คุณบาริสต้าอย่าหนีผม | Barista Is Mine

ตอนที่ 9: คืนที่กลับไม่ได้

👁️ 1 อ่าน

คืนเปิดตัวโรงแรมใหม่ของ North Horizon
หรูหราจนดูเหมือนเป็นโลกอีกใบ

แชนเดอเลียร์คริสตัลสะท้อนแสงสีทองทั่วโถงงาน
เสียงดนตรีแจ๊สสดคลอเบา ๆ ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมกับไวน์ราคาแพง

และผม—

รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ควรอยู่ที่นี่เลยสักนิด

“พี่หมอก หล่อมากอะวันนี้”

พนักงานในร้านที่ถูกชวนมาด้วยกันยิ้มแซว

ผมก้มมองเสื้อเชิ้ตสีครีมกับโค้ตสีเข้มที่ตัวเองใส่

ทั้งหมดเป็นฝีมือของภูเขา

แม้กระทั่งนาฬิกาบนข้อมือ
ก็เป็นของที่เขาส่งมาให้พร้อมข้อความสั้น ๆ

“ใส่มางานคืนนี้”

คนแบบเขาไม่เคยถามว่าผมอยากได้ไหม

เขาแค่ “ให้และสั่ง”

และทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ

“คุณหมอกครับ”

เสียงเรียกจากพนักงานโรงแรมดังขึ้น

“คุณภูเขารออยู่ด้านในครับ”

ผมหันไปตามทางเดินยาวที่ประดับด้วยไฟ สีส้มอ่อน

ก่อนจะเห็นเขา

ภูเขายืนคุยกับนักลงทุนต่างชาติอยู่กลางงาน
สูทสีดำเข้ารูปทำให้ร่างสูงดูโดดเด่นจนคนรอบข้างเหมือน ถูกกลืนหายไป

เขาดูเป็นคนของโลกนี้มากเกินไป

ต่างจากผมที่เป็นแค่เจ้าของคาเฟ่เล็ก ๆ ในซอยเล็กๆ

แต่ทันทีที่ภูเขาหันมาเห็นผม

สายตาของเขาก็เปลี่ยนทันที

นิ่งลง
ช้าลง

เหมือนทั้งงานเหลือแค่ผมคนเดียว

หัวใจผมเต้นแรงอย่างน่าหงุดหงิด

ภูเขาขอตัวจากกลุ่มนักลงทุน ก่อนเดินตรงมาหา

สายตาหลายคู่เริ่มมองตามทันที

“มาช้า”

เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นใกล้ตัว

“ร้านเพิ่งปิดครับ”

เขามองผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง

ก่อนพูดเสียงต่ำ

“คุณสวย”

“…ผมเป็นผู้ชายครับ”

“แล้วไง”

คำตอบสั้น ๆ ทำเอาผมหันหน้าหนีทันที

แม่งเอ๊ย

ผู้ชายคนนี้ชอบพูดอะไรทำให้ใจสั่นตลอด

ตลอดทั้งงาน
ภูเขาแทบไม่ปล่อยผมไปไหนคนเดียว

ไม่ว่าใครเข้ามาคุยกับผม
เขาจะเดินเข้ามายืนใกล้ทุกครั้ง

ใกล้จนเหมือนกำลังประกาศว่า—

ผมเป็นของเขา

“คุณภูเขาคะ”

หญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม

ชุดเดรสสีแดงเข้ารูปทำให้เธอดูโดดเด่นมาก

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”

ภูเขาพยักหน้ารับเล็กน้อย

แต่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยน

“คุณรู้จักเขาเหรอครับ”

ผมถามขึ้นเบา ๆ

ผู้หญิงคนนั้นหันมายิ้มให้ผม

ก่อนตอบแทนภูเขา

“ฉันชื่อแพรค่ะ”

เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง

“คู่หมั้นของภู”

โลกทั้งใบของผมเงียบลงทันที

หัวใจที่เคยเต้นแรงเหมือนถูกบีบแน่น

ผมหันไปมองภูเขาช้า ๆ

แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้ปฏิเสธ

“….”

บรรยากาศอึดอัดจนผมหายใจไม่ออก

“ผมขอตัวนะครับ”

ผมพูดสั้น ๆ ก่อนรีบเดินออกจากตรงนั้นทันที

เสียงเรียกของภูเขาดังตามหลังมา
แต่ผมไม่หยุด

ผมเดินตรงไปยังบาร์ด้านนอกโรงแรม

ลมเย็นของเชียงใหม่ปะทะหน้าเบา ๆ
แต่กลับไม่ช่วยให้ใจผมสงบลงเลย

โง่ชะมัด

ผมกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่

ทั้งที่รู้ตั้งแต่แรกว่าเขาอยู่สูงเกินเอื้อม
รู้ว่าโลกของเราต่างกัน

แต่ผมกลับเผลอใจสั่นกับผู้ชายแบบนั้นจริง ๆ

“หนีมาทำไม”

เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง

ผมหันกลับไปมอง

ภูเขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
สายตาคมนิ่งกว่าปกติ

“คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”

“อืม”

“แล้วคุณมายุ่งกับผมทำไม”

เขาเงียบไปพักหนึ่ง

ก่อนตอบเสียงเรียบ

“เพราะผมอยากได้คุณ”

หัวใจผมกระแทกแรงทันที

“คุณนี่มันเห็นแก่ตัวชะมัด”

“ผมไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี”

ลมหนาวพัดผ่านระเบียงช้า ๆ

ส่วนผมเริ่มมองผู้ชายตรงหน้าไม่ออกอีกแล้ว

“หมอก”

เขาเรียกชื่อผมเบากว่าปกติ

“กลับกับผม”

“ผมกลับเองได้”

“คุณเมาแล้ว”

ตอนนั้นผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่าแก้วไวน์ในมือถูกดื่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้

หัวเริ่มมึน
ขาเริ่มเบา

และสายตาของภูเขา…อันตรายเกินไป

สุดท้ายผมก็ถูกพาขึ้นรถอีกครั้ง

แสงไฟในเมืองค่อย ๆ เลือนผ่านหน้าต่างไปช้า ๆ
ส่วนหัวใจผมกลับยิ่งสับสน

ไม่รู้เพราะแอลกอฮอล์
หรือเพราะคนที่นั่งข้าง ๆ กันแน่

ทันทีที่เข้าห้องเพนต์เฮาส์
ภูเขาก็ปลดเนกไทตัวเองออกช้า ๆ

บรรยากาศเงียบเกินไป

เงียบจนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

แสงไฟสีส้มอ่อนจากริมแม่น้ำปิงส่องเข้ามาผ่านกระจก บานใหญ่
สะท้อนเงาของเราบนพื้นห้องเงียบ ๆ

“ดื่มน้ำก่อน”

เขายื่นแก้วน้ำมาให้

แต่ตอนผมรับ
กลับเสียหลักเล็กน้อยเพราะอาการมึน

ภูเขารับตัวผมไว้ทันที

แขนแข็งแรงโอบรอบเอวแน่นพอดี

ใกล้เกินไปอีกแล้ว

“ปล่อย…”

เสียงผมเบากว่าปกติ

แต่ภูเขากลับมองหน้าผมนิ่ง

สายตาคมเข้มกว่าทุกครั้ง

“หมอก”

“….”

“คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทรมานผม”

หัวใจผมเต้นแรงจนแทบเจ็บ

“คุณมีคู่หมั้น…”

“ผมไม่เคยแตะเธอ”

คำตอบนั้นทำเอาผมหายใจสะดุด

ภูเขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มผมเบา ๆ

สัมผัสอุ่นจนทั้งตัวผมชา

“แต่กับคุณ…”

เสียงทุ้มต่ำลง

ดวงตาคมไล่มองริมฝีปากผมช้า ๆ

เหมือนกำลังอดทนเต็มที่

“ผมแทบควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”

ลมหายใจของเราปะปนกันช้า ๆ

ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมา

ริมฝีปากอุ่นทาบลงอีกครั้ง

คราวนี้ช้ากว่าเดิม
ลึกกว่าเดิม

และอันตรายกว่าทุกครั้ง

มือผมเผลอกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น

ส่วนภูเขาก็ดึงผมเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ

เหมือนกลัวว่าผมจะหายไป

เสียงฝนด้านนอกยังคงตกต่อเนื่อง

ขณะที่ภายในห้องเงียบจนเหลือเพียงเสียงหายใจของเรา

จูบของภูเขาหนักขึ้นช้า ๆ

เต็มไปด้วยความอดทนที่เหมือนกำลังขาดลงทีละนิด

ปลายนิ้วของเขาลูบผ่านเอวผมเบา ๆ
ก่อนกดผมชิดเข้าหาตัว

แน่นจนผมรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่าย

“ภูเขา…”

ผมเรียกชื่อเขาเบา ๆ

แต่กลับทำให้ดวงตาคมคู่นั้นเข้มขึ้นกว่าเดิม

“อย่าเรียกแบบนั้นตอนนี้”

เสียงทุ้มแหบต่ำจนน่ากลัว

เขาก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง
ช้า ๆ หนัก ๆ ราวกับต้องการกลืนทุกลมหายใจของผมไปพร้อมกัน

หัวผมขาวโพลน

รู้ตัวอีกที
แผ่นหลังก็ถูกดันแนบกับผนังกระจกเย็นเฉียบ

ภาพเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืนทอดยาวอยู่ด้านหลัง

ส่วนตรงหน้า—

มีแค่ผู้ชายอันตรายคนนี้

ภูเขาซุกใบหน้าลงข้างคอผมช้า ๆ

ลมหายใจร้อนจัดทำเอาทั้งตัวผมสั่น

“คุณหอมกลิ่นกาแฟตลอดเลยรู้ไหม”

เสียงกระซิบต่ำ ๆ ทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้น

มือใหญ่ลูบผ่านแผ่นหลังเบา ๆ
ก่อนดึงตัวผมเข้าใกล้อีก

สัมผัสทุกอย่างเต็มไปด้วยความหวง
ความต้องการ
และความคลั่งไคล้ที่เขาไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว

“ผมควรหยุด…”

ภูเขาพูดช้า ๆ ขณะหน้าผากยังแตะอยู่กับผม

“…แต่ผมหยุดไม่ได้”

ดวงตาคมมองผมนิ่ง

เหมือนกำลังรอให้ผมผลักเขาออก

แต่ปัญหาคือ—

ผมไม่อยากผลัก

มือผมเผลอกำเสื้อเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย

และนั่นเหมือนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้ภูเขาขาดความอดทน

เขาจูบผมอีกครั้งทันที

หนักกว่าเดิม
ร้อนแรงกว่าเดิม

ก่อนอุ้มผมขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวด้านหลังอย่างง่ายดาย

ผมหอบหายใจแรง
หัวใจเต้นจนแทบหลุดออกมา

ส่วนภูเขากลับมองผมนิ่ง ๆ

สายตาแบบคนที่ได้เจอสิ่งที่ตัวเองต้องการมานาน

นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมช้า ๆ

อ่อนโยนเกินไป
สวนทางกับแรงกดดันในสายตา

“หมอก”

“…ครับ”

“คืนนี้ถ้าผมปล่อยคุณกลับ”

เขาก้มลงแตะจูบมุมปากผมเบา ๆ

“ผมคงคลั่งตายก่อน”

เสียงฝนยังตกต่อเนื่องด้านนอก

ส่วนภายในห้อง
เต็มไปด้วยไออุ่นและลมหายใจปะปนกัน

และคืนนั้น—

ผมก็ปล่อยให้ผู้ชายชื่อภูเขา
เข้ามาทำลายกำแพงทั้งหมดของตัวเองจนหมดสิ้น



 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!