Don’t Leave Me in the Rain

ตอนที่ 8: Find My

👁️ 3 อ่าน

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แอชตันยังคิดว่าตัวเองควรถอยออกมาสักพัก

หลังคืนที่ริเวอร์บอกว่าจะกลับหอ แต่สุดท้ายกลับไปนอนคอนโดไซลาสแทน

หลังจากนั้น ไม่ว่าเขาจะโทรไปกี่ครั้ง อีกฝ่ายก็ไม่รับ

มีแค่ข้อความสั้นๆ ถูกส่งกลับมาเป็นช่วงๆ

“ผมโอเคครับ”

“เดี๋ยวกลับเองครับ”

“คืนนี้อยู่กับพี่ไซลาส”

ทุกประโยคเหมือนถูกพิมพ์ขึ้นมาเพื่อจบบทสนทนาให้เร็วที่สุด

ช่วงแรกแอชตันยังหงุดหงิด

แต่พอนานเข้า ความหงุดหงิดค่อยๆ กลายเป็นความรู้สึกหนักๆ ที่ติดอยู่กลางอก

เหมือนกำลังมองตามใครบางคนเดินห่างออกไป…ทั้งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์รั้งไว้

เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม

เขารู้มาตลอดว่าริเวอร์มองไซลาสไม่เหมือนคนอื่น

เวลาที่ไซลาสเดินเข้ามาในห้อง ริเวอร์จะเผลอเงยหน้าขึ้นมองทันทีโดยไม่รู้ตัว

หรือบางครั้ง แค่ไซลาสพูดอะไรเบาๆ เพียงประโยคเดียว ริเวอร์ก็จำได้ทุกคำ

ทั้งที่คนคอยซื้อขนมไว้ให้

เอานมสตรอว์เบอร์รี่ไปแช่ไว้ในตู้เย็น

ไปรับไปส่งเวลาฝนตก

หรือนั่งเฝ้าเงียบๆ ตอนแพนิก

คือเขามาตลอด

แต่สุดท้าย… ริเวอร์กลับมองหาใครอีกคนอยู่ดี

แอชตันเลยเลือกถอย

ไม่ตื้อ

ไม่ตาม

ไม่ถามเพิ่ม

เพราะถ้าคนที่ริเวอร์เลือกคือไซลาสจริงๆ

อย่างน้อย เขาก็ยังอยากรักษาความเป็นเพื่อนระหว่างตัวเองกับไซลาสไว้

ถ้าเป็นคนอื่น…

แอชตันคงไม่ยอมเงียบแบบนี้แน่

แต่คนคนนั้นดันเป็นไซลาส

เพื่อนที่เขาไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง

เพื่อนที่เขาเคยคิดมาตลอดว่า ต่อให้โลกเหี้ยแค่ไหน คนคนนี้ก็คงไม่มีวันทำร้ายใคร

แอชตันถือกระป๋องกาแฟเดินขึ้นตึกกิจกรรมตามปกติ

ตอนนั้นเขายังไม่รู้เลยว่า สามวันที่ตัวเองเลือกถอยออกมา กำลังจะกลายเป็นสิ่งที่เขาเสียใจที่สุด

“พี่แอชตันคะ…”

เสียงเรียกแผ่วเบาทำให้เขาชะงักฝีเท้า

มีนายืนกอดแฟ้มอยู่หน้าห้องชมรม สีหน้าซีดกว่าปกติ

“พี่เห็นริเวอร์บ้างไหมคะ?”

ตอนแรกไม่มีใครเอะใจอะไร

เพราะช่วงหลัง ริเวอร์แทบไม่ได้กลับไปนอนหออยู่แล้ว

เพื่อนในกลุ่มเริ่มชินกับการที่เขาใช้เวลาอยู่ใน Recovery Room ทั้งวัน บางครั้งก็เงียบแชตหายไปเฉยๆ เหมือนค่อยๆ ตัดตัวเองออกจากโลกข้างนอก

ทุกคนคิดแค่ว่า ริเวอร์คงแค่อยากอยู่ในที่ที่ตัวเองรู้สึกปลอดภัยเท่านั้นเอง

“ว่าไงมีนา? มาหาริเวอร์เหรอ?” แอชตันถามพลางขมวดคิ้ว แววตาของเขาดูเหนื่อยล้ากว่าที่เคยเป็น

“ค่ะ… พี่เห็นริเวอร์บ้างไหมคะ?”

มีนาโทรหาริเวอร์ต่อหน้าแอชตันอีกครั้ง

เหมือนเดิม

ปิดเครื่อง

“มีนาลองไปหาที่หอพักแล้ว พี่ยามบอกว่าเขาไม่ได้กลับเข้าไปเลยตั้งแต่คืนที่ฝนตกหนักวันนั้น”

มีนามีสีหน้าดูลังเลเหมือนคนกำลังชั่งใจ “พี่ว่าริเวอร์แปลกๆ ไหมคะช่วงนี้?”

แอชตันเงยหน้าจากจอมือถือ คิ้วหนาขมวดมุ่น “มันก็แปลกมานานแล้วนี่ ทำไมล่ะ”

“ไม่ใช่แปลกแบบนั้นค่ะ…” มีนายื่นโทรศัพท์ให้เขาดู แชตล่าสุดจากริเวอร์ที่ถูกส่งมาเมื่อคืนสั้นกระชับจนใจหาย

“ผมโอเคครับ”

มีนาเม้มปากแน่น

“ช่วงหลังๆ ริเวอร์ตอบแชตช้าลงมากค่ะ บางทีมีนาถามไปหลายอย่าง แต่เขาตอบกลับมาแค่ประโยคเดียว”

เธอเงียบไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ

“แล้วบางครั้ง… เหมือนเขาจะหายไปเลย แต่พอผ่านไปพักใหญ่ พี่ไซลาสจะเป็นคนตอบแทนว่า ริเวอร์บอกว่าขอเวลาส่วนตัวนะครับ ไม่ต้องห่วง”

แอชตันนิ่งไปทันที แววตาที่เคยนิ่งเฉยเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาแวบหนึ่ง

นิ้วของเขาเผลอกำกระป๋องกาแฟในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนอลูมิเนียมบุบลงเสียงเบาๆ

ก่อนที่เขาจะพยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ

“กูก็… ไม่เห็นมันมาที่นี่สองสามวันแล้วเหมือนกัน” แอชตันตอบเสียงต่ำ

เขาหันไปมองลอดกระจกเข้าไปในห้องชมรม เห็นไซลาสกำลังนั่งเช็ดแก้วกาแฟอย่างใจเย็นอยู่หลังเคาน์เตอร์

ท่าทางของเขาดูสุขุม เป็นมิตร และนิ่งสงบไม่ต่างจากทุกวัน

และนั่นเอง… ที่ทำให้แอชตันรู้สึกผิดปกติ

“แล้วตอนนี้ยังติดต่อได้ไหม?”

“โทรไม่ติดตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ เท่าที่รู้ ริเวอร์ไม่มีญาติที่ไหนเลยนะคะ”

แอชตันสบถออกมาเบาๆ

“เชี่ยเอ๊ย…”

มีนาสะดุ้งนิดหนึ่ง

เพราะปกติพี่แอชตันไม่ค่อยหลุดอารมณ์ต่อหน้าใครแบบนี้

เขารีบยกมือลูบหน้าแรงๆ เหมือนพยายามดึงสติตัวเองกลับมา

“โทษที”

แต่ถึงปากจะพูดแบบนั้น กรามของเขาก็ยังขบแน่นอยู่

แอชตันพยายามบอกตัวเองว่าอาจไม่มีอะไร

ริเวอร์อาจแค่อยากอยู่เงียบๆ

อาจแค่ไม่อยากคุยกับใคร

แต่ยิ่งคิด เขากลับยิ่งรู้สึกว่าทุกอย่างมันผิดปกติเกินไป

“มีนากลับไปก่อนนะ” เขาพูดเสียงต่ำ “ถ้าติดต่อได้เมื่อไหร่ รีบบอกพี่ทันที”

มีนาพยักหน้าเบาๆ แต่สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล

หลังเธอเดินออกไป แอชตันยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

เขารู้ตัวช้าเกินไปว่า ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้… ริเวอร์เริ่มหายไปจากโลกข้างนอกทีละนิด

และคนที่ค่อยๆ ดึงริเวอร์ออกไปจากทุกอย่าง

คือไซลาส!

แอชตันหลับตาลงช้าๆ

ก่อนความคิดหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัว จนหัวใจเขาเย็นวาบ

หรือจริงๆ แล้ว…

ไซลาสรู้มาตลอด ว่าริเวอร์หายไปไหน

และนั่นต่างหากที่ทำให้เขาเริ่มกลัว

แอชตันเดินกระแทกส้นเท้าเข้ามาในห้อง เขาผลักประตูแรงเกินจำเป็นจนมันกระแทกผนังดัง ปัง

คนในห้องเงียบลงทันที

“ไซลาส..ริเวอร์อยู่ไหน?” แอชตันถามโพล่งออกไป บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที

ไซลาสยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ราวกับคำถามนั้นไม่มีอะไรน่าตื่นตกใจ

ความเงียบหลังคำตอบนั้นกลับทำให้แอชตันรู้สึกอึดอัดมากกว่าเดิม

“กูไม่รู้ น้องน่าจะอยากอยู่คนเดียวมั้ง”

“มึงรู้ได้ไง?”

“คืนนั้น น้องดูเหนื่อยๆ กูเลยบอกให้เขาไปพัก” น้ำเสียงไซลาสเรียบกริบ เรียบจนเหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติที่ควรจะเป็น

แอชตันจ้องหน้าเพื่อนตัวเองนิ่ง

ความสงบของไซลาสทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังคุยอยู่กับกำแพง

“ไซลาส น้องมันหายไปสามวันแล้วนะ”

แอชตันเดินเข้าไปใกล้โต๊ะจนแทบประชิดตัวอีกฝ่าย

“ถ้ามึงรู้อะไรแล้วไม่พูด…”

เส้นเลือดตรงขมับเขากระตุกแรง

“กูเอามึงตายแน่ ไซลาส”

ไซลาสมองเขาเงียบๆ ก่อนยิ้มบาง

“มึงกำลังกลัวอยู่เหรอ แอชตัน”

“ริเวอร์โตแล้วนะแอช เขาจะไปไหนมาไหนมันก็เรื่องของเขา”

“นายกำลังทำให้เรื่องมันใหญ่เกินไปรึเปล่า” ไซลาสตอบสีหน้าเรียบนิ่ง

“แต่มันไม่ควรหายไปเฉยๆ แบบนี้!” แอชตันตะคอก

แววตาของไซลาสนิ่งลงนิดหนึ่ง ก่อนที่เขาจะถอนหายใจออกมา เหมือนกำลังรำคาญเด็กที่เอาแต่ใจ

“แอช… คนที่แพนิกตลอดเวลาแบบริเวอร์ บางทีเขาก็แค่ต้องการหายไปอยู่ในที่ที่เงียบจริงๆ บ้าง”

ไซลาสพูด ก่อนวางแก้วลง

“เรื่องริเวอร์… เดี๋ยวกูจัดการเอง”

น้ำเสียงของเขายังเรียบ สุภาพ และสงบเกินไป

ทุกคำพูดของไซลาสฟังดูสมเหตุสมผลและนั่นยิ่งทำให้แอชตันเริ่มโมโห ที่หาความจริงจากไซลาสไม่ได้

แอชตันเริ่มเกลียดสีหน้าแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ

สีหน้าที่นิ่ง

เหมือนไม่มีอะไรสำคัญพอจะทำให้ไซลาสเสียการควบคุมได้เลย

ทั้งๆ ที่ริเวอร์หายไป

 

❖ ❖ ❖

 

คืนนั้น แอชตันตัดสินใจไปที่หอพักของริเวอร์ด้วยตัวเอง เขาใช้เส้นสายและความน่าเชื่อถือที่มีขออนุญาตอาจารย์ประจำหอพักเปิดประตูเข้าไป

ห้องมืดสนิท

เงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดิน ความเย็นของแอร์ที่ไม่ได้เปิดใช้งานมาหลายวันทำให้อากาศในห้องดูแห้งแล้ง

แสงไฟจากโถงทางเดินสาดเข้ามาให้เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาหล่นวูบ… ของใช้ส่วนตัวทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม

แปรงสีฟันที่วางคู่กับโฟมล้างหน้าในห้องน้ำ พาวเวอร์แบงค์ที่ยังเสียบสายทิ้งไว้และกล่องยาเล็กๆ สำหรับอาการแพนิกยังวางอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ

ข้างในยังเต็มแทบไม่ถูกใช้

หัวใจของแอชตันเย็นวาบทันที

ริเวอร์ไม่เคยออกไปไหนโดยไม่พกมัน

แอชตันหยิบเสื้อฮู้ดตัวบางที่พาดอยู่ปลายเตียงขึ้นมา

กลิ่นน้ำยาซักผ้าอ่อนๆ ยังติดอยู่จางๆ

เขากำผ้านั้นแน่นขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว

“มึงแม่ง…”

เสียงแหบต่ำหลุดออกมาเบาๆ

“ถ้ามันร้องไห้อีกเพราะมึงนะไซลาส…”

ความกังวลที่ทวีคูณขึ้นมาจนจุกอก

นี่ไม่ใช่การไปพักผ่อนแน่นอน

ริเวอร์ไม่มีทางทิ้งของจำเป็นพวกนี้ไว้ ถ้าตั้งใจจะหายไปพักใจเงียบๆ อย่างที่ไซลาสพูด

หลังออกมาจากตัวอาคารหอพัก แอชตันรู้สึกเหมือนมืดแปดด้าน เขาไม่รู้จะต้องทำอะไรก่อนดี

ครืด—

โทรศัพท์ในมือสั่นขึ้น ข้อความจากมีนาส่งมา

พี่คะ อาจารย์ที่ปรึกษา บอกมีนาว่า ถ้าริเวอร์ยังไม่เข้าเรียนภายในพรุ่งนี้ จะถูกตัดสิทธิ์สอบกลางภาคทันที

นี่ไม่ใช่ “อยากอยู่เงียบๆ” แล้ว

ริเวอร์รักเกรดเกินกว่าจะปล่อยตัวเองพังแบบนี้

ภาพคืนก่อนผุดขึ้นมาในหัวทันที

เสียงคลื่น

กลิ่นเหล้า

กระป๋องเบียร์เปล่าที่กองอยู่ข้างเก้าอี้ผ้าใบ

แอชตันนั่งอยู่ริมทะเลจนเกือบเช้า พยายามเมาให้พอที่จะเลิกคิดถึงภาพริเวอร์ที่มองไซลาสด้วยสายตาแบบนั้นเสียที

สุดท้ายเขากลับทำได้แค่ปล่อยให้อีกฝ่ายหายไปจากสายตาตัวเองจริงๆ

กรามของแอชตันขบแน่นขึ้นทันที

ในขณะที่เขากำลังหนีความรู้สึกตัวเองด้วยแอลกอฮอล์

ริเวอร์อาจกำลังเผชิญอะไรบางอย่างอยู่ตามลำพัง

“แม่งเอ๊ย... ” เขาเค้นเสียงด่าตัวเองด้วยความโกรธ

เหมือนเพิ่งนึกอะไรได้ เขารีบกดเข้าแอปฯ Find My ทันที

ช่วงต้นเทอม หลังริเวอร์เคยแพนิกจนหายไปทั้งคืน แอชตันเคยโวยวายใส่อีกฝ่ายหนักมากจนริเวอร์ยอมเปิดแชร์โลเคชันทิ้งไว้ให้แบบขำๆ

“ผมไม่ได้หายตัวง่ายขนาดนั้นนะพี่แอชตัน”

หลังจากนั้น ไม่มีใครพูดถึงมันอีก

แม้แต่ตัวแอชตันเองก็เกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าโลเคชันของริเวอร์ยังแชร์ค้างอยู่

ตอนนั้นเขายังไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่า วันหนึ่งริเวอร์จะหายไปต่อหน้าต่อตาเขาแบบนี้ ทั้งที่สัญญาณมันชัดมาตั้งนานแล้ว และแม่ง…เขาเองที่ควรเห็นมันก่อนใคร

หน้าจอโหลดหมุนอยู่นานจนน่าโมโห

ก่อนจุดสีเขียวเล็กๆ จะเด้งขึ้นมาบนแผนที่

แอชตันนิ่งค้าง

ไม่ใช่มหาวิทยาลัย

ไม่ใช่คอนโดของไซลาส

แต่เป็นพื้นที่ว่างเปล่านอกเมือง

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 5 ชั่วโมงก่อน

แอชตันกดซูมแผนที่เข้าไปอีก

บ้านหลังเดียวกลางพื้นที่ว่างเปล่าค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

หัวใจของแอชตันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที

เขารีบคว้ากุญแจรถจนหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง

เมื่อขึ้นรถ มือเขาสั่นจนเสียบกุญแจไม่เข้าถึงสองครั้ง

และนั่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

ที่แอชตันรู้สึก “กลัว” ไซลาสจริงๆ

เขาเคยบอกว่า

“เอาไว้พักเวลาต้องการความเงียบ”

และที่นั่น…ไม่มีใครผ่านไปเจอโดยบังเอิญ

มือของแอชตันเย็นเฉียบ

ถ้าริเวอร์อยู่ที่นั่นจริง…แปลว่าไซลาสไม่ได้แค่โกหก

แต่มันเป็นคนพาริเวอร์หายไปเอง

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!