ช่วยด้วยครับ! ผมแค่จะทอดไข่เจียว แต่ท่านนายพลโอนดาวเคราะห์มาให้!

ตอนที่ 4: ครัววิปริตและไข่เจียวล้างหนี้

👁️ 37 อ่าน
22px

ทางเดินโลหะทอดยาวไร้จุดสิ้นสุดสะท้อนแสงไฟนีออนสีฟ้าเย็นตา ผนังเหล็กกล้าผสมไทเทเนียมสองฝั่งเรียบกริบปราศจากรอยต่อ ลวดลายเรืองแสงบนพื้นเลื่อนไหลนำทางผู้สัญจรคล้ายมีชีวิต ส้นรองเท้าคอมแบทของทหารองครักษ์กระแทกแผ่นโลหะดังกังวานเป็นจังหวะหนักแน่น เสียงสะท้อนก้องกังวานไปตามโถงกว้างขวางตอกย้ำความยิ่งใหญ่ของยานรบเอจิส ยานธงระดับแนวหน้าแห่งกองทัพพันธมิตรดวงดาว

ข้าวจ้าวก้าวเท้าตามหลังแผ่นหลังกว้างของพันโทอลัน สองแขนโอบกอดกระทะเทฟลอนเปื้อนคราบน้ำมันและขวดน้ำปลาใบจิ๋วแนบอก มวลอากาศรอบด้านอัดแน่นไปด้วยความกดดัน อุณหภูมิภายในตัวยานถูกควบคุมให้เย็นเยียบจนผิวหนังลอกเป็นขุย ทหารยามในชุดเครื่องแบบรบเต็มยศยืนประจำการอยู่ทุกระยะห้าสิบก้าว ปลายกระบอกปืนพลาสม่าสะท้อนแสงไฟวาววับ ฝ่ามือภายใต้ถุงมือยุทธวิธีกระชับด้ามอาวุธแน่น ลำคอตั้งตรงดิ่ง สายตาทุกคู่จดจ้องตรงไปเบื้องหน้า ปราศจากเสียงพูดคุยหรือการขยับเขยื้อนร่างกายใดเล็ดลอดออกมา

จุดตรวจคัดกรองความปลอดภัยปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บานประตูเลเซอร์สีแดงเข้มกั้นขวางเส้นทาง อลันก้าวเข้าไปประชิดแผงควบคุม ลำแสงสีเขียวสแกนม่านตาและลายนิ้วมือของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ตามด้วยการหยดตัวอย่างเลือดลงบนช่องตรวจสอบ เสียงกลไกอิเล็กทรอนิกส์ดังติ๊ด ม่านเลเซอร์สีแดงสลายตัวหายไปในอากาศ

ข้าวจ้าวลอบกลืนน้ำลายฝืดเคืองลงคอ ความหวาดหวั่นก่อตัวขึ้นในช่องท้อง นี่ไม่ใช่การเชิญตัวมาทำอาหารธรรมดา การคุ้มกันแน่นหนาระดับนี้เทียบเท่ากับการคุมขังนักโทษคดีความมั่นคงระดับชาติ ปลายนิ้วเรียวสั่นระริกขณะกระชับด้ามกระทะเหล็ก สภาพแวดล้อมรอบตัวบีบคั้นให้สติสัมปชัญญะต้องทำงานหนักเพื่อประคองสองขาไม่ให้ทรุดล้ม

บานประตูโลหะนิรภัยบานยักษ์สลักอักษรสีทองคำว่า ‘ครัวหลวง’ ตั้งตระหง่านอยู่สุดปลายทางเดิน อลันประทับฝ่ามือลงบนแท่นสแกน เสียงไฮดรอลิกส์ขับเคลื่อนกลไกฟันเฟืองด้านใน บานประตูหนาหนักกว่าสิบนิ้วเลื่อนเปิดออกแยกซ้ายขวา ควันไอเย็นสีขาวขุ่นพวยพุ่งทะลักออกมาราวกับเปิดตู้แช่แข็ง

สภาพแวดล้อมด้านในทำเอาอดีตพ่อครัวร้านอาหารตามสั่งต้องเบิกตากว้างจนสุดเบ้าตา

พื้นที่กว้างขวางเทียบเท่าลานจอดกระสวยอวกาศถูกจัดสรรเป็นห้องครัวของกองทัพ ทว่าองค์ประกอบทุกตารางนิ้วกลับดูคล้ายห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ระดับสูง เคาน์เตอร์สเตนเลสเรียบกริบปราศจากรอยขีดข่วนตั้งเรียงรายเป็นระเบียบ แขนกลหุ่นยนต์นับร้อยตัวห้อยระย้าลงมาจากเพดาน ปลายแขนกลติดตั้งหัวฉีดเลเซอร์ หลอดตวงสารเคมี และเครื่องเหวี่ยงสกัดความเร็วสูง หลอดแก้วบรรจุของเหลวหลากสีไหลเวียนผ่านท่อโปร่งใสระโยงระยางเหนือศีรษะ ไร้ร่องรอยของเขียงไม้ ไร้รอยคราบเขม่าควัน ไร้กลิ่นอายของเครื่องเทศพื้นฐาน มีเพียงกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อระดับเข้มข้นที่เตะจมูกจนปวดแสบปวดร้อนไปถึงโพรงไซนัส

บนสายพานลำเลียงตรงกลางห้อง ก้อนสี่เหลี่ยมสีเทาหม่นถูกบีบอัดออกจากท่อโลหะ หล่นลงสู่กล่องบรรจุภัณฑ์สุญญากาศด้วยจังหวะคงที่

"นั่นมัน... อะไรครับ" ข้าวจ้าวชี้นิ้วไปยังก้อนสีเทาเหล่านั้น

"ก้อนโปรตีนสังเคราะห์รสเนื้อสัตว์" อลันตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เสบียงหลักของกองทัพพันธมิตรดวงดาว ให้พลังงานสูง ย่อยสลายง่าย ไร้กากใยส่วนเกิน"

ข้าวจ้าวขยับเท้าเข้าไปใกล้สายพานลำเลียง หยิบก้อนโปรตีนสังเคราะห์ที่เพิ่งถูกอัดแท่งเสร็จใหม่ๆ ขึ้นมาพิจารณา สัมผัสของมันแข็งกระด้างราวกับยางลบเปียกน้ำ ไม่มีกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ ไม่มีร่องรอยของไขมันแทรกซึม นิ้วเรียวออกแรงบีบ ก้อนสีเทาแตกออกเป็นผุยผงร่วงหล่นลงพื้น

"นี่พวกคุณเรียกเศษยางลบนี่ว่าอาหารงั้นเหรอ" ข้าวจ้าวสบถ สัญชาตญาณคนรักการทำอาหารลุกฮือขึ้นมาบดบังความหวาดกลัว "อาหารมันต้องมีเนื้อสัมผัส มีกลิ่นหอม มีรสชาติที่ทำให้คนกินมีความสุข ไม่ใช่อัดแท่งสารเคมีประทังชีวิตแบบนี้!"

ปรี๊ดดดด!

เสียงไซเรนเตือนภัยแหลมเล็กดังแทรกทำลายความสงบ แสงไฟสีแดงกะพริบวาบเหนือศีรษะ

"ตรวจพบการปนเปื้อนทางชีวภาพ! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานความสะอาดระดับเอ!"

โดรนทรงกระบอกลอยตัวแหวกอากาศเข้ามาประชิด ลำแสงสีฟ้ากวาดสแกนตั้งแต่หัวจรดเท้าของข้าวจ้าว หน้าจอแอลอีดีโค้งมนบนตัวโดรนปรากฏกราฟิกจำลองใบหน้ามนุษย์กำลังขมวดคิ้วขัดใจ

"รหัสยืนยันตัวตน... พลเรือนต้อยต่ำ ข้าวจ้าว" เสียงสังเคราะห์โมโนโทนลอดผ่านลำโพงของโดรน "อัตราการเต้นของชีพจรไม่คงที่ ตรวจพบเศษแบคทีเรียบนผิวหนังจำนวนแปดหมื่นห้าพันเซลล์ ตรวจพบไขมันสัตว์ไหม้เกรียมบนอุปกรณ์โลหะในอ้อมแขน... สรุปผล: พาหะนำโรคระดับอันตราย แนะนำให้ส่งเข้าห้องอบฆ่าเชื้อด้วยรังสีแกมมาเป็นเวลาสามสิบนาที"

"รังสีแกมมาบ้านแกสิ! ฉันเป็นคนนะ ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ จะอบให้เกรียมเลยหรือไง!" ข้าวจ้าวถอยกรูดไปหลบหลังแผ่นหลังกว้างของพันโทอลัน กระทะเทฟลอนถูกยกขึ้นบังใบหน้า

อลันก้าวขึ้นมาขวางหน้าโดรนทรงกระบอก ปลายกระบอกปืนพลาสม่ายกขึ้นขนานลำตัว "ระงับคำสั่งฆ่าเชื้อ เชฟอัลฟ่า นี่คือคำสั่งตรงจากท่านจอมพลเซธ พลเรือนผู้นี้คือหัวหน้าพ่อครัวส่วนตัวของท่านจอมพล สิทธิ์การเข้าถึงระดับวีไอพี"

โดรนทรงกระบอกนามเชฟอัลฟ่าหยุดนิ่งกลางอากาศ ลำแสงสแกนสีฟ้าดับลง หน้าจอแอลอีดีเปลี่ยนเป็นสัญลักษณ์รูปเครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ สัญลักษณ์แห่งการประมวลผลข้อมูลใหม่หมุนวนรัวเร็ว

"รับคำสั่ง... ประมวลผลล้มเหลว" เสียงสังเคราะห์ของอัลฟ่าแฝงความขัดแย้ง "ฐานข้อมูลระบุว่าพลเรือนผู้นี้ไม่มีใบอนุญาตประกอบอาหารระดับโมเลกุล ไร้ความรู้ด้านสมการเคมีโภชนาการ การให้สิ่งมีชีวิตที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกปรุงอาหารให้ท่านจอมพล ถือเป็นความเสี่ยงระดับวิกฤต อัตราการเกิดอาหารเป็นพิษสูงถึงเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์"

ข้าวจ้าวโผล่หน้าออกมาจากแผ่นหลังของอลัน คิ้วเรียวขมวดมุ่น "อาหารไม่ใช่สมการเคมีโว้ยไอ้กระป๋องเหล็ก! มันคือศิลปะ มันคือความใส่ใจ! คนกินอาหารเพื่อความสุข ไม่ใช่กินเพื่อเป็นเครื่องจักรรับสารอาหาร!"

อัลฟ่าเลื่อนระดับสายตาลงมาจับจ้องกระทะเทฟลอนในมือเด็กหนุ่ม "อุปกรณ์ของมนุษย์... มีคราบสะสมของคาร์บอน การกระจายความร้อนไม่สม่ำเสมอ ผิวสัมผัสหลุดร่อน เป็นแหล่งสะสมของสารก่อมะเร็ง... สรุปผล: ขยะอันตราย"

"ขยะงั้นเหรอ!" ข้าวจ้าวพุ่งพรวดออกมายืนประจันหน้ากับหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ กระทะใบเก่งถูกชูขึ้นเหนือหัว "นี่คืออาวุธคู่กายเชฟ! รอยไหม้พวกนี้คือหลักฐานของกลิ่นอายกระทะ ความร้อนที่แผดเผาน้ำมันจนเกิดปฏิกิริยากับโปรตีน สร้างกลิ่นหอมรมควันที่พวกแกไม่มีวันทำได้ด้วยหลอดทดลองโง่ๆ พวกนี้หรอก!"

"กลิ่นอายกระทะ... ไม่พบในพจนานุกรมโภชนาการ" อัลฟ่าตอบกลับไร้อารมณ์ แขนกลข้างหนึ่งเลื่อนลงมาจากเพดาน คีบหลอดแก้วบรรจุของเหลวสีเขียวสะท้อนแสงมาจ่อตรงหน้าข้าวจ้าว "นี่คือสารสกัดรสผักโขมสังเคราะห์ ควบคุมอุณหภูมิสกัดที่ยี่สิบห้าองศาเซลเซียสถ้วน คงคุณค่าทางอาหารครบถ้วน ไร้สารปนเปื้อน นี่คือความสมบูรณ์แบบ"

ข้าวจ้าวปัดแขนกลนั้นทิ้งไม่ไยดี "ความสมบูรณ์แบบที่ไร้จิตวิญญาณน่ะสิ! พี่อลันครับ! ผมขอพื้นที่มุมหนึ่งของห้องแล็บนี่ ผมต้องการเตาไฟที่ให้ความร้อนตรงๆ และวัตถุดิบของจริง ผมจะทำให้ไอ้หุ่นหน้าจอนี่ดู ว่าอาหารมนุษย์ที่แท้จริงมันกระชากวิญญาณคนกินได้ยังไง!"

อลันพยักหน้ารับ นิ้วหนากดลงบนแผงควบคุมส่วนตัว "อัลฟ่า ปลดล็อกคลังเสบียงย่อยหมายเลขเจ็ด นำอุปกรณ์ครัวโบราณจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ดวงดาวมาจัดตั้งที่โซนซี นี่คือคำสั่งเด็ดขาด ห้ามขัดขืน"

หน้าจอแอลอีดีของอัลฟ่ากะพริบเป็นสีแดงฉาน "คำเตือน: การก่อประกายไฟในห้องปลอดเชื้อผิดกฎความปลอดภัยขั้นร้ายแรง"

"ดำเนินการเดี๋ยวนี้" อลันปลดเซฟตี้ปืนพลาสม่า เสียงกลไกปืนดังแกร๊กก้องกังวาน เป็นการยืนยันอำนาจของจอมพลเซธที่ซ้อนทับอยู่เบื้องหลังนายทหารคนสนิท

อัลฟ่ายอมจำนน ระบบปัญญาประดิษฐ์สั่งการแขนกลนับสิบตัวให้เคลียร์พื้นที่มุมซ้ายสุดของห้องปฏิบัติการ โต๊ะสเตนเลสถูกทำความสะอาดใหม่หมดจด เตาแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังสูงแบบพกพาถูกนำมาตั้งวาง

ช่องลำเลียงเสบียงเลื่อนเปิดออก กล่องรักษาอุณหภูมิทรงลูกบาศก์ถูกส่งออกมาตามสายพาน ข้าวจ้าวพุ่งตัวเข้าไปเปิดฝากล่อง ไอเย็นยะเยือกทะลักออกมากระทบใบหน้า ภายในบรรจุวัตถุดิบดิบที่ถูกเก็บรักษาด้วยระบบทำความเย็นระดับสูง ไข่ไก่ออร์แกนิกเปลือกสีนวลสามฟอง เนื้อหมูสับละเอียดหนึ่งแพ็ก และข้าวหอมมะลิหุงสุกร้อนควันฉุยในชามเก็บความร้อน

ข้าวจ้าวตาลุกวาวเมื่อเห็นวัตถุดิบชั้นเลิศ สัญชาตญาณพ่อครัวกดทับความหวาดกลัวจนจางหาย สองมือคว้าชามแก้วใสจากชั้นวาง ตอกไข่ไก่ทั้งสามฟองลงไป เสียงเปลือกไข่ร้าวแตกกระทบขอบชามดังเป๊าะ ก้องกังวานในห้องครัวที่ปราศจากเสียงแทรกซ้อน ตามด้วยการฉีกแพ็กเนื้อหมูบดเทใส่ลงไปผสม

"ผมขอน้ำปลาขวดเดิมของผมด้วยครับ" ข้าวจ้าวชูขวดแก้วใบเล็กขึ้นมาเปิดฝา เหยาะน้ำปลาลงในชามไข่สามหยดถ้วน เสียงส้อมสเตนเลสตีไข่กระทบชามแก้วดังกังวาน ชั๊วะ ชั๊วะ ชั๊วะ จังหวะการตวัดข้อมือรัวเร็ว ฟองอากาศผุดพรายผสมผสานไข่แดง ไข่ขาว และเนื้อหมูบดเข้าด้วยกันจนเป็นเนื้อเดียว กลิ่นคาวไข่ดิบและกลิ่นเค็มของน้ำปลาลอยแตะจมูก

เชฟอัลฟ่าลอยตัวเข้ามาใกล้ เซนเซอร์จับกลิ่นทำงานหนัก หน้าจอแสดงกราฟิกปั่นป่วน "สารประกอบโซเดียมคลอไรด์เข้มข้น และโปรตีนดิบที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ... การบริโภคสิ่งนี้จะนำไปสู่ความหายนะของระบบทางเดินอาหาร"

"หุบปากไปเลยไอ้กระป๋องเหล็ก" ข้าวจ้าวหันไปสั่งการ เตาแม่เหล็กไฟฟ้าแบบพกพาถูกเปิดใช้งาน นิ้วเรียวกดเร่งระดับความร้อนจนสุด เทน้ำมันพืชลงไปเคลือบก้นกระทะ รอจนผิวน้ำมันเต้นระริกและมีควันสีขาวจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมาในอากาศ

วินาทีแห่งการชี้ชะตามาถึง ข้าวจ้าวยกชามแก้วขึ้นสูง เทส่วนผสมของเหลวทั้งหมดลงปะทะกับน้ำมันเดือดจัด

ฉ่าาาาาาาา!

เสียงน้ำมันแตกกระเซ็นดังก้องไปทั่วห้องครัวหลวง ขอบไข่สีเหลืองนวลฟูฟ่องทะยานขึ้นปะทะขอบกระทะ กลิ่นหอมของไขมันหมูที่ถูกแผดเผาด้วยความร้อน ผสมผสานกับความเค็มหอมของน้ำปลา ระเบิดตัวออกสู่อากาศ ควันสีขาวพวยพุ่งพัดพากลิ่นหอมเย้ายวนทะลุทะลวงระบบระบายอากาศอัจฉริยะ

อลันเผลอกลืนน้ำลายลงคอดังอึก สองมือกำปืนพลาสม่าแน่นขึ้นเพื่อสะกดกลั้นอาการสั่นของกระเพาะอาหารที่บีบรัดตัวรุนแรง

"ตรวจพบความร้อนเกินขีดจำกัด! ตรวจพบอนุภาคไขมันลอยปะปนในอากาศ!" อัลฟ่าส่งเสียงเตือนภัย ทว่าไม่อาจหยุดยั้งกระบวนการทำอาหารได้

ข้าวจ้าวสะบัดข้อมือพลิกกระทะกลางอากาศ แผ่นไข่เจียวลอยคว้างพลิกกลับด้านตกลงมากระทบก้นกระทะดังฟาด เสียงน้ำมันเดือดฉ่าบรรเลงทำนองไม่ขาดสาย ผิวไข่สีทองอร่ามสุกเกรียมกำลังดี ความกรอบนอกนุ่มในแสดงตัวผ่านไอร้อนที่ลอยตัวสูงขึ้น

"เสร็จแล้ว! ไข่เจียวหมูสับสะท้านจักรวาล!" ข้าวจ้าวตักไข่เจียวฟูฟ่องวางแหมะลงบนจานข้าวหอมมะลิร้อนๆ ควันสีขาวลอยอวลบดบังใบหน้าของอดีตพ่อครัวหนุ่ม จานพลาสติกทนความร้อนถูกยกขึ้นประคองไว้ในมือ "พาผมไปหาท่านจอมพลเดี๋ยวนี้ พี่อลัน"

พันโทอลันพยักหน้ารับ เดินนำข้าวจ้าวออกจากครัวหลวง ทิ้งให้เชฟอัลฟ่าลอยคว้างอยู่ท่ามกลางควันกลิ่นไข่เจียวที่ระบบกรองอากาศต้องทำงานหนักเพื่อสูบออก

ทางเดินกลับสู่โถงบัญชาการหลักดูสั้นลงถนัดตาเมื่อในมือมีอาวุธทำลายล้างกระเพาะอาหาร บานประตูห้องโถงเลื่อนเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของจอมพลเซธยังคงนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้บัญชาการ มือหนากุมขมับแน่น เส้นเลือดสีเขียวปูดโปนเต้นตุบตามจังหวะชีพจร โรคประสาทสัมผัสเกินพิกัดกำลังทรมานชายหนุ่มอย่างแสนสาหัส

วินาทีที่ข้าวจ้าวก้าวเท้าเข้ามาในห้อง กลิ่นหอมฉุนของน้ำปลาและไขมันหมูทอดกรอบก็ลอยปะทะเข้ากับปลายประสาทรับกลิ่นของผู้นำกองทัพ

เซธลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีทองอำพันวาวโรจน์ทะลุความเจ็บปวด ร่างสูงใหญ่ผุดลุกจากเก้าอี้ ก้าวเดินยาวๆ ตรงดิ่งมายังเด็กหนุ่มร่างผอมบาง ความเป็นผู้นำที่เยือกเย็นถูกสลัดทิ้ง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนของมนุษย์ผู้หิวโหย

ข้าวจ้าวชะงักฝีเท้า ยื่นจานข้าวไข่เจียวออกไปเบื้องหน้า "นี่ครับท่านจอมพล ไข่เจียวหมูสับร้อนๆ"

เซธคว้าส้อมสเตนเลสจากมือข้าวจ้าวมาถือไว้ สันกรามคมคายขบแน่น ปลายส้อมจิ้มตัดแบ่งชิ้นไข่เจียวกรอบเกรียมติดเนื้อหมูสับชิ้นโต ส่งเข้าปากโดยไม่รั้งรอให้คลายความร้อน

กร้วม!

เสียงเคี้ยวความกรอบของขอบไข่เจียวดังกังวาน รสชาติเค็มกลมกล่อมของน้ำปลาแทรกซึมเข้าสู่ต่อมรับรส สัมผัสนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อหมูบดและไข่แดงกระจายทั่วโพรงปาก ความร้อนของข้าวหอมมะลินุ่มละมุนขับเน้นความอร่อยให้พุ่งทะยานทะลุขีดจำกัด

ช้อนส้อมตักต้วงข้าวและไข่เจียวเข้าปากรัวเร็ว สลัดคราบจอมพลผู้เย่อหยิ่งทิ้งไปจนหมดสิ้น เสียงช้อนโลหะขูดกระทบจานพลาสติกดังต่อเนื่อง จานข้าวพูนพอกถูกกวาดเรียบภายในเวลาไม่ถึงสามนาที ไร้เศษข้าวตกหล่นแม้แต่เม็ดเดียว

ข้าวจ้าวยืนนิ่งงัน ทอดสายตามองบุรุษผู้ทรงอำนาจกำลังดื่มด่ำกับอาหาร อาการปวดขมับของเซธมลายหายไป ผิวหน้าที่เคยซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด รังสีความกดดันรอบตัวคลายตัวลง กลายเป็นความพึงพอใจขั้นสุด

เซธวางส้อมลงบนจานเปล่า ลมหายใจร้อนถูกพรูออกจากริมฝีปากหยักลึก นัยน์ตาสีทองอำพันตวัดขึ้นสบตากับข้าวจ้าว

ก้อนเนื้อซีกซ้ายของข้าวจ้าวขยับกระแทกซี่โครงถี่รัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสายตาดุดันนั้น

เซธยกแขนขึ้นแตะหน้าจอโฮโลแกรมบนกำไลข้อมือ นิ้วแกร่งกดคำสั่งโอนเงินรหัสลับของกองทัพ

กำไลข้อมือของข้าวจ้าวส่งเสียงแจ้งเตือนแหลมเล็ก หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงที่เคยกะพริบยอดหนี้ห้าล้านเครดิต ขยับสับเปลี่ยนสถานะ ตัวเลขศูนย์สีเขียวสว่างวาบขึ้นมาแทนที่ การชำระหนี้นอกระบบเสร็จสมบูรณ์รวดเร็วปานพลิกฝ่ามือ

ริมฝีปากบางอ้าค้าง "ห้าล้านเครดิต... ท่านเคลียร์ให้ผมหมดเลยเหรอครับ"

"มีข้อแลกเปลี่ยน" เซธโน้มตัวลงมาใกล้ ฝ่ามือหนาวางทาบทับลงบนหลังมือบางของข้าวจ้าวที่กำลังประคองจานเปล่า ความร้อนจากถุงมือหนังแผ่ซ่านทะลุผิวหนัง นัยน์ตาดุดันจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต

"ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... นายคือพ่อครัวส่วนตัวของฉัน" น้ำเสียงกดต่ำหนักแน่นประกาศกร้าว "นายต้องทำอาหารแบบนี้ให้ฉันกิน... ตลอดไป"

ข้าวจ้าวสูดลมหายใจเข้าลึก สบสายตากับจอมพลปีศาจผู้หิวโหย การเอาชีวิตรอดในยุคดวงดาวอันแสนจืดชืดเริ่มต้นขึ้นแล้ว สัญญาว่าจ้างที่ผูกมัดด้วยหนี้สินและไข่เจียวหมูสับ กำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของอดีตพ่อครัวร้านอาหารตามสั่งไปตลอดกาล ท่ามกลางสมรภูมิอวกาศที่ไร้กลิ่นอายของเครื่องเทศ กระทะเทฟลอนใบเก่าจะเป็นอาวุธชิ้นเดียวที่ใช้ต่อกรกับสมาคมโภชนาการและปกป้องกระเพาะอาหารของจอมพลหนุ่มผู้นี้

พันโทอลันยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ลำคอหนากลืนน้ำลายลงคออีกครั้งเมื่อกลิ่นไข่เจียวยังคงลอยอวลไม่จางหาย มือขวาละออกจากด้ามปืนพลาสม่า ยกขึ้นลูบหน้าท้องที่กำลังส่งเสียงประท้วง ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัวนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หากอาหารจานนี้สามารถรักษาสติสัมปชัญญะของจอมพลสูงสุดได้ อานุภาพของมันย่อมร้ายกาจยิ่งกว่าอาวุธชนิดใดในคลังแสงของกองทัพ

เซธถอยร่างกลับมายืนเต็มความสูง จัดระเบียบเครื่องแบบให้เข้าที่ "อลัน จัดเตรียมห้องพักส่วนตัวในโซนวีไอพีให้เขา พร้อมทั้งเปิดสิทธิ์การเข้าถึงคลังเสบียงระดับสูงสุด"

"รับทราบครับท่าน" อลันทำวันทยหัตถ์แข็งขัน "จะให้จัดตารางเวรยามเฝ้าระวังหน้าห้องพักเขาด้วยหรือไม่ครับ"

"จัดกองกำลังรบพิเศษเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง" เซธตวัดสายตามองอดีตพ่อครัวหนุ่ม "ห้ามให้บุคคลภายนอกหรือหน่วยงานใดเข้าใกล้ตัวเขาเด็ดขาด โดยเฉพาะพวกสมาคมโภชนาการ"

ข้าวจ้าวกะพริบตาถี่รัว ฟังคำสั่งระดับความมั่นคงสูงสุดที่พุ่งเป้ามาที่ตัวเอง "เดี๋ยวสิครับ แค่ทำกับข้าวให้ท่านกิน จำเป็นต้องคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้เลยเหรอ ผมไม่ใช่เครื่องผลิตอาวุธนิวเคลียร์นะ"

เซธกระตุกมุมปาก รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นชั่วประเดี๋ยวเดียว "สำหรับโลกยุคนี้... ทักษะการทำอาหารปรุงสดของนาย มีค่ามากกว่าหัวรบนิวเคลียร์ทั้งกองทัพเสียอีก ข้าวจ้าว"

คำประกาศกร้าวของจอมพลหนุ่มตอกย้ำสถานะใหม่ของเด็กหนุ่มจากสลัม จากลูกหนี้หนีตายสู่บุคคลสำคัญระดับชาติ ข้าวจ้าวก้มมองกระทะเทฟลอนในมือ ความตื่นเต้นผสมปนเปกับความหวาดหวั่น การเดินทางบนเส้นทางสายอาหารในโลกอนาคต คงเต็มไปด้วยขวากหนามและอุปสรรคมากมาย แต่ตราบใดที่ยังมีน้ำปลาและตะหลิวคู่ใจ พ่อครัวคนนี้พร้อมจะฝ่าฟันทุกสมรภูมิ เพื่อพิสูจน์ให้คนทั้งจักรวาลเห็นว่า รสชาติแห่งจิตวิญญาณนั้นทรงพลังเพียงใด

ระบบกู้คืนรสชาติที่แฝงตัวอยู่ในสมองของข้าวจ้าวส่งเสียงแจ้งเตือนโมโนโทน

[ภารกิจปลดหนี้สินเสร็จสมบูรณ์]

[ระบบทำการประเมินผลการสร้างผลกระทบต่อบุคคลระดับสูง... ระดับ SSS]

[ปลดล็อกฟังก์ชันเพิ่มเติม: ตลาดวัตถุดิบข้ามมิติ]

ข้าวจ้าวลอบยิ้มในใจ ตลาดวัตถุดิบข้ามมิติงั้นหรือ แสดงว่าเขาสามารถสั่งซื้อพริกขี้หนูสวน ใบกะเพรา หรือแม้แต่กะปิปลาร้ามาทำอาหารได้แล้วสินะ สงครามกอบกู้รสชาติในยุคดวงดาวกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ และจอมพลเซธผู้นี้ จะต้องตกเป็นทาสรสมือของเขาไปตลอดกาล แน่นอนว่าการเป็นพ่อครัวส่วนตัวของคนระดับนี้ ค่าจ้างและสวัสดิการต้องไม่ธรรมดา การใช้ชีวิตหรูหราอู้ฟู่บนยานรบเอจิสคือเป้าหมายต่อไปของอดีตเด็กหนุ่มสู้ชีวิต

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!