หลังจากคืนนั้น
ผมพยายามทำตัวให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นที่สุด
พยายามลืมสายตาของภูเขา
ลืมสัมผัสที่แก้ม
รวมถึงจังหวะหัวใจตัวเองที่เต้นแรงเกินเหตุ
แต่ปัญหาคือ—
ผู้ชายคนนั้นไม่เคยปล่อยให้ผมได้ลืมเขาเลย
เช้าวันต่อมา
อากาศเชียงใหม่เย็นกว่าปกติเล็กน้อย
หมอกจาง ๆ ปกคลุมถนนหน้าร้าน
กลิ่นกาแฟคั่วใหม่ลอยอบอวลไปทั่วคาเฟ่ตั้งแต่ยังไม่แปดโมง
ผมกำลังเรียงครัวซองต์ใส่ตู้โชว์
เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น
ไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าใครมา
เก้าโมงตรงเป๊ะ
เหมือนทุกวัน
ภูเขาเดินเข้ามาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีเข้มกับเสื้อโค้ตยาวสีดำ
ละอองฝนบาง ๆ ยังติดอยู่บนไหล่เสื้อ
เขาดูเหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจมากกว่า จะเป็นลูกค้าคาเฟ่เล็ก ๆ แบบร้านผม
แต่แปลกที่ภาพนั้นเริ่มคุ้นตาขึ้นทุกวัน
“รับเหมือนเดิมนะครับ”
ผมถามโดยไม่เงยหน้า
“อืม”
เสียงทุ้มตอบสั้น ๆ
แต่พอผมหันไปหยิบแก้ว
กลับรู้สึกถึงสายตาที่มองตามอยู่ตลอดเวลา
สายตาหนัก ๆ แบบนั้นทำให้ผมเริ่มทำอะไรไม่ถูก
ทั้งที่ปกติผมไม่เคยประหม่าเวลาโดนใครมองเลยแท้ ๆ
เสียงเครื่องสตรีมนมดังขึ้นพร้อมไอน้ำร้อน
ผมพยายามโฟกัสกับการทำกาแฟ แทนการคิดถึงคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
แต่สุดท้ายก็แพ้
เพราะผมยังรู้สึกถึงสายตาของเขาอยู่ดี
“พี่หมอก!”
เสียงพนักงานในร้านเรียกขึ้น
“เมล็ดกาแฟล็อตใหม่โทรมาอีกแล้ว เขาบอกส่งของให้เราไม่ได้”
ผมหันกลับทันที
“อะไรนะ”
“เขาบอกมีคนซื้อเหมาทั้งล็อตไปแล้ว”
มือผมหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
เมล็ดกาแฟตัวนั้นเป็นเบลนด์พิเศษที่ร้านผมใช้ประจำ
ลูกค้าหลายคนติดรสชาตินี้
และผมจองไว้ล่วงหน้าเกือบเดือน
“เดี๋ยวผมโทรกลับเอง”
ผมหยิบมือถือขึ้นมากดโทรทันที
เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความเกรงใจ
“ขอโทษจริง ๆ ครับพี่หมอก ทางนั้นให้ราคาสูงกว่า เราเลยจำเป็นต้องตัดยอดให้เขาก่อน…”
ผมเม้มปากแน่นก่อนวางสาย
ความหงุดหงิดเริ่มตีกันในหัว
และไม่รู้ทำไม
ผมถึงเผลอหันไปมองคนที่นั่งอยู่ริมหน้าต่าง
ภูเขากำลังจิบกาแฟเงียบ ๆ
นิ่งเกินไป
นิ่งจนดูน่าสงสัย
ผมเดินตรงไปหาเขาทันที
“คุณทำใช่ไหม”
ภูเขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“ทำอะไร”
“เรื่องเมล็ดกาแฟ”
“ผมจะทำแบบนั้นไปทำไม”
“เพราะคุณอยากกดดันให้ผมรับข้อเสนอไง”
อีกฝ่ายมองหน้าผมอยู่พักหนึ่ง
ดวงตาสีเข้มคู่นั้นนิ่งจนอ่านอะไรไม่ออก
ก่อนเขาจะวางแก้วกาแฟลงเบา ๆ
เสียงกระทบจานรองดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางความเงียบในร้าน
“ถ้าผมอยากบังคับคุณจริง”
เสียงทุ้มเรียบจนผมเริ่มใจไม่ดี
“ร้านนี้ปิดไปตั้งแต่สัปดาห์แรกที่ผมมาแล้ว”
ผมนิ่งไปทันที
เกลียดที่ในใจของตัวเองลึกๆแล้วรู้ว่าเขาพูดจริง
ผู้ชายคนนี้มีอำนาจมากพอจะทำแบบนั้นได้จริง ๆ
แค่คำสั่งเดียว
ร้านเล็ก ๆ ของผมอาจหายไปจากย่านนี้โดยไม่มีใครสนใจด้วยซ้ำ
“แต่ผมเลือกที่จะไม่ทำ”
ภูเขาพูดต่อช้า ๆ
“เพราะผมรู้ว่าคุณจะเกลียดผม”
“….”
“แล้วผมไม่ชอบ”
หัวใจผมกระตุกแรงอย่างน่าหงุดหงิด
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที
ผมหันหน้าหนีเล็กน้อย
ไม่อยากยอมรับว่าคำพูดพวกนั้นทำให้ใจสั่นอีกแล้ว
“หมอก”
เสียงเรียกเบาลงกว่าปกติ
“หืม”
“คุณรู้ไหมว่าปัญหาของคุณคืออะไร”
ผมหันกลับไปมอง
ภูเขายกมือขึ้นเท้าคาง มองหน้าผมนิ่ง ๆ
แววตาเขาเหมือนคนกำลังพยายามอดทนกับอะไรบางอย่าง
“คุณชอบยิ้มให้คนอื่น”
ผมขมวดคิ้วทันที
“แล้วมันผิดตรงไหน”
“ผิดตรงที่ทำให้ผมหวง”
หัวใจผมกระแทกแรงอีกครั้ง
“คุณเลิกพูดแบบนี้ได้ไหม”
“ทำไม”
“มันทำให้คนอื่นเข้าใจผิด”
“แต่ผมไม่ได้พูดเล่น ผมพูดจริง”
คำตอบตรงเกินไปจนผมหายใจสะดุด
ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรับมือกับผู้ชายแบบนี้ยังไง
เขาไม่ได้จีบแบบหวาน ๆ
ไม่ได้พูดเพราะ
แต่ทุกคำที่พูดออกมา
กลับชัดเจนจนผมหนีไม่พ้น
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรต่อ
เสียงผู้หญิงโต๊ะด้านหลังดังขึ้นพอดี
“พี่หมอกคะ ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ”
ผมหันไปยิ้มตามมารยาททันที
“ได้ครับ”
แต่ยังไม่ทันเดินออกไป
มือใหญ่ของภูเขาก็คว้าข้อมือผมไว้เบา ๆ
สัมผัสอุ่น ๆ ทำให้ผมชะงัก
“คุณภูเขา…”
เขาเงยหน้ามองผมช้า ๆ
ดวงตาคมนิ่งจนใจผมเต้นผิดจังหวะ
ก่อนพูดเสียงเรียบ
“อย่ายิ้มให้ใครแบบนั้น”
“….”
“ผมหวงจนเริ่มไม่อยากใจดีกับคุณแล้วนะ”