บรรยากาศการเรียนในภาคเรียนที่หนึ่งของชั้น ม.6 เริ่มทวีความเข้มข้นขึ้นตามลำดับ โต๊ะเรียนของนักเรียนทุกคนในห้อง ม.6/2 เต็มไปด้วยคู่มือเตรียมสอบ หนังสือติวเข้ม และเก็งข้อสอบสนามต่าง ๆ แต่ว่าปัญหาใหญ่ที่นักเรียนหลายคนรวมถึง ‘ซาลาเปา’ กำลังเผชิญในตอนนี้ ไม่ใช่แค่ความเหน็ดเหนื่อยจากการอ่านหนังสือ... แต่คือความสับสนในใจเกี่ยวกับ ‘คณะและอนาคตที่ใช่สำหรับตัวเอง’
"เฮ้อ... ฉันเปลี่ยนใจวันละสามรอบแล้วนะเนี่ย" ‘ผักกาด’ ถอนหายใจพิงหลังพิงเก้าอี้ขณะนั่งอยู่โต๊ะหินอ่อนใต้ร่มไม้
"ตอนแรกก็อยากเรียนนิเทศศาสตร์ พออ่านระเบียบการอีกที มนุษยศาสตร์ก็น่าสนใจ เลือกไม่ถูกเลยว่ะ"
"ฉันตัดเป้าหมายชัดเจนแล้ว มุ่งบริหารธุรกิจอย่างเดียว" มังกร ตอบเสียงเรียบขณะไถแอปพลิเคชันค้นหาข้อมูลคณะ ก่อนจะหันมองเพื่อนสาวแก้มป่อง
"แล้วแกละยัยเปา ยื่นคะแนนรอบไหน คณะอะไร คิดไว้อยู่ในใจบ้างหรือยัง"
ซาลาเปาที่กำลังนั่งถือดินสอฝึกลากเส้นลงบนกระดาษวาดภาพถึงกับชะงักไป เด็กสาวถอนหายใจยาว แววตาตาหวานแฝงความกังวล
"ก็ยังลังเลอยู่เลยมังกร... ฉันชอบงานออกแบบ ชอบศิลปะและการบริการ แต่ก็กลัวว่าถ้าเลือกทางนี้ มันจะมั่นคงพอไหม อยากเรียนคณะที่จบมาแล้วดูแลพ่อเชียรกับแม่นิ่มได้เร็วที่สุด"
ความกังวลเรื่องอนาคตทำให้ซาลาเปาเริ่มนอนไม่หลับ เด็กสาวกลัวการตัดสินใจผิดพลาด และไม่อยากกลายเป็นภาระของครอบครัว ความว้าวุ่นใจเล็ก ๆ นี้ไม่อาจเล็ดลอดสายตาของ ‘อาจารย์ไทม์’ ผู้เป็นทั้งครูประจำชั้นและคนข้างบ้านไปได้
ในเย็นวันนั้น... ที่บ้านพักครู
ซาลาเปาเดินลงมาจากเรือนไม้เพื่อช่วยแม่นิ่มจัดโต๊ะขายซาลาเปายามเย็น ทว่าตรงม้านั่งยาวหน้าร้าน กลับมีกองหนังสือเล่มหนา 3-4 เล่มวางไว้ พร้อมถุงขนมโตเกียวร้อน ๆ
"แม่นิ่มคะ... หนังสือพวกนี้ของใครเหรอคะ" ซาลาเปาเอ่ยถามด้วยความสงสัย
แม่นิ่มที่กำลังง่วนกับการหยิบซาลาเปาออกจากหม้อนึ่ง อมยิ้มอบอุ่นก่อนตอบ
"พ่อไทม์เขาเอามาฝากไว้ให้ลูกเมื่อตอนบ่ายนะจ้ะ บอกว่าเป็นหนังสือแนะแนวการเลือกคณะมหาวิทยาลัย และวิเคราะห์จุดแข็งของสายอาชีพต่าง ๆ พ่อไทม์ฝากบอกว่า ลองอ่านดูช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อน แล้วจะเจอคำตอบที่หัวใจลูกต้องการ"
ซาลาเปาหัวใจพองโต เด็กสาวค่อย ๆ หยิบหนังสือแนะแนวเล่มหน้าขึ้นมาเปิดดู ด้านในมีแผ่นกระดาษโน้ตสีหวานแทรกไว้ด้วยลายมือเขียนเนี๊ยบสวยงามของอาจารย์ไทม์:
‘การเลือกอนาคต ไม่ใช่การเลือกคณะตามที่คนอื่นคิดว่าดี แต่คือการเลือกสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขและพร้อมจะเติบโตไปกับมันทุกวัน ลองถามตัวเองดูว่า งานแบบไหนที่ทำให้เปายิ้มได้แม้วันที่เหนื่อยที่สุด ครูเชื่อว่าเธอมีคำตอบอยู่ในใจอยู่แล้ว... สู้ๆ นะครับ’
ข้อความสั้น ๆ ช่างอบอุ่นลึกซึ้ง ราวกับแสงสว่างที่ปัดเป่าเมฆหมอกความสับสนในใจของเด็กสาวให้หายไปสิ้น
ซาลาเปากลับขึ้นห้องนอน เปิดอ่านหนังสือแนะแนวเล่มนั้นอย่างละเอียดตลอดทั้งคืน เธอสำรวจความชอบ ความถนัด และความฝันของตัวเองอีกครั้ง ภาพในอดีตยามที่เธอช่วยแม่นิ่มออกแบบหน้าร้าน ยามที่เธอมีความสุขกับการตกแต่งและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ พรั่งพรูเข้ามาในหัว
และในที่สุด... เด็กสาวก็ค้นพบเป้าหมายที่แท้จริง เธอต้องการเข้าเรียนใน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยชื่อดังในเมืองหลวง เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาร้านและดูแลครอบครัวตามความฝัน!
วันต่อมา ณ ห้องพักครูหมวดภาษาไทย
ซาลาเปาเดินถือแผ่นเอกสารใบสมัครทดสอบจำลอง (Mock Test) สนามสอบของโรงเรียนเข้ามาหาอาจารย์ไทม์ที่โต๊ะทำงาน เด็กสาววางเอกสารลงอย่างนอบน้อม นัยน์ตาหวานทอประกายความมุ่งมั่นสดใส ไร้ซึ่งความลังเลอีกต่อไป
"อาจารย์คะ..." ซาลาเปาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"หนูค้นพบเป้าหมายและคณะที่หนูอยากเข้าเรียนแล้วค่ะ หนูจะยื่นเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบค่ะ!"
ไทม์เงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวแก้มป่องตรงหน้า รอยยิ้มละมุนเผยออกบนใบหน้าคมใต้กรอบแว่น นัยน์ตาคู่คมฉายแววภาคภูมิใจอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มรับแผ่นเอกสารมาเซ็นชื่ออนุมัติในฐานะครูประจำชั้นอย่างเต็มใจ
"เลือกได้ดีมากครับซาลาเปา..." ไทม์เอ่ยเสียงนุ่ม
"เส้นทางนี้อาจจะต้องใช้ความพยายามทั้งงานฝีมือและวิชาการอย่างหนัก แต่ครูเชื่อว่าเธอทำได้แน่นอน"
"ขอบคุณสำหรับหนังสือและข้อความเตือนสตินะคะอาจารย์..." ซาลาเปาก้มหน้ายิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์หนุ่ม
"หนูจะตั้งใจติวเข้มและลงสนามสอบรอบนี้ให้เต็มที่ที่สุดค่ะ"
"ตั้งใจทำหน้าที่ของเธอให้ดีครับ..." ไทม์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
"สนามสอบรอบนี้ จะเป็นก้าวแรกที่มั่นคงสู่สนามจริงของเธอแน่นอน"
คำตอบรับอันแสนอบอุ่นและสายตาที่เชื่อมั่นของอาจารย์ประจำชั้น กลายเป็นแรงขับเคลื่อนมหาศาลที่จุดประกายความฝันของยัยตัวยุ่งให้ลุกโชน พร้อมที่จะก้าวข้ามทุกบททดสอบเพื่อมุ่งสู่อนาคตที่วาดหวังไว้อย่างไม่เกรงกลัว!
22px