ตอนที่ 8
“เรื่องโครงการเป็นยังไงกันบ้างแล้ว” หญิงสูงวัยเอ่อยถามเมื่ออาหารมื้อค่ำเสร็จสิ้นลง
สองสาวชะงักเงยหน้าขึ้นจากของหวานที่เพิ่งถูกเสิร์ฟ
“มีปัญหาต้องแก้นิดหน่อยค่ะ เพราะข่าวดันหลุดออกไปถึงหูอีกฝั่ง”
ดรุงจิตถอนหายใจ มองเด็กสาวสองคนด้วยแววตาเรียบเฉียบ
วรนันนั้นแม้จะมาบ้านหลังนี้จนคุ้นชินเกือบทุกพื้นที่ แต่สายตาของดรุงจิตเธอกลับไม่รู้สึกคุ้นสักที
“หลุดออกไปได้ยังไง หรือเพราะแม่นั่นมาเข้า ๆ ออก ๆ บ้านเรา”
แม่นั่นของดรุงจิตไม่ต้องเอ่ยชื่อก็รู้ว่าเป็นใคร
วรนันหันสบตาคนเป็นเพื่อน อีกฝ่ายกะพริบตาคล้ายจะบอกว่าคุณแม่ทราบดีทุกเรื่องแล้ว
“แต่ก็ไม่น่าจะเข้าไปค้นข้อมูลได้ถึงในห้องหนังสือนะคะ”
“จะไปรู้เร้อะ พี่ชายแกยิ่งหลง ๆ อยู่ด้วย อยากจะรู้นักว่าจะควงกันไปได้สักกี่น้ำ นี่ก็ไม่รู้ว่าพี่แกจะรู้หรือยังว่าหนูพริมกลับมาจากต่างประเทศแล้วเหมือนกัน”
ดารินทั้งแปลกใจระคนตกใจ ชื่อนี้หายไปจากความทรงจำนานแล้ว นับตั้งแต่วันที่ดารัณเดินทางไปอเมริกา หรือแม้กระทั่งตอนนี้ที่เขากลับมาแล้ว ธอก็ยังไม่ได้ยินเขาเอ่ยถึงชื่อนี้เลยสักครั้ง มีแต่มโนชาที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตของเขา
โอ... หรือเพราะแบบนี้พี่ชายต่างสายเลือดของเธอถึงได้หันไปควงกับมโนชา
วรนันคิดว่าความรู้สึกตกใจจนเกือบช็อคแบบนี้จะไม่หวนกลับมาอีกแล้ว แต่วันนี้ทันทีที่ได้ยินชื่อของพริมา วรนันนั้นถึงกับตกตะลึงจนไม่นึกอยากกินของหวานต่อ
หากก็ต้องจำใจกินจนหมดเพราะเกรงจะเสียมารยาท
จนกระทั่งกลับเข้ามายังห้องหนังสือ ความเงียบยังคงปกคลุมหญิงสาวทั้งสอง
“พี่สะใภ้ฉันเห็นทีจะหนีไม่พ้นสองสาวนั่นหรือไงนะ” ดารินรำพันกับตัวเองขณะทิ้งตัวลงบนโซฟาแล้วถอนหายใจ สีหน้ามีความกังวลฉายชัด
วรนันเม้มริมฝีปากแน่น ในอกอัดอั้นไปหมดจนแทบอยากอ้วกเอาอาหารทั้งหมดออกมา ภาพในอดีตย้อนกลับมาชัดเจนจนเหมือนเรื่องเพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
‘พริมขอโทษ พริมผิดเองที่ใจของพริมเปลี่ยนไป’
‘ได้โปรดล่ะพริม อย่าทำกับผมแบบนี้’ เสียงของชายหนุ่มที่อยู่ในชุดนักศึกษาปีสุดท้ายและยังเป็นวันสุดท้ายของการสอบสั่นเครือจนคนฟังรู้สึกสงสารจับใจ
เขาดึงพริมามากอดไว้แน่นอย่างคนที่ไม่อยากเสียของรักไป
สงสารที่เขาไม่รู้ว่าที่ใจของพริมาเปลี่ยนไปเพราะใคร
‘รัณปล่อยพริมไปเถอะนะ’
เสียงของพริมาเองก็สั่นเครือไม่แพ้กัน หากคนที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดหลังมือปูดขึ้น
ร้องไห้ทำไมหรือ ใจจืดใจดำทำร้ายหักหลังคนรักของตัวเองได้ลงคอ ยังจะร้องไห้หาพระแสงอะไร
แล้วที่น่ารังเกียจไปกว่านั้น เธอยังรู้และเห็นมากับตาว่าชู้รักของพริมาคือใครอีกด้วย แค่คิดถึงภาพที่บังเอิญเห็นเมื่อวันก่อน อาหารที่เพิ่งกินไปไม่นานก็ขย้อนขึ้นมาจนอยากอ้วกตรงนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด
ตอนที่เห็นภาพนั้นโดยบังเอิญวรนันคิดวนเวียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า อยากรู้ว่าดารัณรู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง แล้วถ้าเขายังไม่รู้ เธอบอกเขา เขาจะเชื่อไหม
หญิงสาวได้แต่คิดวนเวียน โทรศัพท์มือถือที่มีภาพของคนสองคนกอดกันกลมเดินเข้าลิฟต์ตัวพิเศษของโรงแรมไป เป็นลิฟต์ที่พาแขกขึ้นไปยังชั้นบนสุดของโรงแรม มีห้องสวีตเพียงสองห้องเท่านั้นที่อยู่ข้างบน
วรนันมาที่โรงแรมแห่งนั้นเพราะเธอมารับงานเสริมโดยการเป็นเด็กเสิร์ฟในห้องอาหารช่วงเย็นของวันหลังเลิกเรียนจนถึงสี่ทุ่ม ไม่คิดว่าการรอเงินทอนจากแท็กซี่ที่เสียเวลาในการหาเศษเหรียญบาทนานจนเกินไป ทำให้เธอเห็นรถยนต์คันหรูจอดเทียบไม่ไกล และขณะที่กำลังหิ้วกระเป๋านักเรียนกับหนังสือที่ใส่ในกระเป๋าไม่ได้อย่างพะรุงพะรังนั้น วรนันทันได้เห็นคนที่ก้าวลงมาจากรถทั้งสอง
ร่างสูงสง่าของชายสูงวัย ทว่ายังดูดีไปทุกกระเบียดนิ้ว ใบหน้าของเขาหล่อเหลาดูอ่อนกว่าวัย เค้าโครงไม่ต่างจากคนเป็นบุตรชายเลยสักนิด
หญิงสาวร่างอ้อนแอ้นที่เดินอ้อมมาจากรถอีกฝั่งเดินเข้ามาเกาะแขนของชายคนนั้น ต่อให้แต่งหน้าเข้มกว่านี้เธอก็จดจำได้ว่าเป็นใคร
วรนันจำได้ว่าตอนที่เห็นนั้นเธอถึงกับตกใจเบิกตากว้าง รีบหลบไปยังด้านข้างอีกฝั่งของตัวเสาทรงกลมขนาดใหญ่ด้านหน้าที่อยู่ไม่ไกลจากตัวอย่างรวดเร็ว วางกระเป๋ากับหนังสือลงบนพื้นแล้วล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดเป็นวีดีโออัดค้างไว้ ทำทีเดินเข้าไปยังรีเซฟชั่นอย่างเชื่องช้า แขกพลุกพล่านไปมาทำให้ไม่มีใครสนใจใครมากนัก และที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นคือ ท่าทีของสองคนนั้นไม่ได้ดูเหมือนมาที่นี่เป็นครั้งแรก
เพราะไม่ทันที่คนทั้งสองจะเดินไปถึงเคาน์เตอร์ของรีเซปชัน ร่างเพรียวของพนักงานต้อนรับก็ปรี่เข้ามาหาพร้อมกับคีย์การ์ดยื่นมาให้อย่างนอบน้อม
‘ไม่ ผมไม่ยอมผมรักพริม พริม!’
เสียงร้องของดารัณทำให้วรนันชะโงกหน้าจากกำแพงเพื่อมองภาพให้ชัดเจน หากภาพที่เห็นทำให้หล่อนยกมือขึ้นปิดปาก
ร่างของดารัณถูกผลักจนหงายหลังลงไปนั่งกับพื้นตามแรงผลักของพริมา หากยังดีที่เป็นพื้นหญ้าดารัณจึงไม่ได้เจ็บมากนัก
‘พริมขอโทษ แต่พริมไม่ได้รักรัณแล้ว!’
สาวน้อยหน้าตาน่ารักเอ่ยน้ำตานองหน้า กระนั้นก็ยังดูสวยจนน่าอิจฉา
พริมาแม้ไม่ได้เป็นดาวคณะ ทว่าก็สวยน่ามอง อีกทั้งยังมีกิริยามารยาทดีเป็นที่จับจ้องของหนุ่ม ๆ ในมหาวิทยาลัยหลายคน แม้กระทั่งดรุงจิตเองยังชมชอบ
“ยัยนัน ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”
“หะ? แกพูดว่าอะไรนะ” วรนันกะพริบตาถี่หลายครั้ง
“ฉันถามว่า แกคิดว่าพี่รัณจะเลือกใครระหว่างพี่พริมกับยายมโน”
วรนันขมวดคิ้วพลางเม้มริมฝีปาก ไม่อาจเอ่ยได้อย่างที่ใจคิดว่าไม่มีคนไหนน่าเลือกสักคน โดยเฉพาะยายพริมา แต่ก็นั่นล่ะ เรื่องในอดีตมันถูกกลบมิดไปแล้วพร้อมกับความตายของศิรธรรม
อดีตอันเน่าเฟะของพริมาที่เธอมั่นใจว่าจนตอนนี้ดารัณเองก็ไม่เคยรู้มาก่อน
“เหม่ออีกแล้วนะแก”
วรนันถอนหายใจ
“ถึงแม้ยายมโนจะร้ายกาจกับเราสองคน แต่ยายนั่นก็ทำเพื่อPSKมาโดยตลอด หรือจะบอกแบบมองโลกในแง่ดีสุด ๆ คือ ยายนั่นปักใจรักแค่พี่ชายแกแบบขนาดที่ว่า เคียงข้างพี่ชายแกไม่ได้ก็ขอเคียงข้างบริษัทพี่แกเอาก็ได้”
ดารินพยักหน้าตามอย่างเห็นด้วย หากก็ต้องขมวดคิ้วเล็ก ๆ คล้ายไม่นึกชอบใจสักเท่าไหร่
“แต่ยายนั่นก็ร้ายกาจขั้นสุดเลยนะแก ขนาดที่ว่าทำทุกอย่างเพื่อเฉดหัวฉันกับแกออกไปจากPSK”
ดารินพูดไม่เกินจริงเลยสักนิด หลายครั้งที่ดารินกับเธอเกือบพลาดพลั้งจนเกือบจะต้องถอนตัวออกจากบริษัทเพื่อรับผิดชอบต่อความผิดพลาดในหน้าที่ หากก็ยังรอดมาได้ทุกครั้ง
“ว่าแต่ทำไมแกถึงคิดว่าพี่พริมไม่เหมาะจะกลับมาคบกับพี่รัณล่ะ เวลาก็ผ่านไปนานแล้วฉันว่าบางที... พี่รัณอาจจะยอมอภัยให้พี่พริมแล้วก็ได้”
“ถ้าการจะอภัยให้ใครสักคนต้องใช้เวลาถึงสิบปี แกคิดว่าคนคนนั้นยังคู่ควรจะกลับเข้ามาในชีวิตแกอีกหรือริน”
“นัน ทำไมแกถึงได้สมองปราดเปรื่องคิดอะไรที่ฉันคิดไม่ถึงได้ตลอดเลยนะ แกรู้ไหมว่าผู้บริหารหลายคนรวมถึงคุณแม่ต่างชื่นชมแกไม่หยุดเลยนะ” ดารินไม่ได้รำพันเพราะความอิจฉา เพราะเธอเองก็ชื่นชมคนเป็นเพื่อนไม่ขาดปากมาโดยตลอด
ตอนนี้ยังนึกเสียดายอีกต่างหากที่คนเป็นเพื่อนไม่กินเส้นกับดารัณสักเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นเธอนี่ล่ะจะเป็นแม่สื่อให้คนทั้งสองได้ครองคู่กันเสียเลย เขี่ยยัยเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดระหว่างมโนชากับพริมาออกไปเสีย แถมยังเป็นการยิงนัดเดียวได้นกตั้งสองตัว ได้ทั้งพี่สะใภ้และได้ทั้งเขี่ยยายสองคนนั่นออกไปจากชีวิตพี่ชายเธอด้วย
“แกก็ชมเกินไป พี่ชายแกยังหาว่าฉันเอาแต่เกาะแกอยู่เลย”
“ไม่เกินไปหรอก แกน่ะดีกับครอบครัวฉันจนเปรียบเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว แกอย่าไปถือสาพี่รัณเลย เขาก็แกล้งแหย่แกไปอย่างนั้นแหละ นี่ถ้าแกกับพี่รัณไม่ตีกันบ่อย ๆ ฉันว่าจะลองเป็นกามเทพแผลงศรรักเสียหน่อย”
“อี๊ นังริน คิดอะไรของแก ขนลุกไปหมดแล้ว” วรนันทำหน้าเบ้เอ่ยเสียงหลง ขนลุกซู่ไปทั้งแขนจนดารินหัวเราะก๊าก
วรนันมองคนเป็นเพื่อนตาคว่ำก่อนเอ่ยต่อ
“ฉันว่านะ แกมองผ่านฉันไปไกล ๆ เลย แล้วไปช่วยพี่ชายแกตามหาสะใภ้ดีดีสักคนเหอะ สาว ๆ สวย ๆ แบ็คกราวด์ดี ๆ เยอะแยะที่คู่ควรกับพี่ชายแก”
“ความคิดดี ไว้ฉันจะลองปรึกษาคุณแม่ดู เพราะคุณแม่น่าจะรู้จักพวกลูกท่านหลานเธอเยอะกว่าฉัน”
“ทำงานต่อเหอะ”
ดารินพยักหน้า
“สรุปว่า เราจะทำร่างทั้งสองโครงการแล้วมาเลือกทีหลังงั้นเหรอ หรือแกว่าไง”
“อืม ทำไปทั้งสองก่อนเก็บรวบรวมข้อมูลให้มากที่สุดรัดกุมที่สุด แล้วเรามาชั่งน้ำหนักกันทีหลัง”
“โอเค แต่ ฉันไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อนดีกว่า แกก็ไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อนดีไหม สมองจะได้โล่ง ๆ ”
ก็นับว่าเป็นความคิดที่ดี แม้ตอนนี้จะเพิ่งหนึ่งทุ่ม แต่เพราะเพลียแดดมาทั้งวันทำให้ล้ามากกว่าปกติ ได้อาบน้ำเสียหน่อยก็คงจะดี