รอยรักดารา

ตอนที่ 8: ตอนที่ 6

👁️ 79 อ่าน
22px

6

กล่าวออกไปแล้วกฤษติก็อยากคว้าคำพูดของตัวเองกลับคืนเมื่อมองเห็นตากลมวาวระยับ ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มพรายเต็มหน้าทันที พร้อมกับร่างเพรียวก้าวเข้ามาหาเขา ยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้แล้วบดเบียดเนื้อตัวเข้ามาหาเขา

“อย่าบอกนะว่าพี่ติกำลังหึง แหมดาราดีใจจังเลยค่ะ”

“แม่ดาราหล่อนอย่าเอาแต่เพ้อเจ้อ ฉันกำลังพูดถึงมารยาทที่หล่อนพึงมีต่างหาก” กฤษติกระแอมในคอ คว้าแขนเพรียวเล็กแล้วดึงออก

แต่มืออีกฝ่ายติดกาวเอาไว้หรือไรทำไมถึงได้เหนี่ยวแน่นขนาดนี้ นอกจากไม่ยอมปล่อยแล้วดารายังบดเบียดเนื้อตัวเข้ามามากกว่าเดิม อกใจอวบอิ่มแนบชิดอกเขาอย่างจงใจ

การขยับเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายกำลังทำให้ลมหายใจของกฤษติเริ่มติดขัด ใบหน้าคร้ามคมเริ่มเป็นสีเข้ม

ดารายิ้มหวานสมใจขยับใบหน้างามเข้าใกล้เขาอีกหน่อย ตากลมจดจ้องริมฝีปากบางอุ่นของเขาเม้มสนิทหากกลับเย้ายวนจนดารานึกอยากลิ้มลองครั้งแล้วครั้งเล่า

เมื่อไหร่หล่อนจะได้สมใจ หรือจะไม่มีวันนั้นเสียก็ไม่รู้ ขนาดหล่อนพร้อมจะป้อนให้ถึงปากเขายังไม่มีทีท่าจะสนใจเลยสักนัก แค่หางตามองยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

แต่ไหนเลยจะถอดใจกันง่ายๆ อย่างนั้นก็ไม่ใช่ดาราสิ หล่อนพยายามมากมายเสียขนาดนี้ สักวันหินต้องกร่อนบ้างละน่า

“หึงก็บอกว่าหึงสิคะ แหม...”

“เอามือหล่อนออกจากคอฉันเดี๋ยวนี้แม่ดารา หล่อนอย่ามาทำตัวรุ่มร่ามมันไม่งาม”

ดาราหัวเราะคิกไม่ยอมปล่อยแขนออกแม้เขาจะพยายามดึงออก

“ไม่งามอะไรกันคะพี่ติ เราสองคนแต่งงานกันแล้ว จะจูบ...จะ…อะไรกันก็ยังได้นะคะ” ดาราแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้กว่าเดิม ยิ่งมองเห็นอีกฝ่ายหน้าเธอยิ่งอยากแกล้ง

มือหนายกขึ้นดันใบหน้างามที่เคลื่อนเข้ามาใกล้จนปากแทบจะชนกันอยู่รอมร่อออกห่าง

“อื้อ...พี่ติ เอามือออก” 

“เอาออกหล่อนก็จูบฉันสิ”

“ก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ ผัวเมียจูบกันผิดตรงไหน” มือจากที่เกาะคอเขาไว้เริ่มออกแรงตีและดังมือเขาออกจากหน้าของตัวเอง

“ผิดตรงที่ฉันไม่อยากจูบกับหล่อนยังไงเล่า” มองเห็นใบหน้าเล็กทำหน้าคว่ำกับประโยคของตัวเองแล้วกฤษติก็อยากหัวเราะ

ร่างเล็กยอมถอยออกห่าง คำพูดของกฤษติกระแทกใจเสียจนความสนุกสำหรับค่ำคืนนี้หมดลง

ดาราดึงมือตัวเองออกจากมือหนา ถอยหลังหนึ่งก้าวจนพ้นขอบประตูห้องนอนเข้ามา

“ไม่จูบก็ได้ แต่พี่ติระวังตัวไว้ให้ดีเพราะวันหน้าดาราจะไม่ยอมแค่นี้หรอก ฝันดีค่ะ” หญิงสาวกล่าวจบก็ปิดประตูพร้อมลงกลอน

กลับมาสนใจงานบนโต๊ะต่อ โดยไม่รู้เลยว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องกำลังทำสีหน้าเช่นไร

หล่อนน่ารังเกียจมากเลยหรือไงสำหรับกฤษติ แค่เข้าใกล้เขายังไม่อยากเข้าใกล้หล่อนเลย อย่าว่าแต่จะจูบ แค่จับนิดๆหน่อยๆยังสะบัดออกเสียขนาดนั้น

“น่าโมโหจริงเชียว” หมดกันสมาธิทั้งที่พยายามอ่านตัวหนังสือ หากใจกลับกระหวัดคิดไปถึงคนตัวโต นึกน้อยใจเขาสารพัดโดยที่เจ้าตัวด้านนอกไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย

 

 

เช้านี้เป็นเช้าที่น่าแปลกใจสำหรับทั้งดาราและอมร เพราะกฤษติตื่นสายกว่าปกติหนำซ้ำยังนั่งลงบนเก้าอี้ตรงโต๊ะอาหารแล้วรับอาหารเช้าพร้อมกับทุกคน

“ไม่สบายหรือเปล่าลูกถึงได้ตื่นสายวันนี้”

ดาราเหลือบมองเขาอย่างสงสัยไม่แพ้อมร คนตัวโตยังคงหน้าตาสดใสแม้มีร่องรอยอิดโรยเล็กน้อย

“ผมสบายดีครับคุณแม่ แค่เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ”

“อย่าเพิ่งกังวลนักเลยพ่อติ เอาไว้หากเรื่องแย่กว่าที่เราคิดแม่จะเข้าไปหาคุณหญิงลักษมี”

“คงไม่ต้องลำบากคุณแม่ขนาดนั้นหรอกครับ เอาไว้ผมจะลองเลียบเคียงถามผู้ใหญ่ข้างในดู”

อมรพยักหน้าน้อยๆ

“ตามใจลูกเถอะ หากมีอะไรหนักหนาแม่ก็พร้อมช่วยอย่าได้คิดกังวลมากไปจนเสียงานการเข้าใจไหมลูก”

“ครับคุณแม่”

คนที่นั่งเงียบตักข้าวต้มเข้าปากจนหมดถ้วยแล้วจึงขอตัวลุกขึ้น

“แม่ดาราเย็นนี้ไม่ต้องเผื่ออาหารใช่ไหม” เพราะดาราแจ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อเย็นวาน เช้านี้อมรจึงถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“ค่ะคุณหญิง ดารามีนัดทานข้าวกับเพื่อนค่ะ”

ชายหนุ่มชะงักหากไม่กล่าวอะไร เขาเห็นว่าอีกฝ่ายเหลือบมองเขาเป็นระยะ แต่ไม่กล่าวเย้าแหย่อะไรเขาเหมือนเช่นทุกวัน หรือจะยังโกรธเขาเรื่องเมื่อคืน

ดารากล่าวลาคนทั้งสองแล้วเดินมาที่รถของตัวเอง ลุงปานก้มๆเงยๆอยู่ตรงหน้ารถ ฝากระโปรงรถที่เปิดไว้ทำให้หล่อนรีบเดินเข้าไป

“รถของดาราเป็นอะไรหรือลุงปาน”

“น่าจะใช้งานไม่ได้ขอรับคุณดารา ลองเครื่องแล้วหลายครั้งก็ไม่ติด”

“แย่จริง วันนี้ดาราต้องไปหลายที่เสียด้วย”

“ลองยืมรถคุณติก่อนดีไหมขอรับ ผมจะไปเรียกช่างมา กว่าจะซ่อมเสร็จก็อาจจะใช้เวลาเป็นวัน”

ดาราขมวดคิ้วมองไปยังรถราคาแพงหลายคันจอดเรียงรายในโรงจอดรถ แต่แค่คิดว่ารายนั้นรังเกียจหล่อนเสียยิ่งกว่าอะไร หญิงสาวก็ได้แต่เม้มริมฝีปาก

“ไม่เป็นไรค่ะ เจ้านายลุงปานน่ะขี้หวงจะตาย ดาราไปใช้รถประจำทางเอาก็ได้ ฝากลุงปานเรียกช่างมาดูให้ทีนะคะ ขอบคุณมากค่ะ”

“ขอรับคุณดารา” ลุงป่านเอ่ยยิ้มๆ ชื่นชมความสวยและความสดใสของสะใภ้คุณหญิงอมร เคยได้ยินเด็กในบ้านพูดถึงอีกฝ่ายมาก็หลายครั้งเรื่องกิริยามารยาท

จากที่มองด้วยตา ได้พูดคุยด้วยก็ใช่ว่าคุณดาราจะไร้มารยาทขนาดนั้น ไอ้คนพวกนั้นก็กล่าวเกินไป

คุณดาราที่เขาเห็นแม้จะไม่ถึงขั้นเรียบร้อยดังผ้าพับไว้เช่นสตรีคนอื่นๆ ทว่าก็ไม่ถึงกระโดกกระดากจนหมดงาม และแม้เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจะแปลกแหวกแนวกว่าคนอื่น หากก็ยังดูสวยงามดี

 

“รถคุณดาราเป็นอะไรหรือลุงปาน” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง

“เสียขอรับคุณติ ผมกำลังเรียกช่างมาซ่อนขอรับ”

“แล้วคุณดาราไปทำงานยังไง” ชายหนุ่มหันไปยังโรงจอดรถ รถทุกคันยังจอดนิ่งสนิทเช่นเดิม ดาราใช้รถคันไหนไปทำงานกัน

“คุณดาราเดินออกไปขึ้นรถประจำทางขอรับ”

“ทำไมลุงปานไม่บอกให้คุณดาราเอารถที่จอดอญุ่ไปขับ” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเอ่ยเสียงขรึม

ลุงปานก้มหน้าลงแล้วกล่าวกับผู้เป็นนายเสียงร้อนรนเพราะเกรงจะโดนดุ

“ผมบอกคุณดาราแล้วขอรับแต่คุณดาราแจ้งว่า เอ่อ... คุณติอาจจะหวง คุณดาราเลยบอกว่าไปรถประจำทางดีกว่า เมื่อกี้คุณดารายังบ่นอีกว่าวันนี้ต้องไปหลายที่”

กฤษติถอนหายใจหนักๆ หันมองไปยังประตูทางออก นึกหมั่นไส้คนที่ช่างรู้ดีว่าเขาหวงของ

ใช่เขาหวงแต่ไม่ใช่จะหวงจนไม่พิจารณาถึงความสำคัญและความจำเป็นอะไรเลย

ทีอย่างนี้ละทำเป็นกลัวเขาขึ้นมาหรืออย่างไร

ชายหนุ่มเดินไปที่รถของตัวเองแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็วแบบที่ลุงปานแทบไม่เคยเห็นมาก่อน ยิ่งเสียงขรึมๆเมื่อครู่นานครั้งกฤษติจะทำแบบนั้นยิ่งน่ากลัวไปใหญ่

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!