สิ่งแรกที่ลอยมาถึงพวกเขาไม่ใช่เสียง หากเป็นกลิ่น กลิ่นไม้เปียกชื้น กลิ่นชันยาเรือ และกลิ่นคาวจางๆ ที่ติดมากับลมทะเล เมื่อหมอกสีเทาหม่นเบื้องหน้าเริ่มบางลง ซากเรือสำเภาคุ้มกันแห่งเมืองผลึกจึงค่อยๆ ปรากฏออกมาทีละส่วน กราบซ้ายของมันถูกกระแทกจนแตกเปิด เผยให้เห็นโครงกระดูกไม้และระวางเรือที่จมอยู่ใต้น้ำครึ่งหนึ่ง เสากระโดงหลักหักโค่นลงมาฟาดทับดาดฟ้า เศษผ้าใบขาดวิ่นและข้าวของลอยเกลื่อนกระจายปะปนไปกับฟองคลื่น
พร้อมกับหมอกที่บางลง ลมอ่อนก็เริ่มกลับมาเป็นระยะ ใบเรือส่วนหน้าขยับขึ้นจากสภาพห้อยนิ่ง พอให้รังเกศประคองหัวเรือและจัดตำแหน่งขบวนได้อีกครั้ง
"รักษาระยะจากซาก! เรือกราบซ้ายอ้อมค้นด้านหัวซาก เรือกราบขวาค้นทางท้ายซาก ระวังไม้ลอย!"
คำสั่งของรังเกศไล่ต่อกันโดยแทบไม่มีช่องว่าง กะลาสีที่เพิ่งเงียบงันเพราะหมอกเมื่อครู่กลับขยับตัวพร้อมกันอีกครั้ง เสียงฝีเท้าและเสียงดึงรอกเชือกดังระงมไปทั่วดาดฟ้า
เคนขยับหลบจากทางของกะลาสีโดยแทบไม่ต้องคิด สองคืนก่อน เขาคงพยายามมองหาวิธีทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้นตามสัญชาตญาณเดิม ทว่าครั้งนี้ เขาเพียงขยับตัวให้พ้นทางและปล่อยให้รังเกศจัดการทะเลของตนเอง
"ดึงขึ้นมา! มีร่างคนอยู่ตรงนี้!" เสียงตะโกนดังมาจากกราบเรือด้านซ้าย
ลูกเรือสามคนช่วยกันออกแรงดึงเชือก ร่างทหารเมืองผลึกในชุดเกราะหนังที่ฉีกขาดถูกดึงขึ้นมาวางบนดาดฟ้า ใบหน้าของเขาซีดคล้ำ ผิวหนังเย็นเฉียบ ริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้ม ไร้ซึ่งสัญญาณของการหายใจ
กำลังคุ้มกันลดลงหนึ่งนาย...
เคนนิ่งไป ความคิดถัดไปเกือบตามมาเอง จำนวนคนที่เหลือ อาวุธที่สูญไป ความสามารถในการป้องกันเรือหลวง เขาหยุดมันไว้ เคนมองใบหน้าของชายที่นอนอยู่บนดาดฟ้าอีกครั้ง
"เขาชื่ออะไร?"
ไม่มีใครตอบ
กะลาสีลังกาที่ช่วยดึงร่างขึ้นมาต่างมองหน้ากัน ชายคนนี้เป็นทหารของเมืองผลึก ไม่มีใครบนเรือลาดตระเวนลำนี้รู้จักเขา
เคนมองใบหน้าของคนตายอีกครั้ง
"คลุมร่างเขาไว้ก่อน"
การค้นหายังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางซากปรักหักพัง ไม่นานนัก เสียงตะโกนจากกะลาสีเฝ้าระวังที่หัวเรือดังขึ้นอีกครั้ง
"ส่งสัญญาณให้เรือลำที่สองปล่อยเรือบด! มีคนเป็นอยู่ทางท้ายซาก!"
ข้างกราบเรือของพวกเขาเหลือเพียงเชือกกับรอกว่างเปล่า เรือบดลำนั้นถูกตัดทิ้งไปตั้งแต่คืนพายุ
หลังความชุลมุนอยู่ครู่ใหญ่ นายทหารชั้นผู้น้อยแห่งเมืองผลึกก็ถูกพาขึ้นมาบนดาดฟ้า ชายหนุ่มหนาวสั่นจนฟันกระทบกัน หายใจตื้นและติดขัดจนพูดไม่ได้อยู่พักหนึ่ง กะลาสีนำผ้าห่มขนสัตว์คลุมร่างเขาไว้ รังเกศรอจนชายหนุ่มพอจะควบคุมลมหายใจได้จึงคุกเข่าลงข้างๆ
"เจ้าปลอดภัยแล้ว ทหาร" น้ำเสียงของรังเกศอ่อนลงกว่าตอนออกคำสั่งบนดาดฟ้า
"ข้าคือแม่ทัพรังเกศแห่งลังกา ขบวนเรือของพวกเจ้าเกิดสิ่งใดขึ้น?"
ทหารหนุ่มไอจนตัวงอ ก่อนพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความหวาดผวา
"ลมเปลี่ยนเร็วมากพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านั้นยังพอมองเห็นเรือธงอยู่ พริบตาเดียวฝนก็ปิดทุกอย่าง คลื่นซัดเข้ากราบซ้ำๆ จนเสาหัก พวกเราพยายามประคองขบวน..."
"เรือหลวง?" เคนถามแทรกขึ้นมา
"เจ้าเห็นมันเป็นครั้งสุดท้ายที่ใด?"
ทหารหนุ่มหลับตาแน่น พยายามรวบรวมภาพที่แตกกระจายในความทรงจำ
"ข้า... ไม่แน่ใจพ่ะย่ะค่ะ ตอนนั้นหางเสือเราหักแล้ว ทุกอย่างหมุนไปหมด"
เขาหอบหายใจอยู่ครู่หนึ่ง
"แต่ก่อนเสากระโดงจะล้ม ข้าได้ยินต้นหนตะโกนว่าเรือหลวงกำลังถูกพัดลงไปทางแนวหมู่เกาะใต้"
เคนชะงัก
‘หมู่เกาะ...’
มีบางอย่างขยับอยู่ใต้กองความทรงจำเก่าแก่ของเขา
เกาะแห่งหนึ่ง
ชื่อหนึ่งที่เขาเคยอ่านเมื่อนานมาแล้ว
‘เกาะแก้วพิสดาร’
ชื่อนั้นทำให้เศษภาพบางอย่างผุดตามขึ้นมาในความทรงจำอันพร่าเลือน ชายเป่าปี่... เด็กหนุ่ม... โยคี... สุวรรณมาลี แล้วทุกอย่างก็พร่าหายไปอีกครั้งก่อนที่เคนจะเรียงมันเข้าด้วยกันได้ทัน เขาจำไม่ได้ว่าใครพบใครก่อน จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเหตุการณ์ทั้งหมดใช้เวลากี่วัน หรือโศกนาฏกรรมจะเริ่มนับหนึ่งเมื่อใด
แต่เศษความทรงจำชิ้นหนึ่งกลับชัดขึ้นมา
ถ้าเขาจำไม่ผิด ที่เกาะแห่งนั้นสุวรรณมาลีจะได้พบพระอภัยมณี หรืออย่างน้อย มันคือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่พาคนทั้งสองเข้าหากัน
รังเกศลุกขึ้นทันทีและเดินกลับไปยังโต๊ะแผนที่ใต้เพิงท้ายเรือ เคนกับต้นหนตามไปติดๆ
"จากตำแหน่งที่เราพบซาก หากเรือหลวงถูกพัดลงใต้ มีกลุ่มเกาะใดอยู่ในแนวนั้นบ้าง?" รังเกศถาม
"สองกลุ่มพ่ะย่ะค่ะ หากกระแสน้ำไม่เปลี่ยนอีก" ต้นหนตอบอย่างรวดเร็ว
เคนก้มมองสัญลักษณ์เกาะสองกลุ่มบนแผนที่ ไม่มีชื่อใดตรงกับคำว่า ‘เกาะแก้วพิสดาร’ ที่อยู่ในความทรงจำของเขาเลย
แน่นอนอยู่แล้ว ชื่อในวรรณคดีที่เขาเคยเรียน อาจไม่ใช่ชื่อที่คนในโลกนี้ใช้เรียกมัน
เคนเงยหน้าจากโต๊ะแผนที่
"รังเกศ"
แม่ทัพหันมามอง
"หากเรือหลวงถูกพัดไปทางหมู่เกาะใต้ เราจะตามทันหรือไม่?"
รังเกศไม่ตอบในทันที เขาหันไปมองม่านหมอกที่เริ่มจางลง ประเมินสภาพคลื่น กระแสน้ำ แล้วหันไปถามต้นหนถึงระยะทางและเสบียงที่เหลืออยู่
"หากลมตั้งตัวและไม่ดับลงอีก มีโอกาสพ่ะย่ะค่ะ"
เคนกำมือแน่น ชื่อเกาะแก้วพิสดารยังคงค้างอยู่ในความคิด เขาอาจจำผิด อาจไปถึงช้าเกินไป หรืออาจไม่พบอะไรเลย แต่ถ้ายังมีโอกาสไปถึงก่อนสิ่งที่เขาจำได้ลางๆ จะเกิดขึ้น เคนไม่คิดจะยืนรออยู่ตรงนี้
"เช่นนั้นขอให้เราตามไป" เคนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น
รังเกศมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับไปยังลูกเรือที่กำลังรอคำสั่ง
"ตรวจเสากระโดงกับน้ำจืดให้พร้อม ค้นรอบซากอีกครั้ง อย่าทิ้งคนเป็นไว้ข้างหลัง ทันทีที่ลมตั้งตัว เราจะออกตามเรือหลวง!"