เช้าวันถัดมา รักตื่นขึ้นมาพร้อมกับกลิ่นหอมสะอาดอ่อน ๆ ของชาสมุนไพรขวดแก้วที่ภพนำมาวางไว้ให้เมื่อคืน ยังคงตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียง แม้จะเป็นเพียงการใส่ใจในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเจ้าของรีสอร์ต แต่มันกลับมีอิทธิพลมากพอที่ทำให้เขานอนหลับสบายและเต็มอิ่มกว่าหลายคืนที่ผ่านมา
หลังจัดการอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ร่างขาวโปร่งก็ก้าวเท้าเดินลงมายังห้องอาหารเรือนไม้ ของรีสอร์ต ตั้งใจว่าจะหาอะไรรองท้องง่าย ๆ ก่อนจะออกไปเดินเล่นสูดอากาศ ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตูเข้ามา เขากลับต้องชะงักกึกเมื่อพบว่าบรรยากาศด้านใน และบริเวณหน้าห้องครัวกำลังตกอยู่ในความโกลาหล
"เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ" รักเอ่ยถามพนักงานหญิงคนหนึ่งที่กำลังเดินหน้าเครียด ถือถาดผ่านมา
หญิงสาวหยุดเดินพลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ "เชฟใหญ่ที่รับผิดชอบอาหารเช้าวันนี้เกิดป่วยกะทันหันน่ะค่ะ ท้องเสียรุนแรงจนลุกไม่ไหว ตอนนี้พนักงานผู้ช่วยในครัวเลยกำลังวุ่นวายกันไปหมดเลยค่ะ แขกก็เริ่มทยอยลงมากันแล้วด้วย"
รักมองฝ่าเข้าไปในครัวเปิด ด้านในนั้นเขาเห็นภพกำลังยืนคุยกับหัวหน้าคนงานด้วยสีหน้า เคร่งเครียดและจริงจังกว่าทุกที
"ให้ผมช่วยไหมครับ"
ประโยคสั้น ๆ ทว่าน้ำเสียงนิ่งสนิทและมั่นใจของแขกผู้มาใหม่ ส่งผลให้พนักงานทุกคนในบริเวณนั้นหันขวับมา มองเป็นตาเดียว รวมถึงภพที่ละสายตาจากเอกสารตรงหน้าขึ้นมาสบตากับเขา
"เราแน่ใจเหรอรัก"
เจ้าของรีสอร์ตหนุ่มถาม แววตาฉายแววเป็นห่วงมากกว่าจะดูถูก "แน่ใจสิครับ เห็นแบบนี้... ผมเป็นเชฟมืออาชีพนะครับ" รักยกยิ้มมุมปาก ยักไหล่น้อย ๆ อย่างมั่นใจในฝีมือตัวเอง "อย่างน้อยที่สุด การให้ผมลงมือทำก็น่าจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ได้มากกว่าการยืนดูอยู่เฉย ๆ"
ภพจ้องมองดวงตาจริงจังของคนตัวเล็กกว่าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดยิ้มละมุนและพยักหน้ารับ
"งั้น... ทางรีสอร์ตเราคงต้องขอฝากท้องแขกทุกคน ไว้กับเชฟรักแล้วนะครับ"
เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องครัวที่เคยปั่นป่วนและวุ่นวายจนจับต้นชนปลายไม่ถูก กลับถูกเซ็ตระบบใหม่จนเต็มไปด้วยระเบียบวินัย อย่างน่าอัศจรรย์รักในชุดผ้ากันเปื้อนสีเข้มยืนอยู่หน้า เตาไฟขนาดใหญ่ท่วงท่าการจับตะหลิว และพลิกกระทะดูคล่องแคล่วและสง่างามจนสะกดสายตา
ไข่คนเนื้อนุ่มฟูฟ่อง เบคอนทอดกรอบสีเหลืองทอง แพนเค้กหนานุ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้ง และสลัดผักผลไม้ออร์แกนิกน้ำสลัดสูตรพิเศษ ทุกเมนูถูกจัดสรรและทยอยลำเลียงออกไปเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว และประณีต จนพนักงานในครัวหลายคนถึงกับมองเขา ด้วยสายตาชื่นชมระคนนับถือ
"เชฟรักเก่งจังเลยค่ะ หยิบจับอะไรก็ดูคล่องไปหมดเลย"
"ใช่ค่ะ มืออาชีพของจริงเลย แขกข้างนอกชมกันใหญ่เลยค่ะว่าอาหารเช้าวันนี้อร่อยมาก"
เสียงกระซิบกระซาบชื่นชมดังขึ้นเป็นระยะ ๆ ส่วนภพทำเพียงแค่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์บาร์มองดูร่างโปร่งที่กำลังขยับตัวทำงานอยู่ท่ามกลางไอร้อนของเตาไฟ จากมุมห้อง โดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า... สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าหวานนั้นเลย และมุมปากก็เผลอจุดยิ้มกว้างอยู่ตลอดเวลา
"ไอ้คุณภพครับ..."
เสียงยั่วล้อหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง หมอกนั่นเอง เจ้าของร้าน MIST Café เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในครัวอย่างสนิทสนม ก่อนจะมองตามสายตาของเพื่อนสนิทตรงไปยังเชฟจำเป็นที่กำลังหน้าดำคร่ำเครียดอยู่หน้าเตา แล้วก็หลุดหัวเราะคิกคักออกมา
"โอ้โห..."
ภพขมวดคิ้วมุ่น หันไปมองค้อนเพื่อน
"อะไรของมึง"
"สายตามึงน่ะมองเขาตาเชื่อมเชียว มองเหมือน... แฟนมาทำกับข้าวให้กินเลยว่ะ"
"ไอ้หมอก"
ภพกดเสียงต่ำปราม
"ทำเป็นดุ กูพูดเรื่องจริงเถอะ" หมอกลอยหน้าลอยตาตอบ
ภพได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอาใจ แต่ลึก ๆ กลับไม่ได้เอ่ยปากเถียงหรือปฏิเสธคำพูดนั้นเลยสักคำ ยิ่งทำให้หมอกได้ใจขำหนักกว่าเดิมด้วยความสะใจ
หลังจากวิกฤตอาหารเช้าผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่นและงดงาม รักก็พาเนื้อตัวที่ล้าเล็กน้อยออกมานั่งพักรับลมตรงระเบียงไม้ ด้านหลังห้องอาหาร อากาศยามสายยังคงเย็นสบาย และสายหมอกบางเบาก็ยังคงลอยปกคลุมยอดไม้เขียวขจี อยู่เช่นเดิม
ไม่นานนักเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงของภพที่เดินถือแก้วชาดินเผาสองแก้วเข้ามาทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ
"เหนื่อยไหมครับ"
"นิดหน่อยครับ แต่สนุกดี"
รักส่งยิ้มให้พลางรับแก้วชาอุ่น ๆ มาประคองไว้ ก่อนจะยกขึ้นจิบเบา ๆ
"หืม... รสชาติดีจังเลยครับ อร่อยและหอมมาก"
"ชาอู่หลงยอดชารอบใหม่น่ะครับ"
ภพเอ่ยตอบ น้ำเสียงนุ่มนวล
"รอบที่พี่ลงไปเก็บเองกับมือเมื่อเช้าวันก่อน"
"งั้นก็ต้องอร่อยเป็นพิเศษอยู่แล้วล่ะครับ เจ้าของไร่ลงแรงเองขนาดนี้"
คำพูดหยอกล้อและรอยยิ้มตาหยิบของรัก ส่งผลให้หัวใจของภพกระตุกไหว และเผลอยิ้มตามออกมาอย่างอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว
… .. …
ทั้งคู่จมอยู่กับความเงียบไปพักใหญ่ ทอดสายตามองดูทิวทัศน์หุบเขาตรงหน้าไปด้วยกัน อย่างปล่อยอารมณ์ จนกระทั่งรักเป็นฝ่ายทำลายความเงียบถามขึ้นมาทำลาย ความสงสัย
"พี่ภพ... อยู่ที่นี่คนเดียวเหรอครับ"
ภพส่ายหน้าช้า ๆ "ก็มีพนักงาน มีคนงานในไร่ชาอยู่เป็นเพื่อนกันครับ"
"ผมหมายถึง... ครอบครัวน่ะครับ"
คราวนี้ภพเงียบเสียงไป แววตาคมทอดมองออกไปไกลยังทิวเขาที่ถูกม่านหมอกสีขาว ปกคลุมหนาทึบ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่ายทว่าแฝงความโดดเดี่ยว "พ่อกับแม่ของพี่... ท่านเสียชีวิตไปหลายปีแล้วครับด้วยอุบัติเหตุ"
รักชะงักกึกไปทันที ใบหน้าหวานฉายแววรู้สึกผิด
"ขอ... ขอโทษด้วยนะครับพี่ภพ ผมไม่ได้ตั้งใจจะสะกิดเรื่องนี้"
"ไม่เป็นไรเลยครับ" ภพหันมาส่งยิ้มบาง ๆ ให้เพื่อคลายความกังวล
"พี่อยู่ตัวคนเดียวจนชินแล้วล่ะ อยู่ได้สบายมาก"
น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เด็ดเดี่ยวทว่าแฝงความอ้างว้างนั้น กลับทำให้อารมณ์ของรักอ่อนวูบลง ความรู้สึกอยากปกป้องและอยากอยู่เคียงข้างผู้ชายคนนี้เริ่มก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบ
.
ช่วงบ่าย ภพพารักเดินทอดน่องชมทัศนียภาพรอบไร่ชาอีกครั้ง คราวนี้ไม่มีบทเรียนเก็บยอดชาที่ชวนให้ใจสั่น ไม่มีเรื่องงานเข้ามาให้ปวดหัว และไม่มีสายตาจับผิดของคนอื่น มีเพียงทางเดินดินสายเล็ก ๆ ที่ตัดผ่านท่ามกลางต้นชาเขียวขจีและละอองหมอกจาง ๆ ที่ลอยผ่านผิวเนื้อไป
"รักครับ" ภพเอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบ
"ครับ?"
"ขอบคุณมากนะ"
รักหยุดเดินแล้วหันไปสบตาคนตัวสูงกว่า "ขอบคุณเรื่องอะไรครับ"
"เรื่องที่เข้าไปช่วยในครัววันนี้ไงครับ" ภพตอบพลางก้าวเข้ามาประชิดอีกหนึ่งก้าว ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของรักอย่างมีความหมาย "ตอนนี้พนักงานทุกคน... รวมถึงตัวพี่ ชอบเรามาก ๆ เลยนะ"
หัวใจของรักกระตุกและเต้นระรัวแรงขึ้นมาทันควัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบไหม้ เขาไม่แน่ใจเลยว่าอารมณ์หวั่นไหวนี้มันเกิดขึ้นเพราะประโยคคำพูดขอบคุณนั้น หรือเป็นเพราะ... แววตาอบอุ่นของคนที่กำลังพูดมันออกมากันแน่
.
ตกเย็น ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับเข้าห้องพักของตัวเอง ภพหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าทางแยกเรือนไม้ แล้วหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวเล็กกว่า
"พรุ่งนี้... ว่างไหมครับ"
"ทำไมเหรอครับมีอะไรหรือเปล่า"
"พี่จะเข้าไปทำธุระและเดินเที่ยวในตัวหมู่บ้านน่ะ"
ภพจุดยิ้มละมุนสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"สนใจ... เข้าไปเที่ยวด้วยกันไหมครับ"
รักเงียบไปอึดใจหนึ่ง จ้องมองใบหน้าคมคายของคนตรงหน้า ก่อนที่รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความเต็มใจจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวาน
"ได้ครับ..."
โดยที่รักไม่มีทางรู้เลยว่า การตัดสินใจเอ่ยปากตอบตกลงในครั้งนี้ กำลังเป็นเหมือนการเปิดประตูใจ และทำให้ระยะห่างที่เคยสร้างขึ้นมาเพื่อกั้นกลางระหว่างหัวใจ ของพวกเขาทั้งคู่... ค่อย ๆ ทลายหายไปทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว