ลมหายใจสุดท้ายแห่งลังกา (The Last Breath of Lanka)

ตอนที่ 2: บทที่ 2 รอยร้าวบนกระจกสำริด

👁️ 3 อ่าน
22px

        เงาสะท้อนในอ่างน้ำสำริดสั่นไหวตามแรงลมทะเลที่พัดผ่านระเบียงเข้ามา

        ชายแปลกหน้าในผิวน้ำจ้องมองเขากลับมา เคนไม่ขยับ เงาในน้ำก็ไม่ขยับ เขาลองขยับริมฝีปาก ชายคนนั้นก็ทำเช่นเดียวกัน เคนค่อยๆ ยกมือขวา มือที่เต็มไปด้วยรอยด้านหนาและแผลเป็นขึ้นแตะที่แก้มของตนเอง นัยน์ตาสีเข้มดุดันในผิวน้ำสะท้อนภาพการกระทำนั้นอย่างซื่อตรง มันคือใบหน้าคมคายของผู้ที่คุ้นเคยกับการกรำศึก

        สัญชาตญาณดั้งเดิมสั่งให้เขาล้วงมือซ้ายลงไปตบที่หน้าขา ค้นหากระเป๋ากางเกงสแล็คเพื่อหาโทรศัพท์มือถือที่หายไป เขาต้องดูเวลา เขาต้องเช็คข้อความ...

        ถ้าเขาสามารถหาทางติดต่อใครสักคน ถ้าเขากลับถึงแวนคูเวอร์ก่อนวันจันทร์...

        ความคิดของเขาชะงักค้าง มือของเขาคว้าได้เพียงเนื้อผ้าไหมหยาบๆ ของชุดนอน ไม่มีกระเป๋ากางเกง ไม่มีโทรศัพท์ และจู่ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่าคำว่า 'วันจันทร์' ไม่มีค่างวดใดๆ อีกต่อไปในสถานที่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นยางไม้และควันไฟแห่งนี้

        เคนหอบหายใจลึกยาว บังคับให้ตัวเองละสายตาจากอ่างน้ำ

        "ฝะ... ฝ่าบาท"

        ชายในชุดผ้าแพรสีหม่นที่หมอบอยู่บนพื้นยังคงตัวสั่นเทา

        "พระอาการ ทรงเป็นเช่นไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ"

        เคนหันกลับมามองชายผู้นั้น สายตาของเขากวาดประเมินสถานการณ์เงียบๆ ผู้ชายคนนี้กำลังกลัว กลัวเขา หรือกลัวความผิดบางอย่าง ประตูปิดสนิท ไม่มีเวรยามในห้อง เคนพยายามจะพูด แต่คำศัพท์ร่วมสมัยถูกปัดตกไป สัญชาตญาณของร่างกายบีบบังคับให้เขาดึงคำศัพท์จากก้นบึ้งของความทรงจำที่เขาไม่รู้จักออกมาใช้แทน

        "ข้า..." เสียงที่เปล่งออกมาทุ้มต่ำและทรงอำนาจจนตัวเขาเองยังตกใจ

        "หลับไป นานเท่าใด"

        "เจ็ดราตรีพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ประชวรด้วยไข้ป่า สลบไสลไปถึงเจ็ดราตรี"

        เคนจำได้เพียงความมืดหลังเครื่องบินตก และตอนนี้เขากลับมาลืมตาในร่างของชายอีกคนหลังจากผ่านไปเจ็ดราตรีเช่นกัน

        เขาไม่รู้ว่าตัวเลขเดียวกันกำลังหมายถึงอะไร และเขาไม่อยากรู้

        เคนยันตัวลุกขึ้นยืน ความวิงเวียนโจมตีจนเขาเซไปเล็กน้อย แต่กระดูกและกล้ามเนื้อของร่างนี้กลับจัดระเบียบตัวเองอย่างรวดเร็ว ท่วงท่าการทรงตัวกลับมาตั้งตรงและมั่นคงโดยที่จิตใจยังไม่ทันได้สั่งการ

        เขาเดินตรงไปยังประตูบานเฟี้ยมที่เปิดออกสู่ระเบียง ทันทีที่ก้าวพ้นชายคา กลิ่นความเค็มจัดของลมทะเลและเสียงไม้กระดานเสียดสีกันก็ปะทะเข้าเต็มประสาทสัมผัส

        เบื้องหน้าคืออ่าวโค้งกว้างใหญ่ทอดตัวยาวสุดลูกหูลูกตา ทะเลสีครามเข้มสะท้อนแสงจันทร์ เรือกำปั่นมหาสมุทรและเรือรบจอดทอดสมอเรียงรายอยู่เบื้องล่าง ธงราชวงศ์ที่สะบัดอยู่เหนือป้อมปราการหินมีสีซีดจาง ไกลออกไปในอ่าว เรือสินค้าขนาดใหญ่สองลำทอดสมอนิ่งสนิท ไม่มีรอกขนของ ไม่มีเสียงคนงานตะโกนเรียกกัน เสากระโดงของเรือรบฝั่งซ้ายเอียงองศาผิดเพี้ยนไปเล็กน้อยและไม่มีวี่แววของการซ่อมบำรุง

        เคนไม่รู้เรื่องการทหารหรือยุทธวิธีทางทะเล แต่เขารู้จักความผิดปกติ 

        เขามองเรือสินค้าสองลำที่ทอดสมออยู่ในอ่าว ไม่มีคนงาน ไม่มีเสียงตะโกน ไม่มีรอกขยับ เงียบเกินไป เขาไม่รู้ว่าท่าเรือของลังกาควรมีเสียงเช่นไร แต่แต่ความเงียบนี้ผิดปกติ

        เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและสม่ำเสมอดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก บานประตูไม้แกะสลักถูกผลักออก สตรีผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง นางสวมชุดผ้าไหมสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างทะมัดทะแมง ไม่ได้ประดับประดาด้วยเครื่องทองฟู่ฟ่า

        "พวกเจ้าออกไปให้หมด"

        น้ำเสียงของนางเรียบเฉียบ ราชเลขาและข้าราชบริพารรีบหมอบกราบและถอยร่นออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ปิดประตูทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง

        สำหรับเคน นางคือคนแปลกหน้า แต่เมื่อสตรีผู้นั้นก้าวเข้ามา ลมหายใจของเขากลับช้าลงโดยไม่รู้ตัว

        ‘เขาไม่ชอบความจริงข้อนี้’

        เคนหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง

        "ท่านพี่" น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อยเมื่ออยู่กันเพียงลำพัง

        นางเดินเนิบช้าเข้ามาใกล้ระเบียง สายตาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเขา

        เคนนิ่งเงียบ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ

        ละเวงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปวางมือลงบนราวระเบียงหิน

        "ท่านจำระเบียงนี้ได้หรือไม่" นางถามเรียบๆ

        เคนกรามเกร็งเล็กน้อย

        "ข้า..."

        "จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร" นางพูดแทรกขึ้นมาเบาๆ สายตาทอดมองออกไปที่กองเรือเบื้องล่าง

        "ข้าเพียงไม่เคยเห็นท่านมองมันนานเช่นนี้"

        ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม

        เสียงคลื่นกระทบกำแพงหินดังขึ้นสามครั้ง

        ละเวงจึงเอ่ยทำลายความเงียบ

        "พรุ่งนี้ ข้าจะให้แพทย์หลวงมาตรวจท่านอีกครั้ง"

        "ไม่จำเป็น" เคนตอบกลับแทบจะทันที

        นางหันกลับมามองเขา

        "ท่านเคยพูดเช่นนั้นก่อนป่วย"

        นางไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตู

        ประตูปิดลงช้า ๆ เคนยังคงมองบานไม้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ลมหายใจของเขายังสม่ำเสมอ ไหล่ยังผ่อนคลาย ร่างกายนี้ไม่มีทีท่าว่าจะระวังนางเลยแม้แต่น้อย

        เคนก้มมองมือตัวเอง มือที่ไม่ใช่ของเขา แล้วค่อย ๆ กำมันแน่นขึ้น

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!