รสชาติความอร่อยของไข่เจียวใบแรกในรอบพันปี (หรืออาจจะใบแรกของโลกยุคนี้เลยก็ว่าได้) ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายลิ้นของผม ความกรอบนอกนุ่มใน ความเค็มปะแล่มๆ ของน้ำปลาที่ผสานกับความมันของไข่แดง มันช่างเป็นรสชาติที่แสนจะธรรมดาในอดีต แต่กลับกลายเป็นสิ่งล้ำค่าและเยียวยาจิตใจขั้นสุดยอดในวินาทีนี้ ผมนั่งเลียคราบน้ำมันที่ติดอยู่บนปลายนิ้วอย่างลืมตัว ไม่หลงเหลือคราบของเชฟเจ้าของร้านอาหารตามสั่งผู้หยิ่งทะนง มีเพียงไอ้จ้าวคนหิวโหยที่เพิ่งรอดตายจากการขาดสารอาหารมาหมาดๆ
ผมทิ้งตัวลงนั่งพิงผนังโลหะเย็นเฉียบของห้องแคปซูล ถอนหายใจออกมายาวเหยียด ความตึงเครียดที่สะสมมาตั้งแต่ลืมตาตื่นเริ่มคลายตัวลงบ้าง ท้องที่เคยส่งเสียงร้องโครกครากประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้สงบนิ่งและสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากกระเพาะอาหาร
ติ๊ง!
เสียงใสๆ ของระบบกู้คืนรสชาติดังขึ้นในหัวอีกครั้ง พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าที่เด้งขึ้นมาตรงหน้าเบียดบังทัศนียภาพของป้ายโฆษณานีออนนอกหน้าต่าง
[ภารกิจแรกเสร็จสิ้น: ปรุงอาหารจานแรกของคุณเพื่อกระตุ้นต่อมรับรสของโลกใบนี้]
[ประเมินผลงาน: ไข่เจียวพื้นฐาน (ความสมบูรณ์ 85%) - ขาดวัตถุดิบเสริมและอุปกรณ์ที่เหมาะสม แต่สามารถดึงรสชาติของวัตถุดิบหลักออกมาได้ดีเยี่ยม]
[ได้รับรางวัล: เตาแม่เหล็กไฟฟ้าอเนกประสงค์ (รุ่นเริ่มต้น) x1, เงินทุนตั้งต้น 500 เครดิต]
สิ้นเสียงประกาศ แสงสว่างวาบก็ปรากฏขึ้นที่มุมห้องตรงจุดที่เคยเป็นเครื่องอุ่นอาหารสังเคราะห์สนิมเขรอะ ทันทีที่แสงจางลง เครื่องอุ่นขยะๆ ตัวนั้นก็อันตรธานหายไป ถูกแทนที่ด้วยอุปกรณ์ทำอาหารชิ้นใหม่เอี่ยมอ่อง มันคือ 'เตาแม่เหล็กไฟฟ้า' ที่รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนเตาในยุค 2026 เลยสักนิด ตัวเตาเป็นวงรีแบนเรียบทำจากวัสดุสีดำด้านที่ดูหรูหราและทนทาน หน้าจอสัมผัสโปร่งใสลอยตัวอยู่เหนือเตา แสดงอุณหภูมิและโหมดการทำอาหารต่างๆ ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ย่าง แถมยังมีระบบดูดควันและกรองกลิ่นแบบนาโนเทคโนโลยีติดตั้งมาในตัว
"โอ้โห... นี่มันเตาหรือแผงควบคุมยานอวกาศวะเนี่ย" ผมเบิกตากว้าง คลานเข่าเข้าไปลูบคลำผิวสัมผัสเรียบเนียนของเตาใบใหม่อย่างตื่นเต้น สัญชาตญาณพ่อครัวบอกผมว่านี่คือของดีระดับพรีเมียม มันสามารถเร่งความร้อนได้รวดเร็วดั่งใจนึก และรักษาระดับอุณหภูมิได้นิ่งสนิทแบบที่เตาแก๊สหัวฟู่ยุคเก่าทำไม่ได้
"เอาล่ะ ได้เตาดีๆ มาแล้ว ได้เงินมาอีกห้าร้อยเครดิต..." ผมพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเริ่มปรากฏบนใบหน้า ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นตัวเลขสีแดงมุมขวาบนของหน้าจอโฮโลแกรม
[หนี้สินคงค้าง: 4,999,500 เครดิต]
[เวลาที่เหลือในการชำระงวดแรก (50,000 เครดิต) : 71 ชั่วโมง 45 นาที]
รอยยิ้มของผมหุบฉับลงทันที ราวกับถูกใครเอาสาดน้ำเย็นจัดรดหัวกลางฤดูหนาว
"ห้าร้อยเครดิต... หักลบกับหนี้ห้าล้าน... มันแทบไม่ระคายเคืองกระเป๋าตังค์ไอ้พวกเจ้าหนี้เลยนี่หว่า!" ผมขยี้หัวตัวเองจนผมชี้ฟูเป็นรังนก ความเป็นจริงอันโหดร้ายกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง การเอาชีวิตรอดในห้องแคปซูลรูหนูแห่งนี้ว่ายากแล้ว แต่การหาเงินห้าหมื่นเครดิตภายในเวลาไม่ถึงสามวันเพื่อไม่ให้ถูกส่งไปเป็นทาสขุดแร่ที่ดาวทาร์ตารัสนั้น... มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย!
เงินห้าร้อยเครดิตในยุคนี้ทำอะไรได้บ้าง? จากความทรงจำของร่างเดิม อาหารสังเคราะห์เกรดต่ำสุดแบบที่ผมเพิ่งบ้วนทิ้งไป ราคาก้อนละ 10 เครดิต แปลว่าผมมีเงินซื้อก้อนยางลบรสพลาสติกประทังชีวิตได้ห้าสิบมื้อ แต่ไม่มีทางพอจ่ายหนี้แน่นอน
"คิดสิจ้าว คิด... แกเป็นพ่อครัว แกมีวิชาติดตัว" ผมเดินวนไปวนมาในห้องแคปซูลแคบๆ กัดเล็บตัวเองอย่างใช้ความคิด "คนยุคนี้กินแต่ของพรรค์นั้น... ถ้าฉันทำอาหารจริงๆ ขายล่ะ? อาหารที่โคตรอร่อย โคตรหอม มันต้องมีคนยอมจ่ายแพงๆ เพื่อซื้อสิ!"
แนวคิดเรื่องการเปิด 'ร้านอาหาร' ผุดขึ้นมาในหัว แต่มันก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว เพราะผมไม่มีทุน ไม่มีหน้าร้าน ไม่มีใบอนุญาต แถมวัตถุดิบก็ไม่มี! โลกยุคนี้ไม่มีตลาดสดให้ไปเดินเลือกหมูเลือกผักตอนเช้ามืด วัตถุดิบธรรมชาติถูกผูกขาดโดย 'สมาคมโภชนาการ' และ 'กลุ่มทุนระดับสูง' เท่านั้น
ติ๊ง!
ระบบที่เงียบไปพักหนึ่งส่งเสียงขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ตัวอักษรสีทองอร่ามปรากฏขึ้นพร้อมกับเอฟเฟกต์พลุกระดาษจำลอง
[ภารกิจหลักบทที่ 1: การตื่นรู้ของสุนทรียภาพแห่งรสชาติ]
[รายละเอียด: ในเมื่อคุณครอบครองศิลปะที่สาบสูญ จงใช้มันเพื่อสั่นสะเทือนโลกใบนี้! ปรุงอาหารจานต่อไปของคุณ และทำให้ผู้คนอย่างน้อย 10 คน ได้รับผลกระทบจาก 'กลิ่นหอม' จนเกิดความอยากอาหารระดับรุนแรง]
[รางวัลเมื่อสำเร็จ: ปลดล็อก 'ระบบร้านค้าวัตถุดิบพื้นฐาน', มีดเชฟคาร์บอนไฟเบอร์ x1, และเงินทุน 5,000 เครดิต]
ดวงตาของผมเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขรางวัล... ห้าพันเครดิต! แม้จะยังไม่พอจ่ายหนี้งวดแรก แต่มันก็เป็นก้าวที่ใหญ่มาก และที่สำคัญคือ 'ระบบร้านค้าวัตถุดิบ' ถ้าผมปลดล็อกมันได้ ผมก็จะมีทางหาวัตถุดิบมาทำอาหารขายหาเงินได้!
"ให้คนสิบคนได้กลิ่นจนหิวจัดงั้นเหรอ..." ผมมองไปรอบๆ ห้องแคปซูลของตัวเอง ผนังห้องเป็นโลหะหนาทึบเพื่อป้องกันรังสีและอุณหภูมิจากภายนอก มีเพียงท่อระบายอากาศเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับโถงทางเดินส่วนกลางของอพาร์ตเมนต์สลัมแห่งนี้ "ถ้าจะให้กลิ่นทะลุออกไปข้างนอกได้ มันต้องไม่ใช่แค่ไข่เจียวธรรมดา... มันต้องเป็นเมนูที่มีกลิ่นรุนแรง ดุดัน และกระชากวิญญาณคนหิว!"
เมนูแรกที่แวบเข้ามาในหัวคือ 'ผัดกะเพรา' กลิ่นฉุนของพริกกระเทียมและใบกะเพราที่ผัดในน้ำมันร้อนๆ สามารถทำลายล้างจมูกคนทั้งซอยได้สบายๆ แต่ปัญหาคือ... ผมไม่มีวัตถุดิบ
[แจ้งเตือน: เพื่อสนับสนุนโฮสต์ในภารกิจนี้ ระบบขอมอบ 'ชุดวัตถุดิบสนับสนุน' (ใช้ได้ครั้งเดียว) ]
แสงสีฟ้าสว่างขึ้นอีกครั้งบนโต๊ะพับ คราวนี้ปรากฏกล่องเก็บความเย็นขนาดกะทัดรัด เมื่อผมเปิดฝาออก กลิ่นหอมสดชื่นของวัตถุดิบธรรมชาติก็ลอยแตะจมูก
ข้างในกล่องมี:
- หมูสับติดมันสีชมพูระเรื่อ (ประมาณสองขีด)
- ไข่ไก่ออร์แกนิก 4 ฟอง
- กระเทียมไทยกลีบเล็ก 1 หัว
- ต้นหอมสดสีเขียวชอุ่ม 2 ต้น
- พริกไทยขาวป่นในขวดแก้วเล็กๆ
- น้ำมันหมูเจียวหอมๆ หนึ่งถ้วยเล็ก
"ไม่มีกะเพราแฮะ..." ผมขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่อมองดูวัตถุดิบตรงหน้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนมุมปาก "แต่มีแค่นี้ก็เกินพอแล้ว... หึหึ ไม่เคยกินล่ะสิ อาวุธทำลายล้างความหิวระดับคลาสสิกของคนไทย... 'ไข่เจียวหมูสับ'!"
ไข่เจียวธรรมดาเมื่อกี้ก็ว่าหอมแล้ว แต่ถ้าเป็นไข่เจียวที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหมูสับติดมันนุ่มๆ หอมกลิ่นกระเทียมสับละเอียดที่โดนความร้อน ตามด้วยความเผ็ดร้อนบางๆ ของพริกไทย และความหวานของต้นหอมซอย... เมื่อทุกอย่างลงไปทอดใน 'น้ำมันหมู' ที่ร้อนจัด... รับรองว่ากลิ่นของมันจะทะลุทะลวงระดับกาแล็กซี!
ผมไม่รอช้า เริ่มลงมือเตรียมวัตถุดิบทันที แม้จะไม่มีมีดและเขียง ผมก็ประยุกต์ใช้ส้อมพลาสติกแข็งๆ บี้กระเทียมจนแตก แล้วแกะเปลือกออกอย่างทุลักทุเล ส่วนต้นหอมผมใช้วิธีเด็ดเป็นท่อนเล็กๆ ด้วยมือ แม้จะไม่สวยงามเหมือนใช้มีดซอย แต่ความหอมของน้ำมันหอมระเหยในต้นหอมก็กระจายออกมาเต็มที่
ผมตอกไข่ไก่ทั้งสี่ฟองลงในชามโลหะขนาดใหญ่ที่เพิ่งล้างทำความสะอาด ตามด้วยหมูสับติดมันทั้งหมดลงไป ใส่กระเทียมบี้และต้นหอมเด็ดท่อน ปรุงรสด้วยน้ำปลาหมักธรรมชาติสองช้อนโต๊ะ และโรยพริกไทยขาวป่นลงไปอย่างหนักมือ
จากนั้นคือขั้นตอนสำคัญ... การตีไข่!
ผมใช้ส้อมสองคันตีส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างบ้าคลั่ง
ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง! ชิ้ง!
เสียงส้อมกระทบชามโลหะดังก้องไปทั่วห้อง ผมสะบัดข้อมือด้วยความเร็วสูง ให้อากาศเข้าไปแทรกซึมในเนื้อไข่มากที่สุด เพื่อให้ไข่เจียวฟูฟ่องและไม่อมน้ำมัน หมูสับถูกกระจายตัวแทรกซึมไปในทุกอณูของไข่ กลิ่นคาวของไข่ดิบเริ่มถูกกลบด้วยความหอมของน้ำปลาและพริกไทย
"ระบบ ปิดระบบดูดควันและกรองกลิ่นของเตาซะ!" ผมสั่งการเสียงดัง
[ยืนยันการปิดระบบกรองกลิ่น คำเตือน: อาจทำให้เกิดมลภาวะทางกลิ่นภายในอาคาร]
"นั่นแหละที่ฉันต้องการ!"
ผมเปิดเตาแม่เหล็กไฟฟ้า เลื่อนแถบความร้อนไปที่ระดับสูงสุด เทน้ำมันหมูทั้งหมดลงในกระทะก้นลึก (ที่ผมเพิ่งค้นเจอใต้เตียงและขัดจนสะอาด)
ความร้อนจากเตาแม่เหล็กไฟฟ้าล้ำยุคนั้นทรงพลังมาก เพียงไม่กี่วินาที น้ำมันหมูก็เริ่มเดือดปุดๆ และส่งควันสีขาวบางๆ ลอยขึ้นมา กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของไขมันสัตว์ที่ถูกหลอมละลายแผ่ซ่านไปทั่วห้อง มันเป็นกลิ่นที่อุดมสมบูรณ์ หอมหวาน และกระตุ้นสัญชาตญาณความหิวของสัตว์กินเนื้อได้อย่างรุนแรง
"ได้ที่แล้ว..." ผมหรี่ตาลง จ้องมองริ้วน้ำมันที่กำลังเต้นระบำอยู่ในกระทะ ยกชามไข่เจียวหมูสับที่ตีจนฟูฟ่องขึ้นเหนือกระทะประมาณหนึ่งฟุต
และแล้ว... ผมก็เทส่วนผสมทั้งหมดลงไปในรวดเดียว!
ซ่าาาาาาาาาาาาาา!!!!!!!!!!!!!
เสียงระเบิดของการปะทะกันระหว่างไข่ดิบและน้ำมันหมูร้อนจัดดังสนั่นราวกับเสียงพายุฝนฟ้าคะนอง! ไข่ที่ตกลงไปขยายตัวฟูฟ่องขึ้นมาในพริบตา ขอบไข่สัมผัสกับความร้อนจัดจนเกิดการ 'คาราเมลไลซ์' เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองและกรอบเกรียมอย่างรวดเร็ว
และในวินาทีนั้นเอง... 'ระเบิดกลิ่น' ก็ทำงาน!
ความร้อนได้ปลดปล่อยกลิ่นหอมของเนื้อหมูสับที่สุกกำลังดี กลิ่นกระเทียมที่ถูกเจียวจนหอมฉุย กลิ่นน้ำปลาที่ระเหยกลายเป็นไอความเค็มกลมกล่อม และกลิ่นเผ็ดร้อนบางๆ ของพริกไทย ทั้งหมดนี้ม้วนตัวรวมกันเป็นพายุทอร์นาโดแห่งความอร่อย พุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้อง!
มันไม่ใช่แค่กลิ่น แต่มันคือ 'สสาร' ที่มีตัวตน! ควันสีขาวอมเหลืองทองลอยคลุ้งไปทั่วห้องแคปซูล ก่อนจะถูกแรงดันอากาศดันให้พุ่งทะลักเข้าไปในช่องระบายอากาศเหนือเตียงนอนอย่างรวดเร็ว...
ณ โถงทางเดิน โซน C อาณานิคมสลัม เซกเตอร์ 7
สิบเอก 'วอล์คเกอร์' และ พลทหาร 'ซุน' สองทหารยามสังกัดกองกำลังรักษาความปลอดภัยเซกเตอร์ 7 กำลังเดินลาดตระเวนไปตามทางเดินโลหะที่สลัวและเต็มไปด้วยรอยสนิม บรรยากาศรอบตัวช่างน่าหดหู่ เสียงเครื่องจักรกลดังหึ่งๆ อยู่ตลอดเวลา
"เฮ้อ... วันนี้ก็กิน 'นิวทริ-บล็อก' รสสาหร่ายสกัดอีกแล้วเหรอวะ จืดชืดจนลิ้นฉันจะกลายเป็นกระดาษทรายอยู่แล้ว" พลทหารซุนบ่นอุบอิบขณะเคี้ยวแท่งอาหารสีเขียวหม่นๆ ในปาก สีหน้าเหยเกเหมือนกำลังเคี้ยวยาขม
"เงียบปากแล้วเดินไปเถอะน่า ไอ้หนู" สิบเอกวอล์คเกอร์ปรามเสียงดุ แม้ในมือของเขาจะถือแท่งอาหารแบบเดียวกันเป๊ะ "เราเป็นทหารระดับล่าง มีของให้กินประทังชีวิตก็บุญแล้ว อยากกิน 'อาหารสังเคราะห์รสเนื้อสัตว์สเต็ป 3' นู่น... ต้องไปสอบเข้ากองกำลังพิทักษ์ยานแม่นู่น ถึงจะได้ลิ้มรสชาติที่มันมีกลิ่นคาวเลือดนิดๆ"
"โหย จ่าก็พูดเกินไป อาหารสเต็ป 3 มันแพงระยับเลยนะ... แค่คิดก็..."
ซุนหยุดพูดกะทันหัน จมูกของเขาฟุดฟิดไปมาในอากาศ เหมือนหมาล่าเนื้อที่ได้กลิ่นเหยื่อ
"จ่า... จ่าได้กลิ่นอะไรมั้ย?" ซุนชะงักฝีเท้า โยนแท่งนิวทริ-บล็อกทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี
"กลิ่นอะไร? แกอย่ามาทำเป็นนอกเรื่อง..." วอล์คเกอร์กำลังจะหันไปด่า แต่แล้ว... โสตประสาทการรับกลิ่นของเขาก็ถูกโจมตีเข้าอย่างจัง!
มันเป็นกลิ่นที่พวกเขาไม่เคยรู้จักมาก่อนในชีวิตที่เติบโตมาในหลอดแก้วและสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าของรัฐ มันไม่ใช่กลิ่นสารเคมี ไม่ใช่กลิ่นโลหะ และไม่ใช่กลิ่นอาหารสังเคราะห์อันจืดชืด
มันคือกลิ่นของ 'ไขมันที่ถูกทอดจนกรอบ' กลิ่นของ 'โปรตีนเนื้อสัตว์ที่สุกเกรียมกำลังดี' ผสมผสานกับความเค็มที่กระตุ้นให้ต่อมน้ำลายทำงานหนักอย่างฉับพลัน!
กลิ่นหอมนั้นพัดโชยออกมาจากช่องแอร์รวมของโถงทางเดิน มันเข้มข้น รุนแรง และไร้ความปรานี!
"เฮือก!"
สิบเอกวอล์คเกอร์เบิกตากว้าง รูม่านตาขยายทะลัก อาวุธปืนพลาสม่าในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังเคร้ง โดยที่เขาไม่สนใจจะก้มลงไปเก็บ น้ำลายเหนียวหนืดเริ่มสอเต็มกระพุ้งแก้ม และไหลย้อยลงมาตามมุมปากอย่างควบคุมไม่ได้
"นี่มัน... สารเคมีรั่วไหลรึเปล่าจ่า? ทำไม... ทำไมฉันรู้สึกเหมือนกระเพาะมันกำลังบิดตัว... ทำไมฉันถึง 'อยากกิน' ไอ้อากาศธาตุนี่เข้าไปวะ!" ซุนทรุดตัวลงคุกเข่า เอามือกุมท้องที่ส่งเสียงร้องโครกครากราวกับมีสัตว์ประหลาดอยู่ข้างใน
ไม่ใช่แค่พวกเขาซองคน ทหารลาดตระเวนอีกสามสี่นายที่เดินอยู่อีกฝั่งของโถงทางเดิน ก็หยุดชะงักเช่นกัน ทุกคนมีอาการเดียวกันหมด คือตาเหลือกค้าง น้ำลายสอ และท้องร้องประสานเสียงกันลั่นโถง
"ต้นตอ... มันมาจากไหน..." วอล์คเกอร์คำรามในลำคอ เสียงแหบพร่าราวกับซอมบี้ที่กระหายเลือด สัญชาตญาณดิบของมนุษย์ที่ถูกกดทับมานานนับร้อยปีด้วยอาหารสังเคราะห์ บัดนี้ถูก 'ไข่เจียวหมูสับ' ปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
"ทางนั้น! กลิ่นมันมาจากห้อง 778-900-X!" ซุนชี้มือที่สั่นเทาไปยังประตูเหล็กบานหนึ่งที่อยู่สุดทางเดิน ควันสีขาวบางๆ ที่มีกลิ่นหอมบรรลัยกัลป์กำลังลอยลอดรอยแยกของประตูออกมา
"บุกเข้าไป! ไม่ว่ามันจะเป็นอาวุธชีวภาพ หรือเป็นตัวประหลาดอะไร... ฉันต้องได้ 'กิน' มัน!"
สิบเอกวอล์คเกอร์ตะโกนสั่งการอย่างบ้าคลั่ง ลืมกฎระเบียบของกองทัพไปจนหมดสิ้น ทหารยามทั้งหกนายวิ่งกรูเข้าไปที่หน้าประตูห้องของข้าวจ้าวราวกับฝูงซอมบี้ที่เห็นก้อนเนื้อสดๆ พวกเขาทุบประตูเหล็กดัง ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตู!! เปิดเดี๋ยวนี้!! กองกำลังรักษาความปลอดภัยเซกเตอร์ 7!! แกซ่อนอะไรไว้ข้างใน!!"
กลับมาที่ภายในห้องแคปซูล
"ฉิบหายแล้ว..."
ผมสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำตะหลิว (ที่ประยุกต์มาจากแผ่นสังกะสีเรียบๆ) ร่วงลงพื้น เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา ตามมาด้วยเสียงคำรามของชายฉกรรจ์หลายคนที่ฟังดูเหมือนกำลังคลุ้มคลั่ง
บนหน้าจอโฮโลแกรมของระบบ ข้อความสีทองกระพริบถี่ๆ
[ภารกิจหลักบทที่ 1: การตื่นรู้ของสุนทรียภาพแห่งรสชาติ - สำเร็จ!]
[จำนวนผู้ได้รับผลกระทบ: 6/10... 8/10... 12/10! (ทะลุเป้าหมาย) ]
[รางวัลถูกโอนเข้าคลังไอเทมและบัญชีของโฮสต์เรียบร้อยแล้ว]
ผมไม่มีเวลามาดีใจกับเงินห้าพันเครดิตที่เด้งเข้ามาในบัญชี เพราะตอนนี้สถานการณ์หน้าประตูมันเข้าขั้นวิกฤตแล้ว! พวกทหารข้างนอกตะโกนข่มขู่ว่าจะพังประตูเข้ามา ถ้าผมเปิดไปตอนนี้ ผมจะโดนยิงข้อหาก่อการร้ายทางกลิ่นไหมวะเนี่ย!?
"หรือว่าการทำอาหารปรุงสดเป็นเรื่องผิดกฎหมายในยุคนี้!?" ผมเหงื่อแตกพลั่ก มองไข่เจียวหมูสับสีเหลืองทองอร่ามที่ฟูนุ่มน่ากินสุดๆ ในจานสลับกับประตูเหล็กที่กำลังสั่นสะเทือน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดโว้ยยยย!! หอม!! หอมโคตรๆ!! ขอฉันชิมคำนึง แลกกับเงินเดือนทั้งเดือนฉันก็ยอมมมม!!" เสียงของพลทหารคนหนึ่งตะโกนเข้ามาแทรกเสียงทุบประตู ฟังดูน่าเวทนาและน่ากลัวในเวลาเดียวกัน
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ เอาวะ! เป็นไงเป็นกัน! อย่างน้อยในมือผมก็มีไข่เจียวหมูสับที่สมบูรณ์แบบที่สุด ถ้าพวกมันจะฆ่าผม ผมก็จะยัดไข่เจียวนี่ใส่ปากพวกมันก่อนตายให้รู้รสชาติของอาหารมนุษย์ที่แท้จริง!
ผมเดินไปที่แผงควบคุมประตู มือสั่นเล็กน้อยขณะกดปุ่มปลดล็อก
ฟืดดดด...
ประตูเหล็กหนาหนักค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ควันสีขาวหอมฉุยของไข่เจียวพุ่งทะลักออกไปปะทะหน้าฝูงทหารยามที่ยืนอออยู่หน้าประตูทันที
ผมหลับตาปี๋ เตรียมตัวรับแรงกระแทกหรือกระสุนพลาสม่า...
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเป็นความเงียบสงัด...
ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองภาพตรงหน้า...
สิบเอกร่างบึกบึนพร้อมลูกน้องอาวุธครบมือหกนาย กำลังยืนตัวแข็งทื่อ อาวุธปืนถูกทิ้งระเนระนาดอยู่บนพื้น สายตาทุกคู่ไม่ได้จ้องมาที่ผม... แต่จ้องเขม็งไปที่ 'จานไข่เจียวหมูสับ' ในมือผมอย่างไม่กะพริบตา
น้ำลายของพวกเขาไหลยืดเป็นสาย ดวงตาแดงก่ำราวกับคนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวัน จมูกสูดกลิ่นควันเข้าปอดเฮือกใหญ่เสียงดังฟืดฟาด
"ขะ... ไข่เจียวหมูสับครับ... รับสักคำไหมพี่?" ผมยิ้มแหยๆ ยื่นจานออกไปข้างหน้าเล็กน้อย
และนั่นแหละครับ... คือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง ของการใช้อาหารไทย สั่นสะเทือนจักรวาลยุค 3024!