“งานชุมชนสัมพันธ์นี่ก็สนุกดีเหมือนกันนะครับพี่”
ณวริศพูดขึ้นขณะที่นั่งรถกลับพร้อมกับยานนิคและตฤณ
“อืม ใช่ทำให้รู้เลยว่าคนในพื้นที่นี้เขารักสโมสรกับธุรกิจในเครือของท่านประธานกันมากเลยนะ”
ตฤณตอบกลับด้วยความอิ่มใจ เด็กนักเรียนและชาวบ้านให้การต้อนรับพวกเขาอย่างดี จากที่เขาคิดว่าพวกตนจะไปส่งกำลังใจให้กลายเป็นได้รับสิ่งนั้นกลับมาเสียเอง
“เห็นแบบนี้อยากเปิดฤดูกาลเร็วๆเหมือนกันนะครับ จะได้ตอบแทนกำลังใจจากพวกเขาเร็วๆ”
ณวริศรู้สึกคึกคักขึ้นมาเช่นเดียวกับยานนิค
“เดี๋ยวมีอุ่นเครื่อง 5 เกมพวกเราก็ทำให้เต็มที่ล่ะ วันนี้ทั้งชาวบ้านแล้วก็น้องๆนักเรียนบอกกับฉันว่าจะมาดูกันด้วย”
ตฤณที่คึกคักไม่แพ้กันกล่าวขึ้นบ้าง ในใจของเขานั้นอยากลงสนามภายใต้การคุมทีมของดนัยเต็มแก่แล้ว
“ว่าแต่นี่เราต้องไปที่ออฟฟิศอีกใช่มั้ยครับพี่”
“อืม คุณมินเธอว่าให้พวกเราไปด้วยล่ะนะ แต่คงใช้เวลาไม่นานหรอก”
ตฤณไม่รู้รายละเอียดของการนัดหมายหลังจบงานมากนัก แค่ทำตามที่ทีมงานบอกไว้เท่านั้น เพียง 10 นาทีจากนั้นรถที่ตฤณกับพวกขึ้นมาก็มาถึงที่ทำการของสโมสร ทั้ง 3 คนเดินขึ้นไปยังห้องประชุมของฝ่ายภาพลักษณ์องค์กร พบว่าแม่บ้านกำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดอย่างผิดสังเกต
“เร็วเข้า! รีบเก็บถ้วยกาแฟที่ห้องประชุมด่วนเลยก่อนที่คุณมินจะมาเห็นเข้า”
หัวหน้าของทีมแม่บ้านตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานกันจ้าละหวั่น เพราะก่อนหน้ามีพนักงานกลุ่มอื่นมาขอใช้ห้องประชุมนี้
“สงสัยคุณมินคงเป็นพวกคุณหนูจอมโหดนะครับพี่ตฤณ ดูสิพวกแม่บ้านกลัวกันใหญ่”
ณวริศคาดเดาจากอาการของคนที่เห็น
“อย่าไปนินทาเขาอย่างนั้นสิต่าย ตอนไปออกชุมชนฉันก็ว่าคุณมินเขาก็ง่ายๆสบายๆ เข้ากับคนอื่นได้ดีนะ”
ตฤณพยายามเบรกไม่ให้น้องๆพูดถึงหลานสาวของประธานในแง่ร้าย ขณะที่แม่บ้านกำลังทำงานกันอยู่ นาถยาเลขาของมินทิราก็มาถึงพอดี
“พี่นาถครับ ทำไมแม่บ้านต้องกลัวคุณมินขนาดนี้กัน?”
ความคึกคะนองของณวริศที่เอ่ยถามตรงๆเช่นนี้ทำเอาตฤณและยานนิคคาดไม่ถึงและพยายามห้ามกันสุดชีวิตทว่ามันไม่ทันการเสียแล้ว นาถยายิ้มเล็กน้อยพร้อมกับให้คำตอบที่พวกเขาสงสัย
“คุณมินไม่ได้ดุอะไรพวกแม่บ้านหรอกค่ะ แต่ถ้าเธอเห็นอะไรที่ไม่สะอาดหรือไม่เรียบร้อยเข้า เธอจะลุกมาทำซะเองอย่างวันก่อนห้องประชุมใหญ่มีแก้วที่ยังไม่ล้างอยู่เต็มไปหมด พี่เผลอนิดเดียวคุณมินเธอหยิบไปล้างเองจนเกือบเสร็จแล้ว”
คำตอบของนาถยาทำเอาตฤณยิ้มกริ่ม เพราะไม่คิดว่าคนที่มีลุคคุณหนูอย่างมินทิราจะมีนิสัยเช่นนี้
“แล้วทำไมพวกแม่บ้านต้องกลัวขนาดนั้นล่ะครับ จากที่พี่ว่าคุณมินก็ไม่ได้จะต่อว่าหรืออะไรเลย?”
ณวริศยังคงสงสัยไม่เลิก
“ก็เพราะคุณมินเธอไม่ว่าอะไรใครนี่แหละ แถมลงมือทำเองหมดซะอีก คนก็เลยเกรงใจกัน ลองนึกดูถ้าท่านประธานกับคุณดุจดาวมาเห็นหลานสาวคนโปรดกวาดพื้นและล้างจานเองสิคะ พี่ว่าพนักงานทำความสะอาดน่าจะงานเข้าแน่ๆ”
จอมป่วนอย่างณวริศได้คำตอบที่พอใจเช่นเดียวกับตฤณที่รู้สึกว่าผู้บริหารสาวคนนี้มีนิสัยหลายอย่างที่คล้ายตน
การประชุมสรุปงานดำเนินไปหลังจากนั้นไม่นาน ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็เสร็จ มินทิรามอบของที่ระลึกให้แก่ทีมงานทุกคนเพื่อเป็นการขอบคุณ เธอหยิบให้ทุกคนด้วยตัวเองซึ่งตฤณเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับ
“วันนี้ขอบคุณมากนะคะที่สละเวลามา สัปดาห์หน้ามีเกมอุ่นเครื่องด้วย คุณตฤณพยายามเต็มที่นะคะ”
มินทิรายิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับยื่นของที่ระลึกให้กับตฤณจังหวะนั้นมือของทั้งสองสัมผัสกันเบาๆ แม้จะเป็นเรื่องปกติแต่ความรู้สึกในใจของทั้งคู่กลับไม่เป็นเช่นนั้นนัก
“ทำไมเราต้องใจเต้นแรงขึ้นกันนะ?”
ตฤณรู้สึกแปลกใจตนเองที่มีอาการแบบนี้แต่พยายามกดข่มใจไว้จนเป็นปกติก่อนที่จะขอตัวลาจากไปพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมทั้ง 2 คน เมื่อเสร็จงานมินทิราเดินกลับไปยังห้องทำงานของเธอพร้อมกับเอนหลังกับเก้าอี้ตัวใหญ่ หน้าของเธอแดงเล็กน้อยและยิ้มกับตัวเอง
“เราไม่เคยเป็นแบบนี้เลย ทำไมพออยู่ในสายตาของคุณตฤณแล้วรู้สึกตัวเองเขินๆก็ไม่รู้”
มินทิราใช้มือลูบใบหน้าตัวเองเบาๆก่อนที่จะพยายามสลัดความฟุ้งซ่านออกไปแล้วทำงานของเธอต่อ
“เกมอุ่นเครื่องเราเคลียร์งานแล้วไปดูดีกว่า อยากเห็นเขาลงสนามจัง”
หญิงสาวยิ้มกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว และหยิบเอกสารต่างๆมาอ่านอย่างอารมณ์ดี
ในที่สุดทีมเจ้าพระยา บราโว่ ก็ได้เวลาในการลงสนามอุ่นเครื่อง โดยโปรแกรมปรีซีซั่นจะมี 5 เกมตามที่ดนัยได้เคยบอกเอาไว้ แต่ทุกอย่างดูจะไม่เป็นไปตามแผนที่คาดหวังมากนักเมื่อผ่านเกมอุ่นเครื่องไปแล้ว 4 เกม
ในห้องประชุมทีมบรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องแอร์ทำงาน หากมีใครสักคนทำเข็มเล่มเล็กๆตกพื้นก็น่าจะดังจนทุกคนได้ยิน
ฝีเท้าของดนัยเดินเข้ามาหน้าจอมอนนิเตอร์ด้านหน้า ยิ่งทำให้ทุกคนเงียบลงกว่าเดิม
“เอาล่ะพวกเรา นี่ผ่านเกมอุ่นเครื่องมา 4 เกมแล้วนะแต่เราเสียประตูทุกเกม แถมเกมรุกดูขาดรูปแบบการเข้าทำมากเลย”
ดนัยดูไม่ค่อยชอบใจนักกับฟอร์มการเล่นของทีมที่แสดงออกมา ทุกคนในห้องประชุมทีมมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ตฤณ, ไทเกอร์ และ ยานนิค ดูนั่งเกร็งตัวกว่าใครเพราะภาพในจอที่เป็นจังหวะพลาด ล้วนเป็นพวกเขาทั้ง 3 คนเกือบทั้งหมด
“กองหลังตำแหน่งเซ็นเตอร์กับตัวรุกแดนบนทั้งหมด พรุ่งนี้ 9 โมงซ้อมพิเศษนะ ความเข้าใจแผนของพี่ดูพวกเรายังทำได้ไม่ดี ส่วนคนอื่นช่วงเช้าโปรแกรมห้อง AI Simulation เลือกระดับความยากที่ ACL Elite นะ ดร.ชไนเดอร์จะคอยดูแลให้อีกแรง”
หลังจบการประชุมทีม ตฤณมองเพื่อนๆในตำแหน่งที่ถูกเรียก แววตาแต่ละคนดูผิดหวังกับตัวเองไม่น้อย ซึ่งเขาก็รู้สึกเช่นกันแต่ใจยังไม่ฝ่อไปกับความผิดพลาดมากนัก
“พวกเราพลาดกันจริงๆล่ะพี่ตฤณ”
ยานนิคเอ่ยปากเป็นคนแรก
“ใช่ พี่ว่าเรายังไม่เข้าใจระบบการเซ็ตเกมรุกจากแดนหลังเท่าไหร่นะ ลูกที่เสียประตูเกือบทั้งหมดคือเราจ่ายขึ้นไปแดนกลางแล้วเจอคู่แข่งตัดกลางทาง จากนั้นก็ Quick transition(จังหวะเปลี่ยน รุก-รับอย่างรวดเร็ว) ตลอด”
“สมแล้วที่พี่ซุ่มไปเรียนโค้ช B ไลเซ่นส์ตอนอยู่สิงคโปร์มาเลยนะครับ มองออกทุกอย่างเลย”
วิฬาร์วิทย์กล่าวเสริมบ้าง
“ใช่มองออก แต่ก็แค่ท่องจำน่ะ พอเจอสถานการณ์จริงเข้าไปมันยากกว่าทฤษฎีเยอะ”
“ทีมที่อุ่นเครื่องก็จัดว่าโหดด้วยล่ะ เอาแต่ญี่ปุ่น กับ เกาหลี ทั้งนั้นเลย”
วิฬาร์วิทย์เริ่มโอดครวญ
“อืม ก็มีส่วนพวกนี้ชำนาญการเล่น Quick transition กับการเพรสซิ่งแดนบนมาก เพราะฝึกมาตั้งแต่อายุน้อยๆเลย ”
“แต่ก็แปลกนะครับ พอโค้ชเปลี่ยนพวกเด็ก U19 ลงมากลับดูรับมือได้ดีกว่าเรา”
ยานนิคเริ่มตั้งข้อสังเกต ตฤณกับวิฬาร์วิทย์แสดงสีหน้าว่าเห็นด้วย
“เสียแต่เด็กพวกนั้นประสบการณ์ยังน้อย และร่างกายยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้าเด็ก 7 คนนั่นพัฒนาตัวเองอีกซัก 3 ปีคงแซงพวกเราได้ไม่ยากเลย”
วิฬาร์วิทย์พูดตามสิ่งที่ตัวเองคิดออกมา
“นั่นล่ะ ผลของ ความชำนาญ วันก่อน ดร.ฮันส์เล่าให้พี่ฟังว่าเด็กกลุ่มนี้ถูกฝึกมาอย่างดี ใช้ผู้เชี่ยวชาญมาปูพื้นฐานกันใหม่ เห็นว่าเป็นโปรเจคสำคัญของสโมสรเลยนะ”
ตฤณกล่าวด้วยความชื่นชม เพราะตัวเขาเองได้เห็นการฝึกซ้อมของโปรเจคนี้มาบ้าง ทั้งยังมีนักเตะกลุ่มนี้ได้โอกาสมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ จึงพอมองออกว่าเด็กเหล่านี้มีดีอยู่ในตัวไม่น้อยเลย
การซ้อมพิเศษของนักเตะเกมรับและเกมรุกเริ่มขึ้นในเช้าวันต่อมา ท่ามกลางอากาศที่ร้อนชื้นของฤดูฝน ท้องฟ้าดูไม่ปราณีกับตฤณและเพื่อนมากนักเพราะแดดแรงจัดตั้งแต่ 9 โมงเช้า
“เอาล่ะแบ่งข้างกัน 2 ทีมๆละ 6 คนนะ”
ดนัยยืนเด่นอยู่บนนั่งร้านที่ต่อขึ้นไปสูงราว 2เมตรครึ่ง ในมือของเขาถือไมโครโฟนซึ่งเชื่อมต่อกับลำโพงทำให้ได้ยินเสียงพูดของเขาทั่วสนาม
“ตฤณ, ยานนิค, ไทเกอร์, ต่าย, ดีดี้, มัด อยู่ทีมเดียวกัน ส่วนพวก U19 ไปอยู่ด้วยกันอีกทีมนะ พวกกองหลังแก้เพรสซิ่งของอีกฝ่ายให้ได้ แต่ห้ามจับบอลนะ เล่นจังหวะเดียวเท่านั้น แล้วพยายามส่งบอลให้กองหน้า 3 คนให้ได้”
เป็นการจัดทีมสู้กันแบบ 6x6 แต่ขนาดสนามตีเส้นให้เล่นกันเพียงครึ่งสนามเท่านั้นและลดความกว้างลงเหลือเพียงครึ่งเดียว ทำให้สนามมีขนาดเพียง 50 x 30 เมตรเท่านั้น ระหว่างการซ้อม มีโดรน 2 เครื่องคอยบินจับภาพตลอดเวลา
“พี่ตฤณหลังเข้าพี่ระวัง”
วิฬาร์วิทย์ตะโกนเตือนขณะที่ฝ่ายตรงข้ามวิ่งเข้าแย่งบอล
“ยานนิค! ขยับหาที่ว่างหน่อย”
ตฤณเรียกหาเพราะไม่มีมุมจะจ่าย แต่ยังไม่ทันที่ยานนิคจะขยับตัว ตฤณกลับถูกแย่งบอลไปได้ ทีม U19 ฉกบอลไปยิงสำเร็จ
“ปรี๊ด!...”
เสียงนกหวีดจากดนัยสั่งให้หยุด ตัวเขาแม้ไม่ได้วิ่งด้วย แต่ก็เหงื่อท่วมตัวราวกับถูกสาดน้ำมา 5 ขัน เขาให้ทีมงานตัดภาพจากโดรนขึ้นจอมอนนิเตอร์ในสนามทันที
“ยานนิค นายดูจอนะ ตำแหน่งเวลาเพื่อนได้บอล นายต้องพยายามรักษาเชป 3 เหลี่ยมเข้าไว้ ดูนี่ AI ในจอมันคำนวณให้แล้ว นายต้องเคลื่อนให้เร็วกว่านี้ 1 วินาที”
“ครับ!”
ยานนิคตอบรับอย่างตาลีตาลาน เหงื่อของเขาที่เปียกโชกกว่าเดิมนั้นไม่แน่ว่าจะมาจากอาการกลัวถูกโค้ชดุหรือว่าร้อนกันแน่
“นี่มันยากสุดๆตั้งแต่ฉันเคยฝึกมาเลยนะ ตอนอยู่เยอรมันกับสิงคโปร์ก็ยังไม่เคยเจอแบบนี้แต่ถ้าเราทำได้ ในลีกเราก็ไม่ต้องกลัวใครแล้ว”
ตฤณให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมอีก 5 คน
“โห....แต่ให้บิลด์อัพแบบไม่จับบอลสู้กับเกมเพรสซิ่งอย่างนี้ ก็ยากจัดเลยนะครับพี่ ทีมชาติยังไม่น่าจะทำได้แบบนี้เลย”
ยานนิคเริ่มมีความท้อถอยให้เห็นจนคนอื่นๆและแม้แต่ดนัยก็สังเกตได้ เพราะเขาเองมีจุดอ่อนเรื่องความช้าและการออกบอลที่ไม่ดีนัก
“เอาเถอะ เรามาพยายามด้วยกัน มันอาจจะไม่เก่งขึ้นทันที แต่เราก็จะค่อยๆชำนาญทีละนิดนะยานนิค”
ตฤณพยายามให้กำลังใจกองหลังร่างยักษ์ การซ้อมยังคงดำเนินต่อไปทีมของตฤณยังคงทำได้ไม่ดีนัก ผิดกับทีม U19 ที่เล่นเกมเพรสซิ่งในแดนบน และสามารถแอนตี้เพรสซิ่งในแดนหลังได้เป็นอย่างดี
บอลจากทีมของตฤณเริ่มอีกครั้ง วิฬาร์วิทย์ชิ่งบอลให้ยานนิค ตฤณวิ่งมาทำมุมให้เพื่อนจ่ายง่ายทันที
“พี่ตฤณรับไป”
ยานนิคจ่ายบอลจังหวะเดียว บอลกลับเบี้ยวไม่ตรงทาง กองหน้าทีม U19 พุ่งไปพร้อมจะตัดบอลทันที แต่ว่าตฤณเร่งฝีเท้าแซงไปได้
“ดีดี้!”
เขาตะโกนเรียกเพื่อนในแดนหน้าพร้อมกับจ่ายบอลขึ้นหน้าด้วยข้างเท้าด้านนอก บอลไซด์ก้อยหลุดกองหลังทีม U19 ทั้ง 3 คน
“ขอบคุณมากพี่ผมจัดการเอง”
ดิดิเย่ร์ง้างเท้าขวาวอลเลย์ทันที ประตูที่ไม่มีผู้รักษาประตูเปิดโล่งรอให้ทะลวงตาข่ายอยู่แล้ว เขาหวดบอลเต็มแรงก่อนที่ผู้เล่นอีกฝั่งจะเข้าถึงตัว
“เต็มข้อโว้ย!”
เขาตะโกนสุดเสียงขณะที่เตะโดนบอลสร้างความน่าสะพรึงไปทั้งสนาม แต่ทว่าบอลกลับโด่งข้ามคานชนิดไม่ได้ลุ้นอะไร
“ดีดี้โว้ย ยิงเบาๆเป็นกับเขาบ้างไหม ฮ่าๆๆ”
ณวริศถึงกับหัวเราะออกมาแต่ดนัยกับตฤณที่อยู่ในสนามเอามือกุมขมับในท่าเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย
“ปรี๊ด!......เอาล่ะพอแค่นี้ เดี๋ยวจะเป็นลมแดดตายกันก่อน”
ดนัยเป่าหยุดการซ้อมที่ผ่านมากว่า 1 ชั่วโมง เขาให้นักเตะทั้ง 12 คนขึ้นไปบนอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคา ทว่าตัวเขาเองยังยืนตากแดดบนนั่งร้านเช่นเดิม
“เอาล่ะ วันนี้เราไม่ได้หาผลแพ้ชนะกัน มันแค่การซ้อมและสร้างความเคยชินกับวิธีการของทีมเรา ทีม U19 อย่าเพิ่งดีใจที่ชนะทีมพวกพี่ๆเขา พวกเราแค่ชำนาญกว่าเท่านั้น”
ดนัยเปิดคลิปจากโดรนมาดูใหม่อีกครั้ง AI วิเคราะห์การซ้อมทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ บอกความผิดพลาดของแต่ละคนได้อย่างละเอียด
“ทีมชุดใหญ่ฟังนะ วันนี้พวกนายอาจจะยังทำได้ไม่ดี แต่ที่ฉันเห็นคือ ในช่วง 30 นาทีหลัง พวกนายมีพัฒนาการที่ดีขึ้น”
“ครับโค้ช แต่ก็ยังไม่ดีพอ”
ตฤณออกโรงยอมรับด้วยตนเอง
“ไม่เป็นไร ขอแค่ในทุกครั้งพวกนายเก่งขึ้นแค่ 2% ฉันก็พอใจแล้ว”
ดนัยหยุดปาดเหงื่อที่หยดออกมาจนแทบจะเป็นสาย แล้วถอดเสื้อวอร์มออก
“ก่อนเปิดฤดูกาล เราจะซ้อมแบบนี้อีกหลายรอบ พวกนายเตรียมตัวให้พร้อมได้เลย ฉันจะเคี่ยวให้ทุกคนเติมทีละ 2% ให้มันครบ 100 ให้เร็วที่สุด”
วิฬาร์วิทย์ กับ ยานนิค ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะเขาทั้งคู่ถูกวิเคราะห์ว่ายังอ่อนสุดในหัวข้อการฝึกนี้
“ถ้าพวกผมยังทำไม่ได้ล่ะครับโค้ช”
ยานนิคเริ่มกังวลว่าจะเป็นตัวถ่วงของทีม
ดนัยให้คำตอบของคำถามนี้ที่ทำให้ทุกคนถึงกับทึ่งในความเป็นทั้งผู้นำและครูของตัวเขา
“ถ้านายยังทำไม่ได้ ก็ถือว่า ตัวฉันห่วยเอง!”
คำพูดนี้ทำให้ตฤณถึงกับยอมรับในตัวดนัยอย่างหมดใจ จากที่เคารพดนัย 100% ตอนนี้กราฟความเชื่อมั่นน่าจะทะลุไปถึง 300% แล้ว
“ผมจะทำให้ได้ครับโค้ช”
ทุกคนตะโกนตอบรับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย บรรยากาศร้อนแรงขึ้นในทันทีแม้เมฆจะมาบังพระอาทิตย์และฝนตั้งเค้ามาแล้วก็ตาม
“มา.... พวกเรา มาพยายามฝึกหัวข้อนี้ให้สำเร็จโดยเร็วกันเถอะ ”
ตฤณตะโกนปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมทุกคนในสนาม เขามองไปที่โค้ชดนัยที่สบตาเขาอยู่ สายตาบอกเล่าทั้งหมดว่าเขาชื่นชมความพยายามและความเป็นผู้นำของตฤณเช่นกัน ฝนเริ่มลงเม็ดมาทีละน้อยช่วยให้อากาศเย็นลงและชำระความไม่มั่นใจในตัวเองและความท้อแท้ของทุกคนออกไปสิ้น ดนัยเอ่ยปากประโยคสุดท้ายก่อนกลับ
“พวกนายเชื่อฉัน วันไหนที่พวกนายฝึกซ้อมในทุกหัวข้อที่ฉันสอนจนชำนาญ อย่าว่าแต่แชมป์ไทยลีกเลย ACL Elite พวกเราก็สู้ได้”
ตฤณเดินท่ามกลางสายฝนที่ตกหนักโดยไม่กางร่มไปยังคลับเฮาส์ ฝนเม็ดใหญ่ที่หยดลงบนร่างกายยังไม่อาจดับไฟในใจที่ลุกโชนด้วยความหวังได้แม้แต่น้อย
“คอยดูเถอะไทยลีก ว่าพวกเรา เจ้าพระยา บราโว่ จะแสดงให้เห็นว่าเราดีแค่ไหน”