดไว้ได้อีกครั้ง บอลปลิ้นออกมานอกเขตโทษ กองกลางของทีม ประจวบ ฮอร์เน็ต ตั้งท่าจะเข้าไปยิงสวนอีกที แต่ เมธัสสามารถดักตัดไว้ได้ก่อน เจ้าพระยา บราโว่ จึง รอดพ้นการเสียประตูไปได้

นาทีที่ 26 ฝ่าย เจ้าพระยา บราโว่ ทำเกมบุกขึ้นมาบ้าง ริวซึเกะกำลังจะจ่ายบอลขึ้นหน้าให้ดิดิเย่ร์แต่ถูกผู้เล่นของประจวบ ฮอร์เน็ต สกัดไว้ได้

“แย่แล้ว! ถูกสวนกลับแน่ บอลจะทะลักไปทางไหน”

ริวซึเกะรีบวิ่งกลับไปพยายามจะเอาบอลคืน แต่คนที่พุ่งเข้ามารับบอลได้กลับเป็นเมธัส

“ไม่ต้องห่วงริวคุง บอลปลิ้น บอลจังหวะสอง ให้ฉันรับหน้าที่เองเถอะ”

“ขอบใจมากนะมิกคุง บุกต่อเลย”

เมธัส จึงส่งบอลให้ดิดิเย่ร์ทันที แต่เขาใจร้อนยิงบอลแรงเกินไปจึงข้ามคานแบบไม่ได้ลุ้น

ท้ายครึ่งแรกเจ้าพระยา บราโว่ บุกมาอีกครั้ง ติอาโก้ ได้บอลในระยะหวังผลเขาตัดสินใจยิงทันทีแต่กองหลังของเจ้าบ้านบล็อกไว้ได้ บอลกระเด็นไปทางด้านขวา อันเดรย์ ปีกขวาตัวฉกาจพร้อมรับบอลอยู่แล้วทว่าเมธัสสามารถโฉบตัดเอาไว้ได้อีก

“เยี่ยมมากมิกบุกต่อเลย!”

ติอาโก้เรียกบอลอีกครั้ง เมธัสส่งบอลให้เขาง่ายๆ ติอาโก้รับบอลแล้วบรรจงยิงไกลระยะ 25 เต็มแรง บอลพุ่งเกือบจะเสียบสามเหลี่ยมซ้าย ทว่ากลับสูงเกินไปทำให้เช็ดคานออกหลังไม่ได้ประตู

ประจวบ ฮอร์เน็ต ทำเกมบุกขึ้นมาบ้างในช่วงท้ายครึ่งแรก  ซลัทโก้ โยคาติช  กองกลางชาวสโลเวเนีย ซัดไกลระยะ 30 หลา ไนเจล ที่เฝ้าเสาอยู่มองเห็นและเดาทางได้ทั้งหมดเขาทิ้งน้ำหนักเตรียมพุ่งไปด้านซ้าย ทว่าบอลกลับพุ่งไปแฉลบ อาร์ตูร์ ทำให้เปลี่ยนทางไปทางขวา ผู้รักษาประตูทีมชาติสิงคโปร์หลงทางทำให้ได้แต่ป้องกันด้วยสายตา

“ไม่นะ เปลี่ยนทางแบบนี้เราทำอะไรไม่ได้แล้ว”

ไนเจลกัดฟันด้วยความปวดใจ แต่สิ่งที่เขาสิ้นหวังไปแล้วกลับถูกป้องกันไว้ได้

“เมี้ยว!”

เสียงมาพร้อมกับตัวของ วิฬาร์วิทย์ ที่แม้จะห่างออกไป 3 ก้าวแต่เขากระโดดพุ่งเรียดพื้น กางขามากกว่า 180 องศามาสกัดจากเส้นได้อย่างเฉียดฉิว

“บอลยังไม่ตาย พวกเราเก็บบอลไว้ให้ได้!”

ตฤณตะโกนบอกทุกคนขณะที่ตัวเขาก็วิ่งเขาหาบอลเช่นกัน แต่คนแรกที่ได้บอลในจังหวะสกัดนี้ไปกลับเป็น เมธัส อีกครั้ง

“มิก นายมันคือเจ้าแห่งบอลจังหวะสองจริงๆ”

ตฤณมอง เมธัส ด้วยความชื่นชมในความสามารถที่ไม่เหมือนใคร นักเตะรุ่นน้องคนนี้ได้บอลพร้อมกลับควบไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วในจังหวะสวนกลับ เขาจ่ายบอลให้กับดิดิเย่ร์ทันที นักเตะผิวสีได้บอลพร้อมกับมีกองหลังต่างชาติที่ตัวใหญ่ไม่แพ้เขา 2 คนตามเบียดอยู่

“พวกนายแกร่งสู้ฉันไม่ได้หรอก”

ดิดิเย่ร์เบียดกองหลังทั้ง 2 คนด้วยไหล่จนล้มลง เหลือเพียงเขากับผู้รักษาประตูที่ดวลเดี่ยวกัน

“เสร็จฉันลูกนี้ เต็มข้อ!”

“ตูม!”

บอลพุ่งแรงกระแทกเข้าหน้าของผู้รักษาประตูของทีมประจวบ ฮอร์เน็ต อย่างจัง บอลออกหลังไป แต่นักเตะเจ้าถิ่นนอนกองลงไปกับพื้นราวกับถูกหมัดน็อค พอดีกับเสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้น

“โอ้ว น่าเสียดายจังหวะสุดท้ายจริงๆ ดิดิเย่ร์ คัวซี่ ยังคงเอกลักษณ์เดิมครับท่านผู้ชม เน้นแรงไม่เน้นทางครับ ฮ่าๆๆ”

ผู้บรรยายเกมยังรู้สึกขำขันกับจังหวะยิงนี้ ซึ่งดูจะเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของกองหน้าผิวสีไปเสียแล้ว

ครึ่งหลังกลับมาเล่นกันใหม่ ยานนิค กับ ปัฐวีร์ มีอาการตึงกล้ามเนื้อทั้งคู่ ดนัยจึงเปลี่ยนนักเตะกลุ่มเบต้า 2 คนลงมาเล่นแทน การขาดหายไปของทั้งคู่ทำให้เกมของเจ้าพระยา บราโว่ เสียเปรียบลงอย่างเห็นได้ชัดเพียงแค่ 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง ซลัทโก้ ได้บอลนอกเขตโทษอีกครั้ง เขาแทงบอลตรงๆให้อันเดรย์ บอลแรงและคม นำโชคนักเตะสำรองของเจ้าพระยา บราโว่เหยียดขาสกัดได้แค่ปลายเท้า แต่บอลกลับแฉลบไปเข้าทางของอาร์ตูร์ กองหน้าบราซิลไม่เสียเวลาเขาหวดวอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาบอลพุ่งแรงเสียบตาข่าย ให้เจ้าบ้านออกนำไปก่อน 1-0

“ลูกนี้โทษใครไม่ได้ โชคลงมายังไม่คุ้นชินกับเกม การจัดระเบียบเกมรับของเราก็ยังไม่เข้าที่ด้วย”

ตฤณแม้ผิดหวังกับการเสียประตู แต่เขายังมีสติพอที่จะกระตุ้นเพื่อนได้อยู่

“เฮ้! พวกเราเอาใหม่ แค่ลูกเดียวเราเอาคืนได้แน่”

เขาหยิบบอลวิ่งไปตั้งที่กลางสนามทันที เกมเริ่มใหม่ เจ้าพระยา บราโว่ โหมบุกโดยไม่รอช้า

ทีมเจ้าบ้านกลับลงไปแพ็คเกมรับอย่างแน่นหนาในระบบ 5-4-1 ทำให้ช่องในการจ่ายบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายทำได้ยากเป็นเท่าตัว

นาทีที่ 70 ติอาโก้ได้บอลอีกครั้งในระยะ  30 หลาจังหวะที่เขาคิดจะยิงไกล ผู้เล่นทีมเจ้าบ้าน 2 คนเข้ามาเบียดแย่งบอลจากเขาอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะครองบอลได้แข็งแกร่ง แต่คู่แข่ง 2 คนก็สะกิดบอลออกจากการครอบครอบของเขาไปได้

“ต้องเก็บบอลจังหวะสอง ให้ได้!”

ตฤณที่ดันขึ้นสูงมาบริเวณกลางสนามรีบวิ่งขึ้นไปเอาบอลทันที แต่คนที่มาถึงก่อนเขาในจังหวะที่บอลกระฉอกออกมาคือ เมธัส อีกครั้ง

“ครั้งนี้การเก็บบอลของฉันจะเปิดแผลของคู่แข่งเอง”

เมธัสสังเกตว่าคู่แข่งกองกันอยู่บริเวณตรงกลางเป็นส่วนใหญ่ เขามองไปทางขวาทำให้เห็นทางเลือกที่น่าสนใจเข้า

“อินบอม นายสานต่อทีนะ”

เมธัสเห็นจองอินบอมวิ่งทำทางอย่างรู้หน้าที่ เขาจึงจ่ายบอลให้นักเตะเกาหลีใต้ในจังหวะที่ที่เหมาะเจาะอย่างยิ่ง

“ขอบใจมากมิก ไว้ใจฉันได้เลย”

จองอินบอมไม่รอพาบอลไปถึงเส้นหลัง แม้เห็นเพียงแค่ดิดิเย่ร์อยู่ในกรอบเขตโทษคนเดียว เขาจ่ายบอลครอสโด่งเข้าไปในทันที แต่บอลสูงเกินไป กองหน้าวไอเวอร์รี่โคสต์โหม่งไม่ถึง ทว่ากองหลังของเจ้าถิ่นกลับไม่ทันระวังนักเตะคนหนึ่งของทีมเยือน

“โพรงกระต่ายอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครเห็นเลย”

ณวริศปรากฏตัวสอดเข้ามาในช่องหว่างระหว่างแบ็คขวากับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีม ประจวบ ฮอร์เน็ต ทั้ง 2 คนนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเขาโผล่มาตอนไหน รู้ตัวอีกทีนักเตะจอมล่องหนทำเพียงแค่วอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาเบาๆบอลก็เข้าประตูไปเรียบร้อยแล้ว

“โอ้โห้! คุณผู้ชมครับมาอีกแล้ว การเคลื่อนที่ๆไม่มีกองหลังคนไหนจับได้ของ ณวริศ กระต่ายทอง เจ้าพระยา บราโว่ ตีเสมอได้สำเร็จแล้วครับ สกอร์ 1-1”

วรดาที่ดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านพัก ถึงกับกระโดดตัวลอยจากโซฟา แน่นอนว่าเธอดูเกมนี้โดยเชียร์ตฤณเป็นพิเศษ แต่กับณวริศเธอเองก็สนิทสนมกับเธอราวกับเป็นน้องชายแสนซนคนหนึ่ง

“สุดยอดเลยต่าย กลับมาเดี๋ยวจะเลี้ยงข้าวมื้อนึงเลยนะจ๊ะน้องรัก”

เกมกลับมาเท่ากันอีกครั้ง แม้เวลายังเหลืออีกพอสมควรทว่าเจ้าบ้านกลับมากดดันหนักหวังจะชนะให้ได้อีกครั้ง ริวซึเกะถูกเข้าบอลหนักจากกองกลางคู่แข่ง เขามีอาการเคล็ดที่ข้อเท้าแม้จะไม่หนักหนาอะไร แต่ทำให้วิ่งได้ไม่เต็มที่นัก ดนัยจึงตัดสินใจเปลี่ยนเอาทัชชัย อีกหนึ่งนักเตะกลุ่มเบต้าลงไปแทน

การขาดนักเตะตัวหลักไป 3 คนทำให้เกมเสียเปรียบลงไปอีก เจ้าพระยา บราโว่ ทำเกมบุกขึ้นไปไม่ได้ตลอดเวลาที่เหลือ ทำได้แต่เพียงตั้งรับอย่างเดียว

“บุกขึ้นไปไม่ได้เลย ดีว่าไทเกอร์ช่วยสกัดปีกบราซิลเบอร์ 7 ได้อยู่หมัด แถมบอลจังหวะสองมิกก็เก็บได้หมด พวกเขาเลยไม่ค่อยมีโอกาสได้ยิง แต่ถ้ายื้อไปแบบนี้คงต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษแน่”

ตฤณเริ่มคิดล่วงหน้าไปถึงตอนนั้นแล้วเพราะเริ่มมองออกว่าคงไม่สามารถยิงกันเพิ่มได้ ดนัยเองก็คิดเช่นนั้น เขาเตรียมแผนสำหรับการต่อเวลาไว้เป็นไพ่ตาย

90 นาทีจบลงไป ทั้ง 2 ทีมต้องมาเล่นกันในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที ดนัยเรียกตฤณมากระซิบที่ข้างสนามก่อนเกมเริ่มเพื่อเตรียมแผนเด็ด

“ทำตามที่เคยซ้อมกันไว้ เวลาแบบนี้แหละ ดีดี้จะเป็นไม้ตายของเรา”

ตฤณยิ้มและพยักหน้า เขาเองก็ล่วงรู้แผนการนี้เป็นอย่างดี จึงส่งสัญญาณมือตัวเลข 5-0-5 ให้ทุกคนเห็น

ในครึ่งแรกของช่วงต่อเวลากลับกลายเป็นเจ้าพระยา บราโว่ที่ยังมีแรงอยู่ โดยเฉพาะดิดิเย่ร์ เขายังคงฟิตราวกับเพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาใหม่ ยังคงวิ่งเข้าเพรสซิ่งแดนบนอย่างรวดเร็วและดุดันจนมิโลเซวิช กับ บัตเลอร์ คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของประจวบ ฮอร์เน็ต พบปัญหาอย่างหนักเพราะไม่สามารถสร้างเกมจากแดนหลังได้ถนัด

“ไอ้บ้านี่มันเอาแรงมาจากไหนวะ มันยังวิ่งได้เร็วเหมือนเดิม แต่เราตอนนี้ใกล้จะหมดแรงแล้ว”

บัตเลอร์ตื่นตระหนกในขณะที่ดิดิเย่ร์พุ่งเข้าใส่ เขาได้แต่สาดบอลไปข้างหน้าอย่างสะเปะสะปะ เพราะนอกจาก ดิดิเย่ร์แล้ว ติอาโก้, ณวริศ, จองอินบอม และ ศักดิ์ชายนักเตะกลุ่มเบต้าของทีม ต่างพุ่งเข้าเพรสซิ่งเข้าใส่อย่างไม่เกรงกลัวว่าจะถูกแก้ได้ เพราะพวกเขาเร็วและปิดช่องจ่ายบอลสั้นได้ทั้งหมด

ครึ่งแรกของช่วงต่อเวลาจบลงทีมเจ้าบ้านเริ่มออกอาการหมดอย่างชัดเจน ครึ่งหลังดนัยส่งสัญญาณมือ 3-2-2-3  พวกเขายืนกระชับกันมากขึ้นและทำเกมบุกเข้าใส่จนทีมเจ้าถิ่นลงไปกองอยู่หน้าประตู หวังเพียงหมดเวลาและดวลจุดโทษเท่านั้น เวลาผ่านไปจนถึงนาทีที่ 120+2 ใกล้จะหมดเวลาอยู่เต็มทน ตฤณโยนบอลขึ้นหน้าไปยังเขตโทษ ซาโฮวิชโหม่งสกัดไว้ได้ แต่คนที่เก็บจังหวะสองได้ยังคงเป็นเมธัสเช่นเคย

“ถึงจะเก็บได้ก็เถอะแต่นี่แน่นไปหมดมีดีดี้คนเดียวที่อยู่ใกล้เราส่งให้เขาก่อนก็แล้วกัน”

เมธัสส่งบอลสั้นๆให้ดิดิเย่ร์ ที่อยู่ในระยะ 30 หลา เสียงตฤณตะโกนจากข้างหลังมาเขาได้ยินอย่างชัดเจน

“ดีดี้เอาเลย เต็มข้อ!”

ดิดิเยร์ได้ฟังก็ยิ้มพร้อมกลับตัวหันหน้าเข้าหาประตู เขากดเต็มข้อจริงๆด้วยเท้าขวา

“ตูม!”

บอลพุ่งทำท่าจะโด่งข้ามคานทว่าพอลอยถึงจุดสูงสุดมันกลับมุดลง

“เฮ้ย! ลูกอะไรวะเนี่ย”

บัตเลอร์ที่มองเห็นบอลลอยข้ามเขาไปกลับมุดลงเสียบใต้คานหน้าตาเฉย ทุกคนในสนามต่างอึ้งกับลูกที่เห็นอยู่ราว 2 วินาที ตฤณเป็นคนแรกที่วิ่งมากระโดดขี่หลังดิดิเย่ร์แล้วบอกว่า

“สุดยอดมากดีดี้ ได้ยิงได้สุดสวยเลย”

จากนั้นทุกคนในทีมก็วิ่งมากระโดดกอดกันจนทับตัวกองหน้าแอฟริกันไปหมด แฟนบอลของทีมเยือนที่ตามามาเชียร์ราว 100 คนกระโดดดีใจอย่างบ้าคลั่ง วรดาที่ชมเกมอยู่ที่บ้านดีใจจนแก้วเครื่องดื่มในมือหกเลอะเทอะไปหมด

และเพียงหลังจากนั้นไม่กี่อึดใจเสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้น เจ้าพระยา บราโว่เอาชนะประจวบ ฮอร์เน็ตไปได้ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ผู้บรรยายเกมถึงกับกล่าวชื่นชมว่า

“เป็นเกมที่เดือดจริงๆครับคุณผู้ชม ก่อนเกมเรายังคุยกันว่าเจ้าบ้านน่าจะเหนือกว่าด้วยศักยภาพผู้เล่น แต่ดูสิครับ เจ้าพระยา บราโว่ ทีมที่คนบอกว่าฟลุ้กมีแต่นักเตะดาดๆ แต่พวกเขาลบคำสบประมาทไปได้หมดเลยครับ เดี๋ยวเรามาตามพวกเขาต่อทั้งใน เอฟเอคัพ, ลีกคัพ และในไทยลีกนะครับคุณผู้ชม ว่า ทีมธรรมดาๆทีมนี้จะมีความไม่ธรรมดาอะไรให้เราได้เห็นอีก”

หลังจบเกมนักเตะเจ้าพระยา บราโว่ต่างเดินไปขอบคุณกองเชียร์ที่ตามกันมากว่า 100 คนด้วยบรรยากาศชื่นมื่น ขณะที่กำลังจะเดินกลับไปยังห้องพักเสียงตะโกนจากอัฒจันทร์ฝั่งประธานดังขึ้นจนตฤณต้องหันไปมอง

“น้องตฤณ!”

คนที่ส่งเสียงคือดุจดาวซึ่งตฤณเองทราบอยู่ก่อนแล้วว่าเธอมาดูแลความเรียบร้อยให้พวกเขา แต่เธอไม่ได้มาเพียงลำพัง ยังมีมินทิราที่ยืนอยู่ข้างๆอีกด้วย

“คุณมินก็มาด้วยเหรอเนี่ย? ไม่ยักรู้เลย”

ตฤณมองหลานสาวประธานสโมสรคนนี้อยู่นานโดยไม่รู้ตัว จนติอาโก้สังเกตได้

“คุณมินเธอก็ดูอยากคุยกับพี่นะ ตอนกลับที่พักแล้วเราต้องไปเจอคุณดาวตอนกินข้าวพี่ก็เข้าไปคุยกับคุณมินบ้างสิครับ”

ติอาโก้พูดอย่างทีเล่นทีจริงแต่ว่าตฤณนั้นรู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก ในใจเขาคิดเพียงว่าจะอยู่นิ่งๆไม่ทำอะไร ปล่อยให้ดุจดาวกับมินทิราทักทายพูดคุยกับเพื่อนๆและทีมงานโค้ชโดยรวมไปเท่านั้น แต่เมื่อถึงโรงแรมที่พัก ยังไม่ทันเข้าไปยังห้องที่เตรียมจัดเลี้ยงไว้ กลับเป็นรองประธานสโมสรกับหลานสาวที่มาดักเจอเขาเสียก่อน

“เอ่อ สวัสดีครับคุณดาว คุณมิน”

“จ้ะน้องตฤณวันนี้ขอบคุณมากนะที่พาทีมชนะได้”

ดุจดาวพูดพร้อมรอยยิ้มที่แสนเมตตาอย่างทุกครั้ง

“ครับ ต้องยกเครดิตให้ทุกคนที่ช่วยกันครับ”

ตฤณตอบกลับอย่างถ่อมตัว เขาสังเกตว่าบรรยากาศดูแปลกๆ ขณะที่คนอื่นๆทยอยกันไปยังห้องอาหารมีเพียงเขาที่ดุจดาวคุยด้วย

“ยัยมิ้นท์ ยังไม่ได้กินอะไรเลยนี่วิ่งช่วยงานป้าทั้งวัน ไปกินข้าวกับพี่เขาสิ ตฤณช่วยพาน้องไปหาอะไรกินทีนะ”

ตฤณรู้สึกเย็นไปถึงกลางหลัง ขณะที่มินทิรานั้นมองผู้เป็นป้าสะใภ้อย่างงงงันเพราะไม่คิดว่าดุจดาวจะทำเช่นนี้ รองประธานสาวใหญ่ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปเพื่อพูดคุยกับทุกคนในทีมอย่างชื่นมื่น ปล่อยให้ตฤณกับมินทิรายืนทำตัวไม่ถูกกันที่หน้าล็อบบี้โรงแรม

“เอ่อ พี่ตฤณไปทานข้าวเถอะค่ะแข่งมาเหนื่อยๆ เสร็จแล้วจะได้รีบไปพัก”

ตฤณรวบรวมสติแล้วจึงพยักหน้าก่อนจะตอบกลับไปบ้าง

“งั้นคุณมินมาทานกับผมก็ได้ครับ ถ้าไม่รังเกียจนะครับ”

“อ๋อ ยินดีค่ะ สบายมากพวกเรากันเองอยู่แล้ว”

มินทิราท่าทางเคอะเขินอยู่บ้างแต่เริ่มทำตัวเป็นปกติได้มากขึ้น ทั้ง  2 คนนั่งโต๊ะเดียวกันเพราะว่าโต๊ะอื่นนั้นที่นั่งเต็มทั้งหมด แต่สิ่งที่ตฤณไม่คาดคิดคือมินทิรากลับอาสาตักอาหารให้เขาอย่างตั้งใจ

“พี่นั่งพักเถอะค่ะเดี๋ยวมินจัดการให้เอง”

หญิงสาวเลือกตักอาหารมาให้ตฤณด้วยตัวเองทั้งหมด ทั้งคู่นั่งรับประทานด้วยกันและคุยกันไปจนเริ่มสนิทสนมมากขึ้น

“พี่ไม่ต้องเก็บจานหรอกค่ะ ถ้าไงขึ้นไปพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวมินเก็บให้เอง”

ยังไม่ทันที่ตฤณจะตอบอะไร มินทิราเก็บจานข้าวอย่างคล่องแคล่วและเรียงไว้เรียบร้อย เธอถือจานอาหารของทั้ง 2 คนไปเก็บอย่างไม่ถือตัวก่อนจะยิ้มโบกมือให้เขาแล้วเดินจากไป

“อืม จะว่าไปคุณมินดูไม่ค่อยจะเป็นคุณหนูพันล้านแบบที่เขานินทากันเลยซักนิดนะ เท่าที่รู้จักมาพักนึงเธอก็เรียกว่าติดดินมากเลย”

ตฤณยิ้มเล็กน้อยและรู้สึกว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้รับประทานอาหารร่วมกับมินทิรา ก่อนที่จะกลับมายังห้องพัก ก่อนจะเข้านอนเขาคิดเรื่องของฟุตบอลอีกครั้ง

“เป้าหมายของทีมใกล้ไปอีกขั้นแล้วล่ะ คู่แข่งในรอบหน้าจะเป็นใครกันนะ”

 

 

แนะนำตัวละคร

จอง อินบอม

อายุ 23 ปี

สัญชาติเกาหลีใต้

สูง 171 ซ.ม. น้ำหนัก 64 ก.ก.

ตำแหน่ง: วิงแบ็คขวา และ ปีกขวา 

ต้นสังกัดเดิม

เคลย์ตัน เอฟซี (ลีกกึ่งอาชีพรัฐวิตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย)

 

เมธัส เลิศโยธา (มิก)

อายุ 23 ปี

สูง 178 ซ.ม. น้ำหนัก 70 ก.ก.
ตำแหน่ง: เล่นได้ทุกตำแหน่งที่โค้ชสั่ง ถนัดสุดคือกองกลาง

วิฬาร์วิทย์ สิงห์สกุล (ไทเกอร์)

อายุ 23 ปี

สูง 185 ซ.ม. น้ำหนัก 78 ก.ก.

ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!