"คุณเหนือฟ้าครับ..."
เสียงของเลขานุการสาวส่วนตัวดังขัดจังหวะขึ้นตั้งแต่ เวลาแปดโมงเช้า ซึ่งตามปกติแล้วการรายงานตัวเวลานี้ไม่ใช่เรื่องแปลก ประหลาดอะไร ทว่าสีหน้าและท่าทางที่ดูตื่นตระหนกแกมกระอักกระอ่วนของ เธอในตอนนี้... กลับดูน่ากังวลใจอย่างถึงที่สุด
"มีอะไรหรือเปล่า" เหนือฟ้าเอ่ยถาม น้ำเสียงนิ่งเรียบพลางเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบริหาร "เอ่อ... คือว่า" หญิงสาวลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ "ดิฉันคิดว่าคุณเหนือฟ้าควรจะต้องเห็นสิ่งนี้ด้วยตาตัวเองค่ะ"
เธอยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเองส่งมาให้ตรงหน้า เหนือฟ้ารับมาถือไว้ด้วยความฉงน ก่อนจะก้มลงไล่สายตามองภาพบนหน้าจอ... และนั่นทำให้ร่างทั้งร่างของเขาชะงักกึกไปในพริบตา
มันเป็นภาพแอบถ่ายจากงานเลี้ยงต้อนรับเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา ภาพที่พนักงานคนหนึ่งในงานกดชัตเตอร์เก็บเอาไว้ ซึ่งมันจะไม่มีอะไรผิดปกติหรือน่าหนักใจเลยแม้แต่น้อย... ถ้าหากว่าในรูปภาพเหล่านั้น ตัวเขาไม่ได้กำลังยืนเบียดเสียดชิดใกล้กับ 'คลื่นสมุทร' มากจนเกินพอดี ใกล้ชิดชนิดที่ว่าต่อให้คนตาบอดมามอง ก็ดูออกว่าบรรยากาศรอบตัวมันห่างไกลจากคำว่าหุ้นส่วน ทางธุรกิจไปหลายปีแสง
"รูปพวกนี้... หลุดมาจากไหน" เหนือฟ้าเอ่ยเสียงต่ำ "หลุดมาจากกลุ่มไลน์พนักงานค่ะคุณเหนือฟ้า..." เลขานุการสาวตอบอ้อมแอ้ม "และ... ตอนนี้มันถูกแชร์ต่อจนรับรู้กันไปทั่วทั้งโรงแรม เรียบร้อยแล้วค่ะ"
เหนือฟ้ายกมือขึ้นนวดขมับทันที อาการปวดหัวตุ้บ ๆ แล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมอย่างรวดเร็ว
ห้านาทีต่อมา... ณ ห้องประชุมฝ่ายบริหาร
เหนือฟ้าวางโทรศัพท์มือถือเจ้าปัญหาลงกระทบบนโต๊ะทำงาน เสียงดัง ปัง! ขณะที่บุคคลผู้ร่วมชะตากรรมในภาพที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กลับกำลังนั่งเอามือกุมปากกลั้นหัวเราะจนตัวสั่นโยน
"คุณมีอะไรน่าขำงั้นเหรอครับ คุณคลื่นสมุทร"
"เปล่าครับ... ไม่มีเลย" คลื่นสมุทรเอ่ยตอบ ทว่าลาดไหล่หนากลับยังคงสั่นระริกไม่หยุด "ไม่มีอะไรน่าขำเลยจริง ๆ ครับคุณเหนือฟ้า"
"คุณกำลังหัวเราะเยาะผมอยู่ชัด ๆ"
"อ่า... ก็นิดหน่อยครับ"
เหนือฟ้าถอนหายใจยาวเหยียดออกมาด้วยความละเหี่ยใจ ในภาพถ่ายเจ้าปัญหานั้น เป็นฉากที่เขากับคลื่นสมุทรกำลังยืนปรับความเข้าใจกันอยู่ตรงบริเวณระเบียงริมชายหาด และมันเป็นจังหวะนรกที่สายลมทะเลพัดกระโชกมาแรงพอดี จนตัวเขาเผลอเซเสียหลักไปเล็กน้อย คลื่นสมุทรจึงเอื้อมฝ่ามือแกร่งเข้ามาคว้าหมับเข้าที่ลาดไหล่และต้นแขนเพื่อประคองเอาไว้ ทว่าด้วยมุมกล้องชวนสับสน... มันกลับดูเหมือนพวกเขากำลังยืนกอดจูบลูบไล้กันอย่าง แนบชิดเต็มตา
"เอาน่า... ก็แค่รูปถ่ายรูปเดียวเองครับ" คลื่นสมุทรเอ่ยปลอบล้อเลียน "ไม่เห็นจะเป็นปัญหาใหญ่อะไรเลย" "มันไม่ได้มีแค่รูปเดียวครับ..." เหนือฟ้าแยกเขี้ยวใส่ "ภาพนิ่งสิบสองรูป..."
"..."
"คลิปแอบถ่ายอีกสามคลิป..."
"..."
"กับอีกหนึ่งไอจีสตอรี่ซูมร้อยเท่า"
"..."
เหนือฟ้าหลับตาลงแน่นทันที เขาไม่อยากรับรู้ข้อมูลสถิติใด ๆ เพิ่มเติมอีกต่อไปแล้วในชีวิตนี้
ดูเหมือนว่าข่าวลือแนวรสนิยมทางเพศของท่านประธาน จะแพร่กระจายไปรวดเร็วยิ่งกว่าไวรัสเสียอีก เพราะตลอดทั้งวันก้าวเท้าไปทางไหน เหนือฟ้าก็ต้องเผชิญหน้ากับสายตาแปลก ๆ
ช่วงสาย... พนักงานแผนกแม่บ้านพร้อมใจกันส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มมีเลศนัยมาให้ตอนเดินตรวจตึก ตอนเที่ยง... พนักงานต้อนรับส่วนหน้าพากันมองสลับใบหน้าระหว่างเขากับคลื่นสมุทรไปมาพลางซุบซิบ และวิกฤตสุดคือตอนบ่าย... เมื่อหัวหน้าแผนกอาหารและเครื่องดื่มเดินเข้ามาถามเขาด้วย ความนอบน้อมว่า
"เย็นนี้... จะให้ทางห้องอาหารจัดโต๊ะดินเนอร์หรูแบบเอ็กซ์คลูซีฟริมชายหาดสำหรับคุณเหนือฟ้ากับคุณคลื่นสมุทรสองต่อสองเลยไหมครับ"
เหนือฟ้าเกือบจะสำลักน้ำดื่มค้างคอ
"ไม่!! ไม่ต้องเลยครับ!"
"อ๋อ... ดิฉันเข้าใจแล้วค่ะ แฟนกันยังไม่พร้อมเปิดตัวสู่สาธารณชนสินะคะ"
"..."
"เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะคุณเหนือฟ้า"
ไม่... พวกคุณไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิดเดียว!
สถานการณ์หนีเสือปะจระเข้เริ่มเลวร้ายทวีคูณขึ้นในช่วงเย็น เมื่อทางรีสอร์ตมีการจัดกิจกรรม Team Building เพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในองค์กรให้กับเหล่าพนักงาน เหนือฟ้าจำใจต้องหอบเอาเนื้อตัวเข้าร่วมงาน แม้ในใจจะโหยหาการกลับไปนอนคลุมโปงที่ห้องพัก มากแค่ไหนก็ตาม
"และสำหรับกิจกรรมแรกในค่ำคืนนี้!" เสียงดีเจพิธีกรประกาศก้องผ่านไมโครโฟนลั่นหาดทราย "คือเกมสุ่มจับคู่ตอบคำถามรู้ใจครับผม!"
เหนือฟ้าสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์ใจคอไม่ดีแล่นริ้วขึ้นมา จับขั้วหัวใจทันที และแน่นอน... ลางสังหรณ์แง่ลบของเขาไม่เคยพลาดเป้าเลยสักครั้งในชีวิต
"และคู่แรกที่ดวงสมพงษ์จับฉลากได้ในค่ำคืนนี้ก็คือ... คุณเหนือฟ้า และ คุณคลื่นสมุทร ครับผม!!"
กรี๊ดดดดด!!
เสียงหวีดร้องเชียร์ลั่นของพนักงานหญิงและชายดังกระหึ่มไปทั่วทั้งชายหาด พนักงานหลายคนถึงกับยืนปรบมือกระทืบเท้าด้วยความสะใจ ส่วนเหนือฟ้าได้แต่ยืนนิ่งค้าง เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพนักงานพวกนี้มาทริปเพื่อทำงาน หรือตั้งใจมานั่งดูละครหลังข่าวกันแน่
"คำถามข้อแรกคร้บ!" พิธีกรเริ่มอ่านการ์ดในมือ "ระหว่างพวกคุณสองคน... ใครเป็นคนเริ่มส่งข้อความทักไปหาอีกฝ่ายก่อนครับ" "ไม่มีใครทั้งนั้นครับ เรื่องงานล้วน ๆ" เหนือฟ้าตอบสวนทันควันเสียงแข็ง
"ผมเองครับ"
ทว่าคลื่นสมุทรกลับเอ่ยตอบออกมาพร้อมกันด้วยรอยยิ้มพราวระยับ
"..."
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณไปหนึ่งวินาที ก่อนที่เสียงกรี๊ดจับจิ้นจะระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวรุนแรงกว่ารอบแรกหลายเท่าตัว
"โอ้โห! น่าสนใจมากครับ! คำถามข้อต่อไป..." พิธีกรเริ่มนึกสนุก "ระหว่างคุณสองคน ใครมีนิสัยขี้งอนและเอาแต่ใจมากกว่ากันครับ"
"ไม่มีใครขี้งอนทั้งนั้นแหละครับ" เหนือฟ้าพยายามควบคุมน้ำเสียง
คลื่นสมุทรพยักหน้ารับคำเออออเห็นด้วย
ทว่าพนักงานแทบจะทั้งรีสอร์ตกลับพร้อมใจกันตะโกนเฉลย เสียงดังฟังชัดขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายว่า— "คุณเหนือฟ้าค่าาาาาา!!"
เสียงหัวเราะและเสียงกรี๊ดรอบที่สองดังตามมาสมทบ วินาทีนั้นเหนือฟ้าเริ่มมีความคิดอยากจะยื่นใบลาออกจาก ตำแหน่งบริหารของตัวเองให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
หลังจากหลุดพ้นจากกิจกรรมสุดอับอายขายขี้หน้ามาได้ เหนือฟ้าก็รีบสาวเท้าหนีมาหลบมุมอยู่ตรงบริเวณชายหาดเงียบสงบด้านหลังรีสอร์ต ซึ่งมีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งและความมืดมิดอันแสนสบายใจ แสงสีเสียงจากงานเลี้ยงด้านหน้าส่องสว่างตามมาเพียงแผ่วเบา
"หนีมาหลบมุมเงียบ ๆ อีกแล้วนะครับคุณเหนือฟ้า"
เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยดังขึ้นตามหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของคลื่นสมุทร เหนือฟ้าถอนหายใจยาวออกประชดประชัน
"คุณเลิกเดินตามตื๊อผมต้อย ๆ แบบนี้สักทีได้ไหมครับ" "ไม่ได้หรอกครับ"
"ทำไมจะไม่ได้"
คลื่นสมุทรเงียบเสียงไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า ดึงความสนใจทั้งหมดให้จับจ้องมองมา ก่อนจะเอ่ยปากตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าหนักแน่น
"เพราะผม... อยากใช้เวลาอยู่กับคุณครับ"
เหนือฟ้าชะงักกึก แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาจะคุ้นชินกับการที่อีกฝ่ายชอบพูดจาหยอกล้อทีเล่นทีจริงใส่เป็นประจำ ทว่าในครั้งนี้... น้ำเสียงกระแสคำพูดของคลื่นสมุทรกลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ไม่มีแววตากวนประสาท ไม่มีรอยยิ้มล้อเลียน มีเพียงกระแสความจริงใจลึกล้ำที่ส่งผ่านสายตาคู่คมคู่นั้น มาตรง ๆ
"คุณ... พูดประโยคชวนใจสั่นแบบนี้กับทุกคนเลยหรือเปล่า" เหนือฟ้าเอ่ยถามเสียงแผ่ว คลื่นสมุทรหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
"เปล่าครับ... ผมไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลย" "..." "ผมจะพูดประโยคแบบนี้...กับคนที่ผมชอบและอยาก จับจองเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละครับ"
หัวใจของเหนือฟ้าคล้ายกับจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ สายลมทะเลพัดโชยมาปะทะผิวหน้า ทว่าในเวลานี้เขากลับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งใบหน้า และลำคออย่างห้ามไม่อยู่
"คลื่น..."
"ครับ"
"นี่คุณ... กำลังเดินหน้าจีบผมอยู่จริง ๆ ใช่ไหม"
คำถามโง่ ๆ หลุดลอยออกจากปากไปก่อนสติจะยั้งคิด
คลื่นสมุทรคลี่ยิ้มละมุน มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดเท่าที่เหนือฟ้า เคยได้รับจากผู้ชายคนนี้
"เพิ่งจะรู้ตัวจริง ๆ เหรอครับคุณประธาน"
เหนือฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นสนิทพูดอะไรไม่ออก ขณะที่คนตรงหน้ากลับหลุดหัวเราะด้วยความเอ็นดู ก่อนจะขยับก้าวเท้าซุกตัวเข้ามาใกล้ชิดอีกนิด ใกล้เสียจนได้ยินเสียงคลื่นทะเล และเสียงอัตราการเต้นของหัวใจของตัวเองดังระรัว
"แล้ว... ที่ผมเพียรพยายามจีบคุณมาตลอดเนี่ย พอจะมีหวังจีบติดบ้างไหมครับ?"
เหนือฟ้าเลือกที่จะนิ่งเงียบไม่ยอมเอ่ยปากตอบคำถาม เพราะเขารู้ดีแก่ใจว่าถ้าหากพูดความสัตย์จริงในใจออกไป ในตอนนี้... มันคงจะสั่นคลอนกำแพงระยะห่างที่เขาเพียรสร้างมาอย่างแน่นอน ทว่าก่อนที่คลื่นสมุทรจะเค้นเอาคำตอบจากคนปากแข็งได้ เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเหนือฟ้าก็แผดเสียงดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
ครืด... ครืด...
หน้าจอปรากฏชื่อสายเรียกเข้าเด่นหรา— "น่านน้ำ" หัวหน้าแผนก Guest Experience ของรีสอร์ต
เหนือฟ้ากดรับสายทันทีเพื่อเอาตัวรอดจากสถานการณ์ ชวนใจสั่น "ครับน่านน้ำ มีอะไรหรือเปล่า"
ปลายสายเงียบกริบไปราวสองวินาทีเต็ม ก่อนที่จะมีเสียงถอนหายใจยาวเหยียดราวกับคนใกล้จะ หมดสิ้นความอดทนในชีวิตดังเล็ดลอดออกมาตามสาย
"คุณเหนือฟ้าครับ..." น้ำเสียงของน่านน้ำฟังหวาดหวั่นและอ่อนล้าเต็มที "เกิดเรื่องแล้วครับ"
"มีปัญหาอะไรร้ายแรงงั้นเหรอ"
"คือ... แขก VIP ของคุณเหนือฟเาที่อยู่ห้องสูทวิลล่าชั้นบนสุด ที่เพิ่งจะเช็กอินเข้ามาเมื่อบ่ายน่ะครับ... ตอนนี้เขาเอ่ยปากเรียกใช้บริการตัวผมให้เดินขึ้นไปพบบนห้องพักรอบที่สี่ในรอบวันแล้วครับคุณเหนือฟ้า" เหนือฟ้าขมวดคิ้วงง "แล้วเขาเรียกพบด้วยเรื่องด่วนอะไรขนาดนั้น"
"รอบแรก... เรียกผมขึ้นไปช่วยเปิดเลือกขวดไวน์ครับ" "..." "รอบที่สอง... เรียกขึ้นไปช่วยกดเปิดหน้าจอแล็ปท็อป" "..." "รอบที่สาม... เรียกผมขึ้นไปช่วยผูกเนกไทให้แนะคร้บ"
คลื่นสมุทรที่แอบยืนฟังอยู่ข้าง ๆ ถึงกับหลุดหัวเราะกิ๊กออกมาทันที ขณะที่น่านน้ำยังคงระบายความอัดอั้นในใจต่อด้วยน้ำเสียงของคนที่อยากจะยื่นใบลาออกวันละพันหน
"และล่าสุดเมื่อห้านาทีที่แล้วเลยครับคุณเหนือฟ้า... เขาโทรศัพท์เรียกผมขึ้นไปบนห้องพักอีกรอบ... เพียงเพื่อต้องการให้ผมช่วยเลือกกลิ่นของ 'เทียนหอม' จุดผ่อนคลายในห้องนอนน่ะครับ!"
เหนือฟ้านิ่งอึ้งไปราวสามวินาที ก่อนที่คลื่นสมุทรจะพูดแทรกเสียงดังเข้าไปในโทรศัพท์ว่า "คุณน่านน้ำ... แขก VIP คนนั้น เขากำลังจีบคุณอยู่หรือเปล่าครับ"
ปลายสายเงียบกริบสนิทไปในทันที ก่อนจะมีเสียงครางเครือปวดหัวตึ้บแผ่วเบาดังตามมา
"ผม... ผมหวังอย่างยิ่งว่ามันจะไม่ใช่แบบที่คุณคิดครับ…เแ๊ะ แล้วนี่คุณไปอยู่กับคุณเหนือฟ้าได้ไงครับ"
เหนือฟ้ารีบกดวางและทำหน้าตาดุใส่คลื่นสมุทร ก่อนที่คลื่นสมุทรจะหัวเราะร่าออกมา
ณ ห้องพักชั้นบนสุดของวิลล่าหรูระดับ VIP
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สง่างามในชุดเสื้อผ้าลำลองแบรนด์ พรีเมียม กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ตัวยาว ในมือถือแก้วไวน์แดงทรงสูงแกว่งไปมาอย่างใจเย็น นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวทอดสายตาราบเรียบมองออกไปนอกระเบียงกระจก
ทว่ามุมปากหนากลับขยับจุดยิ้มพึงพอใจขึ้นมาในทันที เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณกลไกประตูห้องพักถูกเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างโปร่งบาง ในชุดเครื่องแบบพนักงานต้อนรับ
"ในที่สุด... ก็ยอมเดินพบผมเสียทีนะครับ"
น่านน้ำสูดพรูลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อข่มอารมณ์กรุ่นภายใน ก่อนจะฝืนปั้นสีหน้ารอยยิ้มต้อนรับตามมาตรฐานวิชาชีพ มืออาชีพส่งกลับไป "คุณสิงหามีเรื่องด่วนอะไรอยากจะให้กระผมรับใช้ เพิ่มเติมอีกไหมครับ"
ชายหนุ่มนามว่า 'สิงหา' จับจ้องมองใบหน้าหวานของคนตรงหน้า ไล่เรียงสายตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างเชื่องช้า... ราวกับกำลังชื่นชมชิ้นงานศิลปะชิ้นโปรดที่ประเมินค่าไม่ได้ จนคนถูกสายตาโลมเลียอย่างน่านน้ำเริ่มรู้สึกหน้าร้อนผ่าวและผิวแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอาย
"มีสิครับ... มีแน่นอน" สิงหาเอ่ยพูด เสียงทุ้มต่ำแฝงความนัยลึกซึ้ง
"เรื่องอะไรครับคุณสิงหา โปรดสั่งมาได้เลยครับ"
"ผม... คิดถึงคุณครับน่านน้ำ"
"..."
"..."
น่านน้ำสองมือสั่นเทาเผลอกำแฟ้มเอกสารในมือเอาไว้ แน่นจนยับยู่ยี่ ขณะที่ไอ้คนพูดจาชวนหัวใจวายอย่างสิงหากลับส่งรอยยิ้มกว้างขวางอารมณ์ดีส่งมาให้
หลังจากที่เขาเพียรพยายามออกเดินทางตามสืบเสาะหาตัว พ่อคนใจแข็ง ที่บังอาจกล้ากดบล็อกช่องทางการติดต่อของเขาพังพินาศ ทุกช่องทางมานานร่วมเกือบค่อนเดือน... ในที่สุด โชคชะตาก็นำพาให้เขาได้ก้าวเท้าเดินทางมาพบคู่ปรับ ตัวฉกาจจนได้ที่รีสอร์ตแห่งนี้
และแน่นอน... ขึ้นชื่อว่าเป็นคนอย่างสิงหาแล้ว ลองว่าได้เจอตัวกันจัง ๆ ขนาดนี้ มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยให้คนตรงหน้าหลุดมือหนีหายไปไหน ได้อีกเป็นหนที่สอง... ไม่ไม่มีวัน!