แม้จะชนะทีมใหญ่ระดับลุ้นแชมป์อย่างแรบบิทรังสิต เอฟซีได้ แต่ผลงานของ เจ้าพระยา บราโว่ก็ยังไม่คงเส้นคงวามากนัก
“เกมที่แล้วเรารอดหวุดหวิดเลยนะครับ ถ้าไม่ได้ฟรีคิกของพี่ตฤณที่เปิดแฉลบไปให้ไอ้ต่ายมันยิงช่วงท้ายเกม เราคงแพ้ไปแล้ว”
เมธัสซึ่งจับคู่ซ้อมฟิตเนสกับตฤณพูดถึงเกมเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาในการไปเยือนทีมประจวบ ฮอร์เน็ต ซึ่งพวกเขาเสมอกับเจ้าถิ่นไป 1-1
“อืม...ใช่ เกมเยือนมันยาก แต่อย่างน้อยเราก็พ้นโซนตกชั้นได้ซักทีนะ”
“แต่เกมหน้าเราก็ต้องเจอทีม สุโขทัย ซิตี้ ต้องไปเยือนอีกถือว่าหนักเอาเรื่องเลยนะครับพี่”
“อืม ถ้าสำหรับฉันถือว่าหนักเชียวล่ะมิก ต้องเจอกับคนคุ้ยเคยซะด้วย”
ตฤณนึกถึงข้อมูลของทีมคู่แข่งในเกมหน้า ความรู้สึกที่หลากหลายวิ่งเข้ามาในใจของเขา กัปตันทีมคนเก่งยิ้มเล็กๆเมื่อนึกถึงคู่แข่งที่ต้องพบเจอกัน
“เจอกันจนได้นะโค้ชกร,ปอแล้วก็เพชร พวกนายจะพัฒนาขึ้นขนาดไหนกันนะ”
ความทรงจำสมัยเล่นอยู่ใน T3 กับทีมพีเค ซิติเซ่นกลับมาอีกครั้ง การที่ต้องมาแข่งกับอดีตโค้ชและเพื่อนร่วมทีม พวกเขาย่อมรู้ถึงจุดเด่นและด้อยของตฤณเป็นอย่างดี แต่เขาเองก็ไม่กังวลเพราะตัวเองก็พัฒนามากกว่าครั้งนั้นไปมากแล้ว
วันแถลงข่าวก่อนเกมการแข่งขัน ดนัย กับ ตฤณ มาที่ห้องผู้สื่อข่าว ส่วนตัวแทนของทีมเจ้าถิ่นคือ ปริกร และ เปรมยศ นั่นเอง
“สวัสดีครับโค้ชกร”
ตฤณเข้าไปยกมือไหว้ทักทายด้วยความเคารพ
“ดีใจที่ได้เจอนะตฤณ ฉันติดตามนายตลอดตั้งแต่นายย้ายไปสิงคโปร์จนกลับเมืองไทยเลย เก่งขึ้นมากเลยนะ”
ปริกรยิ้มแย้มอย่างเป็นมิตรกับอดีตลูกทีมคนสำคัญของเขา เปรมยศที่อยู่ใกล้ๆไม่พูดอะไรมากเดินเข้ามากอดตฤณทันที
“คิดถึงมากเลยพี่ตฤณ พรุ่งนี้เบามือให้ผมด้วยนะ ฮ่าๆๆๆ” เปรมยศทักทายด้วยอารมณ์ขัน
“นายเองก็อย่ามาแตะลอดขาฉันแบบที่ทำกับคู่แข่งคนอื่นก็พอนะ”
ตฤณตอบรับมุขด้วยเช่นกัน บรรยากาศจึงชื่นมื่นเหมือนไม่ได้เป็นคู่แข่งที่ต้องห้ำหั่นกันในวันรุ่งขึ้นเท่าใดนัก
“ถ้าไม่ได้พี่ตฤณ ผมก็คงไม่มีวันนี้หรอก เพราะพี่เลยทำให้ผมโฟกัสฟุตบอลเต็มที่อีกครั้ง”
“ดีใจด้วยนะปอที่ติดทีมชาติชุดอาเซียน คัพ แถมได้แชมป์ด้วย”
“โห....พี่ ผมแค่ตัวสำรองเองครับ เล่นแค่เกมเดียวเอง แต่ก็ขอบคุณสำหรับคำชมนะครับ”
“แต่นายเก่งขึ้นจริงๆ พี่ดูอยู่ร่างกายก็แข็งแกร่งขึ้นมากเลย พรุ่งนี้แบ็คขวาทีมพี่คงเหนื่อยแน่”
“เอาเถอะทั้งคู่ คุยกันพอหอมปากหอมคอนะ ไว้หลังแข่งค่อยมากินข้าวด้วยกัน เชิญคุณด้วยนะครับโค้ชดนัย”
ปริกรเห็นว่าเวลาล่วงมาพักใหญ่จำเป็นจะต้องบอกลากันไปเตรียมแผนการเล่นกันก่อน
“ได้ครับโค้ชกร”
ดนัยตอบรับคำเชิญด้วยความยินดี เขาเองติดตามการคุมทีมของโค้ชคู่แข่งมาตลอดตั้งแต่ไปติดตามฟอร์มของตฤณสมัยอยู่ T3 ยอมรับว่าปริกรเป็นโค้ชที่รู้จักใช้ทรัพยากรในทีมได้ดีมากคนหนึ่ง แม้จะไม่เคยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวแต่ดนัยก็ยินดีที่จะทำความรู้จักเขาให้มากขึ้นเช่นกัน
การประชุมทีมก่อนแข่ง หลังจากงานแถลงข่าวเสร็จ ดนัยเอาภาพขึ้นจอจากเครื่อง Smart projector แม้ภาพจะฉายบนผนังธรรมดา แต่สามารถแตะเลื่อนไอคอนบนฉากที่แสงกระทบได้ราวกับเป็นจอแท็บเล็ต
“โห ของเล่นใหม่อีกแล้ว บริษัท D.V. ของท่านประธานนี่จะไฮเทคไปไหนครับพี่ตฤณ”
ณวริศตื่นเต้นกับเครื่องนี้ทันทีที่เห็น ตฤณที่อยู่ข้างๆจึงสะกิดให้เบาเสียงลงพร้อมกับตอบคำถามให้กับรุ่นน้องจอมป่วน
“เห็นคุณมินบอกว่ามันเป็นตัวต้นแบบน่ะ พวกเรากับคนในสำนักงานใหญ่ก็ได้ใช้พร้อมๆกัน”
“ดูพี่ตฤณจะสนิทกับคุณมินนะครับเนี่ย”
ณวริศได้ทีเลยแซวเข้าบ้าง ตฤณสะอึกเล็กน้อยแต่เก็บอาการไม่พูดอะไรต่อ เจ้าตัวป่วนได้ทีจึงพูดทีเล่นทีจริงว่า
“แบบนี้พี่หมอของผมก็อกหักสิครับ ถ้าพี่ไปกิ๊กกับคุณมินจริงๆ”
“โป๊ก!”
ยานนิคที่นั่งอยู่ด้วยกันเขกหัว ณวริศเบาๆไป 1 ที แม้ไม่เจ็บแต่เด็กหนุ่มตัวป่วนก็มองค้อนใส่เพื่อนตัวโตของเขา
“ทำอะไรเนี่ย! ยานนิค”
“ไปแซวพี่ตฤณเขาเยอะ เรื่องของหัวใจมันต้องดูกันนานๆ”
กลับกลายเป็นยานนิคที่มาร่วมวงกับเขาด้วย ตฤณได้แต่ถอนหายใจที่โดนรุ่นน้องจอมซนทั้ง 2 ล้อเอาเหมือนเด็กๆ แต่เขาก็ไม่ถือสาใดๆนัก
“คุณมินสะกดใจเราได้จริงๆ ส่วนน้ำค้างก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนพื้นที่ปลอดภัยทุกครั้ง...... เดี๋ยวนะนี่เราคิดเรื่องอะไรกัน พอๆๆ”
ตฤณเผลอใจคิดในเรื่องที่เขาไม่เคยที่จะคิดถึงมาก่อน เรื่องความรัก อาจเพราะเขาใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวมุ่งมั่นตามฝันในที่ไกลบ้านมาหลายปี แต่พอได้อยู่กับบรรยากาศอันอบอุ่นตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ ทั้งผู้คน สถานที่ มันหล่อหลอมให้เขาคิดเรื่องอื่นมากกว่า เป้าหมายชีวิต ขึ้นมาบ้าง
เกมนัดที่ 8 ของฤดูกาล สุโขทัย ซิตี้ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ เจ้าพระยา บราโว่ 11 ตัวจริงทีมเยือนยังคงเป็นชุดเดิมโดยส่วนใหญ่ มีเพียงตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ ไนเจล เหลียง บาดเจ็บนิ้วมือระหว่างอบอุ่นร่างกาย จึงต้องใช้ผู้รักษาประตูสำรองที่เป็นเด็กปั้นกลุ่มเบต้าลงมาเล่นแทน
เกมเริ่มขึ้นมา 7 นาที การปะทะกันของเพื่อนเก่าก็เริ่มขึ้น บอลจากทีมเจ้าบ้านขึ้นมาทางปีกขวา เปรมยศ รับบอลมาเข้าเท้า เขาเลือกที่จะจี้เข้าหากรอบเขตโทษของทีมเยือนด้วยตัวเองทันที
“ขอดูหน่อยนะพี่ตฤณ ว่าเก่งขึ้นขนาดไหน”
คนที่ขวางหน้าคือตฤณ รุ่นพี่คนสนิทที่เปลี่ยนชีวิตเขา เปรมยศทำท่าจะโยกไปทางขวา ตฤณจึงขยับตามเพื่อเข้าเบียดปะทะ
“ขอผมแล้วกันนะพี่!”
เปรมยศกลับล็อคบอลเข้าเท้าซ้ายเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ฉับพลันจนตฤณถลำตัวเปิดช่องว่าง
“เสร็จกัน ปอมันเร็วและคล่องกว่าเมื่อก่อน 2-3 ขั้นเลย สมแล้วที่มีชื่อกับทีมชาติ”
ตฤณได้แต่พยายามถีบตัวด้วยขาซ้ายสุดแรงเพื่อมาบังทางให้ได้ แต่เปรมยศทำในสิ่งที่เขาเคยเผชิญกับคู่ปรับตัวฉกาจมาก่อน เขาสับไกด้วยข้างเท้าด้านนอกเท้าขวาบอลไซด์ก้อยพุ่งแรงลอดช่องว่างระหว่างตฤณกับยานนิคไปถึงประตู
“นี่มัน.... ลูกเก่งของเรย์น่าเลยนะ เจ้าปอมันทำได้ใกล้เคียงเลย”
ตฤณถึงกับตะลึงกับลูกยิงนี้ที่ผ่านตัวเขาไป ตอนนี้ได้แต่ภาวนาว่ามันจะไม่เสียบตาข่ายเท่านั้น
“เป๊ง!”
เสียงบอลพุ่งเช็ดคานออกหลังไปอย่างเฉียดฉิว หากต่ำลงกว่านี้สัก 1 นิ้วต้องเป็นประตูไปแล้วอย่างแน่นอน
“เราเจอคู่ต่อสู้ที่เก่งกาจเข้าแล้ว ถึงปอจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับเรย์น่า แต่คงด้อยกว่าไม่เกิน 1 ระดับหรอก”
ตฤณเริ่มประเมินเพื่อนเก่าอีกครั้ง เวลาผ่านไปเพียงปีกว่าแต่เปรมยศเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดด
เกมยังคงดำเนินต่อไปอย่างสูสี แต่โค้ชปริกรดูจะรู้พิษสงของตฤณเป็นอย่างดี คอยตะโกนสั่งลูกทีมเสมอเวลาที่ เจ้าพระยา บราโว่ ทำเกมบุกขึ้นมา
“เขามาเกินระยะ 40 หลาแล้ว อย่าทำฟาล์วเด็ดขาด! ตัดไม่ได้ก็ถอยไปรับเลย!”
ทีมเจ้าพระยา บราโว่แม้จะได้โอกาสบุกบ้าง แต่ก็พบทางตันเสมอในแนวรุก ดิดิเย่ร์ถูกประกบจนขยับไม่ได้ ณวริศพยายามมองหาโพรงกระต่ายของเขาเพื่อเข้าทำ แต่บอลกลับมาไม่ถึง ทีมเยือนจึงได้แต่ถ่ายบอลไปมาแล้วคืนหลัง ไม่ก็ได้แต่โยนขึ้นหน้าไปแล้วถูกตัดบอลกลับมาเท่านั้น
“พี่ตฤณ พวกเราบุกไม่เข้าเลย ฝั่งนั้นยืนคอมแพ็คเกมรับกันดีมาก แถมไม่ยอมตัดฟาล์วเลยเอาไงดี”
ติอาโก้เริ่มรู้สึกอึดอัด เขาพยายามใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองพุ่งเข้าใส่ บางครั้งเห็นจังหวะยิงไกลได้แต่ก็ช้าเกินไปจนถูกทีมคู่แข่งบังทางไว้ได้เสมอ
“ฉันว่าครึ่งแรกอย่างน้อยเราอย่าเสียประตูจะดีที่สุด ต้องดูว่าโค้ชดนัยจะแก้เกมแบบไหน”
ตฤณรู้สึกไม่ต่างกัน บอลยาวจากแดนหลังของเขาถูกตัดได้หมด เพราะโค้ชปริกรสั่งการให้แนวรับไม่ดันสูงเกินไปจนเปิดพื้นที่หลังไลน์แนวรับมากนัก
นาทีที่ 45+3 ใกล้หมดเวลาเต็มที สุโขทัย ซิตี้ ชิงตัดบอลที่จะส่งให้ณวริศได้ คนที่ได้บอลคือเพชร แบ็คซ้ายเพื่อนเก่าของตฤณอีกคน เขาเร่งสปีดเลี้ยงบอลอย่างรวดเร็วขึ้นมาเกือบกลางสนาม ด้านหน้ามีโรล็องต์กองหน้าแคเมอรูนที่ยืนค้ำเบียดอยู่กับยานนิค ขณะที่วิฬาร์วิทย์หลุดตำแหน่งไปแล้ว มีเพียงตฤณที่ดักรอตัดบอลทางด้านไกลที่เปรมยศวิ่งทำทางอยู่
“เพชรเขาน่าจะทำ 2 อย่าง ไม่เลี้ยงจี้ไปถึงเส้นหลัง ก็เปิดโด่งไซด์โป้งโค้งหาปอแน่ๆ”
ตฤณคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นทว่าเขาคิดผิดทั้งหมด เพชรเอี้ยวตัวจ่ายบอลไซด์ก้อยด้วยเท้าซ้ายทแยงมุมไปให้เปรมยศ บอลโค้งตกพื้นที่ด้านหลังของตฤณทำให้เขาอยู่ในสภาพที่ต้องกลับตัววิ่ง
“บ้าน่า เพชรมันทำแบบเราได้ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
เปรมยศที่หันหน้าวิ่งทำให้ได้เปรียบ เขาจับบอลลงพื้นอย่างนิ่มนวล บอลอยู่ในระยะ 18 หลาก่อนถึงประตู เขาไม่เสียเวลาแต่งบอลนาน แต่บอลขึ้นหน้าไปอีกเพียง 2 ก้าวแล้วหวดด้วยเท้าขวาเต็มข้อทันที
“ซ่วบ!”
บอลพุ่งแรงเสียบสามเหลี่ยมอย่างงดงาม ผู้รักษาประตูสำรองของทีมเยือนได้แต่ป้องกันด้วยสายตาเท่านั้น เสียงกองเชียร์ชาวสุโขทัยเจ้าถิ่นกว่า 5,000 คนดังกึกก้องข่มขวัญผู้มาเยือนเสียสนิท สุโขทัย ซิตี้ขึ้นนำก่อน 1-0
ตฤณมีอารมณ์ที่แตกต่างกันอยู่ในใจ ครึ่งหนึ่งเจ็บใจที่ทีมเสียประตู แต่อีกใจนั้นกลับชื่นชมความสามารถของอดีตเพื่อนร่วมทีมทั้ง 2 คนและโค้ชที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา
“นี่ถ้าท่านประธานถามฉันว่าต้องการใครมาร่วมทีมในเลก 2 ฉันจะไม่ลังเลที่จะบอกว่าให้ดึง ปอ กับ เพชร เข้าทีมเลย”
“ปรี๊ด!”
ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก ตฤณสังเกตอาการเพื่อนร่วมทีม พบว่าทุกคนยังคงกำลังใจดี มีเพียงนนท์ผู้รักษาประตูชุดเบต้าที่เล่นนัดนี้นัดแรกดูจะเสียความมั่นใจไปอย่างมาก
“นนท์ ทำใจสบายๆไว้ พวกพี่จะป้องกันให้แน่นหนากว่านี้เอง”
ตฤณให้กำลังใจ
“ผมขอโทษนะครับทีป้องกันไม่ได้เลย ถ้าเป็นไนเจลคงไม่มีปัญหา” เด็กหนุ่มสีหน้ายังคงไม่ดีขึ้น
“อย่าโทษตัวเองเลย ฝั่งนั้นเขายิงได้ยอดเยี่ยมจริงๆ ให้ผู้รักษาประตูระดับโลกก็อาจจะรับไม่ทัน”
พูดจบตฤณก็ตบบ่าให้กำลังใจ รุ่นน้องคนนี้ดูจะเบาใจมากขึ้นบ้าง
ครึ่งเวลาหลัง ทั้ง 2 ทีมยังคงใช้ผู้เล่นชุดเดิม แต่เจ้าบ้านสุโขทัย ซิตี้ดูจะอยากปิดเกมโดยเร็วพวกเขาโหมบุกอย่างหนักขึ้นมาอีกครั้ง
“กดพวกเขาให้บุกไม่ขึ้นเลย !”
เสียงตะโกนข้างสนามของปริกรดังดุจแม่ทัพสั่งการรบ ลูกทีมก็ตอบสนองราวกับได้รับคำสั่งที่ว่าหากถอยทัพเท่ากับถูกประหาร ดาหน้าบุกใส่ เจ้าพระยา บราโว่ จนตั้งหลักไม่ทัน
“พี่ตฤณ พวกเขากดดันหนักจริงๆ เราแทบจะขึ้นไปไม่พ้นเส้นกลางสนามเลย”
ติอาโก้เริ่มกังวลกับสถานการณ์ของทีม เขาไม่สามารถพลิกบอลขึ้นหน้าได้ แม้เขาจะแข็งแกร่งจนกองกลางทีมเจ้าบ้านแซะไม่ล้ม แต่การถูกรุม 2 ต่อ 1 ตลอด ทำให้เขาถูกแย่งบอลได้ทุกเมื่อ ทำให้ต้องส่งคืนหลังเท่านั้น
“คงมีแต่ต้องยื้อเอาไว้ไม่ให้เสียประตูที่ 2 ผ่านไปถึงนาทีที่ 70 ก่อน ความฟิตของพวกเราที่เหนือกว่าน่าจะทำให้สถานการณ์พลิกกลับได้”
“ก็หวังว่าจะยื้อได้นะ ผมกับริวซึเกะจะลงมาช่วยเกมรับอีกแรงเอง”
ติอาโก้ กับ กองกลางชาวญี่ปุ่นให้สัญญาณกันว่าจะลงมาช่วยเกมรับเพิ่มขึ้นเพื่อลดช่องว่าง นี่ไม่ใช่การด้นสดแต่อย่างใด แต่ดนัยซ้อมให้พวกเขามาหลายครั้งแล้ว
คู่แข่งคงนึกไม่ถึงและแปลกใจกับระบบการเล่นของเรา ระบบ 5-0-5
ดนัยยิ้มอย่างมีแผนเมื่อเห็นลูกทีมปรับกระบวนทัพตามที่ซ้อมได้อย่างไร้ที่ติ จากระบบ 4-4-2 ตอนนี้ ตฤณขยับเข้ามาเป็นเซ็นเตอร์ฯตัวที่ 3 กับวิฬาร์วิทย์และยานนิค ติอาโก้ กับ ริวซึเกะ ยืนเป็นด่านหน้าปักหลักให้กองหลังอีกชั้นหนึ่ง ขณะที่แบ็ค 2 ข้าง เมธัสกับจองอินบอมขยับขึ้นหน้ารุกเต็มตัว ส่วน ณวริศ และ ปัฐวีร์ขยับเข้ามากลางเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก แต่ก็ช่วยไล่บอลตรงกลางด้วย โดยมีดิดิเย่ร์ยืนค้ำแดนหน้า
“ฝั่งนั้นเล่นอะไรกัน แปลกแหวกแนวมาก แดนกลางเหมือนจะไม่มีเลย เป็น 3-2-2-3 ที่กองกลางยืนห่างกันค่อนข้างเยอะ”
ปริกรเริ่มรู้สึกถึงภัยคุกคามมากขึ้น แม้แดนกลางของพวกเขาเหนือกว่าชัดเจน แต่ เจ้าพระยาบราโว่ใช้ 5 คนอุดข้างหลัง และมีอีก 5 คนค้ำข้างหน้า จงใจให้แดนกลางมีช่องว่างมากกว่าปกติเพื่อคู่แข่งย่ามใจครองบอลเพลิน หากพวกเขาขึ้นเกมมาจบด้วยการยิงไม่ได้แล้วถูกตัดบอลจะอันตรายทันที
“ต่อให้มีพี่ตฤณกับเพื่อนขวางอยู่ ผมก็จะยิงประตูที่ 2 เอง”
เปรมยศคิดในใจเมื่อผ่านบอลต่อไม่ได้เพราะถูกปิดช่องไว้หมด เขาตัดสินเลี้ยงบอลฝ่าไปเอง ด่านแรกเขาเลี้ยงผ่านติอาโก้ไปได้ ด่านที่ 2 ริวซึเกะตามเขาไม่ทัน แต่ด่าน 3 ซึ่งมีตฤณกับ ยานนิคและวิฬาร์วิทย์ขวางอยู่
“ทำไงดี ลูกไม้ตื้นๆแค่เลี้ยงบอลผ่าน 3 คนนี้ไม่ได้แน่ เราต้องทำอะไรที่คาดไม่ถึง”
เปรมยศคิดลูกเล่นออกอย่างหนึ่ง เขาทำท่าวิ่งเลยบอลมา 1 ก้าวราวกับจะสะดุดขา แต่กลับกระดกบอลด้วยส้นเท้าขึ้นมาข้ามหัวตัวเองและแผงกองหลังทั้ง 3 คนอย่างเหนือชั้น
“ปอ นายมันจะเก่งเกินไปแล้ว”
ตฤณตกตะลึงในความเก่งกาจของเพื่อนร่วมทีมเก่า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น
“นนท์ ตั้งใจดีๆ อย่าตกใจมองบอลไว้!”
เขาได้แต่ตะโกนบอกผู้รักษาประตูดาวรุ่งเท่านั้น เปรมยศแม้พาบอลผ่านมาได้แต่บอลกลับยาวเกินไป เขาจึงไม่สามารถยิงอย่างถนัดมากนัก ได้แต่จิ้มด้วยปลายเท้า นนท์พุ่งเข้ามาปิดมุมแต่ช้าเกินไปบอลกลิ้งผ่านตัวทำท่าจะเข้าประตูทางเสาไกลอยู่แล้ว
“เป๊ง!”
เสียงบอลกระทบโคนเสาราวกับเสียงสวรรค์ของทีมเยือน บอลเด้งกลับมาเข้ามือของนนท์อีกครั้งอย่างน่าใจหาย
“แม่งเอ๊ย! อีกนิดเดียวเอง” เปรมยศสบถกับตัวเองที่พลาดโอกาสเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมที่เอามือกุมศีรษะโดยพร้อมเพรียง
“เฮ้ย! ทุกคนบอลยังไม่ตายกลับมาประจำตำแหน่งเร็วเข้า”
ปริกรรีบตะโกนบอกลูกทีมให้ลงมาช่วยเกมรับโดยเร็ว ราวกับสิ่งที่เขากังวลจะเป็นจริง นนท์เตะบอลยาวด้วยความรวดเร็วทันที แดนหน้าของ เจ้าพระยา บราโว่ที่ค้ำอยู่ถึง 5 คนขยับพร้อมกัน แม้โรแบร์โต้กองหลังของเจ้าถิ่นจะโหม่งสกัดไม่ให้ดิดิเย่ร์พักบอลสำเร็จ แต่ทีมเยือนโดยเมธัสเก็บตกจังหวะ 2 ไว้ได้ สถานการณ์ตรงนี้มีนักเตะของ สุโขทัย ซิตี้ อยู่เพียง 3 คน ขณะที่เจ้าพระยา บราโว่ มีถึง 5 คน เมธัสแทงบอลขึ้นไปข้างหน้าผ่านช่องว่างระหว่างกองหลังไป
“โชคดีที่มันจ่ายมาช่องนี้ ไม่มีทีมฝั่งนั้นซักคน”
โรแบร์โต้ชะล่าใจคิดว่าบอลคงเลยไปถึงมือผู้รักษาประตู เพราะเขาเช็คดูแล้วว่าปลอดภัยแน่นอน
“วูบ...บ”
เขาเห็นเงาลางๆชุดสีดำของทีมเยือนจากหางตาเคลื่อนผ่านอย่างไปรวดเร็ว
“โพรงกระต่ายโพรงใหญ่อยู่นี่เอง”
ณวริศฉกบอลไปได้พร้อมยิงโดยไม่จับทันที บอลเข้าไปเสียบตาข่ายอย่างง่ายดายโดยที่ผู้รักษาประตูทีมเจ้าบ้านได้แต่ยืนงง เจ้าพระยา บราโว่ตามตีเสมอได้สำเร็จ 1-1
“สุดยอดเลยครับ ณวริศ กระต่ายทอง ฉกบอลลูกจ่ายที่ดูเหมือนจะล้นไปแล้วมายิงได้อย่างยอดเยี่ยมเลยครับ”
ผู้บรรยายเองก็ยังแทบไม่เชื่อว่าเขาจะโผล่มาตรงนั้นแล้วยิงได้ เสียงเชียร์ในสนามกลับเงียบลงทันที สถานการณ์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง
“พวกเรา เวลายังพอมียิงแซงให้ได้ เราจะปลดล็อคชนะเกมเยือนด้วยกัน”
ตฤณกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมขณะวิ่งเข้ามาดีใจกับณวริศ แววตาทุกคนมีความมั่นใจขึ้นอย่างมาก
เกมดำเนินมาถึง 10 นาทีสุดท้าย เรี่ยวแรงของเจ้าบ้านเริ่มถดถอยลงอย่างที่ตฤณคาดการณ์ไว้ ขณะที่พวกเขาเองยังยืนระยะได้อยู่พละกำลังลดลงไปเพียงไม่ถึง 20% เท่านั้น กลับกลายเป็นฝั่งเจ้าพระยา บราโว่ ที่บุกเข้าใส่อย่างหนักบ้างแต่ก็ยังเจาะไม่เข้า เพชรที่เล่นเกมรับด้านซ้าย ปิดทางของจองอินบอมจนใช้ลูกคอรสซิ่งที่ถนัดไม่ได้ ขณะที่เปรมยศถอยตัวเองลงมาช่วยเกมรับชนิดที่กัดไม่ปล่อย แดนกลางของเจ้าพระยา บราโว่ ที่ยังขาดตัวพลิกเกมสร้างสรรค์ได้ดีจึงประสบปัญหาในการพาบอลเข้าไปในเขตโทษอย่างมาก แต่โอกาสของพวกเขาก็มาถึง ทีมได้ลูกเตะมุมทางมุมธงด้านซ้าย ตฤณดึงตัว ดิดิเย่ร์ คัวซี่ ไว้เพื่อจะนัดแนะอะไรบางอย่าง
“ดีดี้ นายเชื่อใจฉันไหมตฤณมองตาศูนย์หน้าผิวสีด้วยความจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน”
“เชื่อ 100% ครับพี่”
“นายไปยืนตรงเสาแรกนะ ปักหลักตรงนั้นให้มั่น ไม่ต้องขยับ ใครมาชนมาเบียดก็ยื้อไว้ให้ได้ ฉันจะจัดการที่เหลือเอง”
“ครับพี่ตฤณ ไว้ใจผมได้”
ดิดิเย่ร์กำลังจะวิ่งไปตามที่นัดแผนไว้แต่ตฤณตะโกนเรียกอีกครั้ง
“เดี๋ยวก่อนดีดี้ จำไว้นะ ห้ามเต็มข้อ เด็ดขาดเข้าใจนะ”
ดิดิเย่ร์พยักหน้าเป็นการตอบรับ แม้จะไม่รู้ว่าตฤณจะทำอะไรแต่เขามั่นใจว่าดีกับทีมแน่นอน
“โค้ชปริกรรู้พิษสงเราของเราดี เขาคงเตรียมรับมือลูกตั้งเตะไว้แล้ว แต่ถ้ามันมาจาก โชคและความฟลุ้ก ล่ะ”
ตฤณบรรจงวางบอลพร้อมวิ่งเข้ามาเตะบอลเต็มหลังเท้า ถ้านี่ไม่ใช่ลูกเตะมุมทุกคนต้องบอกว่ามันเป็นลูกยิงที่ทรงพลังมากทีเดียว บอลพุ่งแรงแหวกอากาศโดยไม่มีใครขวางไว้ได้ บอลชนเสาอย่างแรงแล้วเด้งมาโดนศีรษะของดีดี้แฉลบเข้าประตูไปชนิดที่งงงันกันทั้งสนาม
“เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย ฉันยิงเข้าๆๆ”
ดิดิเย่ร์ คัวซี่ เพิ่งรู้ตัวว่าบอลโดนตนเองเข้าประตูไป เป็นการยิงครั้งแรกในรอบหลายเดือนของเขาอีกด้วย
“เย้! นายทำได้ดีดี้ ยิงได้แล้ว”
ยานนิควิ่งเข้ามากระโดดขี่หลังของกองหน้าผิวสีด้วยความยินดี เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ หลังจากชุลมุนอยู่ครู่หนึ่ง ดิดิเย่ร์จึงวิ่งไปกอดดีใจกับตฤณผู้ที่แอสซิสต์ให้เขา
“ขอบคุณนะครับพี่ตฤณ ผมน้ำตาแทบไหลเลย ประตูแรกในรอบหลายเดือนของผมเลยครับ”
“นายมีดีอยู่แล้วล่ะดีดี้ ต่อไปนายจะยิงได้เองโดยไม่ต้องพึ่งฉัน”
ทั้งคู่สวมกอดกันอีกครั้งก่อนสัญญาณจากผู้ตัดสินจะให้เริ่มเขี่ยบอลกันใหม่ หลังจากนั้นอีก 7 นาที จึงหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าพระยา บราโว่ พลิกแซงขึ้นมาชนะได้ 2 ประตูต่อ 1 แฟนบอลทีมเยือนทีมตามมาเชียร์ราว 300 คนต่างดีใจกันลั่น ทุกคนในทีมเดินไปขอบคุณและร่วมยินดีกันอยู่กว่า 15 นาที
หลังจากจบเกมและเข้าสู่ที่พักในโรงแรม ดนัยพาตฤณไปพบกับปริกรตามที่นัดกันไว้ก่อนเกม โดยมี เปรมยศและเพชร ตามมาด้วย เป็นเพียงมื้ออาหารเล็กๆของการกลับมาพบกับเพื่อนเก่า แม้ดนัยจะไม่ได้เคยรู้จักกับทั้ง 3 มาก่อน แต่ภาษาฟุตบอลของพวกเขาก็ปรับจูนเข้าหาจนสนิทกันได้ไม่ยากนัก
“แท็คติกของคุณดนัยนี่ประทับใจผมมากนะ คิดได้ไงแผน 5-0-5 ผมล่ะไปไม่เป็นเลย”
ปริกรกล่าวด้วยใจจริงดนัยได้แต่ยิ้มรับพร้อมตอบกลับอย่างเป็นมิตร
“ไม่จวนตัวจริงๆผมก็ไม่อยากใช้หรอกครับ นี่กลายเป็นเผยไต๋ให้ทีมอื่นเห็นไปแล้ว ต่อไปคงไม่มีทางใช้ได้ผลแล้วล่ะครับพี่กร”
“คุณนี่มีบุญจริงๆนะที่ได้นักเตะอย่างตฤณไว้ในทีม ถ้าจำไม่ผิดผมว่าผมเห็นคุณมาซุ่มดูฟอร์มเขาตั้งแต่ตอนอยู่ T3 แล้วสินะ”
“ใช่ครับพี่กร จริงๆผมก็เห็นแววของ ปอ กับ เพชร นะคิดเหมือนกันว่าพัฒนาได้ เกมนี้ทั้ง 2 คนเล่นได้ประทับใจผมมาก ไม่สิพวกพี่เล่นดีทั้งทีมจริงๆ”
เปรมยศ กับ เพชรได้ฟังก็ยกมือพนมไหว้ขอบคุณทันที บรรยากาศมื้ออาหารนี้เต็มไปด้วยมิตรภาพอย่างยิ่ง ตฤณถึงกับจินตนาการถึงสิ่งที่น่าจะทำให้เส้นทางฟุตบอลของเขามีสีสันขึ้น
“จะเป็นยังไงนะ ถ้าทั้ง 3 คนนี้มาร่วมทีมเดียวกันกับเรา คงสนุกไม่น้อยเลย”