คุณบาริสต้าอย่าหนีผม | Barista Is Mine

ตอนที่ 6: อย่ายิ้มให้ใคร

👁️ 1 อ่าน

 

หลังจากคืนนั้น
ผมพยายามทำตัวให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่สุด

พยายามลืมสายตาของภูเขา
ลืมสัมผัสที่แก้ม
รวมถึงจังหวะหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเกินเหตุ

แต่ปัญหาคือ—

ผู้ชายคนนั้นไม่เคยปล่อยให้ผมได้ลืมเขาเลย

เช้าวันต่อมา
อากาศเชียงใหม่เย็นกว่าปกติเล็กน้อย

หมอกจาง ๆ ปกคลุมถนนหน้าร้าน
กลิ่นกาแฟคั่วใหม่ลอยอบอวลไปทั่วคาเฟ่ตั้งแต่ยังไม่แปดโมง

ผมกำลังเรียงครัวซองต์ใส่ตู้โชว์
เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น

ไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใครมา

เก้าโมงตรงเป๊ะ
เหมือนทุกวัน

ภูเขาเดินเข้ามาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับเสื้อโค้ตยาวสีดำ
ละอองฝนบาง ๆ ยังติดอยู่บนไหล่เสื้อ

เขาดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจมากกว่า จะเป็นลูกค้าคาเฟ่เล็ก ๆ แบบร้านผม

แต่แปลกที่ภาพนั้นเริ่มคุ้นตาขึ้นทุกวัน

“รับเหมือนเดิมนะครับ”

ผมถามโดยไม่เงยหน้า

“อืม”

เสียงทุ้มตอบสั้น ๆ

แต่พอผมหันไปหยิบแก้ว
กลับรู้สึกถึงสายตาที่มองตามอยู่ตลอดเวลา

สายตาหนัก ๆ แบบนั้นทำให้ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก

ทั้งที่ปกติผมไม่เคยประหม่าเวลาโดนใครมองเลยแท้ ๆ

เสียงเครื่องสตรีมนมดังขึ้นพร้อมไอน้ำร้อน

ผมพยายามโฟกัสกับการทำกาแฟ แทนการคิดถึงคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

แต่สุดท้ายก็แพ้

เพราะผมยังรู้สึกถึงสายตาของเขาอยู่ดี

“พี่หมอก!”

เสียงพนักงานในร้านเรียกขึ้น

“เมล็ดกาแฟล็อตใหม่โทรมาอีกแล้ว เขาบอกส่งของให้เราไม่ได้”

ผมหันกลับทันที

“อะไรนะ”

“เขาบอกมีคนซื้อเหมาทั้งล็อตไปแล้ว”

มือผมหยุดค้างอยู่กลางอากาศ

เมล็ดกาแฟตัวนั้นเป็นเบลนด์พิเศษที่ร้านผมใช้ประจำ
ลูกค้าหลายคนติดรสชาตินี้

และผมจองไว้ล่วงหน้าเกือบเดือน

“เดี๋ยวผมโทรกลับเอง”

ผมหยิบมือถือขึ้นมากดโทรทันที

เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความเกรงใจ

“ขอโทษจริง ๆ ครับพี่หมอก ทางนั้นให้ราคาสูงกว่า เราเลยจำเป็นต้องตัดยอดให้เขาก่อน…”

ผมเม้มปากแน่นก่อนวางสาย

ความหงุดหงิดเริ่มตีกันในหัว

และไม่รู้ทำไม
ผมถึงเผลอหันไปมองคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง

ภูเขากำลังจิบกาแฟเงียบ ๆ

นิ่งเกินไป

นิ่งจนดูน่าสงสัย

ผมเดินตรงไปหาเขาทันที

“คุณทำใช่ไหม”

ภูเขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

“ทำอะไร”

“เรื่องเมล็ดกาแฟ”

“ผมจะทำแบบนั้นไปทำไม”

“เพราะคุณอยากกดดันให้ผมรับข้อเสนอไง”

อีกฝ่ายมองหน้าผมอยู่พักหนึ่ง

ดวงตาสีเข้มคู่นั้นนิ่งจนอ่านอะไรไม่ออก

ก่อนเขาจะวางแก้วกาแฟลงเบา ๆ

เสียงกระทบจานรองดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางความเงียบในร้าน

“ถ้าผมอยากบังคับคุณจริง”

เสียงทุ้มเรียบจนผมเริ่มใจไม่ดี

“ร้านนี้ปิดไปตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ผมมาแล้ว”

ผมนิ่งไปทันที

เกลียดที่ในใจของตัวเองลึกๆแล้วรู้ว่าเขาพูดจริง

ผู้ชายคนนี้มีอำนาจมากพอจะทำแบบนั้นได้จริง ๆ

แค่คำสั่งเดียว
ร้านเล็ก ๆ ของผมอาจหายไปจากย่านนี้โดยไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ

“แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ”

ภูเขาพูดต่อช้า ๆ

“เพราะผมรู้ว่าคุณจะเกลียดผม”

“….”

“แล้วผมไม่ชอบ”

หัวใจผมกระตุกแรงอย่างน่าหงุดหงิด

บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที

ผมหันหน้าหนีเล็กน้อย
ไม่อยากยอมรับว่าคำพูดพวกนั้นทำให้ใจสั่นอีกแล้ว

“หมอก”

เสียงเรียกเบาลงกว่าปกติ

“หืม”

“คุณรู้ไหมว่าปัญหาของคุณคืออะไร”

ผมหันกลับไปมอง

ภูเขายกมือขึ้นเท้าคาง มองหน้าผมนิ่ง ๆ

แววตาเขาเหมือนคนกำลังพยายามอดทนกับอะไรบางอย่าง

“คุณชอบยิ้มให้คนอื่น”

ผมขมวดคิ้วทันที

“แล้วมันผิดตรงไหน”

“ผิดตรงที่ทำให้ผมหวง”

หัวใจผมกระแทกแรงอีกครั้ง

“คุณเลิกพูดแบบนี้ได้ไหม”

“ทำไม”

“มันทำให้คนอื่นเข้าใจผิด”

“แต่ผมไม่ได้พูดเล่น ผมพูดจริง”

คำตอบตรงเกินไปจนผมหายใจสะดุด

ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรับมือกับผู้ชายแบบนี้ยังไง

เขาไม่ได้จีบแบบหวาน ๆ
ไม่ได้พูดเพราะ

แต่ทุกคำที่พูดออกมา
กลับชัดเจนจนผมหนีไม่พ้น

ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรต่อ
เสียงผู้หญิงโต๊ะด้านหลังดังขึ้นพอดี

“พี่หมอกคะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ”

ผมหันไปยิ้มตามมารยาททันที

“ได้ครับ”

แต่ยังไม่ทันเดินออกไป

มือใหญ่ของภูเขาก็คว้าข้อมือผมไว้เบา ๆ

สัมผัสอุ่น ๆ ทำให้ผมชะงัก

“คุณภูเขา…”

เขาเงยหน้ามองผมช้า ๆ

ดวงตาคมนิ่งจนใจผมเต้นผิดจังหวะ

ก่อนพูดเสียงเรียบ

“อย่ายิ้มให้ใครแบบนั้น”

“….”

“ผมหวงจนเริ่มไม่อยากใจดีกับคุณแล้วนะ”



 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!