Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 16: ดาร์บี้แมตซ์

👁️ 11 อ่าน
22px

“นัท พี่ตฤณเป็นยังไงบ้าง หลังแข่งวันก่อนพี่เห็นเขาต้องประคบขาข้างขวาอยู่”

วรดาถามแพทย์รุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกด้วยน้ำเสียงกังวล

“แหม...ห่วงพี่เขาออกนอกหน้าขนาดนี้เลยนะครับคุณพี่”

นัทภัทรหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา

“อาการไม่หนักครับ แค่เจ็บๆตึงๆนิดหน่อย ไม่มีอะไรน่าห่วง”

“เฮ้อ....โล่งใจหน่อย แต่ทุกครั้งที่เห็นพี่ตฤณเจ็บตรงนี้...พี่ก็ใจคอไม่ดีเลย”

“ไม่ต้องกังวลหรอกครับพี่น้ำค้าง พี่ตฤณน่ะแข็งแกร่งกว่าที่คิดเยอะ ถ้าเขาไม่หักโหมหรือฝืนทำอะไรเกินตัวก็ไม่มีปัญหาครับ”

“อืม นัทช่วยเก็บเป็นความลับได้ไหม เรื่องขาขวาของพี่ตฤณน่ะ”

วรดาจับมือของแพทย์รุ่นน้องทำทีขอความเห็นใจ

“ได้ครับพี่น้ำค้าง แต่เอาจริงๆนะ ผมนับถือพี่ตฤณมากจริงๆ เคสแบบที่พี่เขาเคยเจอ ยากมากเลยที่จะกลับมาได้ขนาดนี้”

วรดายิ้มจางๆ แต่ในใจก็ยังกังวลอยู่ไม่น้อย เธอรู้จักตฤณมาตั้งแต่อยู่ ม.1 ทราบดีว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง

สุดสัปดาห์นี้เธอตัดสินใจจะไปสนามด้วย เพราะเป็นเกม ดาร์บี้แมตช์ กับฟลอเรสต้า อุทัยธานี ทีมเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างกันไม่ถึง 15 กิโลเมตร ศักดิ์ศรีและความภูมิใจของคนในพื้นที่ถูกรวมอยู่ในเกมนี้เต็มๆ และตฤณก็ออกปากชวนเธอเองก่อนนี้ด้วย

“ต่อให้ไม่ชวนเราก็จะไปอยู่แล้วล่ะ ใจจริงอยากจะไปเชียร์ซะทุกนัดเลย”

จิตแพทย์สาวเผลอยิ้มขณะที่คิดในใจ ทำเอานัทภัทรแปลกใจว่ารุ่นพี่คนนี้กำลังคิดอะไร แต่เขาก็ไม่ได้สนใจที่จะถามมากนัก

 

ขณะเดียวกันที่ศูนย์ฝึกเยาวชนของสโมสร ดนัยกับดร.ฮันส์กำลังถกปัญหากันอย่างหนักเรื่องขุมกำลังของทีม

“ถ้าทีมเราต้องโรเตชั่นบ้าง เด็กชุดเบต้าพอช่วยประคองเกมได้ไหมครับด็อกเตอร์?”

“ก็คงพอได้นะคุณดนัย แต่เจ้าพวกนี้ยังไม่ใช่ตัวที่ยกระดับทีมขึ้นไปได้ ถึงพวกเขามีวินัย ใจสู้ แล้วก็เล่นได้ตามแผนที่สั่ง แต่ยังขาดความพิเศษเฉพาะตัว แบบที่ 11 ตัวจริงของเรามี”

ดนัยพยักหน้าช้าๆเพราะพอจะเข้าใจดี เขาปลุกปั้นเด็กกลุ่มนี้มากว่า 5 ปี ทั้งหมดถูกคัดทิ้งจากโรงเรียนดังๆ อคาเดมี่สโมสรใหญ่ แต่ดนัยใช้ระบบที่พยายามสร้างเพื่อพัฒนาศักยภาพนักเตะมาฝึกพวกเขาเป็นรุ่นแรก จึงเรียกนักเตะกลุ่มนี้ว่า “เบต้า” จนเคยชิน

ดนัยนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ดร.ฮันส์จะยกหัวข้อใหม่ขึ้นมาสนทนาต่อ

“แต่กับทีม U19 ผมพูดตรงๆ ว่าเด็กตัวท็อปของรุ่น 7 คนนั้น มีของอยู่ น่าจะสานต่อโปรเจ็คต์ระยะยาวของคุณได้ไม่ยาก” 

“แล้วเจ้าพวกนั้นพร้อมสำหรับเกมลีกหรือยังล่ะด็อกเตอร์?”

“ก็พร้อมนะคุณดนัย แต่ต้องเลือกเวลาในการใช้งานให้เหมาะ”

“ถ้างั้น ผมคงจะให้เจ้าพวกนั้นเริ่มได้เจอโจทย์หินตั้งแต่สัปดาห์นี้เลยก็แล้วกัน”

การสนทนาจบลงด้วยการตัดสินใจที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของทีม ในเกมที่เต็มไปด้วยศักดิ์ศรีของลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่กำลังจะมาถึง ความเสี่ยงทั้งระยะสั้นและระยะยาวใดๆที่จะมีขึ้น โค้ชดนัยเลือกที่ขอรับไว้เพียงคนเดียว

ในการซ้อมทีมครั้งสุดท้าย ดนัยมีการซ้อมแท็คติกที่แปลกออกไปจากเดิมบ้าง มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งกันเล็กน้อย

“อย่างที่ซ้อมกันมาตลอดสัปดาห์นะ พวกเราบางคนดูจะล้าสะสมมาหลายนัด ยานนิค กับ มัด นาย 2 คนเป็นสำรองไปก่อนนะ”

“ครับโค้ช!”

ทั้ง 2 คนตอบรับโดยพร้อมเพรียง

“เกรท กับ คิน นาย 2 คนพร้อมนะ!”

ดนัยพูดกับ วิริศ และ เวคินทร์ 2 นักเตะชุด U19 ของทีมที่ทำผลงานในการซ้อมดีที่สุด ทั้งคู่แม้จะสีหน้าตื่นเต้นกับโอกาสที่ได้รับ แต่แววตากลับเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นอย่างที่สุดเพียงชั่วพริบตา

“พี่ตฤณว่าเจ้า 2 คนนี้จะไหวรึเปล่าครับ?”

ติอาโก้ถามความเห็นกับตฤณ

“จากที่เคยซ้อมมากับกลุ่มพวกนี้ช่วงปรีซีซั่นแบบ 6 ต่อ 6 พวกฉันแพ้ขาดลอย แล้ว 2คนนี้ถือว่าเป็นคนที่น่าจับตามองเชียวล่ะ เกรทเป็นกองหน้าที่ครบเครื่อง ส่วนคินเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งในการสกัด ยืนตำแหน่งดีมาก และจ่ายบอลได้คมกริบ”

ตฤณบอกเล่าจากประสบการณ์ตรง เขาได้รับรู้โปรเจ็คต์ปั้นดาวรุ่งของสโมสรจาก ดร.ฮันส์มาบ้าง ในใจอดคิดไม่ได้ว่าอยากให้ทำได้สำเร็จ

“พรุ่งนี้เราจะใช้ระบบ 3-2-2-3 นะ พวกเราเคยฝึกกันมาแล้ว คงเข้าใจกันดี เราจะเล่นต่างจากทุกเกม ทีมเจ้าบ้านจะต้องเซอร์ไพรซ์กับวิธีการของพวกเรา”

การซ้อมดำเนินไปแม้ไม่หนักมาก แต่ลงลึกในรายละเอียด พวกเขาซ้อมกันอยู่ราว 2 ชั่วโมงจึงจบการซ้อม

ช่วงค่ำของวันแข่งขัน สนามฟลอเรสต้าอารีน่า ยู่ใกล้เชิงเขาในตัวเมือง ความจุประมาณ 8,000 ที่นั่ง ผู้ชมต่างมากันเต็มสนาม มีการร้องเพลงแซวกันระหว่างแฟนบอล 2 ทีม บางครั้งก็เกือบมีเรื่องฉะกันอยู่บ้างสมกับเป็นเกมแห่งศักดิ์ศรี

“ทีมของคนอุทัยมีแค่ทีมเดียวโว้ย! พวกทีมชายขอบอย่างเจ้าพระยามันไม่ใช่”

แฟนบอลสายฮาร์ดคอร์ของเจ้าบ้านคนหนึ่งตะโกนใส่นักเตะทีมเยือนขณะลงทำการอบอุ่นร่างกาย

“เดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะพี่ตฤณ”

เมธัส กระซิบกับตฤณขณะทำการวอร์มอัพ เขายังมีอาการตื่นเต้นอยู่บ้างแต่พยายามเก็บอาการไว้

“เราก็มีหน้าที่แค่ทำให้ชินกับมันล่ะนะ”

ตฤณตอบกลับอย่างเรียบง่าย พลันสายตามองไปทางอัฒจันทร์ฝั่งทีมเยือน แม้มีคนอยู่เพียง 500 คน แต่สายตาของเขาจับจ้องไปที่คนๆหนึ่งอย่างรวดเร็ว

“พี่ตฤณ!”

วรดาตะโกนสุดเสียง ทำท่าโบกมือแล้วกระโดดโลดเต้นกับเพลงเชียร์ราวกับเด็ก ม.ต้น ที่กำลังสนุกอยู่ ตฤณโบกมือตอบรับกลับไป ใจของเขาฟูขึ้นอย่างบอกไม่ถูก

“น้ำค้างนี่นะ พอถอดบทบาทคุณหมอออกไป ก็คือเด็กคนหนึ่งนี่เอง”

ตฤณคิดในใจขณะที่ได้เห็นเธอ สำหรับเขาวรดา ยังคงเป็นน้องน้ำค้างคนเดิมที่น่ารักสดใสเหมือนสมัยมัธยมไม่เคยเปลี่ยน

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นในเวลา 2 ทุ่ม วันนี้ตฤณขยับมายืนเป็นกองกลังตัวกลางที่มีอยู่ 3 คน ขณะที่เวคินทร์ได้เล่นเป็นเซ็นเตอร์ตัวซ้ายแทนที่เขา ทีมฟลอเรสต้า อุทัยธานี ขนดาวเตะลูกครึ่งซึ่งเป็นจุดเด่นของสโมสรลงอย่างเต็มที่ ร็อบบี้ เดวิสัน นักเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ซึ่งเป็นเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญและเป็นตัวเด่นของทีมชาติไทยชุดปัจจุบันก็ลงสนามด้วย

เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที เจ้าบ้านบุกขึ้นมาตรงกลางสนาม ร็อบบี้ เดวิสัน ได้บอลตรงหัวกะโหลกหน้าเขตโทษ ตฤณพุ่งเข้าสกัดทันที แต่ดาวเตะตัวเก่งของเจ้าบ้าน แม้จะหันหลังให้เขากับหมุนตัวเทิร์นบอลหลบไปได้อย่างคล่องแคล่ว

“เป็นไปได้ยังไงกันเทิร์นบอลดื้อๆในจังหวะนี้เนี่ยนะ!”

ตฤณตกตะลึงกับความเก่งกาจของ ร็อบบี้ เดวิสัน เขาหลุดเข้าไปในเขตโทษ และพร้อมจะดวลเดี่ยวกับ ไนเจล อยู่แล้ว แต่ เวคินทร์ กระโดดมาขวางลูกยิงของนักเตะลูกครึ่งอังกฤษได้ทันอย่างไม่น่าเชื่อ

“คิน อยู่ห่างเกือบ 3 เมตร เข้ามาสกัดทันได้แบบนี้ ถ้าไม่เร็วจริง ก็ต้องอ่านเกมไว้ก่อน หรือไม่ก็ต้องทำได้ทั้ง 2 อย่าง น้องคนนี้เก่งขึ้นกว่าช่วงปรีซีซั่นซะอีกนะ”

ตฤณมองกองหลังรุ่นน้องวัยเพียง 18 ปี อย่างชื่นชม เวคินทร์เลี้ยงบอลขึ้นหน้าด้วยตัวเองทันทีเพราะไม่มีนักเตะเจ้าถิ่นเข้ามากดดัน กองหลังดาวรุ่งมองด้วยหางตาเห็น วีริศ เพื่อนรุ่นเดียวกันฉีกตัวไปทางซ้าย เขาตัดสินใจเลี้ยงจี้ไปอีก 5 เมตรพาบอลขึ้นมาบริเวณกลางสนาม

“ตัดบอลไว้ให้ได้!”

เสียงตะโกนจากข้างสนามทีมโค้ชของ ฟลอเรสต้า อุทัยธานี ดังกลบเสียงเชียร์แฟนบอลจนได้ยินกันทั่ว

“เด็กน้อยนายไม่ผ่านฉันหรอก”

โยนาส นักเตะลูกครึ่งไทย-สวีเดน กองกลางคนสำคัญของเจ้าบ้านเข้าเบียดปะทะทันที เวคินทร์ที่แม้จะบอบบางกว่าแต่ก็สูงใหญ่พอจะมีความแข็งแกร่งอยู่บ้าง ใช้ไหล่

เบียดชนกองกลางลูกครึ่งจนล้มลงโดยไม่ฟาล์ว แล้วแทงบอลทะลุหลุดแนวรับ 4 คนของเจ้าถิ่นขาดเป็นวิ่นๆ

“ส่งได้ดีมากเพื่อน”

วิรีศ กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปีได้บอลบริเวณมุมเขตโทษด้านซ้าย เขาไม่เสียเวลาจับบอล แต่สับไกด้วยข้างเท้าด้านในเท้าขวาทันที บอลนั้นพุ่งไซด์โค้งผ่านมือผู้รักษาประตูไปแล้ว แต่สูงเกินไปทำให้ชนคานเหลี่ยมในเด้งลงบนเส้นประตู และกองหลังเจ้าถิ่นวิ่งมาเตะเคลียร์ออกไปได้

“อะไรกันนี่ 2 คนนั่นอายุเพิ่งจะ 18 แต่เล่นได้อย่างกับผ่านเกมระดับสูงมาหลายปี นี่สินะนักเตะที่ ดร.ฮันส์ เคยบอกไว้ว่าคุณภาพไม่ต่างจากเยาวชนระดับท็อปของเยอรมัน”

ตฤณมองทักษะของ 2 ดาวรุ่ง ในใจคิดดีใจว่าทีมเขามีของดี แต่อีกใจก็รู้สึกว่าพวกชุดใหญ่เองรวมทั้งเขาจะไม่มีการการันตีตำแหน่งตัวจริงได้อีกต่อไป

เกมมาถึงนาทีที่ 30 ร็อบบี้ เดวิสัน กระชากบอลหลบติอาโก้มาได้ ส่วนริวซึเกะนั้นอยู่ห่างเกินไปที่จะเข้ามาตัดเกมได้ทัน

“หึ เหลือแค่เจ้ากัปตันทีมกับเด็กน้อยสินะ แต่ 2 คนนี้ถือว่าไม่ธรรมดา เราผ่านไม่ได้แน่”

นักเตะลูกครึ่งอังกฤษ ทำทีหลอกว่าจะจ่ายให้ เบโต้ กองหน้าบราซิลของทีม ตฤณเตรียมพร้อมเข้าประกบตามหน้าที่ของตัวเองทำให้เปิดช่องว่าง ทันใดนั้นจึงสบโอกาสให้ ร็อบบี้ยิงไกลระยะ 20 หลาด้วยเท้าขวาทันที

“เราถูกหลอกหรือนี่? เสร็จกัน”

ตฤณโมโหตัวเองที่พลาด บอลพุ่งเฉียดตัวเขาไป ไนเจล เหลียงที่เตรียมพร้อมอยู่ขยับมาดักทางไว้แล้ว

“ไม่ต้องห่วงลูกนี้มีดีแค่แรงเท่านั้น”

ผู้รักษาประตูชาวสิงคโปร์ตั้งท่ารับอย่างมั่นคง ทว่าบอลกลับมุดลงเด้งพื้นก่อนถึงมือเขาอย่างคาดไม่ถึง

“แย่แล้วนี่มันลูกอะไรกัน?”

ไนเจลยังพอมีสติ เขาปัดบอลลูกนี้ได้ทัน ทว่าบอลกลับเด้งไปเข้าทางเบโต้ที่ยืนโล่งๆคนเดียว สะกิดบอลเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย เจ้าบ้านฟลอเรสต้า อุทัยธานีขึ้นนำไปก่อน 1-0

“พวกเขาไม่ได้ฟลุ้ก แต่ลูกนี้เป็นความตั้งใจ”

ตฤณย้อนนึกถึงจังหวะที่ฝั่งตรงข้ามทำประตู แม้เขาจะอ่านออกทั้งหมดทว่ามันสายไปเสียแล้ว เสียงดีใจของแฟนบอลเจ้าถิ่นโห่ร้องตะโกน

ฟลอเรสต้า! ฟลอเรสต้า! ฟลอเรสต้า!

กระหึ่มสนามจนแม้แต่คนที่อยู่ห่างออกไประยะ 1 ก.ม. ยังได้ยินอย่างชัดเจน

“คุณกับเด็กนั่นไม่มีทางตามผมทันหรอก สมัยผมเล่นในอังกฤษถึงมันจะเป็นลีกรอง กองหลังระดับที่เหนือกว่าคุณ ผมก็ผ่านมาแล้ว”

ร็อบบี้ เดวิสัน เดินมาเฉียดแล้วพูดข่มขวัญ ตฤณ กับ เวคินทร์ แต่สิ่งที่เขาหวังว่าทั้งคู่จะใจฝ่อนั้นกลับให้ผลตรงข้าม

“ขอบใจที่สอนบทเรียนให้ฉันนะพ่อหนุ่มอังกฤษ แต่ครั้งหน้านายจะได้เจอกับสิ่งที่นายไม่เคยเจอมาก่อนแน่”

ตฤณจ้องตากลับด้วยความไม่เกรงศักดิ์ศรีใดๆ

“ได้เลย งั้นผมจะรอดูนะครับคุณกัปตันทีม”

ดาวเตะลูกครึ่งตอบรับคำพูดนั้นอย่างท้าทาย แต่นัยน์ตากลับไม่ได้แสดงความดูหมิ่นใดๆ ราวกับว่าเขาแค่อยากจะสนุกมากขึ้นเท่านั้น

“พี่ตฤณคงต้องใช้แผนของโค้ชดนัยแล้วล่ะ” ติอาโก้เดินมารับบอลจากตฤณเพื่อไปตั้งจุดกลางสนาม

“อืม ได้เวลาแสดงศักยภาพของนายแล้วล่ะติอาโก้”

“แน่นอนครับ ทุกคนจะได้เห็น”

นักเตะร่างตันยิ้มอย่างมีแผนการ หลายคนเข้าใจมาตลอดว่าเขาเป็นตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม หรือเป็นตัวโฮลด์บอลเล่นจังหวะสวนกลับเท่านั้น

เกมกลับมาเริ่มกันใหม่ การยืนตำแหน่งของทีม เจ้าพระยา บราโว่ มีการปรับการยืนในเวลาเล่นเกมรุก ดิดิเย่ร์ยังคงค้ำในแดนหน้า ณวริศ ประจำการด้านขวา วีริศ อยู่ฝั่งซ้าย แต่ยืนชิดกันมาขึ้นเหมือนเป็นกองหน้าทั้ง 3 คน และผู้ที่ยืนหลังพวกเขาคือ ติอาโก้ ชมิดท์ ทิ้งให้ริวซึเกะคอยปัดกวาดยืนเป็นด่านหน้าของแผงหลังทั้ง 3 คน

“พวกนี้จะเล่นอะไรของมันอีก คิดว่าจะดันเกมรุกเต็มสูบงั้นรึ?”

ร็อบบี้ รู้สึกงุนงงกับการทำเกมของคู่แข่งอย่างมาก และทุกคนของฝั่งทีมเยือนดูเร่งจังหวะมากกว่าเดิม จองอินบอมได้บอลทางกราบขวากำลังจะไปสุดเส้นหลัง เขาหันมามองเป้าหมายเล็กน้อย ก่อนที่จะเปิดบอลเข้าไป

“เข้าสูตรเป๊ะ เจ้าต่ายโฉบเสาแรก ดีดี้ปักหลักกลางประตู เกรทอยู่เสาไกล ตัวประกบเทมากันหมดแล้ว แต่เสียใจด้วยนะเจ้าบ้านพวกนายเดาผิด”

นักเตะชาวเกาหลีใต้ปาดบอลเข้ากลางด้วยลูกเรียด โดยไม่มีใครตามผู้เล่นหมายเลข 8 ของเจ้าพระยา บราโว่ที่โฉบเข้ามาบริเวณกรอบเขตโทษเยื้องมาทางขวาแม้แต่คนเดียว

“พื้นที่ของฉันจริงๆคือที่นี่ล่ะ”

ติอาโก้สับไกยิงด้วยเท้าขวาเต็มข้อ บอลพุ่งแรงจนมองแทบไม่เห็น พุ่งฝ่าอากาศและแนวรับทีม ฟลอเรสต้า อุทัยธานี เสียบสามเหลี่ยมแบบตาข่ายแทบขาด

“โอ้โห! ลูกนี้รุนแรงจนมองแทบไม่ทันเลยครับ หมายเลข 8 ติอาโก้ ชมิดท์ ยิงเข้าไปแบบไม่มีใครตั้งตัวเลยครับ เจ้าพระยา บราโว่ตีเสมอสำเร็จ สกอร์อยู่ที่ 1-1 แล้วครับ”

นักพากย์ทางสตรีมมิ่งแตกตื่นกับลูกยิงนี้เช่นเดียวกับผู้ชมทางออนไลน์ต่างคอมเมนต์กันเข้ามาอย่างมากมาย

“Klasse! Tiago (เจ๋งมาก ติอาโก้)”

ตฤณวิ่งเข้าไปแสดงความยินดีกับเพื่อนรุ่นน้องคนสนิท

“ความสามารถที่แท้จริงของติอาโก้ คือการสอดขึ้นไปทำประตูจากแถวสองในรูปแบบต่างๆนี่แหละ เราเก็บไพ่นี้ไว้นานเพราะยังไม่สมบูรณ์ ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว เขานี่ล่ะ

มิดฟิลด์ที่อันตรายที่สุด”

ดนัยยิ้มอย่างพอใจเมื่อลูกทีมกลับมาสู่เกมได้สำเร็จ

ครึ่งแรกจบลงที่เสมอกัน 1-1 ครึ่งหลังทั้ง 2 ทีมกลับลงมาใหม่ราวกับยังคงมีพละกำลังอยู่เต็มเปี่ยม ต่างฝ่ายต่างเปิดเกมใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร เสียงเชียร์ในสนามยิ่งเร่งเร้าให้บรรยากาศของ ดาร์บี้แมตซ์ ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ

“คราวนี้เขาจะทำอะไรล่ะ?”

ตฤณจ้องตาเขม็งไปที่ ร็อบบี้ เดวิสัน ขณะที่เขาเลี้ยงบอลจี้เข้าใส่ ทางเลือกของทีมเจ้าบ้านตอนนี้มีทั้งเบโต้ และ วัลแดร์ คู่กองหน้าบราซิล

“ไทเกอร์ คิน ประกบ 2 คนนั้นไว้! ทางนี้ฉันจัดการเอง”

กัปตันทีมเจ้าพระยา บราโว่ พุ่งเข้าเบียดปะทะกับดาวเตะตัวเก่งของเจ้าบ้านทันที

“คุณมีพื้นหลังที่เยอรมันส่วนฉันเป็นอังกฤษ ลองมาวัดกันสิว่าใครแน่กว่ากัน”

“ก็เอาสิ!”

ตฤณรับคำท้าดวล

ร็อบบี้ กระชากหนีการประกบไปทางขวาอย่างรวดเร็ว ตฤณแม้ต้องกลับตัวทำให้เสียเปรียบ แต่เขาใช้ความสูงใหญ่ที่เหนือกว่าเบียดบังไว้ได้ ทว่านักเตะลูกครึ่งอังกฤษกลับไขว้บอลด้วยส้นโยกกลับมาทางด้านซ้าย ตฤณเกือบจะเสียหลักแต่ยังทรงตัวได้ดี เขาถีบตัวด้วยเท้าขวาเต็มแรงพุ่งมาสไลด์ตัดบอลไปได้

“หึ ไม่ธรรมดานะคุณกัปตันทีม”

ร็อบบี้เริ่มรู้สึกว่าตฤณเองก็เก่งกว่าที่คิด

“นายยังไม่ได้ทำประตูเลยด้วยซ้ำ แต่เกมนี้ฉันนี่แหละจะเป็นคนทำประตูให้ทีมชนะพวกนายเอง”

ตฤณเป็นฝ่ายท้าทายคืนบ้าง ร็อบบี้ เดวิสัน แม้จะรู้สึกสนุกมากขึ้น แต่อีกใจเริ่มมีอาการแปลกๆ

“ทำไมเรารู้สึกหวั่นๆกับคำท้าของเขากันนะ?”

เกมดำเนินไปถึงช่วงท้าย ต่างฝ่ายต่างทำเกมบุกใส่กันอย่างต่อเนื่อง

“โอ้! คุณผู้ชมครับนี่น่าจะเป็น ดาร์บี้แมตซ์ที่เดือดและเร้าใจที่สุดในฤดูกาลเลยก็ได้ครับ”

ผู้บรรยายเกมกล่าวไม่เกินจริง ยอดผู้ชมทางออนไลน์ของคู่นี้ขึ้นไปแตะที่ 5 แสนวิว แซงหน้าบิ๊กแมตซ์ระหว่าง บุรีรัมย์ ธันเดอร์ ที่พบกับ แรบบิทรังสิต เอฟซี ซึ่งแข่งในเวลาใกล้เคียงกันไปแล้ว

ร็อบบี้ เดวิสัน ได้บอลบุกขึ้นมาอีกครั้งเขาเผชิญหน้ากับตฤณในระยะประมาณ 25 หลาจากประตู

“ทำไมขาเราสั่นไปหมด แล้วดูเขาตัวใหญ่ขึ้นจนเราผ่านไปไม่ได้เลย”

นักเตะลูกครึ่งอังกฤษตัดสินใจไม่เลี้ยงฝ่าเข้าไป เขาส่งบอลให้กับวัลแดร์แทน บอลถูกส่งไปเกือบจะถึงกองหน้าชาวบราซิลแล้วบอลที่จ่ายมานั้นเฉียบขาดทั้งน้ำหนักและทิศทาง ทว่ากลับกลายเป็นเวคินทร์ที่ตัดบอลได้ก่อน

“ขอผมนะครับลูกนี้”

เวคินทร์ไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย เขาจ่ายบอลยาวทั้งแรงและแม่นข้ามผู้เล่นทุกคนไปตกที่หลังแนวรับของเจ้าบ้านที่เปิดโล่ง

“ส่งได้เยี่ยมมากคิน!”

เกรท กองหน้าวัย 18 ปีจับบอลอย่างนุ่มนวลในระยะ 40 หลา มีกองหลังวิ่งไล่มา 2 คน เขาตัดสินใจเลี้ยงจี้เข้าหาประตูทันที แต่ยังถูกกองหลังของ ฟลอเรสต้า อุทัยธานีเร่งฝีเท้ามาสกัดไว้ได้ฉิวเฉียด แต่เป็นลูกฟาล์วระยะ 35 หลา

ตฤณถือลูกบอลแล้วเดินผ่าน ร็อบบี้ เดวิสัน พร้อมพูดว่า

“คอยดูลูกนี้ให้ดีนะ”

เขาตั้งบอลอย่างบรรจง มุมนี้ตรงกับกลางประตูแทบจะพอดี ทำให้เลือกยิงได้อย่างหลากหลาย ติอาโก้ ที่ยืนอยู่ข้างๆสามารถเดาได้ทันทีว่าตฤณจะทำอะไร

“Achtung!(ระวัง!)”

เสียงพึมพำจากปากของตฤณ ไนเจล เหลียงที่เคยได้ยินคำนี้มาแล้วเมื่อครั้งแข่งกับตฤณในลีกสิงคโปร์ถึงกับขนลุกอีกครั้ง

“มาอีกแล้วรึ! ลูกนั้นฉันจำได้ไม่เคยลืมเลยล่ะ”

ตฤณหลับตามองเห็นภาพต้นหญ้าในสายลมอย่างชัดเจน ก่อนวิ่งเข้ามาซัดด้วยเท้าซ้าย

“เอาความแรงแค่ 80% เท่านั้น”

ตฤณนึกในใจขณะเท้ากระทบบอล ลูกพุ่งแรงและส่ายข้ามกำแพง ทีแรกมันส่ายไปทางขวาทว่าจู่ๆก็ฮุคลงและส่ายไปทางซ้าย บอลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างชนิดที่ว่าผู้รักษาประตูได้แต่ใช้สายตาป้องกันเท่านั้น

“โอ้โห! ลูกอะไรกันครับเนี่ย ทั้งไกลทั้งแรง แล้วดูภาพช้าสิครับ บอลส่ายอย่างคาดเดาไม่ได้เลย ตฤณ วายุโชติ ครับเขาทำได้อีกแล้วครับ เจ้าพระยา บราโว่พลิกขึ้นนำ 2-1 แล้วครับ”

แฟนบอลทีมเยือนกว่า 500 คนกระโดดกอดกันดีใจอย่างสุดเหวี่ยง วรดาที่อยู่ตรงนั้นด้วยก็กระโดดตัวลอยจนแก้วน้ำในมือหลุดออกไปเมื่อไรก็ยังไม่รู้ได้

“ปรี๊ด!”

สัญญาณหมดเวลาหลังจากลูกยิงนั้นเข้าไปเพียง 3 นาที ทำให้เจ้าพระยา บราโว่ บุกมาชนะในเกมแห่งศักดิ์ศรีนี้ไปได้ 2 ประตูต่อ 1

“ผมยอมรับคุณแล้วล่ะคุณกัปตันทีม ว่าแต่ลูกฟรีคิกนี้มีชื่อเรียกไหม?”

ร็อบบี้ เดวิสัน เดินเข้ามาจับมือหลังเกมกับตฤณ

“เรียกว่า Slayer shoot น่ะร็อบบี้”

“น่าทึ่งมาก แต่ผมสังเกตว่าคุณยังไม่ได้ใส่เต็มแรงสินะ”

“นายเก่งมากที่มองออกนะ นี่คือความแรงประมาณ 80%”

ร็อบบี้ตาลุกวาว เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าถ้าตฤณใส่เต็ม 100 จะเป็นอย่างไร

“แล้วมีใครเคยเจอเวอร์ชั่น 100% ไหมครับ?”

ตฤณยิ้มและไม่ตอบตรงๆ แต่ชี้ไปที่ ไนเจล เหลียง ที่เดินผ่านเข้ามาพอดี

“ฮ่าๆๆ เขาโชคดีแล้วล่ะที่อยู่ทีมเดียวกับคุณ”

ร็อบบี้ยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตร จับมือกับตฤณครั้งสุดท้ายพร้อมกับพูดคำที่ตฤณประทับใจมาก

“คงดีไม่น้อยถ้าทีมชาติไทยมีคุณอยู่ในทีม ผมอยากเล่นกับคุณนะ”

ตฤณรู้สึกชาไปทั้งตัวด้วยความปีติ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่มีคนพูดว่าเขาดีพอสำหรับทีมชาติ จากดาร์บี้แมตซ์สุดเดือดเต็มไปด้วยการท้าทาย กลับกลายเป็นการได้สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ที่เป็นนักเตะระดับทีมชาติอีกหนึ่งคน กัปตันทีมวัย 31 หันไปที่อัฒจันทร์ฝั่ง VIP box เขาเห็นคนๆหนึ่งยืนมองอยู่ด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ แต่ดวงตานั้นจ้องมาที่เขาอย่างไม่คลาดสายตาก่อนที่จะค่อยๆเดินกลับไป

“นั่น ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยคนปัจจุบันสินะ”

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!