เด็กใหม่ Girl From Nowhere ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

ตอนที่ 29: ขวานแดงพลาดเป้า

👁️ 2 อ่าน
22px

ริวกับเบนซ์วิ่งกันมาจนแทบจะขาดใจ เสียงหอบหายใจรัวถี่ดังก้องสะท้อนไปตามโถงทางเดินที่มืด และเมื่อมั่นใจว่าทิ้งระยะห่างจากฆาตกรในชุดนักเรียนได้พอสมควรแล้ว ทั้งคู่ก็ชะลอฝีเท้าลงแล้วหยุดพักเพื่อโกยอากาศเข้าปอด

 

​“แฮ่ก... เฮ้อ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย!”

 

เบนซ์พูดพลางยืนพิงผนังปูนที่เย็นเยียบ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง นัยน์ตาของเขาเหลือบมองรุ่นน้องที่ยังคงยืนหอบตัวโยนอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามขึ้นด้วยความสงสัย

 

“ดึกป่านนี้แล้ว... เอ็งมาทำอะไรที่นี่ริว”

 

​ริวพยายามยืดตัวขึ้น สูดลมหายใจลึกพลางตอบเสียงสั่น “ผม... ตามจุนโกะมาครับ”

 

​เบนซ์เลิกคิ้วขึ้นสูง “หืม… จุนโกะ ใครวะนั่น”

 

“เพื่อนผู้หญิงครับ... เธออยู่ห้องกิฟต์ เพิ่งรู้จักกันไม่นานนี้เอง”

 

“ผมเห็นเธอทำตัวเธอแปลกๆเหมือนคนเหม่อๆ ผมก็เลยเดินตามมา แล้วเธอ… ก็หายไปครับ”

 

​เบนซ์ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมเหยียดยิ้มส่งๆ ในใจคิด เหลือเชื่อเลย! แล้วจึงพูด “คงเดินตามผีมาซะแล้วมั้งเราน่ะ”

 

​ริวรีบแย้งทันควัน “ไม่ใช่นะครับ! เป็นจุนโกะจริงๆ ผมมั่นใจ... ที่เธอเดินหายไปอาจจะเพราะรำคาญที่ผมที่ตามก็ได้”

 

เขาหลุบตาลงต่ำ น้ำเสียงแผ่วลงด้วยความรู้สึกผิด “ผมเลยจะเดินกลับออกมา... แต่ดันไปเจอคนพวกนั้นเข้า แล้วก็... อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ”

 

​เบนซ์มองตามริวด้วยความเอ็นดู ก่อนจะถอนหายใจยาว “เฮ้อ… ช่างหัวสภาพวกนั้นเถอะ ตอนนี้เราต้องหนียัยฆาตกรบ้านั่น แล้วออกไปจากที่นี่ให้ได้ก่อน!”

 

​“นั่น… ยูริครับ”

 

ริวพูดโพล่งขึ้นมานิ่งๆ ทำให้เบนซ์ชะงักและหันขวับมามองทันที คิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นสูงด้วยความแปลกใจ ก่อนจะถามออกไป

 

 “ยูริ! นี่อย่าบอกนะว่านั่นก็เพื่อนเอ็งอีกคน”

 

​“ปะ…เปล่าครับ... ผมแค่รู้จักชื่อเฉยๆ” ริวตอบด้วยท่าทีเลิกลั่ก เพราะเขาเลี่ยงที่จะตอบความจริงทั้งหมด

 

​เบนซ์เงียบไปครู่ใหญ่แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้สีหน้าจริงจังแทน

 

“ฟังนะ ถ้าจะออกทางประตูหลัก เราต้องเดินย้อนกลับไปทางเดิม ซึ่งเสี่ยงต้องเจอกับยัยนั่นแน่ๆ ส่วนกำแพงโรงเรียนเราก็สูงท่วมหัว ปีนออกไปไม่ได้หรอก”

 

​“แล้ว… มีทางอื่นไหมครับ” ริวถามอย่างมีความหวัง

 

​เบนซ์นิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรุ่นน้องที่อยู่ตรงหน้า มุมปากข้างหนึ่งยกยิ้มขึ้น

 

“มันก็ต้องมีอยู่แล้ว... โรงเรียนน่ะ มันไม่ได้มีแค่ทางเข้าออกที่เป็นประตูหน้าหรอกนะ”

 

“มันมีทางที่พวกสายโดดเรียนรู้จักกันดี ในชื่อทางผีเข้าผีออก”

 

ริวขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วถามต่อ “แล้วมันอยู่ตรงไหนเหรอครับ”

 

“หลังอาคาร 10 กำแพงด้านมันหลังแตก พอออกไปได้ ก็ค่อยเดินอ้อมนอกรั้วไปหน้าโรงเรียน”

 

​ริวก็จำที่นั่นได้ทันที มันคือจุดเดียวกับที่เขาเคยเห็นตอนที่มากับแนนโน๊ะ เมื่อนึกขึ้นได้แบบนั้นแล้ว เขาก็ตกลงรับข้อเสนอของเบนซ์ แต่จู่ๆ ภาพของจุนโกะก็ผุดเข้ามาในหัว

 

“แล้วจุนโกะล่ะครับ! ผมต้องไปหาเธอแล้วพาออกไปด้วยกัน”

 

​“โอ๊ย! เอาตัวเองให้รอดก่อนไหมริว! ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อกี้เห็นอะไร”

 

เบนซ์พูดพลางเดินเข้าไปใกล้ๆ รุนน้อง ก่อนจะเอื้อมมือไปเขย่าไหล่ทั้งสองข้างเบาๆเพื่อดึงสติ แล้วพูดต่อ

 

“ยูริเอาขวานสับคอคน เสียงดังยังกับแม่ค้าฟักลาบ! ป่านนี้เพื่อนของน้องอาจจะได้ยินจนวิ่งหนีออกไปก่อนเราแล้วล่ะมั้ง”

 

คำพูดของเบนซ์ทำให้ริวนิ่งไป ความเป็นไปได้นั้นทำให้เขาเริ่มสับสน แต่ยังไม่ทันจะได้โต้ตอบอะไร เสียงที่คุ้นหูก็ดังขึ้นอีกครั้ง คลืด... คลืด... ครั้งนี้มันดังชัดและใกล้กว่าเดิม ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆที่จงใจเหยียบลงทีละก้าวอย่างช้าๆ

 

ทั้งคู่ค่อยๆหันไปตามเสียงนั้น รูม่านตาทั้งสองข้างเปิดขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่ายูริอยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร แสงจันทร์พาดผ่านใบหน้าที่เปื้อนเลือดเด่นยิ่งกว่าสิ่งใด

 

​“เชี่ยแล้วไง...” เบนซ์อุทานขึ้นเบาๆ

 

​ ทันใดนั้น ขวานในมือของเธอก็ถูกเหวี่ยงออกมาอย่างสุดแรง ฟึบ! เสียงขวานแหวกอากาศ ริวกระโจนหลบลงพื้นได้อย่างหวุดหวิด ใบขวานลอยเฉียดชายเสื้อเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ก่อนจะปักเข้ากับเสาปูนเต็มๆ เคร้ง!! หัวใจของริวหล่นวูบไปอยู่ตาตุ่ม

 

เบนซ์รีบเข้ามากระชากแขนริวให้ลุกขึ้น “วิ่งเร็ว! วิ่ง!!”

 

​ยูริเดินตรงไปที่เสาอย่างไม่รีบร้อน เธอใช้มือดึงขวานที่ปักคาเสาออกอย่างใจเย็นเหมือนการดึงกิ่งไม้ออกจากดิน ก่อนจะยกมันขึ้นพาดบ่า สายตาจับจ้องไปยังแผ่นหลังของทั้งสองที่กำลังวิ่งหนีตาย นัยน์ตาฉายแววสนุกเหมือนเด็กที่ได้ของเล่น

 

​“จะหนีไปไหนกัน” น้ำเสียงของเธอเย็นเฉียบปานน้ำแข็ง

 

​พูดจบเธอก็ลดขวานลงกระแทกพื้น ตึง! เสียงเหล็กหนักๆกระทบปูนดังก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่เธอจะก้าวเดินตามทั้งสองไปอย่างเนิบนาบ... ราวกับรู้ดีว่าไม่มีใครหนีพ้นความตายนี้ไปได้

 

ทางฝั่งของริวและเบนซ์ยังคงออกแรงสับฝีเท้าหนีอย่างไม่คิดชีวิต ความมืดมิดยามวิกาลทำให้ทัศนียภาพรอบตัวดูบิดเบี้ยวไปหมด แสงไฟนีออนใต้อาคารที่กะพริบถี่ๆ สาดลงกระทบพื้นปูนขัดมันและบานประตูห้องเรียนที่เรียงรายกัน ภาพเหล่านั้นดูซ้ำซากราวกับภาพลวงตาที่วนซ้ำไปมา จนเบนซ์เริ่มเหงื่อตก

 

“บ้าอะไรวะเนี่ย... นี่เราวิ่งมาที่เดิมเหรอ!” เบนซ์อุทานออกมาพลางหอบหายใจจนตัวโยน

 

​เขาเริ่มไม่แน่ใจในเส้นทางนี้แล้ว แม้จะเคยใช้อยู่เป็นประจำ แต่ความกดดันทำให้สมองเริ่มประมวลผลมั่วซั่วไปหมด อีกทั้งโรงเรียนในยามกลางวันและยามค่ำคืนดูราวกับเป็นสถานที่คนละแห่ง ทั้งสองตัดสินใจหยุดพักที่หน้าห้องเรียนห้องหนึ่งเพื่อประเมินสถานการณ์

 

​“พี่เบนซ์... ผมว่าพี่ลองโทรหาคนมาช่วยดูดีไหมครับ” ริวพูดพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่หน้าผาก

 

“โทรไม่ได้ โทรศัพท์พี่ไม่มีซิม มันเชื่อมแค่ไวฟายได้ แต่อาคารนี้สัญญามันมาไม่ถึงอ่ะดิ”

 

“งั้น… เราขึ้นไปบนอาคารดีไหมครับ เผื่อว่ามองจากที่สูงลงมา เราน่าจะเห็นว่าอาคาร 10 อยู่ทางไหน”

 

​เบนซ์ส่ายหน้าทันที “นั่นยิ่งไม่ได้เลย เพราะภารโรงล็อกทางขึ้นตึกไปหมดแล้วตั้งแต่เลิกเรียนแล้ว!”

 

​เมื่อได้ยินแบบนั้น หัวใจของริวก็วูบไหวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพของจุนโกะลอยเข้ามาในความคิด

 

จุนโกะยังออกจากโรงเรียนไม่ได้ แล้ว... เธอจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ…

 

“พี่ครับ... แล้วถ้าอย่างั้นจุนโกะล่ะ”

 

“เลิกห่วงคนอื่นได้แล้วริว! จะตายเพราะเพื่อนยังไม่รู้ตัวอีก"

 

เบนซ์ตวาดขัดจังหวะน้ำเสียงเข้ม และประโยคนั้นทำให้ริวนิ่งไป แล้วเริ่มไต่ตรองดูดีๆ

 

ถ้าผมถูกยูริฆ่าตายที่นี่ ทุกอย่างที่ผมพยายามทำมาเพื่อตามหาตัวคนที่สั่งปิดคดี และแผนการทุกอย่างที่วางมาจะจบทันที

 

เพราะงั้น... ผมจะตายตอนนี้ไม่ได้!

 

ความกลัวตายเริ่มหลั่งไหลเข้ามาแทนที่ความรู้สึกอื่น แต่ลึกๆแล้วความรู้สึกเป็นห่วงก็นยังไม่จางหาย เขาไม่อาจตัดทิ้งภาพแววตาที่อ่อนโยนของจุนโกะไปได้

 

​ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่สติของเขาพะวักพะวน ยูริที่เร้นกายอยู่ในความมืดก็ปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลังของริวอย่างเงียบงันปานวิญญาณ เธอเงื้อขวานขึ้นสูงเตรียมจะจามลงที่ศีรษะของเด็กหนุ่ม!

 

​“ริว! หลบ!!”

 

สิ้นเสียงนั้น เบนซ์ที่ตาไวพุ่งตัวเข้ากระแทกร่างของริวอย่างสุดกำลังจนทั้งคู่ล้มกลิ้งลงไปกับพื้น

 

ปัง! คมขวานจามเข้าที่บานประตูไม้อย่างจัง แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้คมขวานทะลุเนื้อไม้เข้าไปฝังแน่น ยูริพยายามกระชากขวานออกมา แต่มันติดแน่นเกินกว่าจะเอาออกได้ในวินาทีเดียว

 

​​“หนีเร็ว!” เบนซ์กระชากคอเสื้อริวให้ลุกขึ้น ทั้งสองวิ่งแน่บออกไปอีกครั้งโดยไม่คิดจะมองกลับหลัง

 

​ริวและเบนซ์รีบดีดตัวลุกขึ้นแล้วใส่เกียร์หมาหนีอีกครั้ง ทิ้งให้ยูริยืนกัดฟันดึงขวานอยู่ที่เดิม ขณะที่วิ่งผ่านโถงอาคารมุ่งหน้าสู่ลานกว้าง ริวที่หันมองรอบตัวอย่างระแวดระวังก็ต้องชะงักกึก

 

​สายตาของริวเหลือบไปเห็นร่างของนักเรียนหญิงคนหนึ่งยืนอยู่อีกฝั่งของอาคาร เธอกำลังยืนเหม่อมองท้องฟ้ายามราตรีด้วยท่าทีที่สบายๆ ราวกับว่าเหตุการณ์ฆาตกรรมรอบตัวเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านไป และเมื่อแสงจันทร์กระทบใบหน้านั้น ริวก็จำได้ทันที

 

​แนนโน๊ะ!...

 

ความหวังที่จะรอดแล่นพรวดขึ้นมาทันที เพราะยูริเคยพูดไว้ว่าจะไม่ฆ่าเขา ก็ต่อเมื่อเขาอยู่กับแนนโน๊ะ ริวจึงรีบคว้าแขนของรุ่นพี่ที่มาด้วยกันเอาไว้แล้วเปลี่ยนทิศทางทันที

 

“พี่ครับ ทางนี้ ตามผมมาครับ!”

 

​เบนซ์งุนงงว่าริวเห็นอะไร แต่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเชื่อใจรุ่นน้อง ทั้งคู่พุ่งตัวข้ามลานกว้างมุ่งหน้าไปหา

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!