หยางจิ่งขยับกายเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ต้นไม้ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก พลางจ้องมองหยางจินจินและเจียงหมิงเจ๋อด้วยความสงสัย
เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชาติที่แล้วหยางจินจินและเจียงหมิงเจ๋อจะรู้จักกัน
หรือว่าวันนั้นที่หยางจินจินต่อต้านการแต่งงานและบอกว่านางมีคนรักอยู่แล้ว บุรุษผู้นั้นก็คือเจียงหมิงเจ๋อ
เขาจำได้ว่าก่อนเสด็จพ่อจะสิ้นพระชนม์ เขาได้ข่าวว่าเจียงหมิงเจ๋อหนีออกจากเป่ยฉินได้สำเร็จ และหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ยามนั้นเขาไม่ได้สนใจองค์ชายกบฏผู้นี้เท่าใดนัก จึงไม่ได้รับรู้ความเป็นไปของเจียงหมิงเจ๋ออีกเลย ได้ข่าวอีกคราก็พบว่าเจียงหมิงเจ๋อขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ของแคว้นเยี่ยนไปเสียแล้ว
หลังจากเจียงหมิงเจ๋อขึ้นเป็นฮ่องเต้แคว้นเยี่ยน ไม่นานเสด็จพ่อของเขาก็สวรรคตในสามวันให้หลัง บ้านเมืองก็นองไปด้วยโลหิต ด้วยฝีมือคนในที่ก่อกบฏสำเร็จ
เขาจ้องมองไปที่เจียงหมิงเจ๋อคราหนึ่ง บางอย่างบอกเขาว่าชาตินี้เขาจะต้องจับตาดูเจียงหมิงเจ๋อให้มากกว่าชาติที่แล้ว
หยางจิ่งขมวดคิ้วมุ่น คล้ายว่าในชาติก่อนจะมีเรื่องราวอีกหลายเรื่องที่เขายังไม่รู้?
ด้านเจียงหมิงเจ๋อที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน จึงหยุดฝีเท้าก็หันไปมองคราหนึ่ง ก่อนจะทำความเคารพหยางจินจินอย่างนอบน้อม
แม้ยามที่เสด็จพ่อของเขายังมีชีวิตอยู่ เจียงหมิงเจ๋อคือองค์ชายที่ผู้คนให้ความเคารพมากที่สุดในดินแดนแคว้นเยี่ยน แต่ยามนี้ไม่มีเสด็จพ่อแล้ว เขาถูกส่งตัวมาที่แคว้นเป่ยฉินเพื่อเป็นตัวประกันทางการเมือง ผู้คนต่างมองเขาด้วยแววตาที่เวทนาสงสาร ชีวิตของเจียงหมิงเจ๋อพลิกผันจากองค์ชายผู้สูงศักดิ์มาเป็นเพียงตัวประกันที่ต้องคอยสังเกตสีหน้าผู้คนเพียงชั่วข้ามคืน
อยู่ที่นี่เขาไม่นับเป็นตัวอะไร แม้ฮ่องเต้แคว้นเป่ยฉินจะเมตตาไม่กักขังเขาเอาไว้ในคุกหลวง แต่กลับให้เขาได้ใช้ชีวิตอยู่ได้เพียงแค่ในตำหนักเล็ก ๆ ของวังหลวงแห่งนี้ จะเดินไปที่ใดล้วนมีทหารองครักษ์คอยจับตามอง ถูกกักขังเช่นนี้มันทรมานยิ่งกว่าฆ่าเขาให้ตายเสียอีก เหล่าขันทีและนางกำนัลต่างดูแคลนและกลั่นแกล้งเขา แม้กระทั่งองค์หญิงแคว้นเป่ยฉินที่เกิดจากนางสนมขั้นต่ำศักดิ์อย่างหยางจินจิน เขาก็ยังต้องทำความเคารพนางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
"ถวายพระพรองค์หญิงรอง"
"ท่านไม่ต้องมากพิธีกับข้าองค์ชายหมิงเจ๋อ ข้าเห็นใจท่านนะ"
"เห็นใจกระหม่อมเช่นนั้นหรือ?"
"อืม"
"ขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงเวทนากระหม่อม แคก ๆ"
"ไม่ใช่นะ เอ่อ ข้าได้ยามาจากท่านหมอน่ะ ยานี้สามารถบรรเทาอาการไอของท่านได้ ท่านรับไปสิ"
หยางจินจินไม่รู้จะเอ่ยเช่นไรดี นางสงสารเขาเหลือเกิน นางรู้ดีว่าการถูกคนเหยียดหยาม การต้องทนมองดูสีหน้าผู้คนนั้นมันอัปยศเพียงใด
ยิ่งเห็นเขา นางก็เหมือนเห็นเงาตนเองสะท้อนออกมา นางเองก็มีชีวิตไม่ต่างจากเขาเช่นกัน
"ไม่รบกวนองค์หญิงรองแล้ว แคก ๆ"
"รับไปเถิด หากมีสิ่งใดให้ข้าช่วยก็บอกได้นะ"
เจียงหมิงเจ๋อจ้องมองหยางจินจินคราหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้แม่นมไปรับห่อยาห่อนั้นมาจากหยางจินจิน
"ขอบพระทัยองค์หญิงรอง ยามนี้อากาศหนาวยิ่งนัก องค์หญิงรองรีบกลับตำหนักเถิดพ่ะย่ะค่ะ หากมีผู้ใดมาพบเห็น พระองค์จะถูกตำหนิเอาได้"
"อืม ท่านไปก่อนเถิด ข้าอยากยืนรับลมต่ออีกสักหน่อย"
"พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นไม่รบกวนความสำราญขององค์หญิงรองแล้ว"
เจียงหมิงเจ๋อเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะเดินจากไปพร้อมแม่นมของเขาที่ติดตามมาด้วย หยางจินจินจ้องมองเขาเดินจากไปพร้อมแม่นมจนลับสายตา ในดวงตาของนางมีเพียงเขา
นางหลงรักเขาตั้งแต่วันที่เขาถูกพาตัวมาที่เป่ยฉิน เมื่อได้พบเห็นเขาคราแรกนางก็ชอบเขามาก แต่ทว่านางไม่อาจบอกเรื่องนี้กับผู้ใดได้
นางกลัว กลัวว่านางจะสร้างความลำบากให้เขา
เพียงเท่านี้เขาก็น่าสงสารมากพอแล้ว
หยางจิ่งจ้องมองเข้าไปในแววตาของหยางจินจิน มีหรือเขาจะไม่รู้ถึงความคิดในใจของน้องสาวตน เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาจึงเดินออกมาจากที่หลบซ่อน และเอ่ยกับนาง
"อากาศหนาวเช่นนี้ เจ้าออกมาทำสิ่งใด เหตุใดจึงไม่อยู่ในตำหนัก"
หยางจินจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็สะดุ้งตกใจคราหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเป็นหยางจิ่ง ใบหน้างามก็ซีดเผือดทันที พลางเอ่ยตอบพี่ชายตนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"เอ่อ เสด็จพี่ ข้า..."
"เจ้าชอบเขาหรือ?"
คำถามที่ตรงไปตรงมาของหยางจิ่งทำให้หยางจินจินยิ่งลนลาน
"ไม่ใช่นะเพคะ ไม่ใช่ ข้าเพียงสงสารเขา"
"จินเอ๋อร์ เจ้าโกหกผู้อื่นได้ แต่เจ้าโกหกข้าที่เป็นพี่ชายของเจ้าไม่ได้หรอกนะ"
"เสด็จพี่"
"หากเขามีฐานะคู่ควรกับเจ้าข้าคงสนับสนุนให้เจ้าและเขาสมปรารถนา แต่เขาเป็นเชลยของแคว้นที่คิดก่อกบฏ หากยามใดที่ฮ่องเต้แคว้นเยี่ยนคิดก่อกบฏขึ้นมาอีกครา เสด็จพ่อย่อมสังหารเขาและส่งศีรษะของเขากลับไปที่แคว้นเยี่ยนเป็นแน่ เสด็จพ่อไม่มีทางเห็นด้วยกับความคิดเช่นนี้ของเจ้า"
หยางจินจินเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคู่สวยมีหยาดน้ำตาเอ่อคลอเล็กน้อย
"เสด็จพี่ ข้าเพียงสงสารเขาเท่านั้น"
"ความสงสารของเจ้า จะต้องอยู่ในขอบเขตที่ไม่ทำให้เจ้าเดือดร้อน เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่?"
หยางจินจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาของนางแดงก่ำ หยางจิ่งรู้สึกสงสารน้องสาวตนไม่น้อย เขายื่นมือไปลูบศีรษะนางอย่างรักใคร่เอ็นดู
"รีบไปนอนเถิด อย่าคิดมากเลย เอาไว้มีเวลา ข้าจะพาเจ้าไปเที่ยวที่นอกวังหลวง ดีหรือไม่?"
หยางจินจินที่ได้ยินว่าหยางจิ่งจะพานางออกไปเที่ยวนอกวังหลวง ความโศกเศร้าในคราแรกก็มลายหายไปจนหมดสิ้น นางยิ้มตาหยี ก่อนจะเอ่ยตอบ
"ข้าออกไปได้หรือเพคะ?"
"ได้สิ ข้าจะแอบพาเจ้าออกไป เรื่องนี้ต้องรู้เพียงเราสองคนนะ"
หยางจิ่งยิ้มอ่อนโยน หยางจินจินที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าคราหนึ่ง
"เพคะ ข้าสัญญา"
"เช่นนั้นก็ไปนอนเถิด"
"เพคะ เช่นนั้นข้าขอตัว"
"อืม ไปเถิด"
หยางจิ่งมองตามหยางจินจินที่เดินจากไปจนลับสายตา ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าตำหนักของตนเช่นกัน
หวังว่าหยางจินจินจะไม่ทำการใดที่ทำให้ตนเองอับจนหนทางจนเดินไปพบกับจุดจบเช่นชาติก่อนอีก
ส่วนเจียงหมิงเจ๋อเขาคงต้องจับตาดูคนผู้นั้นอย่างจริงจังเสียแล้ว
ตำหนักท้ายวังหลวง
เจียงหมิงเจ๋อเมื่อกลับมาถึงเรือนนอนของตนแล้ว เขาก็สั่งให้แม่นมปิดประตูให้สนิท แล้วจึงทิ้งกายนั่งลงบนเตียงนอน พลางยกถ้วยน้ำชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มจนหมดถ้วย ก่อนจะปรายตามองห่อยาในมือที่หยางจินจินมอบให้ตนคราหนึ่ง
เจียงหมิงเจ๋อโยนห่อยาห่อนั้นลงไปที่พื้น ก่อนจะแสยะยิ้มมุมปาก ท่าทีที่ดูเจ็บป่วยอ่อนแอเมื่อครู่นี้พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเย็นชาอำมหิตราวกับเป็นคนละคน
"องค์ชาย"
"แม่นม คนของเสด็จพ่อที่ยังมีชีวิตรอด ยามนี้เป็นเช่นไรบ้าง มีข่าวคราวคืบหน้าหรือไม่?"
เขาเอ่ยถามแม่นมของตนด้วยน้ำเสียงเบาลงไม่น้อย เนื่องจากเกรงว่าทหารที่รักษาการณ์อยู่ด้านนอกจะล่วงรู้ถึงความคิดและแผนการของเขา แม่นมเถียน แม่นมที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่วัยเยาว์ เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่โศกเศร้า
"พวกเขาล้วนหนีหายกระจัดกระจายพลัดถิ่นฐานไปหมดแล้วเพคะ"
"อืม เช่นนั้นคงต้องรอสักระยะ ข้าต้องตามหาตราพยัคฆ์ของเสด็จพ่อให้พบ ที่สำคัญข้าเองจะต้องหาทางหนีออกจากวังหลวงแห่งนี้ให้ได้"
"องค์ชาย"
"ข้าไม่เคยรู้สึกว่าตนเองอัปยศเช่นนี้มาก่อนเลย ข้าต้องเสแสร้งแกล้งป่วยเพื่อเอาตัวรอด ยอมทนกับการถูกดูถูกเหยียดหยาม ยอมก้มหัวให้พวกมันหัวเราะเยาะ อีกไม่นานหรอก อีกไม่นาน ข้าจะกลับไปที่แคว้นเยี่ยน เอาคืนพี่ชายสารเลวผู้นั้นให้สาสม ใช้เลือดของมันมาเซ่นสังเวยใต้ฝ่าเท้าของข้าให้จงได้!!! หากไม่เพราะถูกมันวางยาพิษ ข้าคงไม่ต้องมาอยู่ที่นี่"
"องค์ชาย หากฝ่าบาทยังอยู่ พระองค์ย่อมไม่ต้องทนถูกผู้คนรังแก ไม่ต้องตกอยู่ในฐานะองค์ชายตัวประกันเช่นนี้!!! แต่นับว่าเป็นความโชคดีที่สวรรค์ยังเมตตาให้พระองค์ยังมีชีวิตรอดนะเพคะ พระองค์ยังมีหนทางให้แก้แค้นนะเพคะ"
"อีกไม่นานหรอก ข้าพอจะมีหนทางบ้างแล้ว"
"เอ๋? หนทางใดหรือเพคะ"
เจียงหมิงเจ๋อที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์มุมปาก ก่อนจะเอ่ย
"ข้ามีแผนในใจแล้ว แม่นมเถียนเพียงอย่าทำตนเองให้ผู้อื่นเห็นพิรุธก็พอ"
"เพคะองค์ชาย หม่อมฉันทราบแล้ว"
เจียงหมิงเจ๋อเอ่ยเพียงเท่านั้น ก่อนจะจ้องมองไปที่ห่อยานั้นอีกคราด้วยแววตาที่ล้ำลึก
เขายอมกล้ำกลืนฝืนทน ยอมเสแสร้งแกล้งทำเป็นคนป่วยไร้เรี่ยวแรงเพื่อความอยู่รอดของตน วันใดที่เขาบินกลับสู่ที่สูงได้ วันนั้นเขาจะเอาคืนคนที่มันทำให้เขาได้รับความอัปยศทั้งหมดอย่างสาสม