มู่หรงเสี่ยวหมิงพาฉินมู่หลานและเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาถวายพระพรฮ่องเต้มู่หรงเสี่ยวเฉินและฮองเฮา ฉินมู่หลานแอบชำเลืองมองฮ่องเต้มู่หรงเสี่ยวเฉิน ที่มีใบหน้าคล้ายสามีของนางราวเจ็ดแปดส่วนด้วยสายตาพิจารณา
หล่อน้อยกว่าท่านพี่อ๋องของข้า
"มู่หลานเจ้าหายดีแล้วหรือ อาเป็นห่วงเจ้าแทบแย่"
ฉินมู่หลานเงยหน้าไปมองสตรีสวมใส่อาภรณ์ชุดสีแดงที่นั่งเคียงข้างฮ่องเต้ด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ แต่แล้วความทรงจำภายในหัวของร่างเดิมก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง
'ฮองเฮา ฉินเหยาเซียว เป็นน้องสาวแท้ๆ ของท่านพ่อที่รักนางมาก คอยตักเตือนนาง....'
"มู่หลาน ฮองเฮาทรงตรัสถามเจ้าไม่ได้ยินหรือ?"
มู่หรงเสี่ยวหมิงกระซิบที่ข้างหูของฉินมู่หลานทำให้สติของนางกลับคืนมา นางย่อกายลงเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มให้ฮองเฮาฉินเหยาเซียวที่มองนางด้วยสายตาห่วงใย
"หม่อมฉันหายดีแล้วเพคะ คงเพราะเดินทางมาไกลจึงรู้สึกว่าร่างกายเชื่องช้าไป ขออภัยฮ่องเต้และฮองเฮาด้วยเพคะ"
"ช่างเถิด อาไม่ถือสาเจ้าหรอก"
"เสี่ยวหมิง เจ้าไปเดินเยี่ยมชมบรรยากาศโดยรอบกับข้าเถิด ปล่อยให้เหล่าสตรีพูดคุยกันไป"
"พ่ะย่ะค่ะเสด็จพี่"
มู่ หรงเสี่ยวหมิงหันกลับมามองฉินมู่หลานอีกครั้ง ก่อนจะเดินตามมู่หรงเสี่ยวเฉินออกไปจากกระโจม หลังจากที่ฮ่องเต้เสด็จออกไปแล้วฉินเหยาเซียวก็รีบเดินมาจับมือฉินมู่หลานด้วยความห่วงใย ก่อนจะปรายตามองเสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยสายตาดูแคลน
"เจ้าออกไปเถิด ที่นี่เหล่าภรรยาเอกเขาจะพูดคุยกัน ไม่ใช่เรื่องที่พวกภรรยารองจะต้องมาสอดรู้"
"เพคะฮองเฮา หม่อมฉันทูลลาเพคะ"
"เชิญ ไม่ส่ง"
เสี่ยวเยี่ยนจื่อลอบกำมือแน่น ก่อนจะเดินออกไป ฉินเหยาเซียวจับมือฉินมู่หลานมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะเอ่ยถาม
"เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง? อาเป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก"
"หม่อมฉันสบายดีเพคะฮองเฮา"
"ไม่ต้องพูดจาให้มากพิธี ข้ากับเจ้าไม่ใช่คนอื่นไกล"
"เพคะ"
"เสี่ยวเยี่ยนจื่อรังแกเจ้าหรือไม่ นางยังหน้าด้านกล้ามาขอหยิบยืมสินเดิมของเจ้าอีกหรือไม่?"
ฉินมู่หลานขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะมองฉินเหยาเซียวด้วยสายตาสงสัย
"ท่านอาบอกว่า เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นคนเอาสินเดิมของหลานไปหรือเพคะ"
"เจ้าจำไม่ได้เลยหรือ?"
ฉินมู่หลานส่ายหน้าไปมา ฉินเหยาเซียวมองนางด้วยสายตาสงสาร หลังจากพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง นางก็กลับมาที่กระโจมนอน ครุ่นคิดถึงคำพูดของฉินเหยาเซียว
'เสี่ยวเยี่ยนจื่อร้ายกาจไม่เบา นางอาศัยความใจดีของเจ้า มาหยิบยืมสินเดิมของเจ้าไปใช้ ชิ้นไหนสวย ชิ้นไหนงาม นางก็เอาไปจนหมด เจ้าเองก็ใจอ่อนรักนางราวน้องสาวแท้ๆ ข้ากับท่านพ่อของเจ้าเตือนเท่าไรเจ้าก็ไม่ฟัง จนท้ายที่สุดสินเดิมของพวกตระกูลฉินก็ไม่ได้คืนมาสักอย่างเดียว อีกเรื่องหนึ่ง เจ้าต้องระวังนางให้ดี นางเป็นหลานสาวของไทเฮา ต้องวางแผนชั่วเป็นแน่ นางไม่ใช่เสด็จแม่แท้ๆ ของสามีข้าและสามีเจ้า!!! เดิมทีนางเป็นเพียงกุ้ยเฟย แต่เพราะฮองเฮาพระองค์เก่าทรงสิ้นพระชนม์ นางจึงได้ขึ้นเป็นฮองเฮาของฮ่องเต้ แต่นางไร้บุตร จึงรับมู่หรงเสี่ยวเฉินและมู่หรงเสี่ยวหมิงเป็นบุตรแท้ๆ จนได้ไต่เต้าขึ้นมาเป็นไทเฮา แต่เจ้าอย่าไปถามชินอ๋องเด็ดขาด เพราะชินอ๋องไม่เคยรู้ว่านางไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเขา ไทเฮาทรงเลี้ยงดูชินอ๋องมาตั้งแต่แบเบาะ เขาเองก็รักไทเฮาไม่น้อย ฝ่าบาทก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เพราะก็เคารพนางเหมือนเสด็จแม่แท้ๆ จึงไม่เคยบอกเรื่องนี้กับชินอ๋องเพราะกลัวเขาจะตีตัวออกหากจากไทเฮา แต่ในสายตาของข้าไทเฮาร้ายกาจไม่เบา นางใส่หน้ากากมารดาผู้แสนดีเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าชั่วร้ายที่ซ่อนเอาไว้!!!"
ฉินมู่หลานส่ายหัวไปมา เหตุใดเรื่องราวมันจึงซับซ้อนเช่นนี้ แต่ช่างเถิด สินเดิมของนาง นางย่อมหาวิธีทวงมันคืนมาจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้อยู่แล้ว
"คิดอะไรอยู่หรือ?"
ฉินมู่หลานหันไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นมู่หรงเสี่ยวหมิงที่กำลังเดินเข้ามา
"ท่านพี่อ๋อง"
"เห็นเจ้าเหม่อลอย"
"เปล่าเพคะ เพียงรู้สึกร้อนอบอ้าวเพคะ"
ฉินมู่หลานยกขอบเสื้อบริเวณด้านหน้าให้กระเพื่อมเบาๆ เพื่อไล่ความร้อน เผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนที่ซ่อนอยู่ภายใน มู่หรงเสี่ยวหมิงจ้องมองเนินอกของนางตาไม่กะพริบ อยากจะเข้าไปกระชากเสื้อผ้าของนางออกจนหมด แล้วบีบขยำสองเต้าของนางยิ่งนัก
ใจเย็นเสี่ยวหมิง ท่องเอาไว้เจ้าไม่ใช่ชายหนุ่มบ้าตัณหา เจ้าคือชินอ๋องรูปงามที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้
มู่หรงเสี่ยวหมิงส่ายหน้าไปมาไล่ความคิดหื่นกามนี้ออกไป ก่อนจะเดินไปจับมือฉินมู่หลานเอาไว้
"ไปอาบน้ำกันเถิด"
"อาบที่ใดเพคะ"
"ตามข้ามาเถิด"
มู่หรงเสี่ยวหมิงจูงมือฉินมู่หลานให้เดินตามเขาไป ทั้งสองเดินตามทางที่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย เสียงสัตว์ป่ามากมายส่งเสียงร้องดังมาเป็นระยะ ช่างให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายไม่น้อย
มู่หรงเสี่ยวหมิงสั่งให้คนนำผ้าสีขาวมาล้อมรอบจนหมด และสั่งห้ามผู้ใดให้เข้ามาหากเขาไม่อนุญาต
"มู่หลาน"
"เพคะ"
"แก้ผ้ากันเถิด"