Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 3: สโมสรของทุกคน

👁️ 22 อ่าน
22px

แม้จะเป็นวันหยุดแต่วรดายังต้องเร่งรีบไปประชุมยังที่ทำการของสโมสรเจ้าพระยา บราโว่ มีนัดประชุมด่วนในช่วงบ่าย เธอมาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยแต่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในงานนี้ต่างก็มากันครบแล้ว คนแรกที่เอ่ยปากทักทายคือวิฑูรย์ประธานสโมสร

“สวัสดีคุณหมอน้ำค้าง สบายดีนะครับ”

“ค่ะ ท่านประธาน”

“อืม ผมเห็นว่าคุณหมอเป็นหนึ่งในทีมงานคนสำคัญของงานชุมชนสัมพันธ์ใช่ไหมครับ”

“ค่ะ ดิฉันอยู่ในงานนั้นจริง แต่ไม่ใช่คนสำคัญอะไรขนาดนั้นหรอกค่ะ ทุกคนก็ตั้งใจทำงานกันเป็นอย่างดี”

“ยังไงก็ขอบคุณคุณหมอมากนะ ที่สละเวลามาช่วยตรงนี้ งานที่โรงพยาบาลเองก็มี ไหนจะต้องมาเป็นนักจิตวิทยาประจำทีมอีก หนักหน่อยนะคุณหมอ”

“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ดิฉันยินดีมากที่ได้ทำ”

วิฑูรย์มองวรดาด้วยความเมตตาและชื่นชม

เขาเองแม้จะไม่ได้ลงมาคลุกคลีกับฝ่ายปฏิบัติงานมากนัก แต่ก็ทราบความเคลื่อนไหวตลอด การทำงานในทีมชุมชนสัมพันธ์ทำให้คนในย่านที่สโมสรเจ้าพระยา บราโว่ตั้งอยู่ มีความผูกพันกับทีมมากขึ้น แฟนบอลเข้าสนามต่อเกมเกือบเต็มความจุ 6,000 คนในช่วง 5 นัดสุดท้ายของฤดูกาลก่อน

“อืม ผมขอแนะนำคนให้รู้จักสักหน่อยนะ หลานสาวผมเองเพิ่งจะดึงตัวมาช่วยงานจากสำนักงานใหญ่น่ะ  จะมารับหน้าที่ผู้อำนวยการด้านภาพลักษณ์องค์กร”

หญิงสาวอายุราว 28-29 ปี รุ่นราวคราวเดียวกับวรดาท่าทางมั่นใจสูงแต่แววตาอ่อนโยนเป็นมิตร สวยสง่าราวกับนางเอกแถวหน้าของเมืองไทย วรดามองหญิงสาวคนนี้ด้วยความชื่นชมอย่างมาก

“สวัสดีค่ะ ดิฉัน มินทิรา เรียกว่ามินก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณหมอวรดา”

“เช่นกันค่ะ ดีใจที่มีสาวๆมาทำงานที่นี่อีกคนนะคะ ดิฉันจะได้มีเพื่อนคุยกันประสาผู้หญิงๆอีกสักคน  ไว้ประชุมเสร็จเราไปร้านกาแฟด้วยกันนะคะ”

มินทิรายิ้มตอบรับด้วยไมตรีและยื่นมือมาจับกับวรดาอย่างเปิดใจ วิฑูรย์ที่สังเกตอยู่ใกล้ๆพอใจที่ทั้ง 2 คนดูเข้ากันได้ดีตั้งแต่แรกพบราวกับเป็นเพื่อนกันมานาน

การประชุมเริ่มขึ้น สโมสรเองมีนโยบายเชิงรุกต่อชุมชนที่ไม่เหมือนใคร และตั้งใจจะขยายฐานแฟนบอลอย่างต่อเนื่อง วรดา ทำได้เพียงฟังและจดไว้เพื่อไปหาข้อมูลในภายหลัง แต่ในงานส่วนของเธอที่เป็นเรื่องพัฒนาศักยภาพทางจิตใจให้กับนักกีฬาในทีมทั้งชุดใหญ่และเยาวชนนั้น เธอนำเสนอให้กับที่ประชุมจนเป็นที่พอใจของทุกคนอย่างมาก การประชุมเสร็จสิ้นเมื่อช่วงบ่าย 3 โมง วรดาจึงชวนมินทิรามาที่ร้านกาแฟของสโมสรที่อยู่ไม่ไกลนักตามที่ชวนกันไว้แต่ต้น

“คุณหมอน้ำค้างดูไม่ค่อยสันทัดเรื่องฟุตบอลเท่าไรนะคะ”

“ค่ะ ดิฉันก็แค่ติดตามผ่านๆ แต่ว่าจากนี้คงต้องติดตามมากขึ้นอีกเยอะเชียวค่ะ”

“เพราะต้องทำงานเกี่ยวข้องกับทีมงานนักฟุตบอลมากขึ้นเหรอคะ?”

“ก็ด้วยค่ะ แต่พอดีนักเตะคนโปรดย้ายเข้ามาที่นี่ด้วย”

จิตแพทย์สาวพูดคำนี้ออกไปกลับรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นและใบหน้าแดงโดยไม่รู้ตัวจนอีกฝ่ายสังเกตได้อย่างชัดเจน

“เอ๋! ทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะคะคุณหมอ สงสัยจะเป็นนักฟุตบอลที่ชอบมากๆสินะ?”

“เอ่อ ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ คือเขาเป็นเหมือนพี่ชายที่ดิฉันรักและเคารพมาตลอดน่ะค่ะ”

“คุณหมอน้ำค้างรู้จักกับคุณตฤณมาก่อนด้วย?”

“คุณมินเก่งจังค่ะ เดาถูกซะด้วยว่าเป็นพี่ตฤณ”

“ไม่เก่งอะไรหรอกค่ะ มินแค่ใช้เหตุผลประกอบเท่านั้น นักเตะส่วนใหญ่ที่ทีมเราดึงมาปีนี้อายุน้อยไม่เกิน 25 ทั้งนั้น ถ้าคุณหมอบอกว่าเขาเป็นพี่ ก็มีคุณตฤณคนเดียวที่เข้าข่าย”

วรดายิ่งรู้สึกว่าหลานสาวท่านประธานคนนี้มีไหวพริบและเฉลียวฉลาดไม่น้อย เธออดจะรู้สึกชื่นชมมินทิราไม่ได้เช่นกัน

“แหมอย่างนี้นี่เอง ว่าแต่คุณมินนี่ดูรู้เรื่องฟุตบอลเยอะจังนะคะเนี่ย”

“มินก็ซึมซับมาจากครอบครัวคุณลุงวิฑูรย์ล่ะค่ะ บ้านนี้เขาคอบอลมากๆ มินเลยติดเชื้อบ้าบอลเข้าสายเลือดไปด้วย ”

“ดีจังเลยค่ะ นี่คงเป็นเหตุผลที่คุณมินมาทำงานที่นี่สินะคะ”

“ใช่ค่ะมินชอบฟุตบอลจริงๆ แต่ที่ชอบที่สุดคือทีมของเรานี่ล่ะค่ะมันเป็นวิธีคิดของทีมสโมสรที่ไม่เหมือนใครจริงๆ”

มินทิรายิ้มอย่างภูมิใจกับสิ่งที่เธอเล่า ทำเอาวรดาเริ่มรู้สึกอยากรู้มากขึ้นตามไปด้วย

“ยังไงคะ?”

“ก็อย่างเช่นลุงวิฑูรย์ตั้งชื่อว่าเจ้าพระยา บราโว่ แทนที่จะตั้งชื่อทีมเป็นจังหวัดแบบหลายทีม เพราะว่าที่ตั้งของเราอยู่ในจุดรอยต่อของจังหวัด นครสวรรค์, ชัยนาท และ อุทัยธานี แต่ 3 จังหวัดนี้มีจุดร่วมเดียวกันคือแม่น้ำเจ้าพระยา ”

“โห นี่น้ำค้างอยู่ที่นี่มาหลายเดือนยังไม่ยักรู้เรื่องนี้เลยค่ะ เพิ่งสังเกตเหมือนกันหลังจากที่คุณมินบอก”

“ค่ะ ลุงวิฑูรย์อยากให้ทีมนี้เป็นของทุกคน ส่วนคำว่า บราโว่ ก็แปลว่า ไชโย ในภาษาไทยนี่ล่ะ รวมแล้วก็คือ ความยิ่งใหญ่แห่งแม่น้ำเจ้าพระยา นี่ก็คิดกันว่านอกจาก 3 จังหวัดนี้เราจะขยายฐานแฟนบอลไปในอีกหลายที่ด้วย”

วรดาเริ่มรู้สึกอินไปกับข้อมูลนี้มากขึ้นเรื่อย ท่าทางของเธอนั้นทำให้มินทิรามองออกว่าอยากจะให้เล่าต่ออีก

“คุณวิฑูรย์ท่านคิดไกลจริงๆนะคะคุณมิน”

“ใช่ค่ะ ลุงวิฑูรย์ท่านนอกจากจะหวังผลด้านผลงานของทีมแล้ว ท่านก็ไม่ทิ้งชุมชนที่สโมสรตั้งอยู่ด้วย เอาจริงๆทุกที่ๆองค์กรของ D.V.group ไปตั้งอยู่ เราจะพยายามพัฒนาชุมชนเหล่านั้นในทุกด้านที่ทำได้ ให้พื้นที่ค้าขาย จ้างงานคนท้องที่ก่อน หาพาร์ทเนอร์เป็นธุรกิจชุมชน ให้ทุนการศึกษาสนับสนุนโรงเรียนต่างๆในท้องที่ เยอะมากจนบางทีคุณอาเอกคณิตแกก็บ่นให้ได้ยินบ่อยเชียวค่ะ”

“จริงเลยค่ะ น้ำค้างเองทำงานที่โรงพยาบาลในเครือของ D.V.group ก็เจอกับตัวว่าที่นี่ช่วยเรื่องชุมชนเยอะมาก รู้สึกว่าตัดสินใจถูกที่สุดที่มาทำงานที่นี่เลยค่ะ”

ทั้งคู่พูดคุยกันราวครึ่งชั่วโมง มินทิราชวนจิตแพทย์สาวไปที่อื่นต่อ แต่ก่อนจะลุกจากโต๊ะ วรดาสังเกตบางอย่างที่หลานสาวคนสวยของประธานทำแต่เธอเพียงคิดในใจเท่านั้น

“อืม คุณมินเธอเรียบร้อยจัง ก่อนลุกไปจากโต๊ะเอากระดาษทิชชู่มาเช็ดรอยที่กาแฟกับขนมหกเปื้อนไว้หมดเลย แถมเอาจานขนมเรียงกันจนพนักงานแทบไม่ต้องทำอะไรนอกจากยกไปเก็บ ดูไปก็คล้ายๆพี่ตฤณเลยนะ” 

เมื่อออกจากร้านกาแฟแล้วทั้ง 2 คนจึงพากันเดินไปที่สนามริเวอร์ไซด์สเตเดี้ยมของสโมสรซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านนี้มากนัก ที่ตั้งของสนามอยู่ห่างแม่น้ำเจ้าพระยาเพียง 200 เมตร แต่พื้นที่โดยรอบมีมากมายกว่าพันไร่ วรดาเองแม้จะมีโอกาสมาที่นี่เป็นครั้งคราวแต่กลับไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับที่แห่งนี้มากนัก คิดแต่เพียงว่าเป็นสนามฟุตบอลเท่านั้น

“คุณหมอน้ำค้างรู้ไหมคะทำไมสนามเราดูแปลกๆ”

มินทิราชี้ให้วรดามองไปยังโครงสร้างของสนามแข่งที่มีโครงเสาหลังคาแยกจากตัวอัฒจันทร์อย่างชัดเจน ราวกับจงใจสร้างโครงเสาของหลังคาให้รอบ 4 ทิศไว้ก่อน จากนั้นจึงค่อยสร้างอัฒจันทร์เติมขึ้นมา

“ไม่รู้เลยค่ะคุณมิน”

“จากโครงสร้างนี้ เรามีแผนจะขยายทีนั่งจาก 6,000 ในปัจจุบัน เป็น 10,000 ในปีหน้า และท้ายสุดสนามนี้จะขยายไปถึง 20,000 หรือ 25,000 ที่นั่งในอนาคตเลยค่ะ”

สิ่งที่มินทิราเล่ามานั้นประทับใจวรดาไม่น้อย ทำเอาเธอยิ่งรู้สึกดีที่เป็นส่วนหนึ่งของทีมนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

“นี่เป็นการวางแผนที่ไกลมากเลยนะคะ”

“ใช่ค่ะ ลุงวิฑูรย์ท่านอยากให้มีสนามหลังคารอบสไตล์อังกฤษความจุ 20,000 ที่นั่งแต่แรกเลย แต่คุณอาเอกคณิตแกค้านหัวชนฝา บอกว่าจะขาดทุนเอาถ้าสร้างเท่านั้นแต่แรก พอดีว่าคุณป้าดาวก็เห็นด้วยกับอาเอก คุณลุงท่านก็เชื่อป้าดาวหมดใจอยู่แล้วเลยปรับแผน”

“เข้าใจเลยค่ะ คุณเอกคณิตนี่เรื่องตัวเลขกำไรขาดทุนท่านเป๊ะไม่มีใครเกิน แต่น้ำค้างยังไม่มีโอกาสได้เจอคุณดุจดาวเลย เห็นบอกกันว่าท่านใจดีมาก”

“ใช่ค่ะคุณหมอคุณป้าเขาใจดีกับทุกคนเหมือนแม่พระเลย” 

มินทิรายิ้มกว้างและดวงตาคู่งามของเธอปรากฏน้ำตาเอ่อเล็กน้อยเมื่อพูดถึงดุจดาว วรดาจึงดึงกลับเข้าเรื่องของสนามที่เพื่อนใหม่คนนี้เล่าค้างไว้

“แล้วสุดท้ายคุณวิฑูรย์ท่านก็เลยยอมคุณเอกคณิตกับคุณดุจดาว”

“ใช่ค่ะคุณหมอ ก็เลยถอยคนละก้าว ค่อยๆขยายตามฐานแฟนบอลที่เพิ่มขึ้น สนามนี้แต่แรกความจุแค่ 1,000 คนเองค่ะ แล้วค่อยๆเพิ่มขึ้นมาอย่างที่เห็น ดีว่าเราใช้โครงสร้างเป็นเหล็ก การต่อเติมขยายเลยง่ายใช้เวลาไม่นาน”

“หมายความว่าปีหน้าที่จะขยายไป 10,000 ที่นั่ง เราต้องมีคนดูต่อเกมเยอะมากตลอดปีใช่ไหมคะคุณมิน?”

“ใช่ค่ะ นี่ล่ะน่าที่ของเราฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรและชุมชนสัมพันธ์ เราต้องทำหน้าที่นอกสนามให้เข้มแข็ง ส่วนผลงานของทีมปล่อยให้นักเตะกับโค้ชเขาว่าไปค่ะ แต่มินเชื่อว่าพวกเราทำได้แน่”

“แหม ดิฉันฮึกเหิมตามเลยค่ะคุณมิน ไฟในตัวลุกโชนเลย ยิ่งมารู้เรื่องสโมสรและแนวคิดของท่านประธานแล้ว ดิฉันพร้อมลุยวันนี้ยังได้เลยค่ะ”

วรดาพูดจบก็หัวเราะชอบใจราวกับเด็กสาว ทำให้มินทิราอดที่จะหัวเราะตามไปไม่ได้ หญิงสาวทั้งสองรู้สึกนับถือกันและกันมากขึ้น

“งั้นคุณหมอน้ำค้างสัญญากับมินนะคะว่าจะมาสร้างความภูมิใจของลุ่มน้ำเจ้าพระยาด้วยกัน”

“แน่นอนค่ะ ดีลเลยไม่สำเร็จไม่เลิกค่ะ”

หญิงสาวทั้งคู่คุยกันอยู่นานจน 6 โมงเย็น แสงแดดที่เริ่มจางหายไป ดวงอาทิตย์ที่ถูกวิวของสนามริเวอร์ไซด์บดบังดูงดงามราวภาพวาดในจินตนาการ ทั้งหมดนี้เป็นความพยายามของทุกคนที่มีส่วนร่วมกับสโมสรแห่งนี้ การเติบโตไปพร้อมกับท้องถิ่นนี้เป็นปรัชญาที่ยิ่งใหญ่และจะเป็นความภูมิใจของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาต่อไปอีกแสนนาน

 

แนะนำตัวละคร

แพทย์หญิง วรดา สิริเมต (น้ำค้าง)

อายุ 27 ปี

จิตแพทย์ของโรงพยาบาลในเครือ D.V. Group 

หัวหน้าฝ่ายจิตวิทยาการกีฬาของโครงการ เจ้าพระยา แอธเลติก 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!