3
กฤษติทิ้งตัวลงนั่งบนที่นอนด้วยอารมณ์คุกรุ่น ดาราช่างมีความสามารถทำให้เขาสติหลุดได้เก่งเสียจริง แต่นอกจากเรื่องนี้แล้ว เขาก็ไม่เห็นว่าผู้หญิงเช่นดาราจะทำอะไรอย่างอื่นได้ดีอีกแล้ว
ใบหน้าคมหันมองไปทางหน้าต่างที่เปิดไว้รับลมเย็นๆ ม่านเล็กสีขาวปลิวไสว หากภายนอกมืดมิดมองไม่เห็นแม้ดวงดาว หรือแสงจันทร์ ไม่ต่างอะไรจากเขาในตอนนี้เลย
จันทราหายไปไหนแล้วเกิดอะไรขึ้นกับคนรักของเขา
กฤษติให้คนของเขาออกแกะรอยตามหาตั้งแต่ที่รู้เรื่องการหายไปของจันทรา แต่จนป่านนี้คนของเขาก็ยังไม่กลับมารายงาน นั่นหมายความได้ว่ายังไม่มีใครรู้ข่าวคราวของจันทรา
น่าแปลกใจก็ตรงที่เส็งบอกว่าไม่มีการขัดขืนในตอนที่จันทราลงเรือไปกับคนพวกนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่าจันทราจะโดนหลอกไป หรือเขาควรเค้นถามเอาจากดารา
แค่คิดถึงชื่อนี้ขึ้นมากฤษติก็ถอนหายใจ จะเอาความอะไรได้จากผู้หญิงคนนี้กัน หากดาราลงมือทำหรือให้ความร่วมมือจริงๆ ไม่มีทางหรอกที่ความจริงจะหลุดจากปากของดารา เขารู้อยู่แก่ใจว่าดารานั้นหมายปองเขามานานแล้ว
หลายครั้งที่เจอกันโดยบังเอิญไม่ว่าจากในงานเลี้ยงหรือที่ใด ดารามักเอาตัวเข้ามาใกล้ชิดชนิดที่ว่าไม่เกรงใจสายตาประชาชีที่ไหน ไม่สนใจว่าใครจะเอาไปติฉินนินทาหรือบอกกล่าวแก่พี่สาวของตนเอง
ลืมเรื่องการถามหาความจริงจากดาราไปเสียเถอะ ชายหนุ่มบอกกับตัวเองเช่นนั้น แล้วเอนตัวลงนอนไม่สนใจว่าใครอีกคนเงยหน้ามองมายังหน้าต่างบานเล็กด้วยแววตาวาวจ้า
กฤษติใจร้ายใจดำเสมอหากคนผู้นั้นไม่สมควรได้รับความเมตตาจากเขา
“ไอ้ยุงพวกนี้ ถ้าแกขืนยังตามกัดไม่เลิกฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด” ดาราใช้มือปัดยุงที่กำลังบินว่อนรอบตัว บางตัวก็กัดจนคันคะเยอะไปหมด สุดท้ายทนไม่ไหวก็ตีตายไปเสียหลายตัว
นึกโกรธคนตัวโตในบ้านจับใจ เขาช่างใจจืดใจดำเสียจริง หล่อนแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆไฉนถึงทำกันได้ลงคอ
คอยดูเถอะ เช้าเมื่อไหร่หล่อนจะจัดการกับเขาคนแรกเลยเชียว
หญิงสาวถอนหายใจอย่างหงุดหงิด มือลูบๆคลำๆไปบนตั่งไม้ยาวความกว้างขนาดพอตัวให้นอนลง
แม้ใจจะคาดโทษเขาไว้เช่นนั้น แต่ดาราก็หวังให้เขาเดินลงมาตามให้หล่อนกลับขึ้นไปนอนบนบ้าน
หากเพียงได้แค่หวัง เมื่อเงยหน้าขึ้นมองหน้าต่างบานใหญ่ที่ตอนนี้ไฟในห้องของเขาปิดลงแล้ว
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบรุ่งสางก็ยังไร้วี่แววใครสักคนจะใจดีลงมาตามให้หล่อนกลับขึ้นไปข้างบนหรืออย่างน้อยก็ได้ยินเสียงเปิดประตู หญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะหลับลงได้ ชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีหล่อนก็ไม่มีทีท่าจะลงมาตาม สุดท้ายดาราก็ปล่อยให้น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนหยดลงจากหางตา แต่ก็ต้องรีบใช้หลังมือปาดมันทิ้งอย่างรวดเร็ว
น้ำตาคือสัญลักษณ์แห่งความอ่อนแอ แต่ไม่ใช่หล่อน หล่อนไม่ใช่คนอ่อนแอ แม่จันทราต่างหากที่อ่อนแอทำตัวเป็นคนดีเสียเหลือเกิน
“แม่ดารา แม่ดาราตื่นเถอะ”
ไหล่บางถูกเขย่าเบาๆ คนที่หลับใหลขมวดคิ้วแล้วลืมตาขึ้น
แสงตะวันยามสายสาดส่องเสียจนคนที่เพิ่งตื่นหยีตา ดาราพยายามปรับสายตาก่อนจะลุกขึ้นนั่ง
คุณหญิงอมรกับเด็กในบ้านอีกสองคนกำลังจ้องมองมาที่เธอด้วยแววตาหลากหลายอารณ์
คุณหญิงอมรถอนหายใจเบาๆ แม้ไม่ปราบปลื้มเด็กคนนี้สักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นรังเกียจเดียจฉันอะไรขนาดต้องใจจืดใจดำไม่สนใจใยดี หากนางรู้ว่าเมื่อคืนบุตรชายของตนทำอะไรแบบนี้ก็คงห้ามไปแล้ว แต่เพราะเมื่อวานเหนื่อยจนหลับลึกไม่ได้ยินเรื่องราวใดๆที่เกิดขึ้นเมื่อคืน
จนกระทั่งรับอาหารตอนเช้าเสร็จเดินลงมาด้านล่างเพื่อยืดเส้นยืดสาย มองเห็นร่างเล็กคุดคู้ถึงได้เรียกเด็กในบ้านมาถามจนรู้เรื่องรู้ราว
บุตรชายนางนั้นบทจะเล่นโหดก็โหดเอาเรื่องนางรู้ดี และดาราก็ดูจะเป็นผู้หญิงคนแรกเลยกระมังที่กฤษติใจร้ายด้วยขนาดนี้
“ลุกเถอะแม่ดารา ไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรับอาหารเช้าเสีย”
ดาราเงยหน้ามองคุณหญิงอมรแล้วเม้มริมฝีปาก ก้มหน้าลงเป็นการรับคำแล้วลุกเดินจากไป
คุณหญิงอมรมองอากัปกิริยานั้นแล้วถอนหายใจ รู้ดีว่าไม่ใช่เพราะดวงเดือนไม่สั่งไม่สอน แต่เพราะดารานั้นไม่รับสิ่งดีมาเสียมากกว่า
“อุ่นไปหาหยูกหายาทาให้แม่ดาราเสียหน่อยไป ตุ่มแดงทั้งตัวคงโดนยุงกัดมาทั้งคืน”
“ค่ะคุณผู้หญิง”
จะอย่างไรก็ตามตอนนี้ดาราก็ได้ชื่อว่าเป็นสะใภ้ของเดชวรรักษ์แล้ว จะอย่างไรก็ต้องให้เกียรติดารา เห็นทีนางต้องคุยกับกฤษติเสียใหม่ เรื่องเช่นนี้ใครได้ยินเข้าเขาจะหาว่าบุตรชายนางเอาเมียมาทำมิดีมิร้าย
หากเรื่องนี้รู้ไปถึงข้างในมีหวังยิ่งกว่าการถูกยกเลิกงานแต่งเสียอีก
เสียงหัวเราะสะใจดังขึ้นท่ามกลางอาการหงุดหงิดโมโหของคนเล่า
“อยากได้ผัวจนสั่น”
“นังแก้ว ไอ้ทิม พวกแกหยุดหัวเราะเยาะเย้ยฉันได้แล้ว” ดาราตวัดสายตาวาวใส่คนเป็นเพื่อนทั้งสอง
หากก็ไม่อาจหยุดอาการหัวเราะเยาะเย้ยของคนเป็นเพื่อนได้
“ใครเขาให้แกรุกสามีขนาดนั้น ว่าแต่ยังไงก็ดีใจกับแกด้วยนะนังดาราที่ได้พี่กฤษติมาครอบครองเสียที”
“แม้จะได้มาโดยไม่สุจริตสักเท่าไหร่”
“หุบปากพวกแกไปเลยไอ้ทิม ฉันไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย โน่นนังจันทรามันบ้าของมันเอง”
เสียงเหอะดังมาจากเพื่อนทั้งสองอย่างรู้เรื่องราวดี
“แกน่ะมันจอมวางแผน” ทิมยกนิ้วชี้จิ้มตรงหน้าผากของคนเป็นเพื่อน
ดาราปัดออกอย่างรวดเร็วแล้วตวัดตาขวาง
“ยังโชคดีนะที่แม่ผัวไม่ได้ร้ายเหมือนแม่ผัวคนอื่นๆ” แก้วเกล้ากล่าวขึ้นพลางพยักเพยิดไปที่แขนของคนเป็นเพื่อน
รอยแดงเพราะยุงยังปรากฎไปทั่วตัวของดารา
ดาราถอนหายใจแล้วพยักหน้าอย่างเห็นด้วย หากยังดีที่อมรนั้นยังเมตตาเธออยู่บ้าง เผลอๆอาจจะดีกว่ามารดาหล่อนด้วยซ้ำ รายนั้นจิกหัวก่นด่าดาราคืองานถนัดนักล่ะ
“ว่าแต่เกิดยายจันทรากลับมาล่ะแกจะทำยังไงหือดารา” ทิมเอ่ยถาม
ดาราหันมองคนเป็นเพื่อนตาขวางทำไมชอบถามอะไรให้เสียอารมณ์อยู่เรื่อย
“ยังไม่กลับมาตอนนี้หรอก”
“แกมั่นใจหรือดารา” แก้วเกล้าหันสบตาทิมแล้วเอ่ยถามดาราด้วยความสงสัย
เพราะรู้ดีว่าจันทราไปด้วยเหตุผลอะไร
หญิงสาวยกมุมปากคล้ายกำลังแสยะยิ้ม ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อคิดถึงจันทรา
“ไม่มีใครรู้จักนังจันทราดีไปกว่าฉันหรอก” หล่อนรู้จักจันทราดีพอๆกับที่จันทราเองก็รู้จักหล่อน
แต่ดาราอาจจะไม่รู้ว่าอนาคตสามารถเกิดอะไรขึ้นก็ได้
“แต่ยังไงก็เถอะ แกรู้ดีแก่ใจนี่ดาราว่าถ้าไม่รักให้ทำยังไงก็ไม่รัก ไม่งั้นป่านนี้พี่ติของแกก็แต่งงานมีลูกกับแกไปนานแล้ว ไม่รอให้เรื่องพวกนี้เกิดขึ้นจนต้องจับพลัดจับพลูได้แกมาเป็นเมียหรอก” ทิมยังกล่าวจี้จุดไม่เลิก
“ไอ้ทิม แกเป็นเพื่อนฉันหรือเปล่าหะ”
ทิมหัวเราะร่วน
“ก็หวังแต่ว่าพี่เอกจะเอาชนะใจแม่จันทราได้ก็แล้วกัน เผื่อชะตารักของพี่สาวแกจะไม่ต้องทนทุกข์แบบที่ผ่านมา จะได้เป็นคุณหญิงคุณนายของหัวหน้าเจ้ากรม ก็มีมารมาขัดขวางเสียนี่”
ทั้งที่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วระหว่างจันทรากับกฤษติหรือใครอีกหลายคนต้องทนทุกข์มากกว่ากัน
“อย่างน้อยก็ไม่ได้บังคับขื่นใจให้ไป ฉันว่ายังไงพี่เอกก็น่าจะพอมีหวังอยู่บ้าง”
“แต่ถ้าไม่ เห็นทีจะมีหลายคนต้องกินแห้วน้ำตาเช็ดหัวเข่า” แก้วเกล้าเอ่ยพลางกลั้นเสียงหัวเราะในลำคอ ในขณะที่ทิมหัวเราะเสียงดัง
ดาราตวัดสายตามองเพื่อนทั้งสองอย่างขุ่นเคือง
หล่อนไม่มีทางคืนเขาให้กับจันทราเป็นอันขาด ต่อให้ต้องนอนกอดทะเบียนสมรสต่อไปอีกสักสิบปีหล่อนก็จะทำ ให้มันรู้ไปสิว่าสิบปีข้างหน้าเขาจะไม่ใจอ่อนบ้าง
“ใครจะไปทนได้ขนาดนั้น แค่คืนแรกฉันก็อยากจะพาเจ้าหล่อนไปอำเภอแล้วหย่ากันเสียให้จบๆไป”
“ขนาดนั้นเลยหรือวะ เฮ้ยดื่มเบาๆหน่อย” คนเป็นเพื่อนเอ่ยถามอย่างสงสัย รู้กิติศัพท์ของดาราอยู่บ้าง แต่ไม่คิดว่าคืนเข้าหอแม่คุณจะแผลงฤทธิ์ขนาดนั้น
“น้อยไปน่ะสิ เมื่อเช้าฉันถึงต้องมาถึงที่ทำงานเสียฟ้ายังไม่สว่างดีเพราะไม่อยากปะทะอารมณ์ด้วย”
“ฉันละทุกข์ใจแทนเอ็งจริงๆว่ะเพื่อน” น่านนทีมองคนเป็นเพื่อนที่กำลังยกเครื่องดื่มเข้าปากครั้งแล้วครั้งเล่าก็ได้แต่ถอนหายใจ หากแล้วต้องขมวดคิ้วเมื่อสายตาเหลือบมองไปรอบๆแล้วปะทะเข้ากับใครบางคนคุ้นตา
น่านนทีหัวเราะในลำคอแล้วหันกลับมามองคนเป็นเพื่อน ได้แต่นึกในใจว่า เจ้ากรรมนายเวรของกฤษติอาจมาในรูปแบบของภรรยาก็เป็นได้
“นั่นผัวแกนี่หว่านังดารา”
“ไหนวะ” ทิมกวาดตาไปรอบๆ
หากดารานั้นลุกขึ้นทันทีแล้วมองตามสายตาของแก้วเกล้าจนเจอเข้ากับร่างสูงที่นั่งอยู่ในมุมสุดด้านใน ตรงนั้นมีน่านนทีที่มองมาอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างแล้วเดินไปหาทันทีไม่ได้ยินแม้เสียงเรียกของเพื่อนที่ดังตามหลัง