"คุณเหนือฟ้าครับ"
"ครับ"
"วันพรุ่งนี้... พอจะมีเวลาว่างไหมครับ"
เหนือฟ้าเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอโน้ตบุ๊ก ทอดสายตามองผู้ชายร่างสูงใหญ่ที่จู่ ๆ ก็มายืนกอดอกส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่หน้าห้องทำงาน
"ไม่ว่างครับ" เหนือฟ้าตอบเสียงเรียบก่อนทำท่าจะก้มลงทำงานต่อ คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำหน้าตาเฉย ราวกับคาดเดาคำตอบปัดปฏิเสธนี้เอาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว "โอเคครับ งั้นวันมะรืนล่ะ"
"..." เหนือฟ้านิ่งไปสามวินาที "ไม่ว่างครับ"
"งั้นสัปดาห์หน้า"
"..."
"ไม่ว่างครับ"
"งั้นเดือนหน้าเลยเป็นไง"
เหนือฟ้าถอนหายใจยาว วางปากกาในมือลงบนโต๊ะทำงานช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่คมตรง ๆ "คุณจะเอาอะไรจากผมกันแน่" คลื่นสมุทรจุดยิ้มกว้างขวางทันทีอย่างผู้ชนะ เหมือนกำลังรอคอยให้เขาเอ่ยประโยคนี้ออกมาอยู่พอดี "ผมจะพาคุณไปเที่ยวพักผ่อนครับ"
"ไม่ไป"
"คุณยังไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่าผมจะพาไปที่ไหน"
"ต่อให้รู้หรือไม่รู้... ผมก็ไม่ไปครับ งานผมเยอะมาก" "เสียใจด้วยนะครับคุณประธาน เพราะรอบนี้ผมจัดแจงจองทุกอย่างเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้ว" "..." เหนือฟ้าขมวดคิ้ว "คุณไม่มีสิทธิ์มาทึกทักอะไรตามใจชอบแบบนี้นะครับ"
"มีสิทธิ์สิครับ" คลื่นสมุทรยักไหล่น้อย ๆ แววตาเจ้าเล่ห์พราวระยับ
"ก็รอบนี้... ผมใช้ชื่อและหมายเลขบัตรของคุณประธานเป็นคนจองเองทั้งหมดเลยนี่ครับ"
เหนือฟ้าสำลักน้ำกาแฟทันทีเกือบจะพ่นออก
เช้าวันรุ่งขึ้น...
เหนือฟ้ารู้สึกตัวและเรียกรวมสติอีกที ตัวเขาก็มายืนงง ๆ อยู่บนเรือสปีดโบ๊ตลำหรูท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์กระหึ่มเสียแล้ว สายลมทะเลพัดแรงจนกลุ่มเส้นผมกระจัดกระจาย ท้องฟ้าเบื้องบนสว่างไสวสดใสไร้เมฆหมอก ส่วนไอ้คนจอมวางแผนที่นั่งเบียดกายอยู่เคียงข้างกลับ ดูอารมณ์ดีจนเกินเหตุฉีกยิ้มกว้างไม่หุบ
"ถามจริง ๆ เถอะครับ... พฤติกรรมมัดมือชกแบบนี้ ในทางกฎหมายเขาเรียกว่าการลักพาตัวหรือเปล่าครับ" เหนือฟ้าเอ่ยแกล้งประชด
"ในทางกฎหมายพี่ไม่รู้ครับ... แต่ในทางพฤตินัย เขาเรียกว่าการพาคนรักไปพักผ่อนครับ" คลื่นสมุทรหันมาสบตา
"คุณทำงานหนักติดต่อกันมาสิบเจ็ดวันเต็ม ๆ โดยไม่มีวันหยุดเลยนะครับ"
"..." เหนือฟ้าชะงักไปเล็กน้อย
"คุณรู้ได้ยังไง"
"ก็เพราะว่า... ผมคอยนั่งนับสถิติและมองดูคุณอยู่ตลอดเวลาไงครับ"
เหนือฟ้าลอบระบายลมหายใจยาวเหยียดออกมา เขาแอบนึกเกลียดความเอาใจใส่ที่อีกฝ่ายมักจะคอย จดจำรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเขาในทุกเรื่อง และที่นึกเกลียดตัวเองยิ่งกว่า... คือการเขาเริ่มยินดีและคุ้นชินกับความอบอุ่นแบบนี้ไปเสียแล้ว
เรือสปีดโบ๊ตแล่นออกจากบริเวณหน้า รีสอร์ตมาได้ราว ๆ สี่สิบนาที ก่อนจะค่อย ๆ ชะลอความเร็วลงและจอดสนิทเทียบท่า ณ เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่นี่ไม่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ไม่มีร้านค้าขายของเสียงดัง และที่สำคัญคือไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือคอยรบกวนใจ หลงเหลือเพียงผืนน้ำทะเลใสราวกับกระจกแก้วสลับเฉดสี และผืนหาดทรายขาวเนียนละเอียดที่ทอดยาวสุดสายตา
เหนือฟ้าทอดสายตามองทัศนียภาพรอบตัวด้วยความเงียบงัน ดวงตากลมโตสั่นไหวระยับด้วยความทึ่ง
"งดงามถูกใจไหมครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถามแผ่วเบาข้างหู
"อืม... สวยมากครับ"
คำตอบรับสั้น ๆ เรียบง่าย ทว่าสำหรับคนปากแข็งและฟอร์มจัดอย่างเหนือฟ้าแล้ว การเอ่ยปากชื่นชมขนาดนี้ถือว่าเป็นคำชมขั้นสูงสุดยอดแล้ว
คนทั้งคู่พากันก้าวขาเดินทอดน่องเลียบชายหาดขาวไปเรื่อย ๆ อย่างเชื่องช้า โดยไม่มีใครเอ่ยปากพูดจาอะไรออกมาทำลายความเงียบ มีเพียงเสียงเกลียวคลื่นทะเลซัดสาดกระทบฝั่งดังคลอ เป็นจังหวะ และสายลมพัดโชยมา เหนือฟ้ารู้สึกถึงความแปลกประหลาดในใจ... มันแปลกมากที่ในเวลานี้เขากลับไม่ได้นึกถึงภาระหน้าที่การงาน ไม่คิดอยากจะเปิดเช็กอีเมล และไม่ได้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่องดูในทุก ๆ ห้านาทีเหมือนอย่างที่เคยเป็น ราวกับโลกทั้งใบที่เคยหมุนเร็วจนน่าอึดอัด... ได้หยุดหมุนลงชั่วคราวช้า ๆ
"รู้สึกยังไงบ้างครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยถามทำลายความเงียบ "เรื่องอะไรครับ" "การลองใช้ชีวิตแบบไม่คิดเรื่องงานดูบ้างน่ะครับ" เหนือฟ้าหลุดเสียงหัวเราะใสแผ่วเบา
"อืม... รู้สึกทรมานใจแปลก ๆ ครับ" คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะร่าตามทันที
"ผมว่าไม่จริงหรอกครับคุณประธาน"
"ทำไมจะไมจริงล่ะครับ"
"ก็เพราะว่า... ในตอนนี้คุณกำลังยิ้ม สดใสที่สุดออกมาให้ผมเห็นอยู่ยังไงล่ะครับ"
เหนือฟ้าชะงัก ก่อนจะรีบหุบยิ้มกว้างๆของตัวเองลงทำหน้านิ่งทันควัน ส่วนคลื่นสมุทรหัวเราะหึ ๆ จนลาดไหล่หนาสั่นโยนด้วยความเอ็นดู
ช่วงบ่ายคล้อย... ทั้งคู่พากันย้ายมานั่งพักผ่อนอยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ ริมชายหาด กระแสลมทะเลยังคงพัดโชยมาให้ความรู้สึกดี เหนือฟ้าทอดสายตามองเส้นขอบฟ้าที่ตัดกับผืนน้ำอยู่เงียบ ๆ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยปากถามคำถามบางอย่างออกไป
"คุณคลื่นสมุทรครับ... ในชีวิตของคุณ คุณเคยนึกหวาดกลัวอะไรบ้างไหมครับ" คลื่นสมุทรเบนใบหน้าคมกลับมามอง "เรื่องอะไรล่ะครับ" "ความผิดหวัง... หรือการสูญเสีย"
คำถามที่จริงจังแฝงความหม่นหมองส่งผลให้คลื่นสมุทร นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มทอดสายตามองเกลียวคลื่นเบื้องหน้าก่อนจะ คลี่ยิ้มบาง ๆ
"เคยสิครับ... มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ก็ต้องเคยผ่านความรู้สึกหวาดกลัวความผิดหวังมาด้วยกันทั้งนั้นแหละครับ"
"แล้ว... คุณจัดการกับความกลัวพวกนั้นยังไงเหรอครับ" "ก็แค่... ทำความเข้าใจและยอมรับความจริงว่าเรื่องเฮงซวย พวกนั้นมันสามารถเกิดขึ้นในชีวิตเราได้ทุกเมื่อครับ" คลื่นสมุทรตอบด้วยกระแสเสียงนุ่มนวล "แต่มันไม่ได้แปลว่าความผิดพลาดครั้งเดียว จะทำให้เราต้องหยุดก้าวเดินและเลิกใช้ชีวิตที่เหลือนี่ครับ"
เหนือฟ้านั่งฟังคำกล่าวนั้นเงียบ ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งในใจคล้ายจะผ่อนคลายลง
"แล้วสำหรับคุณล่ะครับเหนือฟ้า..." คลื่นสมุทรเอ่ยถามกลับ "คุณล่ะ... หวาดกลัวสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต" เหนือฟ้าก้มลงมองปลายเท้าของตัวเองนิ่งนานกว่าปกติ ก่อนจะกระซิบตอบเสียงแผ่ว
"กลัว... ความผิดพลาดครับ"
"เพราะอะไรครับ"
"เพราะสำหรับผมแล้ว... ผมไม่มีสิทธิ์ผิดครับ"
คำสารภาพนั้นช่างเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม ทว่าคลื่นสมุทรกลับได้ยินชัดเจนทุกหยดคำพูด และนี่ถือเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เขาเข้าใจความรู้สึกลึก ๆ อย่างถ่องแท้ว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงดูเหนื่อยล้าตลอดเวลา ทำไมถึงกลายเป็นคนไม่ชอบส่งรอยยิ้ม และทำไมต้องเพียรสร้างกำแพงทิฐิสูงชันขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะชีวิตที่ผ่านมาของเหนือฟ้า... ถูกโอบล้อมและกดทับด้วยความคาดหวังอันมหาศาลจาก ทุกคนรอบข้างมาตลอดชีวิตนั่นเอง
คลื่นสมุทรขยับร่างกายหนาเขยิบเข้าไปชิดใกล้อีกนิด... ไม่ได้มากจนเกินพอดีทว่าก็ใกล้พอที่จะทำให้เหนือฟ้ารับรู้ได้ว่ายังมีเขาอยู่ตรงนี้เสมอ
"คุณเหนือฟ้าครับ"
"ครับ?"
"คุณรู้ไหมครับ... ว่าสำหรับผมแล้วน่ะ" คลื่นสมุทรคลี่ยิ้มละมุน สายตาคู่คมฉายประกายความอ่อนโยนลึกซึ้งอย่างที่ไม่คิด จะปิดบังความรู้สึกอีกต่อไป "เหนือฟ้าไม่จำเป็นต้องทำตัวเก่งกาจและสมบูรณ์แบบ ตลอดเวลาก็ได้นะครับ"
เหนือฟ้านิ่งอึ้งไป สายลมทะเลยังคงพัดโชยผ่านผิวเนื้อ ทว่าก้อนเนื้ออกซ้ายกลับรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาดล้ำ
"ไม่จำเป็นต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลา... และคุณก็ไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เอาไว้บนบ่าเพียงคนเดียว"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบตัวอีกหน ทว่าในคราวนี้... มันกลับไม่ได้ให้ความรู้สึกอึดอัดหรือน่าอับอายเลยแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับให้ความรู้สึกที่แสนจะสบายใจ ผ่อนคลาย ราวกับพาเนื้อตัวก้าวเข้ามาอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยที่สุด พื้นที่ที่ไม่จำเป็นต้องฝืนพยายามทำตัวเป็นใครเพื่อเอาใจคนอื่น
เหนือฟ้าเผลอคลี่ยิ้มกว้างขวางออกมาจากหัวใจโดยไม่รู้ตัว... และในครั้งนี้ เขาเลือกที่จะปล่อยมันไว้ และไม่คิดที่จะรีบซ่อนเร้นรอยยิ้มนี้จากสายตาของ คลื่นสมุทรอีกต่อไป
คลื่นสมุทรจ้องมองภาพความงดงามตรงหน้าพลอยคลี่ยิ้มตาม เพราะในวินาทีนี้เขารู้แจ้งแก่ใจแล้วว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาสองคน... มันไม่ใช่แค่ความชอบพอธรรมดา ไม่ใช่แค่แรงดึงดูดทางกาย ทว่ามันกำลังแปรเปลี่ยนถักทอกลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง เกินกว่าจะถอนตัวได้เสียแล้ว
ขากลับ...
เหนือฟ้าเผลอหลับสนิทไปบนเบาะนั่งของเรือสปีดโบ๊ต เนื่องจากความเย็นของลมทะเลและสภาวะความเหนื่อยล้า สะสมจากงาน หัวของเหนือฟ้าค่อย ๆ เอนเอียงลงมาซบพิงลงบนลาดไหล่ของคนข้างกายโดยไม่รู้ตัว
คลื่นสมุทรเบนสายตามองใบหน้าหวานของคนข้างๆ ชายหนุ่มคลี่ยิ้มละมุน นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอม ชายหนุ่มจัดแจงประคองและปล่อยให้เหนือฟ้านอนซบพิงไหล่ของเขาอยู่อย่างนั้นตลอดเส้นทางการเดินทางกลับรีสอร์ต โดยไม่คิดที่จะขยับเนื้อตัวหนีเลยแม้แต่น้อย
เพราะบางที... ต่อให้เป็นคนที่ทำตัวเข้มแข็งขนาดไหนล่ะก็ ลึก ๆ ในใจ... ก็คงแค่ต้องการ ‘พื้นที่ปลอดภัย’ สักแห่ง... คอยโอบอุ้มเยียวยาหัวใจก็เท่านั้นเอง
และดูเหมือนว่าในเวลานี้... เหนือฟ้ากำลังเริ่มต้นเปิดใจมองผู้ชายที่ชื่อคลื่นสมุทร... ให้กลายมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยส่วนตัวในชีวิตของเขาเสียแล้วสิ