เสียฟ้าร้องดังสะท้อนแว่วมาตั้งแต่ช่วงบ่ายแก่ ๆ เหนือฟ้าละสายตาจากเอกสารพลางเงยหน้ามองผ่าน กระจกใสบานใหญ่ของห้องประชุม กลุ่มเมฆหมอกสีเทาอึมครึมก้อนมหึมากำลังเคลื่อนตัวเข้า ปกคลุมฟ้าเหนือหาดอย่างรวดเร็ว กระแสลมภายนอกพัดกระโชกแรงขึ้นผิดปกติ จนเกลียวคลื่นทะเลเริ่มม้วนตัวซัดเข้าหาฝั่งรุนแรง กว่าเดิมหลายเท่าตัว
"พายุฤดูร้อนครับ" คลื่นสมุทรที่ยืนกอดอกมองออกไปด้านนอกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงความจริงจัง "คืนนี้น่าจะหนักพอสมควรเลย"
เหนือฟ้าพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันไปสั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยน้ำเสียง เฉียบขาดทันที
"แจ้งทุกแผนกให้ทราบด่วน เก็บกวาดและยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด ตรวจเช็กระบบไฟสำรองของรีสอร์ตให้พร้อม
และส่งเจ้าหน้าที่แจ้งแขกทุกคนให้งดกิจกรรมทางทะเล
ทุกชนิดเด็ดขาด"
ทุกคนรับคำสั่งอย่างรวดเร็วและแยกย้ายไปทำหน้าที่ ในสถานการณ์วิกฤตที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจแบบนี้ เหนือฟ้ากลับกลายมาเป็นคนที่นิ่งสงบและมีสติ สมกับตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด และสมกับเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่ทุกคนพร้อมจะพึ่งพา
ช่วงค่ำ... พายุฤดูร้อนพัดเข้าถล่มชายฝั่งตามคาด กระแสลมกรรโชกแรงจัดจนต้นมะพร้าวริมหาดเอนไล้ลู่ไปตามแรงลม หยาดฝนเม็ดโตสาดกระหน่ำกระทบกระจกวิลล่าเป็นระลอก เสียงดังระงม ทว่าเหนือฟ้ายังคงนั่งปักหลักทำงานอยู่ตรงห้องนั่งเล่น แม้เวลาจะล่วงเลยจนเกือบจะสี่ทุ่มแล้วก็ตาม
คลื่นสมุทรเดินก้าวเท้าออกมาจากห้องครัว ในอุ้งมือหนามีแก้วมัคที่บรรจุโกโก้ร้อน
"พักสายตาบ้างเถอะครับคุณประธาน"
"อีกนิดเดียวครับ ใกล้จะเสร็จแล้ว" "คุณพูดประโยคว่าใกล้จะเสร็จแบบนี้มาตั้งแต่ตอนสองทุ่มแล้วนะครับเหนือฟ้า"
เหนือฟ้าเงียบกริบไม่ยอมเถียงต่อ เพราะมันเป็นความจริงแท้ที่เขาปฏิเสธไม่ได้ คลื่นสมุทรขยับยิ้มละมุนพรางวางแก้วโกโก้ลงข้าง ๆ แล็ปท็อป
"ดื่มก่อนครับโกโก้ร้อน ๆ จะได้ผ่อนคลาย" "ผมบอกคุณแล้วไงว่าผมไม่ชอบทานของหวาน"
"ผมรู้ครับ" คลื่นสมุทรยิ้ม
"เพราะฉะนั้นแก้วนี้... ผมเลยใส่น้ำตาลไปแค่ปลายนิ้วก้อยนิดเดียวเอง ลองชิมดูสิครับ"
เหนือฟ้าช้อนสายตามองคนเอาใจใส่เล็กน้อย ก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาจิบช้า ๆ รสชาติขมอมหวานกลมกล่อมและความอุ่นร้อนที่แล่นผ่าน ลำคอ ชวนให้รู้สึกดีและอร่อยเกินกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้มาก
ครืนนนนนนนนน! สว่างวาบ!
เสียงอสนีบาตร้องคำรามลั่นฟ้านำพาสายฟ้าแลบแปลบปลาบ สว่างจ้าทะลุม่าน เหนือฟ้าสะดุ้งสุดตัวจนไหล่บางสั่นไหวไปเสี้ยววินาที ทว่ามันกลับไม่รอดพ้นสายตาคมกริบของคนที่นั่ง อยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณเหนือฟ้า... กลัวฟ้าร้องงั้นเหรอครับ"
"เปล่าสักหน่อยครับ" เหนือฟ้าชิงสวนตอบเร็วไว คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะหึทันที
"ตอบเร็วและเสียงสูงขนาดนี้... คุณกลัวจริง ๆ ด้วย" "ผมบอกว่าไม่ได้กลัวก็คือไม่ได้กลัวไงครับคุณคลื่นสมุทร" "ครับ ๆ ไม่กลัวก็ไม่กลัวครับ"
น้ำเสียงลากยาวเออออแกล้งยอมจำนนแบบนั้นอีกแล้ว... น้ำเสียงของคนที่มองทะลุปรุโปร่งซะจนเหนือฟ้าหน้าร้อนผ่าว
เวลาเดินทางผ่านเลยเที่ยงคืนไปแล้ว ทว่าพายุด้านนอกกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ สายลมพัดกระหน่ำจนบานกระจกสั่น ฝนตกหนักไม่ลืมหูลืมตา เหนือฟ้าตัดสินใจพับหน้าจอโน้ตบุ๊กลงในที่สุด ก่อนจะลุกยืนเดินไปชิดกระจกเพื่อตรวจดูสถานการณ์ ความปลอดภัยด้านนอก
ครืนนนนนนนนน!
ฟ้าแลบสาดแสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นมาอีกระลอกจนห้องทั้งห้อง สว่างวาบราวกับกลางวัน เหนือฟ้าเผลอกำหมัดแน่นเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ โดยไม่รู้ตัว ความทรงจำสีเทาในอดีตที่พยายามฝังกลบแวบเข้ามาในหัว... คืนฝนตกหนักเมื่อหลายปีก่อน คืนที่เด็กชายคนหนึ่งต้องนั่งคู้เข่ากอดตัวเองอยู่ลำพังใน บ้านหลังใหญ่โตมโหฬาร คืนที่ไม่มีผู้ใหญ่คนไหนยอมกลับมาบ้าน ไม่มีใครยอมกดรับสายโทรศัพท์ และไม่มีใครสนใจเลยสักคนว่าเด็กคนนั้นกำลังหวาดกลัวเสียงฟ้าร้องจนใจจะขาด
"เหนือฟ้าครับ..."
กระแสเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นที่ดังขึ้นเบา ๆ จากทางด้านหลัง ดึงเอาสติสัมปชัญญะของเขากลับคืนสู่โลกปัจจุบัน คลื่นสมุทรมายืนซ้อนหลังอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แววตาคู่คมคูนั้นหลงเหลือเพียงกระแสความห่วงใยลึกซึ้ง
"คุณ... โอเคไหมครับ"
เหนือฟ้าขยับตัวหลบสายตาคม
"ผม... ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ"
"โกหก"
คำสั้น ๆ ทว่าเฉียบขาดส่งผลให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องพัก คลื่นสมุทรขยับก้าวเท้าเข้ามาประชิดกาย ทว่าชายหนุ่มไม่ได้เอื้อมมือมาแตะต้องเนื้อตัว ไม่ได้ขืนบังคับ หรือกดดันคั้นเอาคำตอบใด ๆ เขาเพียงแค่ยืนอยู่ตรงนั้น... ยืนเคียงข้างเป็นที่พึ่งพิง
"ถ้าหากไม่อยากเล่าให้ฟังตอนนี้ก็ไม่เป็นไรครับ" เสียงทุ้มอ่อนแสงลงจนนุ่มนวลจับใจ
"แต่พี่แค่อยากให้รู้ไว้... ว่าตอนนี้คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะเหนือฟ้า"
ครืนนนนนนนนน!
เสียงฟ้าผ่ากึกก้องดังขึ้นอีกหน คราวนี้พิกัดใกล้ตัวรีสอร์ตมากกว่าเดิม เหนือฟ้าหลับตาแน่นสนิทด้วยความกลัว และนั่นถือเป็นครั้งแรก... ที่คลื่นสมุทรได้มีโอกาสมองเห็นรอยร้าวบนกำแพงทิฐิ ของชายที่ชื่อเหนือฟ้าเด่นชัดเจนขนาดนี้
หลังจากนั้นไม่นาน... ทั้งคู่ก็ย้ายร่างมานั่งเบียดชิดกันอยู่บนโซฟาผ้าตัวยาว ตรงใจกลางห้องนั่งเล่น ภายในห้องปิดไฟมืดสนิท หลงเหลือเพียงแสงสว่างสีส้มสลัวละมุนตาจากโคมไฟดวงเล็กตรงมุมห้อง คลื่นสมุทรเริ่มต้นสวมบทบาทนักเล่าเรื่อง คอยสรรหาเรื่องราวตลกโขกฮาเรื่อยเปื่อยมาเล่าให้ฟัง ตั้งแต่เรื่องสุนัขจรจัดริมหาดที่ชอบแอบขโมยรองเท้าแตะ ของนักท่องเที่ยว ไปจนถึงเรื่องนักเซิร์ฟบอร์ดมาดเท่ที่ดันพลาดท่าตกบอร์ด หัวคะมำต่อหน้าสาวสวยที่แอบชอบ
เหนือฟ้าหลุดเสียงหัวเราะใสออกมาหลายต่อหลายครั้งโดยไ ม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว
"เห็นไหมล่ะครับ" คลื่นสมุทรจุดยิ้มละมุน สายตาเชื่อมปรารถนาจับจ้องใบหน้าหวาน
"เห็นอะไรครับ"
"ในที่สุด... คุณก็ยอมส่งรอยยิ้มหวาน ๆ ออกมาให้พี่เห็นจนได้"
เหนือฟ้าทำเป็นสะบัดหน้าส่ายหัวไปมา ทว่าในครานี้เขากลับเลือกที่จะไม่เอ่ยปากเถียงปฏิเสธคำพูด ของอีกฝ่าย เพราะลึก ๆ ในใจเริ่มรู้สึกเหนื่อย ที่ต้องคอยทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับความหวังดีของชายคนนี้แล้ว
เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเกือบจะตีหนึ่ง... พายุร้ายภายนอกเริ่มลดระดับและอ่อนกำลังลง เสียงหยาดฝนซัดสาดเปลี่ยนเป็นเสียงเปาะแปะเบาๆ เหนือฟ้าเอนแผ่นหลังบางพิงพนักโซฟา เปลือกตาสวยเริ่มปรือปรอยค้างด้วยความง่วงงุนเต็มที
"ง่วงนอนขนาดนี้แล้ว ก็ย้ายเข้าไปนอนบนเตียงดี ๆ เถอะครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยพูดยิ้ม ๆ
"อืม..."
ทว่าเจ้าของเสียงครางรับคำกลับยังคงนั่งนิ่งสนิทขี้เกียจ ขยับเขยื้อนกาย คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าเอาผ้าห่มผืนหนาที่พาดอยู่บนราวโซฟา นำมาคลี่คลุมลงบนลาดไหล่และร่างโปร่งบางอย่างเบามือ
การกระทำที่แสนจะเรียบง่าย ธรรมดา ทว่ากลับส่งผลให้หัวใจเหนือฟ้าอุ่นวาบและสั่นไหว อย่างประหลาด ชายหนุ่มช้อนสายตาหวานเชื่อมสบมองใบหน้าคมคาย ของคนตรงหน้านิ่งนาน ก่อนจะเอ่ยปากถามคำถามที่ค้างคาใจออกไปแผ่วเบา
"ทำไมคุณ... ถึงต้องคอยทำดีและเอาใจผมมากมายขนาดนี้ครับ"
คลื่นสมุทรชะงักนิ่งไปเสี้ยววินาที คล้ายกับไม่คาดคิดว่าจะได้รับฟังคำถามตรงไปตรงมาแบบนี้ จากปากคนฟอร์มจัด จากนั้น ใบหน้าคมก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มกว้างขวาง รอยยิ้มแสนอบอุ่นและปลอดภัย... รอยยิ้มในแบบที่เหนือฟ้าเผลอตกหลุมรักซ้ำ ๆ โดยไม่รู้ตัว
"ก็เพราะว่า... พี่อยากเป็นคนคอยสร้างรอยยิ้ม และอยากเห็นเหนือฟ้ามีความสุขในทุก ๆ วันยังไงล่ะครับ"
หัวใจของเหนือฟ้ากระตุกวูบสั่นสะท้านอย่างรุนแรงอีกครั้ง... และในค่ำคืนนี้ เขาเลือกที่จะปล่อยใจ และไม่คิดที่จะพยายามสรรหาเหตุผลมาเอ่ยปากปฏิเสธความรู้สึกรักที่กำลังก่อตัวขึ้นช้า ๆ นี้อีกต่อไปแล้ว
ในคืนค้างแรมท่ามกลางมรสุมคราวนี้... เหนือฟ้าหลับสนิทอย่างปลอดภัยและเป็นสุขที่สุด ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมา โดยมีเสียงหยาดฝนตกกระทบพรมแผ่วเบาอยู่ด้านนอก และมีอ้อมกอดแฝงไออุ่นของผู้ชายคนหนึ่งคอยเฝ้าอยู่ เคียงข้างกายโดยไม่คิดเรียกร้องผลตอบแทนใด ๆ
ขณะที่คลื่นสมุทร นั่งจ้องมองบานหน้าหวานของคนที่เข้าสู่ห้วงนิทราอยู่บนโซฟาต่ออีกครู่ใหญ่ ชายหนุ่มใช้นิ้วมือเกลี่ยแก้มเนียนแผ่วเบา ก่อนจะจุดยิ้มละมุนลึกซึ้ง
"ฝันดีนะครับ... เหนือฟ้าของพี่"