เช้าวันจันทร์บรรยากาศในห้องเรียน ม.5/2 อบอวลไปด้วยความตึงเครียดระดับสิบลิกเตอร์ แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างไม่ได้ช่วยให้อารมณ์ของเหล่านักเรียนสดใสขึ้นเลยแม้แต่น้อย บนกระดานดำหน้าห้องมีข้อความลายมือสวยงามประณีตเขียนไว้ด้วยชอล์กสีขาวสะอาดตา... ‘ประกาศผลการสอบย่อย วิชาภาษาไทยพื้นฐาน (การอ่านจับใจความและวรรณคดีวิจักษ์) ’
ซาลาเปานั่งเกร็งตัวตรงแน่วอยู่บนเก้าอี้ไม้ มือสองข้างประสานกันแน่นอยู่ใต้โต๊ะเรียนจนข้อมือขาว ปากเล็กขมุบขมิบพึมพำบทสวดมนต์ไตรสรณคมน์วนไปวนมาเป็นรอบที่ร้อยแปด
“สาธุ... หลวงพ่อคูณ หลวงปู่ทวด เทพเจ้าทุกสถาบัน ช่วยอีเปาด้วยเถอะ ขอให้รอดตาย ขออย่าให้ตกต่ำกว่าครึ่งเลย สาธุ ๆ”
“มึงจะสวดมนต์หาพระแสงอะไรตอนนี้ยัยเปา” จิมมี่ที่นั่งข้าง ๆ หันมาขู่ฟ่อ เสียงกระซิบเบาแต่จิกกัดสุดฤทธิ์
“เมื่อสัปดาห์ก่อนตอนนั่งสอบ กูเห็นมึงนั่งจ้องหน้าอาจารย์ไทม์ตาไม่กะพริบ ปากกาในมือกดค้างไว้ที่ช้อยส์ข้อ ค. ควาย ตั้งสิบนาทีไม่ยอมฝน มึงมัวแต่มองโครงหน้าอันหล่อเหลากับสันจมูกคมกริบของอาจารย์แกอยู่ใช่ไหมล่ะ”
“อีจิมมี่ พูดเบา ๆ ดิ๊” เปาหันขวับไปถลึงตาใส่เพื่อนรัก หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อเพราะความจริงมันค้ำคอ
“กูไม่ได้มองสักหน่อย กูแค่นึกวิเคราะห์โจทย์วรรณคดีอยู่นึกในใจต่างหากล่ะ”
“จ้า... วิเคราะห์โจทย์จนคิ้วผูกกันเป็นโบ แต่นายฐาปกรณ์ขยับตัวไปทางไหน สายตามึงก็หมุนตามเป็นดอกทานตะวันมองพระอาทิตย์เลยนะ” จิมมี่แขวะปิดท้าย ก่อนจะรีบหุบปากฉับเมื่อเสียงก้าวเท้าอันหนักแน่นและมั่นคงดังขึ้นมาจากทางเดินหน้าห้อง
ตึก... ตึก... ตึก...
ร่างสูงใหญ่ทรงสมาร์ตในชุดข้าราชการครูสีกากี ก้าวเข้ามาในห้องเรียนอย่างสง่างาม ในมือหนาถือซองข้อสอบน้ำตาลเข้มที่มีแผ่นกระดาษคำตอบกองโตบรรจุอยู่ อาจารย์ฐาปกรณ์ หรือ พี่ไทม์ของยัยตัวแสบ เดินตรงไปที่โต๊ะหน้ากระดานดำ เขาวางแฟ้มลงเบา ๆ แต่ทำเอาเด็กนักเรียนทั้งห้องสะดุ้งโหยงกันเป็นแถว
ใบหน้าคมเข้มของอาจารย์หนุ่มเรียบตึง นัยน์ตาเรียวคมภายใต้กรอบสายตาไร้กรงขังฉายแววดุและเคร่งขรึม ไร้ซึ่งรอยยิ้มหวานหรือความอ่อนโยนใด ๆ เหมือนตอนอยู่ที่บ้านเช่าริมรั้วโดยสิ้นเชิง
“เอาล่ะครับนักเรียนทุกคน...” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น ทำเอาความเงียบสงัดครอบคลุมห้อง ม.5/2 ในทันที
“เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้สอบเก็บคะแนนย่อยวิชาภาษาไทยไป 20 คะแนนเต็ม... ผลสอบออกมาแล้วครับ”
ไทม์กวาดสายตามองนักเรียนทีละคน ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่ซาลาเปาเพียงเสี้ยววินาทีเดียว เป็นสายตาที่ทำเอาเปารู้สึกเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า
“โดยภาพรวม... นักเรียนส่วนใหญ่ทำได้ดีครับ คะแนนเฉลี่ยของห้องอยู่ที่ 14 คะแนน มีคนได้คะแนนเต็ม 20 อยู่สองคน คือ นายจิรเมธา และ นางสาวผักกาด ขอปรบมือให้เพื่อนด้วยครับ”
แปะ ๆ !
เสียงปรบมือดังเกรียวกราว จิมมี่เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ พลางยักคิ้วให้เปาหนึ่งที แต่เปากลับยิ้มไม่ออก หัวใจดวงน้อยร่วงลงไปกองอยู่ที่ส้นเท้าแล้วเรียบร้อย
"ขนาดไอ้จิมมี่ที่วัน ๆ เอาแต่วิ่งไล่จับกูยังได้เต็ม 20 แล้วกูล่ะ... แล้วกูได้เท่าไหร่เนี่ย"
“ส่วนคนที่ได้คะแนนต่ำสุด...” ไทม์เปิดแฟ้ม ถอดแผ่นกระดาษคำตอบแผ่นหนึ่งออกมาวางไว้บนสุด “ได้ 10 คะแนน ... แบบเกือบจะสอบตก”
ทั้งห้องเริ่มหันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก เปาแทบจะมุดหน้าลงไปใต้โต๊ะเรียนเพื่อหลบสายตาคนทั้งโลก
“นางสาวเปมิกา...” เสียงเรียบเย็นของอาจารย์ไทม์ขานชื่อเธอออกอากาศ
“ค... ค่ะอาจารย์” เปาสะดุ้งสุดตัว รีบยืดตัวตรง ขานรับเสียงสั่นเครือ
“หลังหมดคาบนี้ ไปพบผมที่ห้องหมวดภาษาไทยด้วยครับ... หมดคาบแล้ว นักเรียนบอกทำความเคารพได้” ไทม์พูดจบก็เก็บแฟ้มเอกสาร เดินออกจากห้องไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองยัยเด็กแก้มป่องที่นั่งหน้าซีดเป็นไก่ต้มอยู่กลางห้อง
“กูบอกมึงแล้วยัยเปา มัวแต่มองหน้าเขา ชะตากรรมขาดวิ่นเลยเห็นไหม” จิมมี่รีบหันมารวมหัวกับผักกาดที่เดินเข้ามาสมทบ
“เปา... แกไปทำอะไรให้อาจารย์ไทม์แกโกรธหรือเปล่าเนี่ย วันนี้แกดุหน้าซีเรียสมากเลยนะ” ผักกาดทำหน้าสงสาร
“10 คะแนนเนี่ย ถ้าเป็นสอบกลางภาคแกร่วงแน่ ๆ เลยนะเปา”
“ฮือออ... กูจะรู้ไหมล่ะ” เปาฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียน โอดครวญเสียงหลง
“ตอนสอบกูก็มองโจทย์นะ แต่มันลืม ในหัวมันมีแต่ภาพหน้าพี่ไทม์ตอนยิ้มมุมปาก คันหัวใจไปหมดจนฝนข้อสอบผิด ๆ ถูก ๆ อะ ทำไงดีวะเนี่ย"
"ถ้าแม่นิ่มรู้เรื่องคะแนนสอบย่อยนี้ มีหวังโดนยึดค่าขนม แล้วโดนด่าหูชาสามวันแปดวันแน่ ๆ เลย"
“รีบไปพบเขาเถอะมึง อย่าให้เขาต้องเดินมาตามถึงห้อง เดี๋ยวโดนกักตัวล้างห้องน้ำหมวดภาษาไทยจริง ๆ ขึ้นมาจะซวยหนักกว่าเดิม” จิมมี่ดันหลังเพื่อนสาวให้ลุกขึ้น
เปาทำหน้าเหมือนคนกำลังจะเดินเข้าสู่ลานประหาร ขาเล็ก ๆ สองข้างก้าวเตาะแตะออกจากห้องเรียน มุ่งหน้าไปยังอาคารหมวดวิชาภาษาไทยด้วยความคิดในหัวที่วิ่งวนไปมาอย่างรวดเร็ว
บรรยากาศภายในห้องหมวดภาษาไทยช่วงพักกลางวันค่อนข้างเงียบสงบ เนื่องจากอาจารย์ท่านอื่น ๆ ออกไปรับประทานอาหารกันหมด เหลือเพียงอาจารย์ฐาปกรณ์ที่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะทำงานมุมในสุดเพียงคนเดียว
ก๊อก ๆ ๆ
เปายืนเคาะประตูมือสั่น ก่อนจะค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไป
“ขออนุญาตค่ะ... อาจารย์ฐาปกรณ์” ไทม์ละสายตาจากกองสมุดนักเรียนบนโต๊ะ ถอดแผ่นแว่นตาลงวางไว้ข้างตัว แล้วพยักหน้าเรียบ ๆ
“เข้ามาครับเปมิกา... ปิดประตูด้วย”
เปาเดินก้มหน้ากุด ยืนหนีบมือไว้ข้างหน้าตรงหน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์หนุ่ม สภาพเหมือนเด็กประถมโดนฝ่ายปกครองเรียกสอบสวน ไทม์หยิบกระดาษคำตอบของเปาขึ้นมาวางไว้ตรงหน้าเธอ
“10 คะแนน... จาก 20 คะแนนเต็ม ข้อเขียนวิเคราะห์วรรณคดีเรื่อง ‘มหาเวสสันดรชาดก’ เธอเขียนตอบมาแค่สองบรรทัด แถมเนื้อหาก็จับต้นชนปลายไม่ถูก ข้อสอบฝนเลือกตอบ 15 ข้อ เธอตอบผิดไปถึง 7 ข้อ... มันเกิดอะไรขึ้นครับเปมิกา”
เสียงทุ้มที่ราบเรียบแต่จริงจังของไทม์ ทำให้เปารู้สึกจุกอยู่ในอก เด็กสาวก้มหน้าต่ำลงไปอีกด้วยความนอยด์และความรู้สึกผิด
“หนู... หนูขอโทษค่ะอาจารย์” เปาตอบเสียงเบาหวิวราวกับเสียงยุงบิน “ช่วงนี้หนูอาจจะ... สมาธิไม่ค่อยดี อ่านหนังสือไม่ตรงจุดค่ะ”
“สมาธิไม่ดี... หรือมัวแต่เหม่อลอยในห้องเรียนกันแน่ครับ” ไทม์ถามเสียงเข้มขึ้นอีกนิด
“ในคาบเรียนของพี่... เอ๋อ... ของครู ครูเห็นเธอนั่งเหม่อ มองออกไปนอกหน้าต่างบ้าง มองมาทางโต๊ะครูบ้าง ไม่จับประเด็นสำคัญที่สอนเลย ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป สอบกลางภาคเดือนหน้าเธอตกแน่ ๆ รู้ใช่ไหม”
พอน้ำเสียงและสายตาเข้มงวดของคนตรงหน้ากดดันลงมา เปาที่ตอนแรกตั้งใจจะขอโทษดี ๆ ก็เริ่มหมั่นไส้ในความครูระเบียบจัดขึ้นมาทันที
‘โถ่... วางท่าดุจังเลยนะพี่ไทม์ อยู่บ้านล่ะยิ้มหวานให้ ทีอยู่นี่ทำมาเป็นเสียงเข้มงวด’ ความคิดพิเรนทร์ปนความเจ้าเล่ห์แวบเข้ามาในสมองของยัยตัวแสบ
‘ถ้าลองแกล้งบีบน้ำตาใส่... ดูสิว่าจะยังดุลงไหม!’
เปาเริ่มแผนการทันที ชายตาขึ้นมองหน้าไทม์นิดหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงต่ำสุดตัว เบะปากอูมย่นเข้าหากัน กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อเค้นหยดน้ำตาใสให้ไหลซึมออกมา คางเล็กเริ่มสั่นพั่บ ๆ สองไหล่บางกระตุกขึ้นเกร็งสั่นเทาเหมือนคนกำลังกลั้นสะอื้นอย่างหนักหน่วง
และในที่สุด... หยดน้ำตาที่เกิดจากมารยาเด็กแสบก็ร่วงเผาะลงบนกระดาษคำตอบตรงหน้าดัง แปะ!
ไทม์ที่กำลังวางมาดครูผู้เข้มงวดถึงกับชะงักกึก นัยน์ตาคมพราวระยับแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกและตกใจในทันที เมื่อเห็นยัยตัวแสบข้างบ้านน้ำตาซึมและร่วงต่อหน้าต่อตา
"ชิบหายแล้วไอ้ไทม์... เล่นละครดุเกินไปจนยัยตัวแสบร้องไห้เลย!"
ไทม์รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ตรงหน้าเปา ชายหนุ่มลอบมองซ้ายมองขวาผ่านกระจกประตูห้องหมวด เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ ๆ มือหนาเรียวก็อดไม่ได้ที่จะยื่นไปแตะที่ไหล่บางของเด็กสาวเบา ๆ แล้วดึงกระดาษทิชชูบนโต๊ะมายื่นให้
“เฮ้... เปา เป็นอะไรไปครับ” น้ำเสียงเข้มงวดเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงทุ้มหวาน อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจในทันที
เปาเมื่อเห็นว่าเหยื่อติดกับก็ยิ่งได้ใจ เด็กสาวแสร้งเบือนหน้าหนียกมือขึ้นปิดหน้าพร้อมกับเปล่งเสียงสะอื้นฮัก ๆ แบบเวอร์วังพิสดาร
“หนู... หนูไม่ได้ตั้งใจจะทำคะแนนแย่สักหน่อยนี่คะ” เปาโวยวายเสียงเครือ แอบมองลอดช่องนิ้วมือดูปฏิกิริยาคนตัวโต
“ก็ตอนสอบ... หนูพยายามคิดแล้ว แต่มันนึกไม่ออก แล้ว... แล้วถ้ารายงานผลสอบย่อยนี้ส่งไปถึงบ้าน แม่นิ่มต้องดุหนูแน่ ๆ แม่ต้องยึดค่าขนม แล้วหนูก็จะโดนแม่เปรียบเทียบกับไอ้จิมมี่อีก หนูแค่นอยด์... หนูไม่อยากโดนแม่ด่านี่คะ” เปายกมือปิดหน้าสะอื้นต่อ ปากอูมบูดบึ้งได้รูป เล่นใหญ่ระดับรางวัลการแสดงยอดเยี่ยมแห่งปี
ไทม์เห็นท่าทางหงอยและน้ำตาที่ร่วงเป็นสายของเด็กแสบ ก็เริ่มใจอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ ความรู้สึกผิดและเอ็นดูพวยพุ่งขึ้นมาเต็มอก ชายหนุ่มถอนหายใจยาว ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับยัยแก้มป่อง
“โอเค ๆ ... พี่ขอโทษครับที่พูดดุไปหน่อย” ไทม์ใช้นิ้วโป้งยื่นไปช่วยเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากแก้มเนียนอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นทำเอาเปาสะดุดกึกในใจเกือบหลุดยิ้ม ดีที่รีบหุบปากกลั้นไว้ทัน
“พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เปากลัวหรือเสียใจนะ พี่แค่เป็นห่วง... กลัวว่าถ้าสอบกลางภาคจริง ๆ แล้วเปาทำไม่ได้ มันจะมีผลกับเกรดเฉลี่ยนะตัวแสบ”
“แต่หนูอ่านยังไงก็ไม่เข้าใจนี่คะ... วรรณคดีภาษายากจะตาย ใครจะไปจำได้หมด” เปาบ่นอุบอิบ แสร้งทำปากย่นประชดประชันต่อ
ไทม์มองใบหน้าหวานที่เปรอะไปด้วยรอยน้ำตา (ที่เจ้าตัวแกล้งทำ) แล้วหลุดยิ้มมุมปาก ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเสนอทางออกที่ทำเอาเปาถึงกับตาโต
“เอาอย่างนี้ไหมครับ...” ไทม์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนวิบวับ
“เรื่องคะแนนสอบย่อยนี้... พี่จะยังไม่ส่งใบนัดพบผู้ปกครองให้แม่นิ่ม แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ” เปาหรี่ตามองอย่างระแวง แต่นัยน์ตาเริ่มฉายแววผู้ชนะ
“ตั้งแต่เย็นนี้เป็นต้นไป... พี่จะช่วยติวพิเศษวิชาภาษาไทยให้เปาที่บ้าน นอกเวลาราชการ” ไทม์กล่าวนิ่ง ๆ แต่สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“วันละหนึ่งชั่วโมงหลังเลิกเรียน ติวที่บ้านเราเนี่ยแหละ... ดีไหมครับ พี่จะย่อยเนื้อหายาก ๆ ให้กลายเป็นเรื่องง่าย ๆ ให้เอง รับรองว่าสอบกลางภาคเปาได้คะแนนท็อปแน่”
เปาชะงักไป ความลังเลสายหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวใจ การได้ติวตัวต่อตัวกับพี่ไทม์ที่บ้าน... จากที่ตั้งใจจะแค่แกล้งบีบน้ำตาประชด ดันกลายเป็นว่าได้ข้อเสนอติวสุดพิเศษซะงั้น ฟังดูเหมือนจะดีและปลอดภัยจากสายตาแม่นิ่ม แต่มันก็แฝงไปด้วยความอันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจเธอขั้นสุด
“ติว... ติวที่บ้านเหรอคะ แล้ว... แล้วแม่นิ่มจะไม่สงสัยเหรอ” เปาถามเสียงอ้อมแอ้ม
“สงสัยอะไรล่ะครับ” ไทม์ยิ้มกวน ๆ
“แม่นิ่มฝากปิ่นโตกับข้าวมาให้พี่ตั้งหลายรอบ พี่จะช่วยติวหนังสือให้ลูกสาวแม่นิ่มเป็นการตอบแทน... แม่นิ่มมีแต่จะดีใจและต้อนรับพี่อย่างดีด้วยซ้ำไปครับ”
เปามองรอยยิ้มละมุนและสายตาอบอุ่นของอาจารย์หนุ่มตรงหน้า ความรู้สึกแกล้งทำเมื่อครู่ร่วงหายวับไป เหลือทิ้งไว้เพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่แก้มสองข้างและความว้าวุ่นใจจริง ๆ ที่เริ่มทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ
“ก็ได้ค่ะ... ติวก็ติว แต่พี่ไทม์ห้ามดุหนูเหมือนเมื่อกี้อีกนะ” เปาชี้หน้าขู่ฟ่อ ทำเป็นเสียงแข็งปกปิดความเขิน
“ครับผม... รับทราบครับคุณนักเรียนแก้มป่อง ” ไทม์หัวเราะร่าในคอ เสียงทุ้มสดใสเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“เย็นนี้เลิกเรียนแล้ว รีบกลับบ้านไปรอพี่ที่โต๊ะม้านั่งข้างรั้วเลยนะ... การติวเข้มรอบพิเศษกำลังจะเริ่มขึ้นแล้วครับ”