โถงบัญชาการหลักของยานรบเอจิสกว้างใหญ่ไพศาล พื้นโลหะผสมไทเทเนียมขัดเงาสะท้อนแสงไฟนีออนสีฟ้าเย็นตา เสาเหล็กกล้าขนาดมหึมาตั้งตระหง่านค้ำยันเพดานสูงลิบ ทหารองครักษ์ในชุดเครื่องแบบรบสีขาวบริสุทธิ์ยืนประจำการเรียงรายตลอดสองฝั่งทางเดิน ปลายกระบอกปืนพลาสม่าแนบชิดลำตัว ลำคอตั้งตรงดิ่ง สายตาทุกคู่จดจ้องตรงไปเบื้องหน้า โถงบัญชาการปราศจากสุรเสียงการสนทนา มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ต้านแรงโน้มถ่วงที่ครางกระหึ่มอยู่ในโครงสร้างยาน
ข้าวจ้าวยืนตัวแข็งทื่ออยู่กึ่งกลางโถงทางเดิน สองแขนโอบกอดกระทะเทฟลอนเปื้อนคราบน้ำมันและขวดน้ำปลาใบจิ๋วเอาไว้แนบอก ฝ่ามือชื้นเหงื่อเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด มวลอากาศรอบด้านหนักอึ้งจนการสูดลมหายใจเข้าปอดทำได้ลำบาก อุณหภูมิภายในตัวยานถูกควบคุมให้เย็นเยียบจนผิวหนังลอกเป็นขุย ทว่าหยาดเหงื่อกลับผุดซึมตามไรผมของอดีตพ่อครัวหนุ่ม รังสีความน่าเกรงขามที่แผ่ซ่านมาจากบุรุษบนแท่นบัญชาการเบื้องหน้า กดทับลงบนบ่าจนสองขาสั่นเทา
บนเก้าอี้บัญชาการระดับสูงสุด ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบจอมพลสีดำขลิบทองประดับเหรียญตราเต็มหน้าอกกำลังนั่งเอนหลังพิงพนัก สันกรามคมคายขบเข้าหากันจนนูนเด่น นัยน์ตาสีทองอำพันดุดันจ้องมองตรงมายังร่างเล็กเบื้องล่าง เรือนผมสีเงินยวงตัดสั้นระต้นคอรับกับใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเรียบตึงอยู่เสมอ ทว่ายามนี้ เส้นเลือดสีเขียวกลับปูดโปนเต้นตุบตามขมับของเขา
โรคประสาทสัมผัสเกินพิกัดกำลังแผลงฤทธิ์ฉีกทึ้งระบบประสาทของจอมพลเซธ แสงสะท้อนจากพื้นโลหะทิ่มแทงจอประสาทตา เสียงการทำงานของระบบกรองอากาศและเสียงฝีเท้าของทหารยามที่คนทั่วไปแทบไม่ได้ยิน กลับดังก้องประดุจระเบิดไซเรนเตือนภัยในสมอง ความเจ็บปวดริ้วขึ้นมาจนต้องกัดฟันแน่นเพื่อสกัดกั้นเสียงครางในลำคอ กระเพาะอาหารที่พึ่งพาเพียงสารอาหารเหลวผ่านทางสายน้ำเกลือมานับสิบปี บีบรัดตัวส่งสัญญาณประท้วงทะลุทะลวงขีดจำกัด
เซธลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รองเท้าหนังขัดมันย่ำก้าวลงจากแท่นบัญชาการ เสียงฝีเท้าหนักแน่นสะท้อนก้อง ร่างสูงใหญ่ประชิดตัวเด็กหนุ่มจนเงาดำทาบทับมิดชิด กลิ่นโอโซนผสมกลิ่นโลหะเย็นเยียบจากเครื่องแบบทหารลอยแตะจมูกข้าวจ้าว
จมูกโด่งสันของผู้นำกองทัพขยับสูดอากาศ ลมหายใจร้อนถูกพรูออกจากริมฝีปากหยักลึก กลิ่นประหลาดล้ำที่ลอยลอดออกมาจากตัวพลเรือนร่างผอมบางปะทะเข้ากับปลายประสาทรับกลิ่น กลิ่นไขมันสัตว์ถูกความร้อน กลิ่นของเหลวหมักดองเค็มจัด ความดิบเถื่อนของมันทำลายล้างความรู้สึกคลื่นเหียนจากการดมกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ อาการปวดขมับทุเลาลงราวกับถูกน้ำแข็งประคบ
นิ้วแกร่งภายใต้ถุงมือหนังสีดำเอื้อมแตะด้ามกระทะเทฟลอนในอ้อมกอดของข้าวจ้าว ออกแรงดึงเพียงนิดเดียวแต่อานุภาพมหาศาลจนเด็กหนุ่มต้องยอมปล่อยมือ กระทะใบเก่าตกไปอยู่ในมือของจอมพลผู้ยิ่งใหญ่
เซธยกกระทะขึ้นระดับสายตา นัยน์ตาสีทองอำพันจดจ้องคราบน้ำมันและรอยเกรียมสีน้ำตาลที่หลงเหลืออยู่ก้นกระทะ "สิ่งที่อยู่ในนี้... คืออะไร" น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเค้นผ่านลำคอ
ข้าวจ้าวลอบกลืนน้ำลายฝืดเคือง ถอยร่นไปครึ่งก้าว "ข... ไข่เจียวหมูสับครับ"
"เอามาให้ฉัน" เซธออกคำสั่งเด็ดขาด สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจทั่วเรือนร่างของเด็กหนุ่มเพื่อค้นหาสิ่งที่เรียกว่าไข่เจียว
"เอ่อ... มันไม่มีแล้วครับท่าน" ข้าวจ้าวก้มหน้าหลบสายตาคุกคาม มือสองข้างประสานกันแน่น "ผมกินหมดไปตั้งแต่ตอนที่พวกทหารพังประตูห้องผมเข้ามาแล้วครับ"
ดวงตาดุดันหรี่แคบลง สันกรามขบแน่นจนเห็นเส้นเลือดชัดเจน น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่าขนลุก "ใครอนุญาตให้นายกินมัน"
"ก็... ก็มันเป็นไข่เจียวที่ผมทำเองนี่ครับ เป็นของผม ผมก็ต้องกินสิ" ข้าวจ้าวเถียงกลับเสียงอ่อย สัญชาตญาณพ่อครัวสู้ชีวิตเริ่มทำงานแข่งกับความกลัว "อีกอย่าง วัตถุดิบทุกอย่างมันมีต้นทุนนะครับ ผมทอดกินเพื่อประทังชีวิต ถ้าท่านอยากกิน เดี๋ยวผมทำให้ใหม่ก็ได้ แต่... ท่านต้องจ่ายค่าวัตถุดิบนะ ผมไม่มีเครดิตเหลือแล้ว"
ทหารองครักษ์รอบห้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ พันโทอลันที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลังขยับมือแตะด้ามปืนพลาสม่า พลเรือนต้อยต่ำบังอาจต่อรองเรื่องเงินทองกับจอมพลสูงสุดของกองทัพ โทษทัณฑ์ตามกฎอัยการศึกคือการถูกโยนออกนอกยานสู่อวกาศอันเวิ้งว้าง
เซธเพ่งมองใบหน้าซีดเซียวของพลเรือนตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปหยุดที่ข้อมือซ้ายของเด็กหนุ่ม กำไลโลหะสีเงินวาววับรัดแน่นอยู่เหนือกระดูกข้อมือ หน้าจอโฮโลแกรมเรืองแสงสีแดงฉานเด้งลอยขึ้นมากลางอากาศ ตัวเลขดิจิทัลขยับเปลี่ยนสถานะพร้อมเสียงเตือนแหลมเล็ก
[แจ้งเตือนหนี้สินคงค้าง: 5,000,000 เครดิต]
[สถานะ: ผิดนัดชำระงวดที่ 3]
"ห้าล้านเครดิต" เซธแค่นเสียงในลำคอ มุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน "พลเรือนจากเขตสลัมชั้นล่างสุด แบกรับหนี้สินมหาศาลขนาดนี้เชียวหรือ"
ข้าวจ้าวรีบยกมือขวาขึ้นมาปิดหน้าจอโฮโลแกรม ใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอับอาย "มันเป็นหนี้ที่ผมไม่ได้ก่อสักหน่อย... ผมเพิ่ง... เพิ่งจะรับช่วงต่อร่างนี้มา... เอ้ย หมายถึง ผมโดนโกงมาต่างหาก! สรุปคือผมไม่มีเงินจ่ายหรอกครับ พรุ่งนี้เช้าพวกแก๊งทวงหนี้คงมาควักไส้ผมไปขายแล้ว"
"ห้าล้านเครดิต แลกกับการมีชีวิตรอด" เซธก้าวสืบเท้าเข้าประชิดตัวอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่บดบังแสงไฟนีออนจนมิดชิด "ฉันมีข้อเสนอให้นาย"
ก้อนเนื้อซีกซ้ายของข้าวจ้าวขยับกระแทกซี่โครงถี่รัว ริมฝีปากบางอ้าค้าง "ข... ข้อเสนออะไรครับ"
เซธโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียน นัยน์ตาดุดันจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต
"จงทำอาหารที่มีกลิ่นแบบเมื่อครู่ให้ฉันกิน... ทำมันขึ้นมาใหม่บนยานลำนี้" น้ำเสียงกดต่ำหนักแน่นประกาศกร้าว "ถ้าของกินของนายสามารถดับความหิวโหยของฉันได้ หนี้ห้าล้านเครดิตนั่น... ฉันจะเป็นคนลบมันทิ้งด้วยตัวเอง"
ข้าวจ้าวสูดลมหายใจเข้าลึก สบสายตากับจอมพลปีศาจผู้หิวโหย การเอาชีวิตรอดในยุคดวงดาวอันแสนจืดชืดเริ่มต้นขึ้นแล้ว สัญญาว่าจ้างปากเปล่าที่ผูกมัดด้วยหนี้สินและคราบไข่เจียว กำลังจะเปลี่ยนชะตาชีวิตของอดีตพ่อครัวร้านอาหารตามสั่ง หากทำสำเร็จ การเป็นพ่อครัวส่วนตัวของผู้นำกองทัพ ค่าจ้างและสวัสดิการย่อมดีเยี่ยม การใช้ชีวิตหรูหราบนยานรบเอจิสคือเป้าหมายสูงสุดเพื่อชดเชยความยากลำบากในอดีต
"ตกลงครับท่านจอมพล" ข้าวจ้าวยืดอกรับคำท้า ฝ่ามือบางแบออกไปเบื้องหน้า "ผมจะทำอาหารที่อร่อยที่สุดในจักรวาลให้ท่านกินเอง ขอแค่วัตถุดิบพร้อม อุปกรณ์พร้อม รสมือของผมรับรองว่าท่านจะต้องติดใจจนลืมอาหารเหลวพวกนั้นไปเลย"
เซธมองฝ่ามือเล็กที่ยื่นมาขอจับมือทำข้อตกลง เขาไม่ได้ยื่นมือไปจับตอบ ทว่ากลับใช้กระทะเทฟลอนในมือเคาะเบาๆ ลงบนฝ่ามือนั้น "พิสูจน์คำพูดของนายซะ ข้าวจ้าว"
ร่างสูงใหญ่หมุนตัวกลับหลังหัน เดินนำกลับขึ้นไปบนแท่นบัญชาการ ผ้าคลุมสีดำสะบัดพลิ้วตามแรงก้าวเดิน เซธพยักหน้าส่งสัญญาณให้นายทหารคนสนิท
"พันโทอลัน"
"ครับท่านจอมพล!" อลันทำวันทยหัตถ์แข็งขัน ส้นรองเท้ากระแทกพื้นดังสนั่น
"พาตัวเขาไปที่ครัวหลวง" เซธทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บัญชาการ นัยน์ตาสีทองอำพันทอดมองจอภาพแสดงผลการรบเบื้องหน้า "จัดเตรียมวัตถุดิบทุกอย่างที่เขาต้องการ... และบอกปัญญาประดิษฐ์ในนั้นด้วย ว่าห้ามขัดขวางการทำงานของเขากระทั่งขั้นตอนเดียว"
อลันรับคำสั่ง หันมาผายมือเชิญพลเรือนหนุ่มให้เดินตามออกไปทางประตูด้านข้าง
ข้าวจ้าวก้าวเดินตามนายทหารยศพันโทออกไปจากโถงบัญชาการหลัก สองมือกระชับขวดน้ำปลาใบจิ๋วแน่น การเผชิญหน้ากับสถานที่ที่เรียกว่าครัวหลวงของโลกอนาคต คงไม่ใช่เรื่องง่ายดาย ทว่าตราบใดที่มีไฟ มีกระทะ และมีวัตถุดิบ พ่อครัวคนนี้พร้อมจะพลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์อาหารของจักรวาลแห่งนี้ให้จารึกชื่อข้าวจ้าวเอาไว้