2
หลายคนตกอกตกใจกับการแก้ปัญหาของดวงเดือน ดาราหันควับไปมองมารดาด้วยดวงตาเบิกกว้าง
มารดากำลังคิดอ่านอะไรถึงจะให้หล่อนเข้าพิธีแต่งงานแทนเจ้าสาวตัวจริงที่หายไป
คุณหญิงอมรหันมองบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยแววตาสับสนระคนเต็มไปด้วยคำถาม
กฤษตินั้นใบหน้าแดงก่ำเพราะไม่คาดคิดว่าทางฝั่งเจ้าสาวจะแก้ปัญหาชุ่ยๆเช่นนี้ เขาถอนหายใจแรงนึกโกรธทุกสิ่งทุกอย่างหากก็ยังต้องอยู่ในท่าทีสงบเงียบ
ชายหนุ่มบดกรามก่อนหันมองหน้ามารดา สื่อความหมายที่ต่างคนต่างรู้ว่า คงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้
“เมื่อไม่มีหนทางที่ดีกว่านี้ ก็ให้เป็นไปตามที่คุณเดือนตัดสินใจครับ” เขาไม่หันมองเจ้าสาวจำเป็นเลยสักนิดในตอนที่กล่าวออกมาเช่นนั้น
ดาราหน้าแดงสลับซีด หล่อนหลงรักและอยากครอบครองเขาเหลือเกินและมั่นใจว่าหล่อนหลงรักเขามาก่อนที่กฤษติกับจันทราจะคบหากันเสียอีก แต่การได้แต่งงานกับเขาแบบไม่คาดคิดกำลังทำให้หล่อนทำอะไรไม่ถูก
หล่อนควรดีใจ กฤษติกำลังจะกลายเป็นสามีของหล่อนอย่างถูกต้อง อย่างน้อยตอนนี้ก็ถูกต้องตามนิตินัยแล้ว
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างร่าเริงสดใสอย่างที่ไม่เคยพาลพบมาก่อน ใบทะเบียนสมรสสีขาวดำถูกชูขึ้นทั้งสองมือแล้วเจ้าตัวก็หมุนตัวไปทั่วห้องนอน
“ไม่อยากจะคิดเลยว่านี่คือความจริง”
ความจริงที่ดาราได้เขามาครอบครอง ถึงแม้ว่าตัวเขาจะพาตัวเองหนีออกจากห้องหอหลังจากที่แขกเหรื่อทยอยออกจากห้องไปหลังการส่งตัวบ่าวสาวเสร็จสิ้น
หนีได้หนีไปเถิดพี่ติ ยังไงดาราก็จะทำให้พี่ติเป็นของดาราให้ได้
ดาราคิดอย่างมีความสุขแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนพร้อมกับกอดใบทะเบียนสมรสไว้แนบอก
ไม่สนใจว่าคนข้างนอก กำลังวุ่นวายกับการตามหาเจ้าสาวตัวจริงเพียงไหน
“เส็ง ฉันรบกวนเส็งไปสถานีตำรวจพรุ่งนี้บอกลักษณะท่าทางของคนที่ไปกับจันทรา ทางตำรวจจะได้ช่วยกันตามหาเจ้านายของเส็ง”
“ขอรับคุณติ”
“ขอบใจมาก วันนี้กลับไปพักผ่อนเถอะ”
ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจทิ้งหลังลงกับพนักโซฟาหนัง
“มีปัญหาอะไรกันก่อนหน้านี้หรือลูก เหตุใดแม่จันทราถึงได้หนีหน้าไป” คุณหญิงอมรตบไหล่ผู้บุตรชายเบาๆอย่างให้กำลังใจ
ชายหนุ่มส่ายหน้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความกังวลใจ
“ไม่ทราบครับ ผมไม่ทราบจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนเจอกันก็ยังปกติดีทุกอย่าง” กฤษติไม่รู้เลยจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเขากับจันทรากันแน่ ไม่มีการทะเลาะหรืออะไรกันแน่นอนของมั่นใจ กฤษตินั้นค่อนข้างตามใจและเอาอกเอาใจจันทรามาโดยตลอด เขาถูกอบรมมาอย่างดีเรื่องการให้เกียรติและปฎิบัติต่อสตรีอย่างไร ในชีวิตของเขาแทบไม่เคยทำตัวถ่อยหรือด้อยค่าสตรีคนไหนมาก่อน
ยกเว้น... เจ้าสาวที่นอนกอดทะเบียนสมรสเดียวดายในคืนเข้าหอ
“งั้นก็คงต้องหากันให้เจอเสียก่อนแล้วค่อยถามไถ่กันให้รู้เรื่อง ไปนอนเถิดลูกป่านนี้แม่ดาราคงรอจนหลับไปแล้วกระมัง” คุณหญิงอมรพยักเพยิดไปยังห้องนอนที่อยู่ปีกขวาของตัวเรือน ปลูกแยกห่างจากตัวเรือนใหญ่ออกไปเพราะเดิมทีกฤษติอยากให้ความเป็นส่วนตัวแก่เขาและสะใภ้ของบ้านบ้าง ซึ่งนางก็เห็นดีไปด้วย
เรื่องแม่ผัวลูกสะใภ้มักได้ยินกันบ่อยๆแม้ค่อยข้างมั่นใจ ว่าจันทรานั้นถูกเลี้ยงดูสั่งสอนมาเช่นสตรีชั้นสูง รู้ดีว่าต้องปฎิบัติต่อบุคคลอื่นอย่างไรให้เหมาะสม นางเองหลงรักและชื่นชมจันทรามาแต่ไหน
ผิดกับคนที่เงียบเชียบอยู่ในห้องนอนนั้น ช่างก๋ากั่น เกรี้ยวกราดไม่เคยเกรงใจผู้ใด
“เห็นทีจะไม่ครับ ผมคงนอนไม่หลับถ้าต้องร่วมเตียงกับผู้หญิงแบบนั้น” เขากล่าวเสียงเรียบ หากสีหน้าและแววตาดูระอาและขยาดจนคนเป็นมารดาต้องตีแขนเบาๆเป็นการปราม
“อย่างไรเสียแม่ดาราก็กลายเป็นภรรยาของลูกอย่างถูกต้องไปแล้ว ต่อให้ไม่ต้องการลูกก็ต้องเชิดชูแม่ดาราเหนือสตรีใด เข้าใจที่แม่พูดหรือไม่”
“เข้าใจครับคุณแม่ แต่ขอเวลาผมทำใจสักหน่อยเถิด อยู่ดีๆก็ต้องแต่งงานกับคนที่... ไม่ได้รัก” เขาเกือบจะหลุดคำว่าเกลียดออกมาอยู่แล้วเชียว
คุณหญิงอมรถอนหายใจ เข้าใจหัวใจคนเป็นบุตรชายดี แต่จะให้ทำอย่างไรในเมื่อไม่อาจเลี่ยง
เสียงเคาะประตูยามดึก หรือเรียกว่าทุบประตูเสียจะถูกกว่า มีเด็กรับใช้สองคนขยี้ตาหัวหูฟูฟ่องเพราะถูกปลุกให้ลุกขึ้นมากลางดึก สาเหตุเพราะหาสามีคืนเข้าหอไม่เจอ
“พี่ติ พี่ติอยู่ในนี้หรือเปล่า เปิดประตูให้ดาราหน่อยค่ะ”
ร่างสูงที่นอนหลับอยู่ในห้องนอนเล็กถัดจากห้องหอไม่ไกลสะดุ้งตื่น เสียงเอะอะด้านนอกทำให้เขาต้องถอนหายใจแล้วลุกไปเปิดประตูอย่างจำใจ ขืนไม่เปิดมารดาเขาต้องตื่นขึ้นมาด้วยอีกคน คราวนี้คงไม่ต้องนอนกันทั้งบ้าน
“มีอะไรกันถึงต้องเอะอะโวยวายกลางดึก หล่อนไม่รู้หรือไรดาราว่ากลางค่ำกลางคืนอย่าส่งเสียงดัง” กฤษติเอ่ยเสียงเบาทว่าเข้มจนเด็กในบ้านก้มหน้างุด หากดาราตาวาว ใบหน้างามบึ้งตึงเอาเรื่อง
“คืนนี้คืนเข้าหอ เหตุใดพี่ติถึงมานอนที่นี่กันคะ”
“ก็เพราะฉันไม่อยากนอนกับหล่อน มีอะไรให้เข้าใจยากหรือไร”
เพราะการสวนกลับตรงไปตรงมาของกฤษติ ทำเอาคนฟังหน้าม้าน ความขายหน้าที่ถูกติตรงๆทำให้ดาราเม้มริมฝีปาก
“แต่เป็นธรรมเนียม โบร่ำโบราณเขาถือ พี่ติทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ดีแล้วหรือคะ”
“พวกเอ็งไปนอนก่อนเถิด ทางนี้ฉันจัดการเอง” กฤษติเอ่ยกับเด็กรับใช้ในบ้าน เมื่อเด็กสองคนนั้นถอยออกไปเขาจึงหันกลับมาที่ตัวเจ้าปัญหาแล้วเอ่ยเสียงเข้ม
“เพราะฉันไม่ได้อยากครองเรืองกับหล่อนยังไงเล่า จะขัดต่อจารีตโบราณบ้างก็คงไม่เป็นไรกระมัง กลับไปนอนเสียแล้วอย่าเอะอะโวยวายให้คนเขาติฉินนินทาไปถึงวงตระกูลให้เสียหายเอาได้” กฤษติกล่าวด้วยความรำคาญเต็มที ในชีวิตของเขาเห็นทีจะมีแค่คนตรงหน้าคนแรกกระมังที่เขาใช้วาจาเช่นนี้ด้วย
แต่ก็ดาราก็เหลือทนเต็มที ไม่ว่าจะในอดีตหรือปัจจุบัน
“กรีดดด! ไม่อยากพี่ติก็ต้องอยาก ตอนนี้พี่ติเป็นผัวของดารา เป็นผัวที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ดาราอารมณ์พุ่งปรี๊ด เดิมทีหล่อนแค่อยากมาเจรจากับเขาดีๆ สานสัมพันธไมตรี
แต่ดูเขาซิ เอ่ยแต่ละคำ จะทำร้ายจิตใจกันไปถึงไหน
“หยุดโวยวายนะแม่ดารา หล่อนจะมาแสดงกิริยาไม่งามอย่างที่หล่อนชอบทำในบ้านเดชวรรักษ์ไม่ได้” มือหนาคว้าต้นแขนเล็กของดาราไว้แล้วบีบแน่น เขากำลังจะหมดความอดทนกับผู้หญิงเช่นดารา แล้วหากต้องใช้ชีวิตร่วมกันกฤษติคงประสาทตายเข้าสักวัน
“ไม่! จนกว่าพี่ติจะยอมรับว่าพี่น่ะเป็นผัวของดาราและกลับไปนอนที่ห้องหอ หรือจะให้ดารานอนที่นี่พี่ก็เลือกเอา” ดาราไม่สนใจว่าหล่อนแผดเสียงดังแค่ไหนหรือใครในบ้านจะตื่นขึ้นมาบ้าง ความโมโหเข้าครอบงำเสียจนดารากำลังจะเสียสติ
“หากหล่อนยังไม่หยุดแผดเสียงฉันจะให้เด็กในบ้านมาจับหล่อนโยนออกไปนอกบ้าน แล้วคืนนี้หล่อนก็นอนเสียข้างนอกนั่น” กฤษติใบหน้าแดงก่ำ ยิ่งดาราแผดเสียงดังเท่าไหร่เขายิ่งประสาทเสียมากเท่านั้น มันยิ่งทำให้แรงบีบตรงแขนเล็กเพิ่มขึ้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว
กระนั้นดาราก็เหมือนไม่สนใจความเจ็บปวด ความอยากเอาชนะทำให้หล่อนเพิ่มความท้าทาย
“เอาสิ! ถ้าพี่ติจะทำกับเมียของพี่ได้ลงคอก็ให้คนมาไล่ดาราไปเลย แต่อย่าคิดว่าดาราจะยอมนะ”
ร่างสูงกำลังสะกดกลั้นความโกรธ เขาไม่คิดว่าชีวิตนี้เขาจะโกรธอะไรได้มากมายขนาดนี้ แม้ในตอนที่รู้ว่าคนตรงหน้ามีส่วนรู้เห็นกับการหายไปของจันทรา เขาก็ยังไม่โกรธได้เท่านี้เลย
ดารากำลังท้าทายเขา คงเห็นว่าเพราะเขาไม่เคยทำอะไรจริงจังสักครั้งแม้ในตอนที่ดาราอยากได้เขา เอาตัวเข้าแลก แต่ตอนนั้นเขาก็เพียงทำได้แค่ไม่สนใจ
หากไม่ใช่ในตอนนี้ กิริยาทุกอย่างที่เป็นดารากำลังจะให้ทำให้เขาเป็นบ้า
“ไอ้พจ เอ็งมาเอาแม่ดาราออกไป เอาออกไปนอกเรือนแล้วล็อคประตูใหญ่เสีย” เสียงตวาดไม่ดังนักของกฤษติ เพราะเกรงว่าคนอื่นในบ้านจะตื่นขึ้นมาเห็นความอัปยศนี้
พจที่รอคำสั่งผู้เป็นนายอยู่แล้วรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับเด็กในบ้านอีกสองคน ช่วยกันดึงแขนเล็กบอบบางของดารา
หญิงสาวสะบัดทว่าไม่หลุด
“พี่ติ! กล้าทำกับดาราแบบนี้ได้ยังไง ดาราเป็นเมียพี่นะ ปล่อย!” ดาราตวาดคนของเขา ทว่าไม่มีใครสนใจ แถมยังออกแรงลากหล่อนออกจากเรือน
“พี่ติ!” ดารามองเขาด้วยแววตาวาวจ้าระคนตัดพ้อ
กฤษติจะกล้าปล่อยหล่อนให้นอนนอกบ้านจริงๆน่ะหรือ ไม่หรอกน่า
แต่แล้วคนตัวโตก็พิสูจน์ว่าเขาทำจริง ดารายืนนิ่งนอกเรือนไม้หลังใหญ่ของบ้านเดชวรรักษ์ น้ำตาคลอเบ้าจนเจ็บกระบอกตาไปหมด หากก็ต้องสูดลมหายใจหนักๆไล่ความอ่อนแอออกไป
หล่อนจะไม่ยอมเสียน้ำตาง่ายๆหรอก เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวเขาก็ต้องให้คนมาเปิดประตูให้
แต่จนแล้วจนเล่า ผ่านไปหลายนาทีกลับพบเพียงความเงียบจากตัวบ้าน ดาราหันซ้ายหันขวาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดูจะไม่เป็นใจกับค่ำคืนเข้าหอสักเท่าไหร่เพราะมืดมิดเสียจนมองไม่เห็นแม้แต่ดวงดาวหรือดวงจันทร์
ซ้ายมือตรงนั้นเป็นเรือนไม้เล็กๆไว้สำหรับนั่งเล่น มีเพียงเสาสี่ด้านกับหลังคา ดาราหันกลับไปมองประตูอีกครั้งแล้วกำหมัดแน่น
ฝากไว้ก่อนเถอะกฤษติ สักวันหล่อนจะทำให้เขาหลงรักหล่อนจนหัวปักหัวปำให้ได้