4
“พี่ติขา...” เสียงหวานแสบหูที่เจ้าตัวดัดเสียงขึ้นมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ
หากทว่าคนฟังกลับนั่งตัวเกร็งมือชะงักแก้วค้างไว้ ถอนหายใจเมื่อร่างเพรียวทรุดตัวนั่งลงแล้วบดเบียดเนื้อตัวเข้าหาโดยไม่สนใจสายตาผู้ใด
“แม่ดาราหล่อนมาได้อย่างไร แล้วนั่งให้ดีไม่ได้หรือ” กฤษติติงเสียงขรึม
น่านนทีมองภาพนั้นด้วยสายตาตลกขบขันเต็มที ครั้งก่อนเขาจำได้ว่าดาราก็ทำตัวเช่นนี้เหมือนกัน และเขาก็ชินตาไปเสียแล้ว
“นี่ดีที่สุดแล้วค่ะ ถ้าดีกว่านี้เห็นทีคงต้องนั่งตักพี่ติ แล้วใครจะว่าอะไรได้เล่าคะ เรื่องของผัวเมีย ดาราพูดถูกหรือไม่คะคุณน่าน” ใบหน้าสวยหันมาถามคนที่นั่งยิ้มด้วยเสียงหวานจับใจ
ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆพยักหน้าคล้ายว่าเห็นด้วย กระนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไร มองสีหน้าท่าทางอึดอัดของกฤษติแล้วเขาก็อยากขำทว่าก็ยังรักษามารยาท
ดารานั้นไม่ได้ขี้เหร่อะไรเลย ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโต แถมจมูกโด่งรับกันให้ดูสวยงาม จะผิดแผกจากหญิงสาวคนอื่นหน่อยก็ตรงที่หญิงสาวตรงหน้ามักแต่งหน้าแต่งตาจัดจนมองแทบไม่เห็นใบหน้าจริงเสียก็ว่าได้ ไหนจะชอบแต่งตัวแหวกแนว สีสันแสบตาไปเสียอีก
น่านนทียังเคยได้ยินพวกคุณหญิงคุณนายหลายคนกล่าวถึงดาราหลายครั้ง น่าแปลกที่ดารากลายเป็นหัวข้อสนทนาของผู้คนเหล่านั้นแทนที่จะเป็นหญิงสาวแสนสวยมารยาทงามสักคน แต่กลับกลายเป็นดาราไปเสียได้
จะเพราะอะไรน่ะหรือ ก็วีรกรรมของดารานั้นมีน้อยเสียเมื่อไหร่ จำได้ว่าเมื่อไม่กี่ปีก่อนโดยปกติทั่วไปแล้วหญิงสาวที่ตระกูลดีหน่อยก็มักจะมุ่งหน้าเข้าในรั้วในวัง แม้แต่เพื่อนของดารา สาวสวยคนนั้นชื่ออะไรเขาจำไม่ได้ ทุกวันนี้ก็เห็นอยู่แต่ในวัง จันทราก็เช่นกัน
จะมีก็แต่ดาราที่ฉีกทางเดินต่างจากคนอื่นๆ เพราะดาราเลือกจะเปิดสำนักพิมพ์ กลายเป็นเจ้าแม่สื่อคอยแฉข่าวเรื่องราวนั่นนี่มากมาย ล่าสุดก็เห็นมีการแฉเรื่องชู้สาวระหว่างบุตรสาวคนโตของตระกูลเพลินพิมายกับหัวหน้าเจ้ากลาโหม เป็นข่าวครึกโครมอยู่ตั้งหลายวัน นัยน์ว่าเมียหลวงนั่นล่ะเป็นแหล่งข่าวให้กับดารา
ไม่มีใครรู้ว่าดาราไปได้ความคิดพวกนี้มาจากที่ใด แต่ได้ยินกันมาว่าเพื่อนคนหนึ่งขอดาราที่อยู่เมืองนอกเมืองนามาก่อนแนะนำมา แต่ไม่เคยมีใครเห็นเพื่อนผู้นั้นมาก่อน
“กลับไปหาเพื่อนของหล่อนเสียแม่ดารา ฉันกำลังคุยธุระกับคุณน่านหล่อนไม่เห็นหรือ”
“ธุระอะไรหรือคะคนเป็นเมียถึงรู้ไม่ได้”
กฤษติขมวดคิ้ว ดึงแขนออกจากการกอดรัดไว้ของอีกฝ่าย
ความหน้าทนของดารานั้นคงไม่อาจเกลาให้ดีขึ้นได้อีกแล้วกระมัง เขามองด้วยแววตาติเตียนและไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง หากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยากลับลอยหน้าลอยตาฉีกยิ้มยั่วเย้าจนเขาต้องถอนหายใจยกร่างนั้นลงกับเบาะข้างตัวแล้วลุกขึ้น
“เห็นทีฉันต้องกลับก่อนดีกว่าน่าน เอาไว้คุยกันต่อพรุ่งนี้นะ” เขาหันไปเอ่ยกับน่านนทีแล้วก้าวออกไปจากร้านอาหารแห่งนั้น
ไม่สนใจร่างบอบบางที่กำลังก้าวเร็วๆตามมา
“พี่ติจะกลับบ้านเลยหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถึงกับหอบทีเดียวตอนที่เริ่มออกวิ่งตามเขาแล้วเอ่ยถามไปด้วย
กฤษติไม่สนใจหันมาตอบคำถาม เขาปลดล็อครถแล้วก้าวขึ้นไปนั่งไม่รอให้หญิงสาวร่างเพรียวที่วิ่งเร็วไม่ได้เพราะใส่ส้นสูง ชายหนุ่มกดล็อครถแล้วขับออกไปทันที
“กรีดดด พี่ติ! กลับมาก่อน ทำอย่างนี้กับดาราได้ยังไง ไอ้พี่ติบ้า โอ๊ย...เจ็บเท้าชะมัด” หญิงสาวเข่นเคี้ยวเขาในใจ ก้มลงคลำข้อเท้ารับรู้ได้ถึงความเจ็บระบมเล็กๆ คงเป็นเพราะก้าวพลาดไปบนก้อนหินที่ไม่ทันมองเมื่อกี้
“ฉันพอจะรู้ว่าพี่ติแกนะใจร้ายกับแกแค่ไหน แต่มาเห็นชัดว่าเขาน่ะร้ายมากก็ตอนที่ปล่อยให้แกวิ่งตามรถโดยไม่สนใจจะจอดหรือหันกลับมามองนี่แหละ” แก้วเกล้ากล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจล้นพ้น
ทิมที่เคลื่อนรถตามจอดด้านหลังชะโงกหน้ามาเรียกคนเป็นเพื่อนทั้งสองให้ขึ้นรถ
ดาราก้าวกะเผลกไปขึ้นรถของคนเป็นเพื่อน เจ็บใจจนเกือบจะกลายเป็นเคียดแค้นที่กฤษติไม่สนใจตัวเองเลยสักนิด
แม้กระทั่งในตอนที่กลับเข้าบ้านเดชวรรักษ์ ดาราก็หาเขาไม่เจอไม่รู้ว่าไปแอบหลบอยู่ส่วนไหนของบ้าน แถมภายในบริเวณบ้านของเขาที่กินพื้นที่หลายไร่ มีสวนขนาดใหญ่ด้านหลัง มีเรือนพักรับรองอีกหลายหลัง เด็กในบ้านเขาก็ดูไม่เป็นใจที่จะช่วยหล่อนตามหาเลย ส่วนคุณหญิงอมรนั้นดาราก็ไม่ได้เจอเลยเพราะอีกฝ่ายเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ
กลายเป็นว่าดารานั้นเป็นเจ้าสาวที่มีสามีแต่สามีนั้นแทบไม่เข้าใกล้หล่อนเลย
ภายในห้องทำงานไม่ใหญ่นัก ตรงหน้าเอกสารปึกหนากับถูกหญิงสาวที่แต่งหน้าจัดสวมแว่นสายตาไล่อ่านข้อมูลที่ละแผ่น
ดาราพยายามอ่านรายละเอียดของข่าวก่อนที่จะมีการตีพิมพ์จนเจอเข้ากับอะไรบางอย่าง
“คุณเล็ก คุณเล็กเข้ามานี่หน่อยค่ะ”
“ค่ะคุณดารา มีอะไรสงสัยตรงไหนไหมคะ”
ดาราชี้ไปบนบทความหนึ่งกลางหน้ากระดาษ
“คุณเล็กได้ข้อมูลพวกนี้มาจากไหนกันคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นถาม
“เมื่อประมาณสองวันก่อนเล็กมีโอกาสได้เจอคุณเมือง พอดีพี่สะใภ้เล็กเป็นญาติห่างๆกับคุณเมืองน่ะค่ะ ได้ยินท่านเปรยในวงสนทนาว่าคุณประพัฒน์ นามวงศ์ กำลังกลับมาจากอังกฤษเห็นว่ากลับมาครั้งนี้จะมาอยู่เลยด้วย คุณดารากำลังแปลกใจเหมือนเล็กใช่ไหมคะว่าแล้วเรื่องตำแหน่งหัวหน้าเจ้ากรมจะเป็นยังไงต่อ แล้วคุณกฤษติเล่าจะทำยังไง” เรื่องตำแหน่งหัวหน้าเจ้ากรมคนใหม่จะกลายเป็นประเด็นร้อนทันทีหากเรื่องนี้ได้ตีพิมพ์
ประพัฒน์ นามวงศ์เคยถูกวางตัวไว้ให้รับตำแหน่งเจ้ากรมตั้งแต่เมื่อสามปีก่อน แต่เพราะชายหนุ่มผู้นั้นยังติดภารกิจที่อังกฤษยาวเลยกลับมาไม่ได้ นัยว่ากลับมาเดี๋ยวเดียวก็ต้องกลับไปอีก
การที่ประพัฒน์จะกลับมาโดยที่หล่อนไม่รู้มาก่อน เป็นไปได้หรือไม่ว่าประพัฒน์กำลังเล่นตลกอะไรบางอย่าง ทั้งที่เขาก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไปแล้ว
“อันที่จริงดาราไม่ได้จะคัดค้านการตีพิมพ์เรื่องนี้หรอกนะคะคุณเล็ก แต่ขอดารามั่นใจอะไรบางอย่างก่อน”
“ไม่มีปัญหาค่ะ คุณดาราลองไปคุยกับเมืองไหมค่ะ”
“คุณเล็กพอจะทราบไหมคะว่าคุณประพัฒน์จะกลับมาถึงไทยเมื่อไหร่” แล้วทำไมหล่อนถึงได้ไม่รู้เรื่องนี้เลย
“เอ... เรื่องนี้คุณเมืองแกไม่ได้พูดเสียด้วยค่ะ”
“งั้นก็ไม่เป็นไร คุณเล็กไปจัดการเรื่องอื่นต่อก็แล้วกัน เดี๋ยวข่าวนี้คุณเล็กรอดาราหน่อยนะคะ” หญิงสาวดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาแล้วเก็บใส่อีกแฟ้มไว้ เก็บกระเป๋าบนโต๊ะเตรียมออกไปข้างนอก
“ได้ค่ะ คุณดาราจะกลับเขามาอีกไหมคะวันนี้”
“คงไม่แล้วค่ะ ยังไงดาราฝากด้วยนะคะ ข่าวอื่นๆคุณเล็กจัดการได้เลยค่ะ”
“ได้ค่ะคุณดารา”
“มาหาผมถึงที่นี่มีเรื่องด่วนอะไรหรือคุณดารา” เมืองมาศเอ่ยถามอย่างแปลกใจ จริงอยู่ว่าเขากับหญิงสาวตรงหน้ามักคุ้นกันดี แต่นั่นก็เฉพาะเรื่องที่ต้องพึ่งพากันเท่านั้น
เช่นหากเขาต้องการกระจายข่าวที่เกี่ยวกับธุรกิจของเขา ดาราจะเป็นหญิงสาวที่เขาคิดถึงคนแรก ชายหนุ่มเชื้อเชิญให้หญิงสาวหน้าตาสะสวยที่มาหาถึงที่นั่งตรงโซฟารับแขก
หญิงสาวยิ้มแย้ม วางกระเช้าผลไม้ที่หล่อนแวะซื้อก่อนเข้ามาที่นี่
“ไม่น่าต้องลำบากเลยครับ แค่คุณดาราแวะมาผมก็รู้สึกเป็นเกียรติมากแล้ว”
“ไม่ลำบากอะไรเลยค่ะ คุณเมืองน่าจะเดาออกว่ากระเช้าพวกนี้มักตามมาด้วยเรื่องอะไร” หญิงสาวเอ่ยตรงไปตรงมาจนคนฟังหัวเราะร่วน
“งั้นก็ว่ามาเถิด หากช่วยเหลือกันได้ผมก็ยินดี”
“คุณประพัฒน์กำลังจะกลับมาจากอังกฤษ เรื่องตำแหน่งหัวหน้าเจ้ากรมจะไปทิศทางไหนคะแบบนี้ คุณเมืองพอจะทราบรายเอียดบ้างไหมคะ” ดาราเข้าเรื่องไม่อ้อมค้อม เพราะเมืองมาศนั้นเป็นบุตรชายคนรองของหัวหน้าเจ้าวัง มีอำนาจโยกย้ายตำแหน่งในบังคับบัญชาระดับล่างลงมา ในเมื่อเรื่องนี้มาจากเขาการถามข้อมูลจากเขาย่อมเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
ชายหนุ่มยิ้ม พยักหน้าช้าๆ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาชื่นชมไม่ปิดบัง เขาได้ยินข่าวเรื่องเปลี่ยนตัวเจ้าสาวของบ้าน เดชวรรักษ์มาบ้าง กระนั้นก็ด้วยฝีมือเจ้าแม่สื่อเช่นดารา เพียงแค่หญิงสาวปล่อยข่าวว่าอันที่จริงหล่อนต่างหากที่คบหาเขามานานหาใช่จันทรา
เท่านี้คนที่ไม่ค่อยได้สนใจเรื่องราวพวกนี้มากก็หมดความสนใจไป จะมีก็แต่คนในที่สนิทสนมบ้างที่รู้ความจริง
“คงต้องรอคุณประพัฒน์เธอกลับมาเสียก่อน ถึงจะแน่ชัดว่าเธอจะยังสนใจตำแหน่งนี้หรือทำอย่างอื่นจะทำอะไร”
“จะกลับมาเมื่อไหร่คุณเมืองทราบหรือไม่คะ”
“เห็นว่าคงราวๆอีกสองอาทิตย์กระมัง อย่างนี้ดีหรือไม่ หากได้เรื่องยังไงผมจะบอกคุณดาราอีกที เพราะคุณพ่อเองท่านก็ยังไม่เห็นกล่าวอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ต่างก็รู้กันดีว่าการที่คุณประพัฒน์สละตำแหน่งนี้ไปเป็นปีๆ จะกลับมาเอาคืนตอนนี้ก็คงต้องฟาดฟันกับคุณกฤษติกันหลายอย่างทีเดียว กฎย่อมมีอยู่ใช่ว่าจะมาช่วงชิงกันไปง่ายๆ” แม้เมืองมาศจะเป็นนักธุรกิจก็จริง แต่คนในครอบครัวต่างทำงานอยู่ในรั้วในวังทั้งหมด มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ผิดแผกจากพี่น้อง จะว่าไปแล้วเขากับดาราก็มีหนทางของตัวเองที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก จึงไม่แปลกที่บทสนทนาบนโต๊ะอาหารของคนในครอบครัวจะทำให้เขารู้เรื่องข้างในพอสมควร
“ตำแหน่งไม่น่าจะเปลี่ยนกันง่ายๆนะคะ อย่างน้อยก็ต้องไม่ใช่กับพี่ติ ท่านสีหราชสบายดีหรือคะช่วงนี้”
น้ำเสียงเรียบนิ่งตั้งแต่ต้นประโยคจนท้ายประโยคของสาวงามทำเอาเมืองมาศหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ เขาชอบการความฉลาดหลักแหลมของดาราเป็นที่สุด อดแปลกใจเหลือเกินที่ผู้หญิงคนนี้ไม่เป็นที่ชอบใจของเหล่าบรรดาคุณหญิงคุณนายสักเท่าไหร่ ใครมีลูกชายต่างก็พากันบ่ายหน้าว่าไม่อยากได้มาเป็นสะใภ้ นี่ถ้าไม่เพราะเขาแต่งงานแล้ว เมืองมาศจะขอประกาศตามจีบผู้หญิงคนนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
“ย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนคุณดาราว่าไหม”
“ดารามีข้อมูลบริษัทกิจจานรงค์เรื่องที่คุณชาญชัยคดโกงญาติสนิทที่เป็นประธานกรรมการบริษัทคนก่อน เผื่อคุณเมืองจะสนใจ”
เมืองมาศตาวาววับ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความทึ่งจัด
เขาคิดผิดตรงไหนว่าหากเขาโสด ผู้หญิงคนนี้จะไม่มีทางหลุดมือเขาแน่ๆ