วัยว้าวุ่น...อาจารย์คนใหม่ดันอยู่ข้างบ้าน

ตอนที่ 19: ซาลาเปาป้อนซาลาเปา

👁️ 32 อ่าน
22px

การติววิชาภาษาไทยดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม จากวรรณคดีภาษายาก ๆ ที่เปาเคยคิดว่าไม่มีทางเข้าใจ กลับกลายเป็นเรื่องเล่าสนุกสนานสดใสเมื่อผ่านการย่อยและอธิบายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวล และใจเย็นของ 'อาจารย์ฐาปกรณ์'

“...เพราะฉะนั้น ตรงท่อนนี้ที่พระมหาเวสสันดรทรงตรัสประภาษแก่พระนางมัทรี จึงไม่ใช่การดุด้วยความใจร้าย แต่เป็นการทดสอบจิตใจและความเข้มแข็งของคนเป็นแม่ต่างหากครับ” ไทม์สรุปประเด็นสุดท้ายพลางใช้ปากกาไฮไลต์สีส้มขีดเน้นย้ำลงบนเอกสารสรุปบทเรียน ชายหนุ่มเอนหลังพิงกับม้านั่งหินอ่อนเล็กน้อย ลอบถอนหายใจยาวด้วยความผ่อนคลาย

เปานั่งฟังตาแป๋ว พยักหน้าหงึก ๆ ตามอย่างลืมตัว 

“อ๋อ... ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง หนูเข้าใจแล้วค่ะ ตอนในห้องเรียนพี่ไทม์... เอ่อ อาจารย์ อธิบายไวมาก หนูตามไม่ทันเลย”

“เรียกว่าพี่ไทม์เหมือนเดิมก็ได้ครับ อยู่นอกโรงเรียนแล้วนี่” ไทม์หันมามองยัยตัวแสบพร้อมรอยยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมทอดมองใบหน้าหวานที่เริ่มมีเลือดฝาดระเรื่อด้วยความเอ็นดู 

“แล้วเป็นไงครับ พอฟังพี่ติวแบบนี้แล้ว รู้สึกว่าภาษาไทยมันยากเหมือนเดิมไหม”

“ก็น้อยลงนิดนึงค่ะ...” เปาทำปากย่นนิด ๆ ปกปิดความประทับใจ 

“แต่ก็นั่นแหละ เพราะพี่ไทม์อธิบายเก่งหรอกนะ หนูถึงยอมเข้าใจ”

“เด็กปากแข็ง” ไทม์หัวเราะร่าในคอ ชายหนุ่มหมุนปากกาในมือเล่น ก่อนจะดึงกองสมุดการบ้านของนักเรียนห้อง ม.5/2 ที่หอบติดมือมาด้วยขึ้นมาวางบนโต๊ะ 

“งั้นเปาอ่านสรุปหน้าสุดท้ายทบทวนไปก่อนนะ พี่ขอตรวจการบ้านของเพื่อน ๆ ในห้องอีกสักสิบเล่ม จะได้เสร็จทันส่งพรุ่งนี้”

พูดจบ อาจารย์หนุ่มก็เริ่มลงมือตรวจการบ้านทันที มือขวาถือปากกาสีแดงขีดเขียนตรวจความถูกต้องอย่างคล่องแคล่ว นัยน์ตาคมภายใต้กรอบสายตามุ่งมั่นจริงจัง สายตาที่ก้มต่ำลงมองแผ่นกระดาษบวกกับเรือนผมด้านหน้าที่ตกลงมาระหน้าผากเล็กน้อย ทำให้เขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างประหลาด

เปามองภาพนั้นแล้วหัวใจกระตุกวูบ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ทำหน้าที่ ‘เจ้าบ้านที่ดี’ เลยสักนิด!

“พี่ไทม์รอแป๊บนึงนะคะ หนูไปเอาของกินมาเพิ่มให้!” เปาลุกพรวดพราดออกจากม้านั่งหินอ่อน แล้วรีบวิ่งกะโพลกกะเพลกเข้าบ้านไปอย่างว่องไว

ไม่ถึงห้านาที เด็กสาวก็เดินถือจานกระเบื้องใบเล็กกลับออกมา กลิ่นหอมฉุยของแป้งนึ่งสดใหม่ลอยมาแตะจมูกไทม์จนชายหนุ่มต้องละสายตาจากกองสมุดการบ้านขึ้นมามอง

บนจานกระเบื้องมี ‘ซาลาเปานุ่ม ๆ ร้อน ๆ’ ไส้หมูสับไข่เค็มควันฉุยพุ่งกรุ่น 2 ลูกใหญ่ที่แม่นิ่มเพิ่งนึ่งเสร็จจากในครัว

“ซาลาเปาร้อน ๆ ค่ะพี่ไทม์ แม่นิ่มเพิ่งนึ่งเสร็จเมื่อกี้เลย หนูเอามาตอบแทนที่พี่ไทม์ช่วยติวหนังสือให้หนูตั้งนาน” เปาวางจานลงข้างกองสมุดการบ้านด้วยรอยยิ้มสดใส รอยยิ้มหวานกว้างจนตาหยีทำเอาโลกทั้งใบของอาจารย์หนุ่มดูสว่างไสวขึ้นมาทันตา

“ขอบคุณครับ” ไทม์ยิ้มรับ สายตามองซาลาเปานุ่มฟูในจาน ก่อนจะมองมือตัวเองที่กำลังถือปากกาแดงและจับเล่มสมุดการบ้านค้างไว้ 

“แต่มือพี่ไม่ว่างเลยเนี่ยสิ... เปื้อนหมึกปากกาแดงเต็มไปหมด ถ้าจับซาลาเปาตอนนี้ แป้งขาว ๆ คงเลอะหมึกหมดแน่ ๆ”

ไทม์พยายามจะวางปากกาลงเพื่อไปล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างสวน แต่ด้วยความเคยชินและความเผลอตัวของเด็กสาวที่อยากให้พี่ชายข้างบ้านได้กินขนมอร่อย ๆ ตอนกำลังร้อน ๆ เปาจึงหยิบซาลาเปาไส้หมูสับลูกนุ่มขึ้นมาจากจานโดยไม่ทันคิด

ความนุ่มและละมุนของลูกซาลาเปาอยู่ในมือเล็ก เปาบิซาลาเปาออกเป็นชิ้นขนาดพอดีคำ ควันความร้อนลอยฉุยเบา ๆ ก่อนที่มือเล็ก ๆ จะยื่นซาลาเปาชิ้นนั้นส่งตรงไปที่ริมฝีปากของอาจารย์หนุ่มทันที

“อ้าม... กินตอนนี้เลยค่ะพี่ไทม์ กำลังร้อน ๆ อร่อยมากเลยนะ”

จังหวะเวลาราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไทม์ชะงักกึก! ปากกาแดงในมือหนาแทบจะร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาเรียวคมโตขึ้นนิด ๆ ด้วยความตระหนก ชายหนุ่มมองชิ้นขนมซาลาเปาที่อยู่ห่างจากริมฝีปากเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบเข้ากับดวงตาคู่โตสุกใสของเด็กสาวตรงหน้าอย่างจัง เปาเองก็เพิ่งรู้สึกตัวในเสี้ยววินาทีนั้น

มือเล็กที่ถือซาลาเปาค้างอยู่กลางอากาศเริ่มสั่นระริก ระยะห่างที่ใกล้ชิดกันจนได้ยินเสียงลมหายใจของอีกฝ่าย ทำให้แก้มเนียนทั้งสองข้างของเปาร้อนผ่าวขึ้นมารวดเร็วราวกับไฟลวก แดงระเรื่อลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาว

ตายแล้วอีเปา มึงทำอะไรลงไปเนี่ย ไปป้อนขนมอาจารย์ไทม์ถึงปากแบบนี้ได้ยังไงกัน

ความเงียบครอบคลุมม้านั่งหินอ่อนข้ามรั้ว ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนาน ไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ไร้ซึ่งบทเรียนภาษาไทย มีเพียงสายตาคมกริบของไทม์ที่ทอดมองเด็กสาวด้วยความรู้สึกหวั่นไหวอย่างลึกซึ้ง ภายในดวงตาคู่สวยของเปาก็ค่อย ๆ สะท้อนภาพของชายหนุ่มที่ไม่ได้มีฐานะเป็นเพียง ‘ครูประจำชั้น’ อีกต่อไป... แต่คือผู้ชายคนหนึ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นระสับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ความหวั่นไหวสายใหญ่ก่อตัวขึ้นในบรรยากาศยามเย็น เส้นแบ่งขอบเขตระหว่างอาจารย์กับลูกศิษย์ที่เคยเคร่งครัด บัดนี้ค่อย ๆ เลือนรางจางหายไปจนแทบไม่เหลือชิ้นดี...

ไทม์มองใบหน้าหวานที่เขินอายจนก้มหน้าไม่กล้าสบตา ชายหนุ่มหลุดยิ้มมุมปากออกมาอย่างอบอุ่นและนุ่มนวลที่สุด

ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธ ไม่ได้ถอยห่าง... แต่กลับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ชิดยิ่งขึ้น แล้วอ้าปากงับซาลาเปาชิ้นนุ่มจากมือเล็กของเปาไปเคี้ยวเบา ๆ อย่างเต็มใจ

ปลายลิ้นและริมฝีปากอุ่นของเขาเฉียดโดนปลายนิ้วเรียวของเปาเพียงเบาบาง แต่สัมผัสผ่าวร้อนนั้นกลับส่งกระแสไฟฟ้าประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่างของเด็กสาวจนตัวเกร็งกึ่งมุดหน้าลงแทบโต๊ะ ใบหน้าคมเข้มของอาจารย์หนุ่มที่ปกติจะเรียบเฉยบัดนี้กลับซับสีเลือดฝาดแดงระเรื่อขึ้นมาที่พวงแก้มทั้งสองข้างอย่างเห็นได้ชัด!

“อืม... อร่อยจริง ๆ ด้วยครับ” ไทม์เอ่ยเสียงทุ้มพร่าเบา ๆ นัยน์ตาวิบวับเป็นพราวเสน่ห์

 “ซาลาเปานุ่มมาก... หรือเพราะมีคนป้อนก็ไม่รู้นะ”

“พ... พี่ไทม์” เปาร้องเสียงหลง หน้าแดงกึ่งสุกกึ่งดิบ มือเล็กยกขึ้นมากุมแก้มป่อง ๆ ของตัวเองไว้ทั้งสองข้าง 

“พูดอะไรก็ไม่รู้ หนู... หนูแวะไปดูแม่นิ่มในครัวก่อนดีกว่!”

เด็กสาวทำท่าจะลุกหนีด้วยความเขินขั้นสุด แต่ไทม์กลับเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือเล็กไว้หลวม ๆ สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาทำเอาเปาชะงักกึก ไม่กล้าขยับไปไหน

“จะรีบไปไหนครับ?” ไทม์ยิ้มละมุน สบตากับยัยตัวแสบที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นลูกตำลึง 

“ลืมสัญญาของเราแล้วเหรอ”

“สัญญา... สัญญาอะไรคะ” เปาถามเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจเต้นตูมตามลั่นอก 220 จังหวะต่อนาที

“ก็สัญญาที่บอกว่า... ถ้าเปาตั้งใจฟังพี่ติวเสร็จแล้ว พี่จะพาเดินไปกินไอศกรีมกะทิสดหน้าปากซอยไงครับ” ไทม์ปล่อยข้อมือเล็กอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเก็บปากกาและปิดเล่มสมุดการบ้านลง 

“พี่ตรวจการบ้านเสร็จพอดี ติวก็เสร็จแล้ว... ป่ะ เดินไปกินไอติมกันครับ”

ท้องฟ้าสีค่ำคืนเริ่มโรยตัวลงมาปกคลุม ไฟริมทางเดินในซอยบ้านเริ่มส่องแสงสีเหลืองนวลเป็นระยะ ลมพัดเย็นสบายปะทะใบหน้ายามค่ำคืน ร่างสูงใหญ่ของอาจารย์หนุ่มในชุดลำลองสบาย ๆ เดินเคียงคู่ไปกับเด็กสาวร่างเล็กแก้มป่องบนทางเดินเท้าริมซอย ทั้งคู่เดินทิ้งระยะห่างกันเล็กน้อยพอประมาณ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับเต็มไปด้วยความหวานชื่นและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด

เปาเดินก้าวเตาะแตะ มือสองข้างกอดถุงไอศกรีมกะทิสดกะลาพร้าวที่มีถั่วลิสงและข้าวเหนียวนุ่มราดนมสดฉ่ำ ๆ ที่พี่ไทม์เพิ่งซื้อให้ ชายหนุ่มข้างกายเดินกอดอก ลอบมองเด็กสาวที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากด้วยความเอ็นดู

“อร่อยไหมครับ” ไทม์เอ่ยถาม

“อร่อยมากกกกค่ะ!” เปาตอบเสียงใส แก้มป่องตุ่ยขณะเคี้ยวไอติม 

“กะทิหอมมาก แถมพี่ไทม์เป็นคนจ่ายเงิน ยิ่งอร่อยขึ้นอีกสิบเท่าเลย”

“ยัยเด็กขี้งก” ไทม์หัวเราะร่า ส่ายหน้าเบา ๆ 

“คราวหลังถ้าตั้งใจเรียนและสอบได้คะแนนดี ๆ พี่จะพามากินอีก”

“จริงนะคะ พูดแล้วห้ามคืนคำนะพี่ไทม์” เปาหันขวับมาทำตาโต สบตากับชายหนุ่มใต้แสงไฟถนนสีนวล

ไทม์หยุดเดิน ชายหนุ่มหันมาเผชิญหน้ากับเปา นัยน์ตาคมทอดมองเด็กสาวด้วยความนุ่มนวลและจริงใจ ชายหนุ่มยื่นมือหนาไปแตะเบา ๆ ที่มุมปากของเปา เช็ดคราบไอศกรีมกะทิออกให้อย่างแผ่วเบาและอ่อนโยน

สัมผัสที่อบอุ่นและชิดใกล้ทำให้เปานั่งนิ่งค้าง ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมสันของพี่ไทม์ใต้แสงจันทร์และแสงไฟยามค่ำคืน หัวใจดวงน้อยพองโตจนอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่เรียกว่า ‘ความรัก’

“พี่ไม่เคยคืนคำกับเปาหรอกครับ...” ไทม์กระซิบตอบเสียงทุ้มหวาน

ค่ำคืนนี้... ไม่เพียงแต่รสชาติของซาลาเปานุ่มและไอศกรีมกะทิสดจะหวานละมุนหัวใจ แต่ความสัมพันธ์ที่เคยลึกลับและต้องซ่อนเร้น บัดนี้ได้เริ่มเบิดบานและแน่นแฟ้นขึ้นในหัวใจของคนทั้งสอง อย่างที่ไม่สามารถมีสิ่งใดมากั้นขวางได้อีกต่อไป...

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!