ตอนที่ 5
รอไม่นานนักรถสปอร์ตคันหรูก็จอดลงริมฟุตบาท ไม่ต้องเดาก็รู้ว่านั่นน่ะรถของดารัณอย่างแน่นอน แม้เธอจะไม่เคยเห็นมาก่อนก็เถอะ
เดาว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งจะถอยมาเมื่อไม่กี่วันนี้หรอกกระมัง นั่นปะไร ยังป้ายแดงอยู่เลย
กระจกรถเลื่อนลงพร้อมกับใบหน้าคมหล่อเหลาสวมแว่นตาดำชะโงกมาแล้วเอื้อมเปิดประตูให้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ลงจากรถ
วรนันที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก้าวขึ้นไปนั่งอย่างไม่อิดออด หากสีหน้าและท่าทางไม่อาจกักเก็บความโกรธขึ้งในใจได้เลย
“ไม่มีรถบริษัททำไมไม่ให้ยายรินเรียกรถที่บ้านมาใช้ คนขับก็มีตั้งสองคน” เสียงทุ้มกล่าวขึ้นโดยที่เจ้าตัวปรายสายตาคมเฉียบมามองใบหน้าเรียวเล็ก แก้มนวลแดงปลั่งคงเพราะแดดร้อน
“เกรงใจค่ะ อีกอย่างนี่เป็นงาน”
“ลืมไปนึกว่าเธอเป็นลูกอีกคนของคุณแม่เสียอีก” ชายหนุ่มกล่าวเสียงติดประชด
เรียกสายตาวาวจากคนข้างตัวที่หันขวับมาไม่พูดไม่จา
“คุณเอาความลับเรื่องโครงการไปบอกยายมโน เอ่อ คุณมิ้นหรือเปล่าคะ” ไม่ต้องอ้อมค้อม วรนันค่อนข้างมั่นใจว่าข้อมูลที่หลุดออกไปเป็นใครไปไม่ได้นอกจากชายหนุ่มผู้นี้
“เธอคิดว่าฉันเป็นคนบอกมิ้นหรือ ใช้สมองส่วนไหนคิดน่ะ” เขาถามเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะหันมองคนข้างตัวที่จ้องเขาตาวาว ราวกับคาดคั้นความจริง
“ก็ถ้าไม่ใช่คุณแล้วจะเป็นใคร เช้าวันนั้นคุณก็อยู่ในห้องหนังสือ คุณอาจจะอ่านเอกสารพวกนั้นหมดแล้ว แล้วก็เอาไปบอกคนรักคุณ”
“มิ้นไม่ใช่คนรักของฉัน แล้วฉันก็ไม่ได้เอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วย เลิกคิดเองเออเองเป็นตุเป็นตะได้แล้ววรนัน”
วรนันเงียบ ยกแขนขึ้นกอดอกแล้วหันไปมองข้างทาง นึกโกรธดารัณสารพัดแต่ไม่รู้จะทำยังไง เธอไม่เชื่อเขาเลยสักนิดที่แก้ตัวมา
“เธอไม่เชื่อ” เขาหันมาถาม แล้วหันกลับไปมองถนนต่อ
“จะให้เชื่อได้ยังไงคะ เรื่องโครงการไม่มีคนนอกรู้เลย แม้แต่คุณดรุงจิตก็ยังไม่ทราบเลยค่ะ”
“แต่ฉันยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้หลุดออกจากปากฉัน และที่สำคัญฉันเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องโครงการที่เธอกับดารินจะนำเสนอเมื่อกี้นี้เอง เพราะฉันขอให้ดารินส่งให้ ส่วนว่าเรื่องนี้หลุดออกไปได้ยัง ฉันแนะนำให้เธอไปคิดอีกทีนะนันว่าเธอแน่ใจหรือว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีคนนอกที่รู้”
วรนันหันมองเขาพลางขมวดคิ้ว
“ยายรินให้คุณดูโครงการแล้วหรือคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ
ดารินยังไม่เลิกคาดหวังว่าจะให้พี่ชายช่วยอีกหรือ คงเพราะดารินยังไม่รู้ว่าพี่ชายตัวเองคบหาอยู่กับมโนชากระมัง เพราะถ้ารู้ยายรินก็ไม่บอกพี่ชายหรอก
“ฉันยังไม่มีเวลาอ่านรายละเอียดมากนัก แต่เท่าที่อ่านคร่าว ๆ ก็ไม่เลว นับว่าเป็นความคิดที่ดี อย่างน้อยก็เรื่องทำเล”
“นันรู้มาว่าไกลจากที่ดินตรงนั้นไปไม่เกินสิบกิโลกำลังยื่นเรื่องสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าอยู่ค่ะ ถ้าในระยะยาวที่ดินตรงนั้นยังพัฒนาต่อได้หลังจากจบสัญญาของโครงการ”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าในระยะห้าปีจะสร้างผลกำไรได้มากน้อยแค่ไหน ลำพังรายชื่อที่เธอลิสต์ลงไว้ยังน้อยเกินไป”
วรนันเหลียวมองเสี้ยวหน้าคมสันของคนพูดด้วยแววตาแปลกใจเล็กน้อย สิ่งที่เขาพูดออกมาเธอเองก็คิดอยู่เหมือนกัน
“แต่ถ้าต้นทุนสูงขึ้น การอนุมัติก็ยากตามไปด้วยนะคะ”
“สมองของเธอมีแค่นี้หรือไง”
“คุณรัณ” เธอตาวาววับ
“ทำไม เธอควรคิดให้กว้างกว่านี้วรนัน ไม่อย่างนั้นโครงการเธอก็ไม่มีทางผ่านการอนุมัติหรอก”
หญิงสาวกัดฟันกรอด มองเขาตาขวาง เจ็บใจที่ถูกปรามาสความสามารถและสมองอันชาญฉลาดของตัวเอง
ดารัณจะมารู้อะไร เธอพยามคิดให้ต้นทุนต่ำที่สุดแต่ทำกำไรให้ได้มากที่สุด และเกิดผลประโยชน์ในระยะยาว
“คุณหาว่านันโง่หรือคะ ทั้งที่โครงการนี้ใช้ต้นทุนน้อยกว่าไตรมาสที่ผ่าน ๆ มาตั้งหลายเท่า หนำซ้ำยังสามารถใช้ประโยชน์ต่อได้อีกหลายปี คุณจะไปรู้อะไรกัน”
“ฉันรู้ว่ามากกว่าที่เธอคิดก็แล้วกัน” เขาว่าเสียงเรียบ ใบหน้าคร้ามราบเรียบตามเสียง
คนฟังที่หันมองตาวาวไม่อาจดักเดาได้ว่าเขากำลังโมโหหรืออะไร
แต่ใครจะกลัวเล่า
“ถ้ารู้แล้วทำไมถึงไม่ช่วยน้องสาวคุณละคะ แต่นี่กลับเลือกจะช่วยคนรักของตัวเองมากกว่าน้องสาว”
รู้ดีจากอดีตที่ผ่านมาว่าดารัณให้ความสำคัญกับความรักและคนรักมากแค่ไหน
ก็เพราะมันมากพอที่จะทำให้เขาทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังทั้งที่..
แค่คิดมาถึงตรงนี้วรนันก็กรุ่นในอกขึ้นมาอีกครั้ง ดารัณคือผู้ชายที่ใจร้ายที่สุดเท่าที่วรนันเคยเจอมา เขาทอดทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังโดยไม่สนใจว่าคนในบ้านพงษ์ศักดิ์เกษมต้องเผชิญกับอะไรบ้างในวันนั้น
เพราะหลังจากที่เขาเลิกรากับพริมา ไม่กี่วันถัดมาศิรธรรมก็เกิดอุบัติเหตุรถยนต์คว่ำจนเสียชีวิต หลังจากจบงานศพของหัวหน้าครอบครัวอย่างศิรธรรม ไม่กี่วันต่อมาดารัณก็เดินทางทันที รวดเร็วเสียจนไม่มีใครได้ทันตั้งตัวแม้แต่ดรุงจิตที่ยังคงโศกเศร้าต่อการจากไปของผู้เป็นสามี แถมบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนก็จากไปเรียนต่อเมืองนอกแบบที่ไม่ปรึกษาใคร
นั่นคงเพราะเจ้าตัวช้ำรักและต้องมาเสียใจเรื่องการเสียชีวิตของผู้เป็นบิดาอีก
กระนั้นก็น่านับถือดรุงจิตกับดาริน ที่กลับมาเข้มแข็งจนน่านับถือ กลับกันวรนันจินตนาการว่าหากสถานการณ์นั้นเป็นตัวเธอที่ต้องเผชิญ เธอไม่คิดหรอกว่าตัวเองจะยืนอย่างเข้มแข็งได้
เพราะแค่ตอนที่ผู้เป็นยายของเธอจากไปวรนันนั้นเสียใจมาก กว่าจะทำใจได้ก็กินเวลานาน วรนันไม่เคยรู้สึกถึงการจากลามาก่อน เพราะเธอสูญเสียมารดาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปตั้งแต่ยังเล็ก จำความอะไรแทบไม่ได้
“ช่วยยายรินแล้วเธอก็จะได้ผลประโยชน์ด้วยน่ะเหรอ แค่นี้เธอยังเกาะน้องฉันไม่พอหรือไง”
“คุณรัณ!” วรนันตวาดแหว มองเขาด้วยแววตาตื่นตะลึงและโกรธแบบที่ไม่คิดว่าจะโกรธอะไรได้เท่านี้มาก่อน
“โกรธเพราะฉันพูดจี้ใจเธอหรือไง”
“นี่คุณรัณคิดแบบนี้มาตลอดเลยหรือไงว่านันเกาะยายริน”
“ไม่ใช่ก็ไม่เห็นต้องโกรธนี่”
“คุณรัณ!”
ดารัณหันมองใบหน้านวลแดงก่ำ ตากลมวาววับคล้ายมีกองเพลิงสุมอยู่ข้างใน แต่ใครจะกลัวยายนี่กัน แหย่นิดแหย่หน่อยก็โมโห ตัวเล็กนิดเดียวจะทำอะไรเขาได้
“รบกวนจอดให้นันลงข้างหน้าด้วยค่ะ นันคงนั่งรถไปกับคุณต่อไม่ได้แล้วจริง ๆ ”
“อย่างอแงเป็นเด็กไปหน่อยเลยวรนัน ไม่เห็นหรือไงว่านี่มันทางด่วน”
วรนันเม้มริมฝีปากแน่น มองเขาด้วยแววตาโกรธขึ้งไม่ปิดบัง เล็บจิกไปบนขาของตัวเองสะกดกลั้นอารมณ์อย่างเต็มที่ไม่ให้หันไปคว้าผมเขาแล้วดึงทึ้งให้สาแก่ใจ
คนอย่างดารัณน่ะร้ายกาจสุด ๆ ไปเลย เขาคิดมาได้ยังไงว่าเธอเกาะยายดาริน แล้วที่เธอพยายามทำมาทุกอย่างจนถึงวันนี้คืออะไร วรนันนั่งเฉย ๆ ไม่ทำงานหรือไง
ดารัณคือผู้ชายที่น่ารังเกียจที่สุด ความคิดของเขากำลังทำให้เธอสะอิดสะเอียนจนไม่นึกอยากหันไปมองหน้าเขาอีก
หากดารัณนั้นเหลือบมองคนที่นั่งนิ่งเอาแต่มองข้างทางหลายครั้ง รู้ดีว่าพูดเกินไป กระนั้นก็ไม่คิดจะขอโทษอีกฝ่าย