ไร่ชาภพรัก

ตอนที่ 3: ก่อนถึงเวลานัด

👁️ 2 อ่าน

ท่วงทำนองของดนตรีแจ๊สจังหวะเนิบช้าลอยคลอเคลีย อบอวลอยู่ภายในบาร์ลับกึ่งนั่งชิล แสงไฟนีออนสีส้มสลัวส่องสะท้อนผ่านเหลี่ยมมุมของ แก้วคริสตัลนับร้อยใบที่เรียงรายอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์หรูหรา

รักเลือกพาตัวเองมานั่งหลบมุมอยู่ที่เก้าอี้สตูลเดี่ยว ตรงมุมอับของร้าน ปลายนิ้วเรียวขยับหมุนก้านแก้ววิสกี้ในมือไปมาอย่าง คนคิดไม่ตก นัยน์ตากลมโตเหลือบมองตัวเลขนาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งที่สามในรอบห้านาทีที่ผ่านมา... หนึ่งทุ่มห้าสิบห้า อีกเพียงห้านาทีก็จะถึงเวลานัดหมาย

หัวใจเต้นระรัวเร็วกว่าอัตราปกติจนเขาสัมผัสได้ รักไม่แน่ใจนักว่าอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้เรียกว่าความตื่นเต้น หรือเขากำลังขวัญเสียจนใกล้จะสติแตกกันแน่

"รับเครื่องดื่มอะไรเพิ่มเติมไหมครับคุณผู้ชาย" บาร์เทนเดอร์หนุ่มเอ่ยถามสุภาพ รักสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธแผ่วเบา 

"ขอลองแก้วนี้ให้หมดก่อนครับ ขอบคุณครับ" 

"ได้ครับตามสบายครับ"

เมื่อบาร์เทนเดอร์หมุนตัวกลับไปทำงานต่อ รักก็พรูลมหายใจยาวเหยียดออกมาจากปอด เขารู้ดีแก่ใจว่าตนเองไม่เคยทำอะไรบ้าบิ่นแบบนี้มาก่อน เลยในชีวิต ไม่เคยนัดเจอคนแปลกหน้าผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เคยคิดฝักใฝ่ในเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน และไม่เคยคาดคิดเลยว่าชีวิตของเชฟอนาคตไกลอย่างเขาจะดิ่งลงเหวข้ามเส้นมาถึงจุดนี้ได้

แต่หลังจากเผชิญหน้ากับเรื่องราวระทมทุกข์ที่กรุงเทพฯ... บางที การพาตัวเองออกมาทำอะไรสิ้นคิดในคืนนี้ อาจเป็นเพียงเพราะเขาแค่อยากจะพิสูจน์ให้ตัวเองเห็นว่า โลกใบนี้ยังคงมีผู้คนอีกมากมายมหาศาลนอกเหนือ จากแฟนเก่าสารเลวคนนั้น

"หรือว่ากูจะกลายเป็นคนบ้าคุมสติไม่ได้ไปแล้ววะ..." รักพึมพำด่าทอตัวเองเบา ๆ ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นจรดริมฝีปากแล้วดื่มด่ำรสชาติบาดคอลงไปอีกอึกใหญ่

ครืด...

ทันใดนั้น เก้าอี้สตูลว่างเปล่าตัวข้าง ๆ ก็ถูกเลื่อนออกโดยมือปริศนา พร้อมกับการปรากฏตัวของชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาทรุดตัวลงนั่งลงข้างกัน ในทีแรกบอบช้ำอย่างรักไม่ได้คิดจะหันไปให้ความสนใจ จนกระทั่งกลิ่นน้ำหอมละมุนอ่อน ๆ ของผู้มาใหม่ลอยโชยมาปะทะนาสิก... มันเป็นกลิ่นอายที่สะอาด เย็นเยียบ และสลักความรู้สึกสุขุมสบายใจให้อย่างประหลาด

"ขอโทษนะครับ..." น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นใกล้ชิด "ตรงเก้าอี้ตัวนี้มีคนจับจองนั่งหรือยังครับ"

รักหันใบหน้าหวานไปมองตามเสียง... และวินาทีนั้นเขาก็ต้องชะงักกึก

ผู้ชายตรงหน้าดูดีเกินกว่าจะเป็นลูกค้าธรรมดา ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก สันกรามคมกริบ คิ้วเข้มหนา และดวงตาเรียบลึกนิ่งสนิทคาดเดาความคิดไม่ได้ ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มคัตติ้งพรีเมียมที่ถูกพับแขนเสื้อขึ้นมาถึงบริเวณข้อศอกอย่างลวก ๆ ข้อมือแกร่งสวมนาฬิกาแบรนด์หรูราคาแพงระยับ และมีบรรยากาศความน่าเกรงขามบางอย่างแผ่ซ่านรอบตัวจนคนรอบข้างไม่กล้าเฉียดกรายเข้าใกล้

"อ๋อ... ไม่มีครับ เชิญตามสบายเลยครับ" รักเอ่ยตอบ ชายหนุ่มคนนั้นพยักหน้ารับคำเบา ๆ "ขอบคุณครับ"

หลังจากนั้นเขาก็หันไปสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์ด้วยท่าที นิ่ง ๆ ไม่มีบทสนทนาอ้อล้อใด ๆ เกิดขึ้นต่อ ไม่มีคำพูดเกี้ยวพาราสี และไม่มีการพยายามชวนคุย ชวนอึดอัด ทว่าแปลกนึก... ที่รักกลับรู้สึกปลอดภัยและสบายใจเมื่อได้นั่งข้างผู้ชายคนนี้ มากกว่าคนแปลกหน้ารหัส NightWolf ที่เขากำลังนั่งรออยู่เสียอีก

เวลาล่วงเลยผ่านไปสิบนาที... โทรศัพท์มือถือยังคงเงียบสนิท ยี่สิบนาทีผ่านไป... ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววการติดต่อ

ความรู้สึกหงุดหงิดระคนน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มแล่นริ้วขึ้น มากุมหัวใจของรัก ก่อนที่หน้าจอจะสว่างวาบพร้อมข้อความที่เด้งแจ้งเตือนขึ้นมา

NightWolf : "ขอโทษด้วยนะ วันนี้ผมติดธุระด่วน คงจะเดินทางไปพบคุณไม่ได้แล้ว"

รักนิ่งอึ้งไป สายตากลมโตไล่อ่านข้อความปฏิเสธนั้นซ้ำ ๆ อีกครั้ง ก่อนจะหลุดหัวเราะแห้ง ๆ ออกมาแผ่วเบาด้วยความสมเพชตัวเอง

"หึ... โดนเทอีกแล้วสินะเรา"

แม้ในใจจะไม่ได้คาดหวังอะไรกับนัดบอดครั้งนี้อยู่แล้ว แต่กระแสความรู้สึกแย่และโดดเดี่ยวก็ยังคงแล่นริ้วเข้ามาเกาะกุมจิตใจอยู่ดี และดูเหมือนอาการตัดพ้อนั้นจะปิดไม่มิด จนผู้ชายมาดขรึมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เหลือบสายตาคมมามอง

"โดนเทเหรอครับ"

รักสะดุ้งโหยง หันไปมองอีกฝ่ายเลิกลั่ก "เอ่อ... คือ..." "สีหน้าและแววตาของคุณในตอนนี้... มันเหมือนคนเพิ่งถูกทิ้งมาไม่มีผิดเลยครับ"

น้ำเสียงของชายแปลกหน้าเรียบนิ่ง ทว่ากระแสเสียงกลับทุ้มลึกและไม่ได้ฟังดูเป็นการเสียมารยาทหรือซ้ำเติมแม้แต่น้อย รักหลุดหัวเราะแห้ง ๆ แก้เขิน พลางยกมือขึ้นเกาแก้ม "ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ" "ประมาณนั้นครับ" อีกฝ่ายตอบรับสั้น ๆ ก่อนจะยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นจิบช้า ๆ

รักจับจ้องมองใบหน้าคมคายของชายตรงหน้า และไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือความอัดอั้นในใจกันแน่ ที่ทำให้เขาเผลอหลุดปากระบายความในใจออกไปกับคนแปลกหน้า

"จริง ๆ แล้ว... ผมก็เพิ่งโดนทิ้งมาหมาด ๆ เลยครับ"

ประโยคสารภาพแสนหม่นหมองส่งผลให้ดวงตาคู่คมกริบของชายหนุ่มข้างกายหันกลับมาสบประสานนิ่ง "แฟน?" "ครับ แฟนเก่า" "เสียใจมากไหมครับ"

คำถามที่ยิงตรงประเด็นโดยไม่มีการอ้อมค้อมทำเอารักเงียบกริบไปครู่หนึ่ง เขาก้มหน้าลงมองหยาดน้ำแข็งในแก้ว ก่อนจะเอ่ยปากตอบตามความสัตย์จริง "โคตรเสียใจเลยครับ... เจ็บจนแทบหายใจไม่ออกเลยล่ะ"

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาของร่างสูง "ดีครับ" "หืม? ดีงั้นเหรอครับ" รักขมวดคิ้วงง "ครับ ดี... เพราะอย่างน้อยมันก็เป็นหลักฐานชั้นดีว่าครั้งหนึ่งคุณ เคยรักเขาด้วยหัวใจจริง ๆ"

รักมองสบตาชายตรงหน้าด้วยความฉงนปนอัศจรรย์ใจ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่มีคนเอ่ยปลอบใจเขาด้วยมุมมองแปลกใหม่แบบนี้

"แล้ว... แล้วคุณล่ะครับ" รักถามกลับบ้างด้วยความนึกสนุก "ผู้ชายท่าทางภูมิฐานแบบคุณ เคยมีประสบการณ์โดนทิ้งบ้างไหมครับ"

ชายหนุ่มหลุดหัวเราะหึแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะขยับยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นสูงเล็กน้อย "เคยสิครับ... ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกันนั่นแหละ" "อ้าว... แล้วตอนนั้นคุณทำยังไงจัดการกับความรู้สึกเหรอครับ" "ดื่มครับ" รักระเบิดเสียงหัวเราะพรืดออกมาทันทีอย่างกลั้นไม่อยู่ "หึ ๆ แค่นั้นเองเหรอครับ" "ครับ แค่นั้นจริง ๆ" "วิธีของคุณดูไม่ค่อยช่วยเยียวยาอะไรเลยนะครับ" "ช่วยได้สิครับ..." ชายหนุ่มเบนสายตาคมกริบกลับมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมอุ่นของรัก "อย่างน้อยที่สุด... ในตอนที่แอลกอฮอล์มันแล่นเข้าสู่กระแสเลือดจนเมามาย สมองของเรามันก็จะหยุดคิดฟุ้งซ่านไปได้พักใหญ่เลยล่ะครับ"

เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังประสานกันขึ้นมาแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศรอบกาย และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวันเลยที่รักสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายและปลอดภัยอย่างแท้จริง

หลังจากนั้น บทสนทนาระหว่างคนแปลกหน้าสองคนก็เริ่มถักทอร้อยเรียงยาวนานขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มต้นลื่นไหลจากเรื่องแอลกอฮอล์รสโปรด แตกแขนงไปเรื่องเมนูอาหาร เรื่องสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ เรื่องหน้าที่การงาน และทัศนคติการใช้ชีวิต โดยที่ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ไม่มีใครเอ่ยปากตั้งคำถามถามชื่อเสียงเรียงนามของกันและกันเลยสักครั้ง

เวลาดำเนินผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วปานโกหกจนเกือบเข้าสู่เวลาสี่ทุ่มตรง ร่างกายของรักเริ่มสัมผัสได้ถึงความมึนงง ละอองความร้อนแล่นริ้วขึ้นมาเคลือบปรางแก้มทั้งสองข้าง ทว่าหัวใจภายในอกกลับเบาสบายอย่างประหลาดล้ำ

"จริง ๆ แล้ว... ผมคิดว่าตัวเองควรต้องขอตัวกลับโรงแรมได้แล้วล่ะครับ" รักเอ่ยปากบอกเสียงพร่า ชายตรงหน้าจุดยิ้มละมุนที่มุมปาก "ครับ... ผมเองก็น่าจะถึงเวลาต้องกลับไปพักผ่อนเหมือนกัน"

รักพยักหน้ารับคำช้า ๆ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ "อ้อ... คุยกันตั้งนาน" "ครับ? มีอะไรหรือเปล่า" "คือ... ผมยังไม่รู้ชื่อของคุณเลยน่ะครับ"

ร่างสูงใหญ่จับจ้องมองใบหน้าหวานของเชฟหนุ่มนิ่งอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะเอ่ยปากตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง

"ภพครับ... ผมชื่อภพ"

ชื่อพยางค์เดี่ยวสั้น ๆ ทว่าทันทีที่มันหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่าย มันกลับตราตรึงและสลักแน่นอยู่ในห้วงความทรงจำของ รักอย่างประหลาดล้ำ

"ส่วนผม... ชื่อรักครับ" "อืม... ยินดีที่ได้รู้จักกันอย่างเป็นทางการเสียทีนะคร้บคุณรัก" ภพเอ่ยพูด พร้อมกับยื่นแก้วเหล้าในมือขยับเข้ามาชนกับแก้ว ของคนตัวเล็กเบา ๆ

กริ๊ง...

เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดังแผ่วเบาท่ามกลาง เสียงดนตรีแจ๊ส โดยที่คนทั้งสองคนในวินาทีนั้นไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้เลย... ว่าค่ำคืนค้างแรมของพวกเขาสองคนหลังจากนี้ มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และมันยังอีกยาวไกลเหลือกำหนด



 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!