ช่วงบ่ายของเชียงใหม่นั้นเงียบกว่าปกติ
ฝนที่ตกตั้งแต่เช้าทำให้ลูกค้าในร้านบางตา
เหลือเพียงเสียงเพลงคลอเบา ๆ กับกลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วใหม่ที่ลอยอยู่ในอากาศ
แต่ถึงบรรยากาศจะสบายแค่ไหน
ผมกลับรู้สึกอึดอัดตลอดเวลา
โดยเฉพาะเวลาที่เงยหน้าไปแล้วเจอสายตาของภูเขา
หลังจากพูดประโยคนั้นเมื่อคืนก่อน
ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนยิ่งไม่คิดจะปิดบังอะไรอีก
ทั้งสายตา
ทั้งคำพูด
ทั้งการกระทำ
ทุกอย่างชัดเจนจนผมเริ่มตั้งตัวไม่ถูก
“พี่หมอก…”
เสียงพนักงานเรียกเบา ๆ
“มีคนมาหา”
ผมหันไปตามเสียง ก่อนจะชะงักทันที
ผู้ชายสองคนในชุดสูทยืนอยู่หน้าร้าน
พร้อมกล่องขนาดใหญ่หลายกล่อง
“ครับ?”
หนึ่งในนั้นยกมือไหว้สุภาพ
“คุณภูเขาให้เอามาส่งครับ”
ผมหันขวับไปมองต้นเหตุทันที
ภูเขานั่งอยู่โต๊ะเดิมริมหน้าต่าง
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อะไรอีกครับเนี่ย”
ผมเดินไปหาเขาทันที
อีกฝ่ายเงยหน้าจากเอกสารช้า ๆ
“เมล็ดกาแฟ”
“…”
“รวมถึงเครื่องบดตัวใหม่ รุ่นใหม่”
ผมนิ่งไปทันที
“คุณส่งของพวกนี้มาทำไม”
“คุณกำลังมีปัญหา”
“แล้วใครขอให้คุณช่วย”
ภูเขาปิดแฟ้มเอกสารลงเบา ๆ
ก่อนเงยหน้ามองผมตรง ๆ
“คุณไม่ได้ขอ”
“….”
“แต่ผมอยากช่วย”
คำตอบเรียบเกินไป
เรียบจนผมเถียงไม่ออก
ผมหันกลับไปมองกล่องพวกนั้นอีกครั้ง
โลโก้บนกล่องทำให้ผมเงียบ
เครื่องบดรุ่นที่ผมเคยอยากได้
แต่ไม่มีปัญญาซื้อ
ซึ่งราคาของมันเกือบสองแสน
“คุณนี่มัน…”
“ใจดี?”
“บ้า”
ภูเขาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
เสียงนั้นทำเอาหัวใจผมกระตุกแปลก ๆ
“ผมขอไม่รับครับ”
“รับเถอะ”
“ผมไม่อยากติดหนี้คุณ”
แววตาของภูเขาเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง
นิ่งขึ้น
ลึกขึ้น
ก่อนเขาจะลุกจากเก้าอี้เดินเข้ามาหยุดตรงหน้าผม
ใกล้เกินไปอีกแล้ว
กลิ่นน้ำหอมกับกลิ่นกาแฟจากตัวเขาทำเอาผมหายใจไม่ทั่วท้อง
“หมอก”
เสียงทุ้มต่ำลง
“คุณคิดว่าผมทำแบบนี้เพราะอยากได้กำไรเหรอ”
“….”
“ผมมีเงินมากพอจนไม่จำเป็นต้องใช้ร้านคุณหาเงินแล้ว”
“งั้นคุณต้องการอะไร”
ภูเขาเงียบไปพักหนึ่ง
สายตาคมมองผมนิ่งจนผมเริ่มใจเต้นแรง
ก่อนเขาจะตอบช้า ๆ
“ต้องการคุณ”
หัวใจผมกระแทกแรงทันที
“คุณพูดแบบนี้อีกแล้ว”
“เพราะมันจริง”
มือใหญ่ยกขึ้นช้า ๆ
ก่อนใช้นิ้วโป้งปาดคราบกาแฟตรงปลายนิ้วผมเบา ๆ
สัมผัสนั้นทำให้ทั้งตัวผมชะงัก
“คุณรู้ไหมว่าตัวเองอันตรายแค่ไหนเวลายิ้ม”
“….”
“ผมเริ่มจะทนไม่ไหวแล้ว”
ผมรีบชักมือกลับทันที
“คุณภูเขา”
“หืม”
“คุณกำลังทำให้ผมอึดอัด”
ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศเงียบลงทันที
ภูเขามองหน้าผมอยู่พักหนึ่ง
ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
ครั้งแรกที่ผมเห็นเขาดูเหมือนคนกำลังพยายามควบคุมตัวเอง
“โอเค”
เขาถอยออกไปหนึ่งก้าว
“ผมจะใจเย็นกว่านี้”
ผมแอบโล่งใจนิดหน่อย
แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ
มือถือผมก็ดังขึ้น
เป็นเบอร์เจ้าของตึก
ผมกดรับทันที
สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปตามสิ่งที่ได้ยิน
“เดี๋ยวนะครับ…หมายความว่าไง”
“มีคนจ่ายค่าเช่าร้านล่วงหน้าให้แกแล้วหนึ่งปี”
ผมหันไปมองภูเขาช้า ๆ
เจ้าตัวยังคงยืนอยู่ตรงเดิม
สีหน้านิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“…คุณทำ?”
ภูเขายักคิ้วและไม่ได้ปฏิเสธ
เขาแค่เดินกลับไปหยิบแก้วกาแฟตัวเองขึ้นมาจิบช้า ๆ
ก่อนพูดเสียงเรียบ
“ผมบอกแล้วไง”
“….”
“ผมช่วยคุณได้ทุกเรื่อง”
ผมกำลังจะอ้าปากเถียง
แต่ประโยคต่อมาของเขาทำให้ทั้งตัวผมนิ่งไป
“แต่ของที่ผมลงทุน…”
ดวงตาคมมองตรงเข้ามา
หนักจนหัวใจผมเต้นผิดจังหวะ
“ผมไม่ชอบให้ใครมาแตะ”