รักนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่นาน ภาพรีสอร์ตกลางหุบเขายังคงปรากฏอยู่บนหน้าจอ แสงแดดรำไรกับสายหมอกสีขาวบางที่ปกคลุมยอดไม้ตัดกับ บ้านพักไม้หลังเล็กที่ตั้งอยู่ท่ามกลางไร่ชาเขียวขจี บรรยากาศดูเงียบสงบ ห่างไกลผู้คน และที่สำคัญ... มันห่างไกลจากทุกเรื่องราววุ่นวายที่กำลังตีกันอยู่ ในหัวของเขาตอนนี้
"เอาที่นี่แหละ"
นิ้วเรียวกดจองและชำระเงินทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดทบทวนให้มากความ ยิ่งหนีไปได้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งห่างจากกรุงเทพฯ และเรื่องเมื่อคืนได้ไกลเท่าไหร่... ก็คงจะยิ่งดีกับตัวเขาเอง
.
.
.
เช้าวันต่อมา รถแดงประจำทางค่อย ๆ ขับไต่ระดับขึ้นไปตามเส้นทางคดเคี้ยวและลาดชันมุ่งหน้า สู่หมู่บ้านแม่กำปอง อากาศภายนอกเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ ตามระยะความสูง ต้นไม้ใหญ่สองข้างทางเขียวชอุ่มหนาทึบ พร้อมกับเสียงน้ำตกและลำธารที่ดังแว่วเข้ามา ให้ได้ยินเป็นระยะ
รักทอดสายตามองวิวผ่านกระจกข้างรถ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวันที่หัวใจที่เคยหนักอึ้งรู้สึกสงบลงได้อย่างน่าประหลาด อย่างน้อยที่สุดในหุบเขาที่ตัดขาดจากความวุ่นวายแห่งนี้ก็คงไม่มีใครรู้จักเขา ไม่มีแฟนเก่าที่คอยตอกย้ำความล้มเหลว ไม่มีเพื่อนร่วมงาน และที่สำคัญ... ไม่มีผู้ชายสายตาอบอุ่นคนนั้น
‘ภพ’
พอเผลอคิดถึงชื่อนั้นและสัมผัสร้อนแรงที่ยังคงอุ่น ๆ อยู่บนผิวเนื้อ รักก็รีบสะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่านทันที "เลิกคิดได้แล้วรัก..." เขาพึมพำเตือนสติตัวเองเบา ๆ มันก็แค่ค่ำคืนหนึ่งที่พลั้งเผลอ แค่คนแปลกสองคนที่บังเอิญผ่านมาเจอกันในยามอ่อนแอ... แล้วมันก็จบลงไปแล้ว
.
..
หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถแดงมาจอดสนิทที่หน้าทางเข้ารีสอร์ต อากาศที่นี่เย็นเยียบจนรักต้องรีบดึงเสื้อคลุมตัวหนาเข้าหาตัว ป้ายไม้สักขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า สลักตัวอักษรไว้อย่างชัดเจนว่า
"ภพชา รีสอร์ต"
รักจุดยิ้มบาง ๆ ออกมา ชื่อแปลกแต่ก็ฟังดูมีความหมายลึกซึ้งดี เขาลากกระเป๋าเดินทางใบโตเดินเข้าไปด้านในล็อบบี้เรือนไม้ พนักงานต้อนรับสาวเมื่อเห็นแขกผู้มาใหม่ก็รีบยกมือไหว้ด้วย รอยยิ้มพิมพ์ใจ
"สวัสดีค่ะ คุณรักใช่ไหมคะ"
"ครับ"
"ห้องพักที่จองไว้พร้อมเรียบร้อยแล้วค่ะ" หญิงสาวยิ้มอย่างเป็นมิตร "เดี๋ยวรอสักครู่นะคะ พอดีเจ้าของรีสอร์ตจะเป็นคนพาเดินไปชมและเช็กอิน ที่ห้องพักด้วยตัวเองเลยค่ะ"
รักพยักหน้ารับคำอย่างไม่ได้คิดอะไร จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินใกล้เข้ามาจากทางด้านหลัง เสียงส้นรองเท้าที่กระทบกับพื้นไม้... มันเป็นจังหวะที่คุ้นเคยจนทำให้หัวใจของเขาเต้นผิดจังหวะไปหนึ่งตลบ
"สวัสดีครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นหูดังขึ้น รักรีบหันขวับกลับไปมองแล้วก็ต้องนิ่งค้างไปในทันที ราวกับระบบประสาททั้งหมดถูกแช่แข็ง กระเป๋าเดินทางในมือแทบจะหลุดร่วงลงพื้น
"...พี่ภพ"
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเสื้อขึ้นลวก ๆ ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ดวงตาคมปลาบคู่เดิม ใบหน้าคมคายที่เขาเพิ่งแอบมองตอนหลับเมื่อวาน และรอยยิ้มมุมปากแบบเดิม... ทุกอย่างเหมือนผู้ชายในค่ำคืนนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
ภพเองก็ดูจะตกใจไปแวบหนึ่ง ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะฉายแววพึงพอใจและจุดยิ้มกว้างขึ้น ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
"โลกมันจะกลมเกินไปไหมครับ... คุณรัก"
รักอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมดจนไม่มีคำพูดไหนหลุดรอด ออกมาได้เลย
.
.
.
สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่นั่งประจันหน้ากันอยู่ที่มุมหนึ่งของล็อบบี้ บรรยากาศรอบตัวอึดอัดลึกล้ำจนพนักงานต้อนรับที่อยู่แถวนั้นยังสัมผัสได้ถึงรังสีแปลก ๆ และพากันเลี่ยงออกไป
"ผม... ย้ายที่พักตอนนี้ยังทันไหมครับ" รักเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับคนตรง ๆ
ภพเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาเต็มไปด้วยความนึกสนุกผสมความตัดพ้อ "เพราะผม?"
"เปล่าครับ..."
"โกหก"
คำพูดดักคอตรง ๆ ของภพทำเอารักต้องเม้มปากแน่น ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีระเรื่อเมื่อภาพความแนบชิด และสรีระของชายหนุ่มเมื่อคืนวานมันย้อนกลับมาฉายซ้ำในหัว
ภพถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอนแผ่นหลังกว้างพิงกับพนักเก้าอี้ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายและเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าคุณอึดอัดใจขนาดนั้น ผมคืนเงินค่าจองให้เต็มจำนวนก็ได้ครับ"
คำตอบนั้นทำให้รักเงียบเสียงลง ความจริงเขาควรจะตอบตกลง ควรจะรีบคว้ากระเป๋าแล้วหันหลังเดินหนีออกไปให้ไกล ที่สุดเหมือนที่ทำเมื่อเช้าวันก่อน แต่ไม่รู้ทำไม... พอได้สบเข้ากับแววตาจริงจังและมั่นคงของภพ ที่กำลังจ้องมองมา หัวใจเจ้ากรรมมันกลับดื้อรั้นและสั่งการให้เขาขยับไปไหนไม่ได้
"ไม่เป็นไรครับ" รักตอบในที่สุด น้ำเสียงแผ่วลง "ผมพักที่นี่ก็ได้"
ภพจุดยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มอบอุ่นแบบเดียวกับที่เคยช่วยโอบอุ้มหัวใจของรัก เอาไว้ในคืนที่ฝนตก และมันกำลังทำให้หัวใจของรักเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกครั้ง อย่างห้ามไม่ได้
ช่วงเย็น หลังจากจัดการเก็บกระเป๋าและข้าวของเข้าบ้านพักส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว รักก็พาตัวเองออกมาเดินเล่นรับลมรอบ ๆ รีสอร์ต สายหมอกยามเย็นเริ่มลอยต่ำลงมาปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา และไร่ชา อากาศรอบตัวเย็นสบาย และเงียบสงบจนได้ยินเสียงใบไม้ไหว
ร่างโปร่งหยุดยืนอยู่ริมระเบียงไม้สัก มองทอดสายตาออกไปประเมินความสวยงามของทิวเขา ที่ยาวสุดสายตา
"สวยไหมครับ"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง โดยที่รักไม่จำเป็นต้องหันไปมองเลยก็รู้ดีว่าเป็นใคร
"สวยครับ" รักตอบสั้น ๆ
ภพก้าวเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ โดยเว้นระยะห่างไว้อย่างสุภาพตามมารยาท แต่ถึงอย่างนั้น กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ประจำตัวของภพที่ลอยมาตามลมเย็นก็ยังทำให้ ใจของคนฟังแกว่งอยู่ดี
"ผมชอบที่นี่มาก" ภพพูดพลางทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้า "เวลามีเรื่องไม่สบายใจ หรือมีเรื่องให้คิด... ผมจะชอบกลับมาอยู่ที่นี่เสมอ"
รักหันไปมองเสี้ยวหน้าคมคายของเจ้าของรีสอร์ต "แล้วตอนนี้ล่ะครับ?"
ภพหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ สายตาคมละจากทิวเขาก่อนจะหันมาสบประสานเข้ากับ ดวงตาของรักตรง ๆ ด้วยนัยน์ตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
"ตอนนี้ก็มีเรื่องครับ... มีเรื่องให้คิดมากตั้งแต่เมื่อเช้าตรู่วันก่อนแล้ว"
หัวใจของรักกระตุกและเต้นแรงขึ้นมาทันที ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
ส่วนภพทำเพียงแค่ยิ้มมุมปากราวกับพอใจที่เห็นปฏิกิริยาอันน่าเอ็นดูนั้น และตั้งใจทิ้งประโยคกำกวมให้เขาเอาไปคิดมากคนเดียว ก่อนเดินจากไป
คืนนั้น ขณะที่รักนอนอยู่บนเตียงกว้างภายในบ้านพักเรือนไม้ เสียงสายฝนเริ่มตกลงมากระทบหลังคาเบา ๆ บรรยากาศช่างคล้ายคลึงกับค่ำคืนในห้องพัก ที่นิมมานเหลือเกิน
แต่สิ่งที่ส่งเสียงดังรบกวนความเงียบยิ่งกว่าเสียงฝนในตอนนี้ คือเสียงหัวใจของตัวเขาเอง เพราะไม่ว่าจะพยายามหลับตากี่ครั้ง ภาพรอยยิ้ม สัมผัสอันร้อนแรง และอ้อมกอดที่แนบชิดของภพก็ไม่ยอมเลือนหายไปจากสมองเลยสักวินาทีเดียว
และดูเหมือนว่า... แผนการหนีมาพักใจที่แม่กำปองครั้งนี้ มันกำลังจะยากลำบากกว่าที่คิดเอาไว้เสียแล้ว เมื่อเจ้าของรีสอร์ตกลางหุบเขาแห่งนี้ คือผู้ชายคนเดียวกับคนที่เขาพยายาม จะวิ่งหนีมาตลอดสองวันเต็ม ๆ