"หมายความว่ายังไงที่บอกว่า... ไม่มีห้องว่าง?"
เหนือฟ้าเอ่ยถามย้ำเสียงเข้มพยายามระงับอารมณ์ นึกว่าหูตัวเองอาจจะแว่วผิดไป ทว่าผู้จัดการฝ่ายสำรองห้องพักกลับพยักหน้ารับคำด้วยสีหน้าหนักใจและซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
"ครับคุณเหนือฟ้า... ห้องพักภายในรีสอร์ตของเราถูกจองเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์หมดเลยครับ" "แม้กระทั่งวิลล่าสำรองของฝ่ายบริหาร?" "เต็มหมดเลยครับผม"
เหนือฟ้าหลับตาลงช้า ๆ พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพราะสัปดาห์นี้เป็นช่วงสัปดาห์ทดลองเปิดตัวรีสอร์ตอย่างเป็นทางการ (Soft Opening) ทั้งคณะนักลงทุน สื่อมวลชนมวลใหญ่ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง และแขกผู้ใหญ่ระดับ VIP ต่างพากันตบเท้าเข้าพักพร้อมกันจนยอดจองทะลุเกินกว่าที่ คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งปกติมันจะไม่ใช่ปัญหาชวนปวดขมับเลย... ถ้าหากว่าเครื่องปรับอากาศในห้องพักส่วนตัวของเขา ไม่เกิดระเบิดพังเสียหายเมื่อคืนนี้ และตอนนี้ระบบช่างกำลังรื้อซ่อมแซมด่วนชนิดที่ว่าคืนนี้ หมดสิทธิ์กลับเข้าไปนอนแน่นอน
"แล้วสรุปตอนนี้... มันเหลือห้องพักว่างตรงไหนในรีสอร์ตบ้าง" ผู้จัดการหนุ่มลอบกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว
"เหลือแค่... วิลล่าโอเชียนฟรอนต์หลังใหญ่หลังเดียวครับคุณเหนือฟ้า" เหนือฟ้าพยักหน้ารับพรูลมหายใจ
"ก็ดี... งั้นผมจะย้ายไปนอนหลังนั้น"
"แต่ว่า..."
"แต่อะไรอีก"
"วิลล่าหลังนั้น... มีแขกผู้บริหารระดับสูงเช็กอินเข้าพักอยู่แล้วครับ"
เหนือฟ้าพลันสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์วาบหวามใจคอไม่ดี แล่นริ้วขึ้นมาจับขั้วหัวใจ... ลางสังหรณ์แง่ลบระดับวิกฤตที่สุดในชีวิต
"ใครพักอยู่ห้องนั้น..."
"ผมเองครับ"
เสียงทุ้มต่ำอันแสนคุ้นหูดังขัดจังหวะขึ้นมาจากทางด้านหลัง เหนือฟ้าหลับตาลงนิ่งสนิททันทีโดยไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้คำตอบได้ในพริบตา... คลื่นสมุทร แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องเป็นผู้ชายกวนประสาทคนนี้คนเดียวแน่ ๆ
"บังเอิญจังเลยนะครับคุณประธาน" อีกฝ่ายเดินเข้ามายืนเคียงข้างพร้อมฉีกยิ้มกว้าง
หน้าตาเฉย
"มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญครับ"
เหนือฟ้าหันไปแยกเขี้ยวใส่
"ถามจริง... คุณอยู่เบื้องหลังการวางแผนกลั่นแกล้งผมในเรื่องนี้หรือเปล่า คุณคลื่นสมุทร"
"โถ่... ผมเสียใจมากเลยนะครับเนี่ย" คลื่นสมุทรแกล้งทำหน้าเศร้าสลดสวมบทบาท นักแสดงเจ้าบทบาท "ที่คุณมองว่าผมฉลาดและมีอิทธิพลเหนือกฎธรรมชาติ ขนาดนั้น... แต่สาบานได้เลยครับว่าครั้งนี้ ผมไม่ได้เป็นคนทำจริง ๆ"
พนักงานต้อนรับในระแวกนั้นพากันก้มหน้าหนีสายตา ท่านประธานกันพัลวัน เพราะแต่ละคนกำลังพยายามกลั้นหัวเราะขำขันกัน จนตัวสั่นระริก
หนึ่งชั่วโมงต่อมา...
เหนือฟ้ายืนเด่นหราอยู่บริเวณหน้าวิลล่าหรูหลังใหญ่ติดริมชายหาด กระเป๋าเดินทางทรงสูงอยู่ในอุ้งมือเรียว ขณะที่ผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างกายกลับดูมีความสุข สำราญใจเกินเหตุอย่างออกนอกหน้า
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่เรือนหอ... เอ้ย วิลล่าชั่วคราวของเราครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยพลางผลักบานประตูเปิดออก "บ้านของคุณคนเดียวครับ"
"ของเรา…ชั่วคราวต่างหากล่ะครับ"
"คลื่น..." เหนือฟ้ากดเสียงต่ำ
"ครับผม?"
"เงียบปากไปเลยครับ"
"รับทราบครับ" ตอบรับคำสั่งแล้วทว่าเรียวปากหยักหนาก็ยังคงขยับ จุดยิ้มกว้างอยู่เหมือนเดิม ช่างเป็นพฤติกรรมที่น่าหมั่นไส้จนน่าตีที่สุดในสายตา ของเหนือฟ้า
ทว่าวิลล่าหรูพรีเมียมหลังนี้ประกอบไปด้วยสองห้องนอน แยกฝั่งชัดเจน... โชคดีเหลือเกิน อย่างน้อยเหนือฟ้าก็แอบคิดปลอบใจตัวเองในแง่ดีแบบนั้น จนกระทั่งเขาพาเนื้อตัวเดินสำรวจตรวจตราความเรียบร้อยครบทุกห้อง แล้วพบเจอกับปัญหาใหม่ที่ใหญ่หลวงกว่าเดิม
"หมายความว่ายังไง... ที่บอกว่าเตียงนอนของห้องฝั่งนั้นพัง?" เหนือฟ้าหมุนตัวหันไปถามผู้จัดการฝ่ายช่างเสียงสั่น "ครับคุณเหนือฟ้า... เมื่อคืนนี้ขาเตียงไม้มันเกิดอาการชำรุดหักทรุดลงมาน่ะครับ" "..." "ตอนนี้กำลังอยู่ระหว่างการสั่งซื้อรออะไหล่ชิ้นใหม่มา เปลี่ยนครับผม"
เหนือฟ้าเงียบ... คลื่นสมุทรเงียบ... พนักงานช่างเงียบ... จากนั้นทุกสายตาในห้องก็พร้อมใจกันหันไปจับจ้องมองตรงไปยังห้องนอนหลัก (Master Bedroom) พร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ซึ่งห้องนอนห้องนั้นมีเพียง... เตียงนอนเตี่ยวขนาดคิงไซซ์ (King Size) ตั้งตระหง่านอยู่เพียงหลังเดียวเท่านั้น
"ผมนอนตรงโซฟาด้านนอกได้ครับ" เหนือฟ้าชิงเอ่ยปากตัดบททันควัน "ไม่ได้เด็ดขาดครับคุณเหนือฟ้า!" ผู้จัดการรีบเอ่ยแย้ง "คุณเหนือฟ้าเป็นโรคภูมิแพ้ฝุ่นรุนแรงนะครับ แล้วผ้าบุโซฟาตัวนี้ก็เพิ่งจะสั่งเปลี่ยนใหม่ ฝุ่นละอองจากโรงงานยังตกค้างอยู่เลยครับ"
"..."
เหนือฟ้าเริ่มสงสัยลึก ๆ ในใจแล้วว่า โลกใบนี้กำลังรวมหัวกันกลั่นแกล้งเขาอยู่ใช่ไหม "งั้นผมนอนพื้นห้องนอนก็ได้" "พื้นห้องเป็นหินอ่อนนำเข้าครับคุณเหนือฟ้า... ความเย็นขนาดย่อมๆ คืนเดียวนอนไปปวดหลังเรื้อรังแน่นอนครับ"
คลื่นสมุทรต้องรีบเบือนใบหน้าหนีไปอีกทางทันที เพราะวินาทีนี้เขาเริ่มกลั้นเสียงขำขำขันกับท่าทางฟัดเหวี่ยงของคนปากแข็งไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
ค่ำคืนดึกสงัด...
เหนือฟ้ายืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนหลัก ทอดสายตามองดูเตียงนอนขนาดกว้างขวางตรงหน้า แล้วลอบถอนหายใจยาวเหยียดเป็นรอบที่ร้อยของวันได้แล้วมั้ง
"สบายใจได้ครับ... ผมนอนหลับเรียบร้อยดี ไม่นอนกัดแน่นอน" คลื่นสมุทรเอ่ยพูดยิ้ม ๆ พลางทิ้งตัวลงนอนหนุนหมอนใบใหญ่ "ผมไม่ได้ถามครับ" เหนือฟ้าตอบเสียงเรียบ ก้าวขึ้นเตียงมานอนฝั่งตรงข้ามขอบเตียงอีกฝั่ง "แล้วผมก็มีนิสัยชอบกอดหมอนข้างแน่นครับ ไม่ละเมอไปกอดคุณแน่นอน"
"ผมไม่ได้ถามคุณสักคำเลยครับ"
"แถมผมยังนอนท่าตรง..."
"หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะครับคุณคลื่นสมุทร!" เหนือฟ้าหันขวับขู่ฟ่อ
คลื่นสมุทรขยับยกสองมือขึ้นเหนือหัวยอมแพ้ ทว่าแววตาระยับและรอยยิ้มกรุ้มกริ่มกวนประสาทนั้นยัง คงประดับอยู่บนใบหน้าคมเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยน
เวลาหมุนผ่านไปเกือบชั่วโมง แสงไฟภายในห้องนอนถูกดับลงจนหมดสิ้น หลงเหลือเพียงกระแสความสว่างของแสงจันทร์นวลตา ที่ส่องลอดผ่านม่านเนื้อบางเข้ามาในห้อง เหนือฟ้านอนตะแคงกายหันหลังให้อีกฝ่าย พยายามข่มตานอนหลับหลีกหนีสถานการณ์ทว่าสมองกลับตื่นตัวเต็มที่... เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าบนเตียงนอนเดียวกันในเวลานี้ มีผู้ชายอีกคนกำลังนอนอยู่ใกล้ชิดมากเกินไป ใกล้จนรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิความร้อน และจังหวะลมหายใจเข้าออก
"ยังนอนไม่หลับอีกเหรอครับคุณเหนือฟ้า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามขึ้นมาแผ่วเบาท่ามกลางความมืด
เหนือฟ้าหลับตาแน่น แกล้งนอนนิ่งสนิททำเป็นไม่ได้ยิน
"คุณเหนือฟ้าครับ..."
"..."
"ผมรู้นะว่าคุณยังไม่หลับจริง ๆ น่ะ" เหนือฟ้าจำใจต้องพลิกกายกลับมาเผชิญหน้า "คุณรู้ได้ยังไงไม่ทราบครับ"
"ก็เพราะว่า... คุณเล่นนอนถอนหายใจทิ้งยาว ๆ ในทุก ๆ สามนาทีเลยนี่ครับ" "..."
คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนที่บรรยากาศรอบตัวจะเงียบสงัดลงไปพักหนึ่ง ท่ามกลางความมืดมิด ชายหนุ่มจ้องมองดวงตาคู่สวยตรงหน้านิ่ง
"คุณ... รู้สึกอึดอัดมากไหมครับที่ต้องมานอนอยู่ข้าง ๆ ผมแบบนี้"
น้ำเสียงกระแสคำถามในคราวนี้กลับดูจริงจัง และนุ่มนวลจนเหนือฟ้าชะงักไป
"ก็นิดหน่อยครับ..." เหนือฟ้าลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบความสัตย์จริง "ผมแค่... ไม่ชิน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพักอีกครั้ง มีเพียงเสียงคลื่นทะเลซัดสาดดังคลอเคลียอยู่ด้านนอก หน้าต่าง
"จริง ๆ แล้ว... พี่ก็ไม่ชินเหมือนกันครับเหนือฟ้า" คลื่นสมุทรขยับกระซิบพูดสรรพนามที่แปรเปลี่ยนไป "ไม่ชินเรื่องอะไรครับ"
"ไม่ชิน... กับการที่ตัวเองจะเกิดความรู้สึกชอบใครสักคนได้ มากมายมหาศาลขนาดนี้ครับ แล้วต้องข่มใจ ยับยั่งร่างกายไม่ให้ทำอะไรลุ้มล่าม"
อกซ้ายของเหนือฟ้ากระตุกวูบสั่นระรัวอย่างรุนแรง ท่ามกลางความมืดมิดสลัว ถึงแม้จะไม่มีใครมองเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน ทว่าเหนือฟ้ารับรู้ได้ผ่านกระแสเสียงลึกซึ้งว่า คลื่นสมุทรไม่ได้พูดจาล้อเล่น ไม่ได้กวนประสาท และไม่ได้เดินหน้าจีบเขาเล่น ๆ ขำ ๆ เพื่อความสนุกสนาน... ผู้ชายคนนี้กำลังจริงจัง
ในเวลาเดียวกัน... ณ อีกฟากฝั่งหนึ่งของรีสอร์ต ภายในห้องพักวิลล่าระดับ VIP
กริ๊งงงงงงง!
เสียงสัญญาณโทรศัพท์สายภายในห้องพักแผดเสียงดังสนั่น น่านน้ำยกมือขึ้นนวดขมับก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสาย ด้วยความเหนื่อยล้าเต็มกลืน "Guest Experience รับสายครับ ไม่ทราบว่าคุณแขกมีอะไรให้รับใช้ครับ..."
"ผมเองครับน่านน้ำ"
เสียงทุ้มทรงอำนาจของสิงหา แน่นอนว่าต้องเป็นผู้ชายจอมตื๊อคนนี้คนเดียวแน่ ๆ
"เฮ้อ... คราวนี้คุณสิงหามีปัญหาร้ายแรงอะไรเกี่ยวกับการนอนอีกครับ" น่านน้ำถามประชด "คราวนี้ไม่มีปัญหาเรื่องข้าวของในห้องแล้วครับ... แต่มีปัญหาตรงที่ผม นอนไม่หลับ"
"แล้วยังไงครับ?"
"คุณช่วยเดินขึ้นมานั่งคุย นั่งเล่นเป็นเพื่อนแก้เหงาให้ผมบนห้องหน่อยสิครับ"
"..." น่านน้ำสูดลมหายใจ
"ไม่ได้ครับ หน้าที่ของผมหมดลงชั่วโมงงานแล้วครับ" "งั้นเอาแบบนี้... เดี๋ยวผมพาตัวเองเดินลงไปหาคุณที่เคาน์เตอร์ด้านล่างเอง ดีไหมครับ"
"ไม่ได้เด็ดขาดเลยครับคุณสิงหา!!"
น่านน้ำร้องห้ามเสียงหลง
"โอเคครับ ๆ ไม่ไปหาก็ได้" ปลายสายเงียบเสียงไปราวสองวินาที ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอารมณ์ดี
"งั้นคืนนี้... ผมจะนอนนิ่ง ๆ นั่งคิดถึงคุณอยู่บนเตียงนี้เงียบ ๆ คนเดียวละกันนะครับ ราตรีสวัสดิ์ครับน่านน้ำ"
ติ๊ด! สัญญาณสายถูกตัดไปทันที น่านน้ำยืนมองโทรศัพท์ในมือค้างเติ่ง ความรู้สึกอยากจะยื่นใบลาออกแล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมสมอง เป็นครั้งที่สิบของสัปดาห์นี้แล้วมั้ง ขณะที่สิงหาผู้อยู่ปลายทางอีกฝั่ง... กำลังนอนคลี่ยิ้มกว้างอารมณ์ดีอยู่บนเตียงนอน เพราะอย่างน้อยที่สุด ในค่ำคืนนี้เขาก็หาเรื่องได้ยินเสียงหวาน ๆ ของคนที่เขาคิดถึงจนสุดหัวใจแล้ว ถึงแม้ว่าจะต้องยอมโดนเอ่ยปากดุบ่นพึมพำกลับมาในทุก ๆ ครั้งก็ตามที
ในค่ำคืนนี้ ภายใต้ผืนฟ้าประดับดวงดาวดวงเดียวกัน...
คนหนึ่งนอนไม่หลับ... เพราะผลกระทบจาก ‘คนที่กำลังนอนอยู่เคียงข้างกาย’ ขณะที่อีกคนก็นอนไม่หลับ... เพราะอิทธิพลความคิดถึงจาก ‘คนที่ไม่ได้นอนอยู่ข้าง ๆ กัน’