เมื่อหงส์ม่วงร่วงหล่นจากฟ้า หวนคืนอีกคราเป็นบุปผาในจวน

ตอนที่ 41: ลมอะไรหอบท่านมาจวนผู้อื่นยามวิกาลเช่นนี้

👁️ 1 อ่าน
22px

            จวนจินหนิงโหวในยามโฉ่วเงียบสนิท ผู้คนต่างพากันหลับนอน เช่นเดียวกับจวนอื่น ๆ แต่ผู้ใดเล่าจะคาดคิด ว่าจะมีแขกไม่ได้รับเชิญเดินทางมายังจวนในเวลาเช่นนี้ ทั้งยังพาคนแปลกหน้าที่เป็นผู้ต้องหาสร้างความวุ่นวายมายังจวนอีกด้วย

            บ่าวชายที่เฝ้าประตูอ้ำอึ้ง มองบุรุษสามคนที่กำลังลงจากม้า ดวงตาเบิกกว้าง นี่เขาตาฝาดเห็นผียามวิกาลหรืออย่างไร

            “เจ้าน่ะ ไปรายงานคนในจวน ว่าข้าพาคนร้ายมายืนยันตัว” ซ่งอวี้หานโบกมือไปมา ใบหน้าไม่แสดงอารมณ์

            ในขณะที่เซี่ยนซูอับอายจนอยากเอาหัวมุดดิน เดิมที่ตัวเขาเองเป็นคุณชายมีมารยาท รู้ว่าสิ่งใดควรทำและไม่ควรทำ ยิ่งการมาเยือนจวนของผู้อื่นโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทั้งยังมาในยามวิกาลเช่นนี้ หากไม่ใช่สหายสนิทใจดำของเขาคนนี้คงโดนจับเข้าคุกไปแล้ว

            ฮูหยินผู้เฒ่าแทบจะเป็นลม รีบร้อนออกมา ในขณะที่ให้บ่าวไปตามคนในเรือนอื่นออกมาต้อนรับกั๋วกงหนุ่มผู้ไร้มารยาท

            หลิงเสวี่ยเหยายืนอยู่ข้างเซี่ยนซู ในใจนึกขำขัน สีหน้าของคนในจวนล้วนไม่สู้ดี ทั้งยังบอกบุญไม่รับ โดยเฉพาะฮูหยินผู้เฒ่า

            “ท่านกั๋วกง ลมอะไรหอบท่านมาจวนผู้อื่นยามวิกาลเช่นนี้” ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยพลางกัดฟัน ดูแล้วคงจะมีไฟสุมอกอยู่ไม่น้อย

            “รบกวนพวกท่านแล้ว ข้ากำลังสืบคดี” ผู้ไร้มารยาทเอ่ยพลาง ชี้พัดไปทางจอมยุทธ์หนุ่ม ก่อนจะหันไปประจันหน้ากับคนในจวน “ข้าไม่อยากรบกวนพวกท่าน จึงเรียกมายืนยันตนหน้าจวน เมื่อเรื่องราวกระจ่าง ข้าก็จะกลับ”

            ฮูหยินผู้เฒ่าปากกระตุก คิ้วขมวดเล็กน้อย “รบกวนอะไรกัน เรื่องจับคนร้ายจะรอช้าได้อย่างไร ต่อให้เป็นยามวิกาลเช่นนี้ พวกข้าก็จำต้องออกมาช่วยเหลือ ท่านกั๋วกงไม่ต้องเกรงใจ”

            ซ่งอวี้หานไม่รู้ไม่ชี้ ยกยิ้มยืนรอเซียนโอสถ ไม่นานนักร่างสูงก็เดินมา ใบหน้าเรียบสนิท แต่มุมปากกลับประดับยิ้มเล็ก ๆ “ซ่งกั๋วกง”

            หลังจากเอ่ยทักพอเป็นพิธี สายตาของมู่เหรินซีก็เหลือบไปเห็นเด็กหนุ่มคุ้นหน้า “จื่ออัน เจ้าไปก่อเรื่องอะไรมา เหตุใดต้องเดือดร้อนท่านกั๋วกงพามาส่งถึงที่นี่”

            หลิงเสวี่ยเหยาแย้มยิ้ม ร่างสูงเดินนำไปเคารพอาจารย์ ก่อนจะเอ่ย “ท่านอาจารย์ หลังจากไปรักษาคนตามคำร้องขอ ข้าไปเที่ยวเล่นเล็กน้อย เพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน สร้างเรื่องวุ่นวายทำให้คุณชายเซี่ยนซูต้องลำบากแล้ว”

            มู่เหรินซีหลุดหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะหันไปหาหัวหน้าศาลต้าหลี่ “ซ่งกั๋วกง เห็นแก่ข้า ละเว้นโทษเด็กคนนี้ได้หรือไหม แม้บางคราจะเหลวไหลไปบ้าง แต่ก็เป็นลูกศิษย์ฝีมือดี ไม่ทำเรื่องร้ายแรงอย่างแน่นอน”

            ซ่งอวี้หานคร้านจะเอาเรื่อง เดิมทีเขาก็ไม่ได้จะมาจับผู้ใด เพียงแค่อยากหนีจากกองเอกสารในศาลต้าหลี่เพียงเท่านั้น ไม่คิดว่าจะได้มาดูอะไรสนุก ๆ เยี่ยงนี้

            “หากยืนยันเรื่องกันได้แล้ว พวกข้าขอตัวกลับจวนได้หรือไม่ ท่านเซียนโอสถเองก็ต้องดูแลชิงหรูที่ป่วยไข้ด้วย” หานอี้เฉินเอ่ย พลางสังเกตสีหน้า

            อีกฝ่ายไร้ซึ่งปฏิกิริยา ยืนนิ่งเพียงครู่ก็โบกพัดในมือ

            “ไม่รบกวนพวกท่านแล้ว เย็นวันพรุ่งค่อยเจอกันในงานเลี้ยงต้องรับท่านโหวน้อยแล้วกัน” ซ่งอวี้หานกระโดดขึ้นม้า ในขณะที่เซี่ยนซูอ้าปากค้าง จบแล้วรึ? มาจวนคนอื่นเพียงต้องการแค่นี้?

            “เร็วเข้า พรุ่งนี้เจ้ายังต้องเปิดกิจการแต่เช้า ไม่รีบกลับไปพักผ่อนหรืออย่างไร” ซ่งอวี้หานหรี่ตามองสหายที่ยืนนิ่ง ใบหน้าชวนให้ขำขัน

            “หา อ้อ ใช่ ขออภัยที่มารบกวนขอรับ” เซี่ยนซูเอ่ยก่อนจะกระโดดขึ้นม้าอีกตัวที่เคยนั่งมากับจอมยุทธ์น้อยแล้วรีบร้อนตามสหายไป

            หลิงเสวี่ยเหยายืนนิ่ง เมื่อสบตากับหานอี้เฉิน ตอนนี้นางอยู่ในร่างคนแปลกหน้า ดังนั้นการทักทายอีกฝ่ายควรทำดังเคยพบเจอกันคราแรก

            “ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านโหวน้อย ข้า มู่จื่ออัน เป็นศิษย์ของท่านเซียนโอสถ จะมาขอฝากตัวด้วยขอรับ” เด็กหนุ่มท่าทางถ่อมตน แต่คนชรากลับไม่ได้รู้สึกสบายใจนัก

            “ไม่ต้องมากพิธี จอมยุทธ์น้อยพักที่เรือนท่านเซียนโอสถเถิด” ไม่พูดเปล่ายังเรียกบ่าวรับใช้มาพยุงตนกลับเรือนนอน

            ในขณะที่หานอี้เฉินมองเด็กหนุ่มนิ่ง แววตาไร้อารมณ์ “จอมยุทธ์น้อย ขณะที่อยู่ในจวนแห่งนี้ รบกวนอย่าไปเรือนชิงหลันโดยลำพังเด็ดขาด เรื่องอื่นขอท่านพักผ่อนตามสบาย”

            ไม่รอคำตอบก็แสดงความเคารพ ก่อนจะเดินกลับเรือนของตน หลิงเสวี่ยเหยามมองแผ่นหลังหนา รู้สึกประหลาดในใจ

            “เอาล่ะ ศิษย์ข้า ถึงเวลาพักผ่อนแล้วถูกหรือไม่” ผู้เป็นอาจารย์ยกยิ้ม ก่อนจะเดินนำทางไป

 

            เรือนชิงหลันเงียบสงบ ทว่าในห้องนอนเสียงหัวใจของไป๋อวี่กลับเต้นระรัว นี่ก็ดึกมากแล้ว เหตุใดคุณหนูของตนยังไม่กลับมาอีก จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือไม่? หากกลับมาไม่ทันจะทำเช่นไร?

            ลมวูบพัดผ่านหน้าต่างพร้อมเงาดำที่พุ่งเข้ามา หลิงเสวี่ยเหยาเดินตรงมายังเตียงนอน เห็นผู้ปลอมเป็นตัวเองกำลังนอนคลุมโปงอยู่ มุมปากยกยิ้ม ก่อนจะกระชากผ้าออก พร้อมเอ่ยเสียงไม่ดังไม่เบา “ข้ากลับมาแล้ว!!

            ไป๋อวี่สะดุ้งโหยง ถอยกรูไปยังหัวเตียง ท่ามกลางความมืดเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นไม่ชัดเจนนัก แต่เมื่อลองเพ่งดูดี ๆ จึงมองออก

            “คุณหนูท่านกลับมาแล้ว” ไป๋อวี่เอ่ย ในใจที่เคยหนักอึ้งโล่งสบาย “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ภารกิจสำเร็จหรือไม่?”

            หลิงเสวี่ยเหยายกมือขึ้นแกะผม ก่อนจะเอ่ยเนิบนาบ “ก็ถือว่าคืบหน้าไปหลายส่วน ทั้งยังได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาด้วย น่าสนใจเชียวล่ะ”

            ไป๋อวี่ขมวดคิ้ว ร่างบางคิดจะลงจากเตียง แต่กลับถูกมือหนารั้งไว้ ทั้งยังกดลงนอนราบบนเตียง “คะ...คุณหนู เดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ”

            นางพอจะเดาออกว่าบุรุษตรงหน้าจะทำสิ่งใด แต่ยังไม่ทันจะได้ทำใจเลย...

            “ไม่ต้องกลัว แปปเดียว ไม่เจ็บ” หลิงเสวี่ยเหยาเอ่ยเสียงเบา ขณะปักเข็มลงบนใบหน้าของอีกฝ่าย เพียงชั่วครู่ ใบหน้าเดิมของสาวใช้ก็กลับมา

            ร่างสูงยกยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นยืน เดินตรงไปหลังฉากกั้น ใช้วิชาแปลงกลับร่างเดิม ทั้งยังเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อย

            ไป๋อวี่โล่งใจในที่สุดก็ได้เห็นหน้าคุณหนูสักที ก่อนหน้ารู้สึกแปลก ๆ ทุกครั้งที่เห็นคุณหนูในร่างบุรุษตัวสูง ไม่ใช่ว่าดูไม่เนียน แต่มันเหมือนบุรุษจริง ๆ จนบางครั้งนางก็ประหม่าเสียเอง

            “พรุ่งนี้จะเอาอย่างไรดีเจ้าคะ? เดิมทีคุณหนูไม่คิดจะร่วมงาน...” ไป๋อวี่เอ่ยถามพลางจัดเก็บเสื้อผ้าบุรุษที่หลิงเสวี่ยเหยาใส่มาก่อนหน้า

            ร่างอรชรเดินตรงไปนั่งบนเตียง ยืดตัวเล็กน้อย ก่อนจะอ้าปากหาว “ยังคงเป็นเช่นเดิม”

            “แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจะยอมหรือเจ้าคะ หากคุณหนูไม่ไปร่วมงาน คนจะไม่ลือกันไปใหญ่หรือเจ้าคะ” ไป๋อวี่เอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น

            “แน่นอนว่าเราห้ามลมปากคนไม่ได้ แต่เจ้าลองคิดดู ท่านย่าจะยอมเสี่ยงให้ข้าร่วมงานหรือ” หลิงเสวี่ยเหยาเว้นช่วง ก่อนจะเอ่ยต่อ “หากข้ากระอักเลือดในงานขึ้นมา ข่าวลือที่ลือกันตอนนี้ ไม่แย่ไปกว่าเก่าหรืออย่างไร? ท่านย่าไม่มีทางเลือกอยู่แล้ว”

            ไป๋อวี่พยักหน้า แม้นางจะปลอมเป็นคุณหนูอยู่นาน แต่ก็พอจะรู้ว่าลมปากคนไปเร็วเพียงใด คนที่เห็นเซียนโอสถมาอาศัยอยู่ที่จวนโหวก็มีไม่น้อย คงลือกันไปทั่วว่ามีคนในจวนป่วย และแน่นอนว่าป่วยจากอะไรผู้คนก็คงเดากันไปต่างๆ นานา แต่หัวข้อสนทนาที่น่าจะมีมากที่สุดคงไม่พ้น ถูกพิษ

            หลิงเสวี่ยเหยาเอนตัวลงนอน แม้พรุ่งนี้นางจะไม่คิดร่วมงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะนอนนิ่งอยู่ในเรือนเพียงอย่างเดียว และแน่นอนว่าคนที่ต้องกลับบ้านเก่าหลังงานจบอย่างซูหว่านอวี้คงไม่ยอมอยู่เฉยเป็นแน่

            ต้องเตรียมรับมือให้ดีแล้ว

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!