วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 27: มังกรทำคะแนน แต่อาจารย์คุมเกม

👁️ 25 อ่าน
22px

 

เช้าวันแข่งขันจริงของงานกีฬาสีประจำปี บรรยากาศรอบสนามใหญ่ของโรงเรียนคึกคักและเต็มไปด้วยเสียงตะโกนเชียร์ เสียงดนตรีมาร์ชจากวงดุริยางค์ดังกระหึ่มสลับกับเสียงกลองยาวของแต่ละคณะสี ธงสีแดง ฟ้า เหลือง และเขียว โบกสบัดรับลมหนาวแรกของปี แสงแดดสายทอส่องลงมาบนลานปูนและสนามหญ้าสีเขียวขจีที่ถูกปรับแต่งอย่างสวยงาม

ขบวนพาเหรดช่วงเช้าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ความงดงามของป้ายคณะสีแดงและท่วงท่าการเดินอันมั่นคงของคู่ถือป้ายอย่าง ‘มังกร’ และ ‘ซาลาเปา’ ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมอย่างกึกก้องไปทั่วทั้งโรงเรียน แม้ส้นเท้าของซาลาเปาจะยังมีพลาสเตอร์ยาแผ่นใหญ่ปิดทับอยู่ แต่เพราะถุงเท้าขนนุ่มและคำแนะนำปรับบุคลิกภาพสุดเข้มงวดของอาจารย์คุมสีอย่าง อาจารย์ฐาปกรณ์ เมื่อวันก่อน ก็ทำให้เธอเดินผ่านพิธีเปิดได้อย่างราบรื่นไร้ที่ติ

แต่ว่า... ไฮไลต์สำคัญของงานกีฬาสีที่ทุกคนรอคอยในรอบบ่าย คือการแข่งขันฟุตบอลชายรอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง ‘คณะสีแดง’ และ ‘คณะสีฟ้า’ 

เสียงนกหวีดดัง ปี้ดดด! สัญญาณเริ่มการแข่งขันดังขึ้นพร้อมเสียงเฮฮาของกองเชียร์บนสแตนด์

ซาลาเปาในชุดเสื้อโปโลสีแดงของคณะสี นั่งอยู่บนสแตนด์เชียร์ชั้นสองร่วมกับเพื่อน ๆ ในคณะสี สองมือจดจ่ออยู่กับการปรบมือและส่งเสียงเชียร์เพื่อน ๆ กลางสนาม นัยน์ตาคู่โตสุกใสจ้องมองร่างสูงโปร่งของมังกรในชุดแข่งฟุตบอลสีแดงหมายเลข 10 ที่กำลังลากลูกฟุตบอลหลบหลีกผู้เล่นฝั่งตรงข้ามด้วยความคล่องแคล่วและแพรวพราว ดีกรีประธานชมรมฟุตบอลไม่ได้เป็นแค่ชื่อคุยโต เพราะเพียงไม่กี่นาทีแรก มังกรก็ซัดประตูแรกพาคณะสีแดงขึ้นนำได้อย่างงดงาม

“กรี๊ดดด! มังกรแม่งหล่อมากมึง” ผักกาดตะโกนลั่นสแตนด์เธอมานั่งรวมแสตนด์สีแดงกับซาลาเปา พลางสะกิดแขนซาลาเปาแรง ๆ 

“ยัยเปา มังกรมันมองมาทางมึงแล้วนู่น!”

ซาลาเปามองลงไปตามคำบอก มังกรที่เพิ่งวิ่งไปดีใจกับเพื่อนร่วมทีม หันหน้ากลับมาทางสแตนด์เชียร์คณะสีแดง แล้วยกสองมือขึ้นทำรูปหัวใจส่งตรงมาทางจุดที่เธอนั่งอยู่ ท่ามกลางเสียงแซว “วี้ดวิ้ว!” ของเพื่อน ๆ ม.5 ที่ดังพรึ่บพรั่บไปทั่วบริเวณ

ซาลาเปาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ทำตัวไม่ถูก ยื่นมือไปโบกตอบกลับเบา ๆ ตามมารยาท...

แต่แล้ว สายตาของเด็กสาวก็แอบหลุบมองเลื่อนไปทางด้านข้างสนาม... ตรงโต๊ะกรรมการและกองอำนวยการริมขอบสนามหญ้า

ร่างสูงใหญ่ทรงสมาร์ตของ ‘อาจารย์ฐาปกรณ์’ หรือ ‘พี่ไทม์’ ยืนกอดอกตระหง่านอยู่ตรงนั้น ชายหนุ่มอยู่ในชุดกีฬา สวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตวอร์มสีเข้ม ภายใต้ใบหน้าคมคายนั้นเรียบเฉยและตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด นัยน์ตาคมกริบจดจ้องมองการกระทำของมังกรและรอยยิ้มของซาลาเปาอยู่นิ่ง ๆ ไร้ความรู้สึก... แต่กระแสความเย็นชาและอึดอัดกลับแผ่ออกมาจากตัวเขาจนอาจารย์คนอื่นที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แทบไม่กล้าชวนคุย

สายตาของไทม์ที่สบเข้ากับสายตาของซาลาเปาชั่วครู่เต็มไปด้วยความวูบวาบและลึกซึ้ง ราวกับจะย้ำเตือนสัญญาและความรู้สึกบางอย่างในใจ จนซาลาเปาต้องรีบหลบสายตาด้วยความประหม่าและหน้าร้อนผ่าว

ปี้ด! ปี้ด! ปี้ดดด!

เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้น สกอร์บอร์ดแสดงผล 2 - 1 คณะสีแดงเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะและเหรียญทองฟุตบอลชายปีนี้ไปครองได้สำเร็จ!

เสียงเฮลั่นดังกึกก้องไปทั่วสนาม นักฟุตบอลคณะสีแดงต่างวิ่งเข้ามากอดคอดีใจกันกลางสนามหญ้า บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม พิธีมอบเหรียญรางวัลถูกจัดขึ้นอย่างรวดเร็วริมสนาม ท่านผู้อำนวยการเป็นผู้มอบเหรียญทองให้แก่นักกีฬาฟุตบอลทุกคนทีละคน

มังกรก้มลงรับเหรียญทองคล้องคอ ชายหนุ่มยกมือไหว้ท่านผู้อำนวยการอย่างนอบน้อม ก่อนจะยิ้มแย้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียบ แต่ทันทีที่พิธีมอบเหรียญเสร็จสิ้น มังกรก็ไม่รอช้า เขาปฏิเสธการถ่ายรูปกลุ่มกับเพื่อนร่วมทีมชั่วคราว แล้วออกตัววิ่งตรงสลัดฝุ่นหญ้าเข้ามายังสแตนด์เชียร์คณะสีแดงทันที

“เฮ้ย ๆ! มังกรมันวิ่งมาทางนี้ว่ะ” จิมมี่ตะโกนบอกเพื่อนๆ

เสียงกรี้ดและเสียงโห่แซวดังลั่นขึ้นอีกครั้งเมื่อร่างสูงของประธานชมรมฟุตบอลวิ่งก้าวขึ้นบันไดสแตนด์เชียร์มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าซาลาเปา เหงื่อเม็ดโตพราวอยู่ตามกรอบหน้าคมและลำคอ ลมหายใจของเขาหอบเหนื่อย แต่นัยน์ตาคู่ขี้เล่นกลับส่องประกายวาววับไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจอย่างปิดไม่มิด

“เปา!” มังกรเอ่ยเรียกเสียงดังฟังชัด ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ของนักเรียนบนสแตนด์เชียร์ที่หันมามองเป็นตาเดียว

“อะ...อะไรเหรอมังกร” ซาลาเปาเลิ่กลั่ก ยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

มังกรไม่ตอบ แต่เขายกสองมือขึ้นถอด ‘เหรียญทอง’ สีส่องประกายออกจากคอของตัวเอง แล้วยื่นก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ชายหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะบรรจงนำเหรียญทองนั้นสวมคล้องลงบนคอของซาลาเปาอย่างนุ่มนวล

กึก!

สัมผัสจากสายสลักสีแดงและเหรียญโลหะเย็น ๆ ที่ทับลงบนอกเสื้อทำเอาซาลาเปาแช่กึก ตาโตเท่าไข่ห่าน

“มังกร ทำอะไรเนี่ย” เปาร้องอุทาน พยายามจะยกมือขึ้นถอดเหรียญออก

แต่มังกรกลับยิ้มหวาน ยื่นมือไปจับด้ามเหรียญไว้เบา ๆ พลางสบตาเธอตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงจริงจังที่ฟังดูนุ่มนวล 

“เหรียญนี้... มังกรตั้งใจแข่งเพื่อเอามาให้เปานะ ถือเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณที่เปาช่วยมาถือป้ายแล้วก็มานั่งเชียร์มังกรวันนี้”

“กรี๊ดดดดด! กัปตันทีมเขาส่งเหรียญให้หวานใจว่ะ” 

“แต่งเลย! แต่งเลย! แต่งเลย!”

เสียงเพื่อน ๆ และรุ่นพี่บนสแตนด์เชียร์พร้อมใจกันปรบมือและตะโกนแซวลั่นจนสแตนด์แทบสะเทือน ผักกาดและจิมมี่ถึงกับเอามือปิดปากกอดกันกรี๊ดกร๊าดด้วยความฟิน มังกรยักคิ้วยิ้มกวนส่งให้เพื่อน ๆ อย่างยอมรับและมั่นใจในความรู้สึกของตัวเอง

แต่สำหรับซาลาเปา... ใบหน้าหวานกลับซีดสลับแดงด้วยความอึดอัดและตกใจ เธอแอบเหลือบสายตามองลงไปทางลานปูนด้านล่างสแตนด์เชียร์ด้วยหัวใจที่เต้นระทึกตึกตักด้วยความหวาดกลัว

และภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องล่าง... ก็ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของซาลาเปาเย็นวาบลงทันที ‘อาจารย์ฐาปกรณ์’ ยืนอยู่ตรงนั้น... ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างสแตนด์เชียร์

เขายืนอยู่อย่างเงียบเชียบและโดดเดี่ยว สองมือซุกอยู่ในกระดานไม้อัดที่ถือกดไว้แน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือขึ้นปูด นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาจ้องมองขึ้นมายังภาพ ‘มังกรคล้องเหรียญทองให้ซาลาเปา’ ... นัยน์ตาสุกใสคู่นั้นที่เคยฉายแววอบอุ่นและเข้มงวด บัดนี้กลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ฉายรอยความเจ็บปวด ความหน่วงแน่นในอก และความเจ็บปวดที่ต้องกล้ำกลืนเก็บซ่อนไว้เพียงลำพัง

ไทม์ไม่สามารถเดินขึ้นไปบนสแตนด์เพื่อขัดจังหวะ ไม่สามารถเดินเข้าไปดึงเหรียญนั้นออกจากคอเธอ แล้วประกาศต่อหน้าทุกคนได้ว่า ‘เด็กคนนี้คือคนของครู!’

เขาทำได้เพียงยืนดูอยู่ไกล ๆ ... ในฐานะ ‘อาจารย์ประจำคณะสี’ ที่ไร้ซึ่งสิทธิ์และเสียงใด ๆ ในพื้นที่สาธารณะแห่งนี้

ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรระหว่างสแตนด์เชียร์กับตรงที่นั่งด้านล่างคณะกรรมการ... กลับดูเหมือนกำแพงหนาสูงลิ่วที่กั้นขวางเขากับเธอไว้ ความจริงอันแสนเจ็บปวดตบหน้าชายหนุ่มเข้าอย่างจังว่า ไม่ว่าในบ้านพักติดกันเขาจะสนิทสนม อบอุ่น และใกล้ชิดกับเธอมากแค่ไหน... แต่ตราบใดที่อยู่ในรั้วโรงเรียนแห่งนี้ ความสัมพันธ์ซ่อนเร้นนี้ก็บังคับให้เขาต้องเป็นได้เพียง ‘คนนอก’ ที่ทำได้แค่มองดูคนอื่นทำคะแนนและแสดงความรักต่อเธออย่างเปิดเผยเท่านั้น

ไทม์สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ กล้ำกลืนความรู้สึกจุกแน่นในอกลงไป เขาเบือนหน้าหนีออกจากภาพตรงหน้าช้า ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหันหลังกลับไปทางอาคารเรียนเพียงลำพัง แผ่นหลังกว้างทรงสมาร์ตนั้นดูเหงาหงอยและเงียบงันจนซาลาเปาที่มองตามไปรู้สึกใจเสียและสงสารจับใจ

“มังกร... ขอบใจนะ แต่มันมากเกินไป เปารับไว้ไม่ได้หรอก” ซาลาเปารีบถอดเหรียญทองออกจากคอแล้วยัดคืนใส่มือของมังกรทันที ก่อนจะรีบหันไปบอกผักกาด

“ผักกาด จิมมี่... ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”

โดยไม่รอฟังคำทัดทานจากใคร ซาลาเปารีบวิ่งลงจากสแตนด์เชียร์ทันที มุ่งตรงไปยังทิศทางที่ร่างสูงของอาจารย์หนุ่มเพิ่งเดินหายไป

บริเวณทางเดินเชื่อมอาคารเรียนยามเย็นเงียบสงบ ต่างจากความวุ่นวายริมสนามอย่างสิ้นเชิง เสียงดนตรีและเสียงเชียร์แว่วมาไกลๆ ชวนให้รู้สึกอ้างว้าง

ซาลาเปาเดินก้าวไว ๆ ตามมาจนถึงใต้ร่มไม้ใหญ่หลังอาคารเรียน 3 เธอเห็นร่างสูงใหญ่ของอาจารย์ฐาปกรณ์กำลังยืนพิงกำแพงปูน ถือขวดน้ำดื่มอยู่นิ่ง ๆ สายตาคมคายทอดมองออกไปไกลอย่างไร้จุดหมาย ใบหน้าคมตึงเครียดและฉายแววเหนื่อยล้าอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

“พี่ไทม์...” ซาลาเปาเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา พลางค่อย ๆ ก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ

ไทม์ชะงักไปเล็กน้อย เขารู้ดีว่าเป็นเสียงของใคร แต่ชายหนุ่มกลับไม่ได้หันกลับมามองเธอทันที เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะค่อย ๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉย แล้วหันกลับมารับหน้าเธอด้วยท่าทางสุขุมตามแบบอาจารย์

“มีอะไรหรือเปล่าครับนักเรียน พิธีปิดการแข่งขันยังไม่เสร็จเลยนะ” น้ำเสียงของเขาราบเรียบ แต่อบอวลไปด้วยความห่างเหินอย่างตั้งใจ

คำว่า ‘นักเรียน’ และน้ำเสียงเย็นชานั้นทำเอาซาลาเปาหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกผิดและสงสารโถมทับเข้ามาในอก เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิด เลี่ยงไปยืนในมุมอับสายตาหลังเสาอาคาร

“พี่ไทม์... อย่าทำเสียงแบบนี้สิคะ” ซาลาเปากระซิบตอบ นัยน์ตาคู่โตฉายแววว้าวุ่นใจ

“เรื่องเหรียญรางวัลนั่น... เปาคืนมังกรไปแล้วนะคะ เปาไม่ได้อยากได้ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยจริง ๆ”

ไทม์มองใบหน้าหวานที่กำลังพยายามอธิบายด้วยความลนลาน นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย ความหึงหวงและหงุดหงิดในตอนแรกค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกท้อแท้และหน่วงแน่นในอกแทน ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมสีเข้มไปด้านหลังเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความจริงใจและเจ็บปวด

“พี่รู้ครับซาลาเปา... พี่รู้ว่าเราไม่ได้คิดอะไรกับเขา” ไทม์มองสบตากับเธอตรง ๆ

“แต่พี่ไม่ได้โกรธเรา... พี่แค่หงุดหงิดตัวเอง ”

“หงุดหงิดตัวเอง... เรื่องอะไรคะ”

“หงุดหงิดที่พี่ทำอะไรไม่ได้เลย...” ไทม์กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ แฝงความรู้สึกอัดอั้นไว้ไม่มิด

 “เห็นเขามอบเหรียญให้เรา เห็นคนอื่นเชียร์เราคู่กับเขา... พี่อยากจะเดินเข้าไปดึงตัวเราออกมา อยากจะบอกทุกคนว่าเรามีความสำคัญกับพี่มากแค่ไหน... แต่พี่ก็ทำไม่ได้”

ชายหนุ่มหยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมสะท้อนภาพความจริงอันแสนเจ็บปวด 

“เพราะพี่เป็นอาจารย์... ส่วนเราเป็นนักเรียน ในสถานที่แบบนี้ ต่อหน้าผู้คนแบบนี้... พี่ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแสดงความหึงหวง หรือแสดงตัวว่าพี่รู้สึกยังไงกับเราเลยแม้แต่น้อย”

คำสารภาพอันแสนเจ็บปวดและจุกแน่นของชายหนุ่มตรงหน้า ทำเอาซาลาเปานิ่งอึ้งไป เธอไม่เคยคิดเลยว่า ‘อาจารย์คุมเกม’ ผู้ทรงอำนาจ สุขุม และเนียบเป๊ะตลอดเวลาอย่างพี่ไทม์... จะต้องแบกรับความอึดอัดและความรู้สึกโดดเดี่ยวไว้มากมายขนาดนี้ภายใต้หน้ากากข้าราชการครู

ความสงสารและความรักที่มีต่อชายหนุ่มเอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจของเด็กสาว ซาลาเปาแอบเหลือบมองรอบข้างเมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนี้ นิ้วเรียวเล็กค่อย ๆ เอื้อมออกไป สะกิดและกุมฝ่ามือหนาอบอุ่นของเขาไว้เบา ๆ ซ่อนไว้ข้างลำตัวของเธอ

“พี่ไทม์คะ...” ซาลาเปาเงยหน้าประสานสายตากับเขา นัยน์ตาสุกใสส่องประกายความจริงใจอบอุ่น 

“ต่อหน้าคนอื่น... พี่ไทม์อาจจะเป็นแค่อาจารย์คุมสีที่ทำอะไรไม่ได้” เธอใช้นิ้วโป้งบีบฝ่ามือหนาของเขาเบา ๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ 

“แต่สำหรับเปา... ไม่ว่าจะอยู่บนสแตนด์เชียร์ อยู่ในสนาม หรืออยู่ที่ไหน เหรียญทองที่สำคัญที่สุดของเปา... ก็คือพี่ไทม์คนเดียวนะคะ”

สัมผัสอบอุ่นจากมือเล็กและถ้อยคำหวานซาบซ่านที่เอื้อนเอ่ยออกมาอย่างจริงใจ ทำเอาความหน่วงแน่นและเจ็บปวดในอกของไทม์มลายหายไปสิ้น! นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นตาพราวประกายความอบอุ่นและความเอ็นดูขึ้นมาทันที

ชายหนุ่มบีบกระชับมือเล็กตอบกลับเบา ๆ ความเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง

“ปากหวานจังนะยัยตัวแสบ...” ไทม์กระซิบเสียงต่ำ นัยน์ตาฉายแววรุกหนักยามมองใบหน้าหวาน 

“ถือว่าพูดได้ดี... งั้นเย็นนี้กลับบ้านไป พี่ขอเก็บดอกเบี้ยคำพูดนี้ทบต้นทบดอกเลยนะครับ” ซาลาเปาหน้าแดงฉ่าไปจนถึงใบหู รีบชักมือกลับด้วยความเขินอาย 

“ฮื่อ พี่ไทม์คนฉวยโอกาส ใครบอกว่าจะให้เก็บดอกเบี้ยกันคะ”

“ไม่มีใครบอกครับ... แต่ครูเป็นคนกำหนดกฎเอง” ไทม์ยักคิ้วยิ้มกวน ปรับสีหน้ากลับมาเป็นอาจารย์ผู้สุขุมเมื่อยินเสียงนักเรียนเดินผ่านมา 

“เอาล่ะ... กลับไปรวมแถวที่สแตนด์ได้แล้วครับนักเรียน เดี๋ยวอาจารย์จะตามไปเช็กชื่อ”

แม้ในที่สาธารณะเขาจะทำได้เพียงสวมบทบาทอาจารย์และแอบคุมเกมอยู่ห่าง ๆ ... แต่ความเข้าใจและหัวใจที่ตรงกันของทั้งคู่ ก็ช่วยเติมเต็มพื้นที่ในหัวใจให้แนบชิดและอบอุ่นยิ่งกว่าเดิม ยามที่แสงอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยต่ำลงลับขอบฟ้า

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!