คืนเปิดตัวโรงแรมใหม่ของ North Horizon
หรูหราจนดูเหมือนเป็นโลกอีกใบ
แชนเดอเลียร์คริสตัลสะท้อนแสงสีทองทั่วโถงงาน
เสียงดนตรีแจ๊สสดคลอเบา ๆ ท่ามกลางกลิ่นน้ำหอมกับไวน์ราคาแพง
และผม—
รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ควรอยู่ที่นี่เลยสักนิด
“พี่หมอก หล่อมากอะวันนี้”
พนักงานในร้านที่ถูกชวนมาด้วยกันยิ้มแซว
ผมก้มมองเสื้อเชิ้ตสีครีมกับโค้ตสีเข้มที่ตัวเองใส่
ทั้งหมดเป็นฝีมือของภูเขา
แม้กระทั่งนาฬิกาบนข้อมือ
ก็เป็นของที่เขาส่งมาให้พร้อมข้อความสั้น ๆ
“ใส่มางานคืนนี้”
คนแบบเขาไม่เคยถามว่าผมอยากได้ไหม
เขาแค่ “ให้และสั่ง”
และทำเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ
“คุณหมอกครับ”
เสียงเรียกจากพนักงานโรงแรมดังขึ้น
“คุณภูเขารออยู่ด้านในครับ”
ผมหันไปตามทางเดินยาวที่ประดับด้วยไฟ สีส้มอ่อน
ก่อนจะเห็นเขา
ภูเขายืนคุยกับนักลงทุนต่างชาติอยู่กลางงาน
สูทสีดำเข้ารูปทำให้ร่างสูงดูโดดเด่นจนคนรอบข้างเหมือน ถูกกลืนหายไป
เขาดูเป็นคนของโลกนี้มากเกินไป
ต่างจากผมที่เป็นแค่เจ้าของคาเฟ่เล็ก ๆ ในซอยเล็กๆ
แต่ทันทีที่ภูเขาหันมาเห็นผม
สายตาของเขาก็เปลี่ยนทันที
นิ่งลง
ช้าลง
เหมือนทั้งงานเหลือแค่ผมคนเดียว
หัวใจผมเต้นแรงอย่างน่าหงุดหงิด
ภูเขาขอตัวจากกลุ่มนักลงทุน ก่อนเดินตรงมาหา
สายตาหลายคู่เริ่มมองตามทันที
“มาช้า”
เสียงทุ้มเรียบดังขึ้นใกล้ตัว
“ร้านเพิ่งปิดครับ”
เขามองผมนิ่งอยู่พักหนึ่ง
ก่อนพูดเสียงต่ำ
“คุณสวย”
“…ผมเป็นผู้ชายครับ”
“แล้วไง”
คำตอบสั้น ๆ ทำเอาผมหันหน้าหนีทันที
แม่งเอ๊ย
ผู้ชายคนนี้ชอบพูดอะไรทำให้ใจสั่นตลอด
ตลอดทั้งงาน
ภูเขาแทบไม่ปล่อยผมไปไหนคนเดียว
ไม่ว่าใครเข้ามาคุยกับผม
เขาจะเดินเข้ามายืนใกล้ทุกครั้ง
ใกล้จนเหมือนกำลังประกาศว่า—
ผมเป็นของเขา
“คุณภูเขาคะ”
หญิงสาวสวยคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม
ชุดเดรสสีแดงเข้ารูปทำให้เธอดูโดดเด่นมาก
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”
ภูเขาพยักหน้ารับเล็กน้อย
แต่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยน
“คุณรู้จักเขาเหรอครับ”
ผมถามขึ้นเบา ๆ
ผู้หญิงคนนั้นหันมายิ้มให้ผม
ก่อนตอบแทนภูเขา
“ฉันชื่อแพรค่ะ”
เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
“คู่หมั้นของภู”
โลกทั้งใบของผมเงียบลงทันที
หัวใจที่เคยเต้นแรงเหมือนถูกบีบแน่น
ผมหันไปมองภูเขาช้า ๆ
แต่เจ้าตัวกลับไม่ได้ปฏิเสธ
“….”
บรรยากาศอึดอัดจนผมหายใจไม่ออก
“ผมขอตัวนะครับ”
ผมพูดสั้น ๆ ก่อนรีบเดินออกจากตรงนั้นทันที
เสียงเรียกของภูเขาดังตามหลังมา
แต่ผมไม่หยุด
ผมเดินตรงไปยังบาร์ด้านนอกโรงแรม
ลมเย็นของเชียงใหม่ปะทะหน้าเบา ๆ
แต่กลับไม่ช่วยให้ใจผมสงบลงเลย
โง่ชะมัด
ผมกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่
ทั้งที่รู้ตั้งแต่แรกว่าเขาอยู่สูงเกินเอื้อม
รู้ว่าโลกของเราต่างกัน
แต่ผมกลับเผลอใจสั่นกับผู้ชายแบบนั้นจริง ๆ
“หนีมาทำไม”
เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง
ผมหันกลับไปมอง
ภูเขาเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
สายตาคมนิ่งกว่าปกติ
“คุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว”
“อืม”
“แล้วคุณมายุ่งกับผมทำไม”
เขาเงียบไปพักหนึ่ง
ก่อนตอบเสียงเรียบ
“เพราะผมอยากได้คุณ”
หัวใจผมกระแทกแรงทันที
“คุณนี่มันเห็นแก่ตัวชะมัด”
“ผมไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี”
ลมหนาวพัดผ่านระเบียงช้า ๆ
ส่วนผมเริ่มมองผู้ชายตรงหน้าไม่ออกอีกแล้ว
“หมอก”
เขาเรียกชื่อผมเบากว่าปกติ
“กลับกับผม”
“ผมกลับเองได้”
“คุณเมาแล้ว”
ตอนนั้นผมถึงเพิ่งรู้ตัวว่าแก้วไวน์ในมือถูกดื่มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่รู้
หัวเริ่มมึน
ขาเริ่มเบา
และสายตาของภูเขา…อันตรายเกินไป
สุดท้ายผมก็ถูกพาขึ้นรถอีกครั้ง
แสงไฟในเมืองค่อย ๆ เลือนผ่านหน้าต่างไปช้า ๆ
ส่วนหัวใจผมกลับยิ่งสับสน
ไม่รู้เพราะแอลกอฮอล์
หรือเพราะคนที่นั่งข้าง ๆ กันแน่
ทันทีที่เข้าห้องเพนต์เฮาส์
ภูเขาก็ปลดเนกไทตัวเองออกช้า ๆ
บรรยากาศเงียบเกินไป
เงียบจนผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
แสงไฟสีส้มอ่อนจากริมแม่น้ำปิงส่องเข้ามาผ่านกระจก บานใหญ่
สะท้อนเงาของเราบนพื้นห้องเงียบ ๆ
“ดื่มน้ำก่อน”
เขายื่นแก้วน้ำมาให้
แต่ตอนผมรับ
กลับเสียหลักเล็กน้อยเพราะอาการมึน
ภูเขารับตัวผมไว้ทันที
แขนแข็งแรงโอบรอบเอวแน่นพอดี
ใกล้เกินไปอีกแล้ว
“ปล่อย…”
เสียงผมเบากว่าปกติ
แต่ภูเขากลับมองหน้าผมนิ่ง
สายตาคมเข้มกว่าทุกครั้ง
“หมอก”
“….”
“คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังทรมานผม”
หัวใจผมเต้นแรงจนแทบเจ็บ
“คุณมีคู่หมั้น…”
“ผมไม่เคยแตะเธอ”
คำตอบนั้นทำเอาผมหายใจสะดุด
ภูเขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นลูบแก้มผมเบา ๆ
สัมผัสอุ่นจนทั้งตัวผมชา
“แต่กับคุณ…”
เสียงทุ้มต่ำลง
ดวงตาคมไล่มองริมฝีปากผมช้า ๆ
เหมือนกำลังอดทนเต็มที่
“ผมแทบควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว”
ลมหายใจของเราปะปนกันช้า ๆ
ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมา
ริมฝีปากอุ่นทาบลงอีกครั้ง
คราวนี้ช้ากว่าเดิม
ลึกกว่าเดิม
และอันตรายกว่าทุกครั้ง
มือผมเผลอกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น
ส่วนภูเขาก็ดึงผมเข้าใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
เหมือนกลัวว่าผมจะหายไป
เสียงฝนด้านนอกยังคงตกต่อเนื่อง
ขณะที่ภายในห้องเงียบจนเหลือเพียงเสียงหายใจของเรา
จูบของภูเขาหนักขึ้นช้า ๆ
เต็มไปด้วยความอดทนที่เหมือนกำลังขาดลงทีละนิด
ปลายนิ้วของเขาลูบผ่านเอวผมเบา ๆ
ก่อนกดผมชิดเข้าหาตัว
แน่นจนผมรับรู้ได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่าย
“ภูเขา…”
ผมเรียกชื่อเขาเบา ๆ
แต่กลับทำให้ดวงตาคมคู่นั้นเข้มขึ้นกว่าเดิม
“อย่าเรียกแบบนั้นตอนนี้”
เสียงทุ้มแหบต่ำจนน่ากลัว
เขาก้มลงจูบซ้ำอีกครั้ง
ช้า ๆ หนัก ๆ ราวกับต้องการกลืนทุกลมหายใจของผมไปพร้อมกัน
หัวผมขาวโพลน
รู้ตัวอีกที
แผ่นหลังก็ถูกดันแนบกับผนังกระจกเย็นเฉียบ
ภาพเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืนทอดยาวอยู่ด้านหลัง
ส่วนตรงหน้า—
มีแค่ผู้ชายอันตรายคนนี้
ภูเขาซุกใบหน้าลงข้างคอผมช้า ๆ
ลมหายใจร้อนจัดทำเอาทั้งตัวผมสั่น
“คุณหอมกลิ่นกาแฟตลอดเลยรู้ไหม”
เสียงกระซิบต่ำ ๆ ทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้น
มือใหญ่ลูบผ่านแผ่นหลังเบา ๆ
ก่อนดึงตัวผมเข้าใกล้อีก
สัมผัสทุกอย่างเต็มไปด้วยความหวง
ความต้องการ
และความคลั่งไคล้ที่เขาไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว
“ผมควรหยุด…”
ภูเขาพูดช้า ๆ ขณะหน้าผากยังแตะอยู่กับผม
“…แต่ผมหยุดไม่ได้”
ดวงตาคมมองผมนิ่ง
เหมือนกำลังรอให้ผมผลักเขาออก
แต่ปัญหาคือ—
ผมไม่อยากผลัก
มือผมเผลอกำเสื้อเขาแน่นขึ้นเล็กน้อย
และนั่นเหมือนเป็นสิ่งสุดท้ายที่ทำให้ภูเขาขาดความอดทน
เขาจูบผมอีกครั้งทันที
หนักกว่าเดิม
ร้อนแรงกว่าเดิม
ก่อนอุ้มผมขึ้นนั่งบนเคาน์เตอร์ครัวด้านหลังอย่างง่ายดาย
ผมหอบหายใจแรง
หัวใจเต้นจนแทบหลุดออกมา
ส่วนภูเขากลับมองผมนิ่ง ๆ
สายตาแบบคนที่ได้เจอสิ่งที่ตัวเองต้องการมานาน
นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าผมช้า ๆ
อ่อนโยนเกินไป
สวนทางกับแรงกดดันในสายตา
“หมอก”
“…ครับ”
“คืนนี้ถ้าผมปล่อยคุณกลับ”
เขาก้มลงแตะจูบมุมปากผมเบา ๆ
“ผมคงคลั่งตายก่อน”
เสียงฝนยังตกต่อเนื่องด้านนอก
ส่วนภายในห้อง
เต็มไปด้วยไออุ่นและลมหายใจปะปนกัน
และคืนนั้น—
ผมก็ปล่อยให้ผู้ชายชื่อภูเขา
เข้ามาทำลายกำแพงทั้งหมดของตัวเองจนหมดสิ้น