เมื่อหงส์ม่วงร่วงหล่นจากฟ้า หวนคืนอีกคราเป็นบุปผาในจวน

ตอนที่ 40: ปัญหาของผู้ใด ผู้นั้นต้องแก้ไขด้วยตนเอง

👁️ 1 อ่าน
22px

            รถม้าเคลื่อนตัวในความเงียบ แสงจันทร์ส่องกระทบใบหน้าของเซี่ยนซู ตัวเขาเป็นถึงคุณชายเจ้าของโรงสุราขึ้นชื่อ แต่กลับต้องมาขี่ม้ากลางดึก แทนที่จะได้นั่งสบายอยู่ในรถม้า ทั้งหมดนี้ก็ล้วนเป็นเพราะคนผู้เดียว

            ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองหน้าต่างรถม้า บุรุษสองคนกำลังจ้องหน้ากัน ไร้ซึ่งคำพูด สายลมเย็นปะทะร่างกายจนเซี่ยนซูขนลุกวาบ คิดดูอีกที การที่เขาไม่อยู่ในรถม้าคันนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่เลวนัก

            คิดได้แบบนั้นจึงเบนสายตาไปมองอาคารบ้านเรือน ควบม้าช้า ๆ ไม่เร่งร้อน ในขณะที่ได้ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับอากาศและทิวทัศน์ยามจื่อ เขาได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากหลังคาเรือน

            แม้จะเบาหวิว แต่ก็พอให้เขาได้ยิน ขณะที่กำลังตื่นตัว จู่ ๆ บางสิ่งก็พุ่งเฉียดใบหน้าของเขาไป กระแทกเข้ากับรถม้า ลูกธนูสีดำสนิท แต่กลับมีขนนกที่งามสง่า ของที่ดูไม่เข้ากันเช่นนี้ ทำให้เขานึกถึงคนผู้หนึ่ง

            คนขับรถม้าตกใจ รีบมองซ้ายขวา มือสั่นเทา ในขณะที่คุณชายผู้กำลังขี่ม้าอยู่นั้นกลับดูคล้ายจะเห็นบางสิ่ง แสงแวววับสะท้อนให้เห็นในความมืด ลูกธนูอีกหลายดอกพุ่งเข้ามาดั่งสายฝน เซี่ยนซูกระโดดขึ้นยืนบนม้า ใช้พัดกระดูกขาวปัดลูกธนู ท่วงท่ามั่นคง แต่ในใจกลับรู้สึกเบื่อหน่าย

            คนขับรถม้าไร้ซึ่งสติ เขาหยุดรถม้า แล้วกระโดดหน้าคะมำลงพื้น รีบร้อนวิ่งหนีไป ขณะที่บุรุษสองคนในรถกลับไร้ซึ่งท่าทางตื่นตระหนก ทั้งยังดูไม่แยแสกับสิ่งที่เกิดขึ้น

            ซ่งอวี้หานยกยิ้ม เอนหลังเล็กน้อย ในขณะที่ใช้พัดปัดลูกธนูที่พุ่งมาทางหน้าต่างราวกับปัดฝุ่น “ท่านจอมยุทธ์ดูเหมือนท่านจะไปสร้างความไม่พอใจไว้กระมัง ถึงได้มีคนตามมาเอาชีวิตเช่นนี้”

            หลิงเสวี่ยเหยาไม่สนใจคำพูดกวนประสาทของอีกฝ่าย เบนสายตาไปมองฝั่งที่ลูกธนูพุ่งมา กลุ่มชายชุดดำปิดบังใบหน้าใช้วิชาตัวเบาลัดเลาะมาตามหลังคา ก่อนจะกระโดดล้อมรอบรถม้า เซี่ยนซูทำหน้าระอาใจ ขณะที่รับมือกับนักฆ่ากลุ่มหนึ่ง

            ในขณะที่นักฆ่าอีกกลุ่มกำลังพุ่งไปที่รถม้า หนึ่งในนั้นเหน็บมีดสั้นไว้ที่เอว ปลอกมีดสะท้อนแสงส่องประกาย ลวดลายสลักเป็นเอกลักษณ์ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในใจ นางพอจะรู้ว่าผู้ใดส่งนักฆ่ากลุ่มนี้มา

            ซ่งอวี้หานยกชาขึ้นจิบ มองกลุ่มนักฆ่า สายตาเหลือบมองมีดสั้น มุมปากกระตุกยิ้ม ก่อนจะเอ่ย “ดูแล้วคงจะมีบางคนไม่พอใจที่ท่านได้ใช้เวลาร่วมกับแม่นางลี่อิน”

            คำพูดของกั๋วกงหนุ่มตรงกับสิ่งที่หลิงเสวี่ยเหยาคิด ดูจากลักษณะอาวุธที่ถูกสั่งทำอย่างดี ทั้งยังใส่ใจในเรื่องความงาม เจ้านายของคนกลุ่มนี้คงจะเป็นผู้มีอำนาจและเงินทอง จากคนที่เจอที่หอหลิวเซียงมีเพียงคนเดียวที่ไม่พอใจนาง และกล้าพอจะส่งคนมาจัดการนางตอนที่อยู่กับอสรพิษอำมหิตผู้นี้ได้

            “ท่านกั๋วกง ข้าเกรงว่าหากข้ารับมือผู้เดียวอาจจะยิ่งเสียเวลา มิสู้–” พูดไม่ทันจบประโยค อีกฝ่ายกลับโบกพัด ส่ายหัว ใบหน้ากวนประสาทยิ่งกว่าเก่า

            “ปัญหาของผู้ใด ผู้นั้นต้องแก้ไขด้วยตนเอง” ไม่พูดเปล่าร่างสูงโปร่งกระโดดออกไปจากหน้าต่าง นักฆ่าไม่สนใจผู้ที่ออกมา แต่กลับมุ่งตรงมาที่เด็กหนุ่มในรถม้า

            หลิงเสวี่ยเหยากำมือแน่น ดวงตาแข็งกร้าว “กั๋วกงเช่นท่านไม่น่าจะได้ฉายาอสรพิษ แต่ควรเป็นสุนัขจมูกดีมากกว่า”

            สิ้นคำพูดร่างสูงก็กระโดดออกจากหน้าต่างรถม้า นางไม่อาจใช้เข็มพิษเช่นเดียวกับหลิงเสวี่ยเหยาได้ แต่ก็ไม่อาจใช้แส้จื่อหวง โชคดีที่ตัวนางมีอาวุธอีกอย่างคือกระบี่ แม้ลวดลายจะเป็นเอกลักษณ์ แต่คนพวกนี้มิใช่คนในยุทธภพ ทั้งยังไม่เคยพบนางครั้นเป็นเจ้าสำนัก คงต้องขอบคุณตนเองที่ไม่เปิดเผยตัวตนจนลึกลับกว่าเซียนโอสถ

            แสงสีม่วงส่องประกายที่แหวนบนนิ้วมือ ก่อนจะปรากฏกระบี่ลายบุปผา แสงสะท้อนจากกระบี่พลิ้วไหวราวคล้ายระบำ เซี่ยนซูหยุดชะงัก เหม่อมองการต่อสู้ของจอมยุทธ์น้อย ท่วงท่าที่สง่างามและมั่นคง ทุกครั้งที่กระบี่ฟาดลงบนตัวคนเลือดที่สาดกระเซ็นออกมากลายเป็นกลีบบุปผาสีม่วง

            ซ่งอวี้หานกอดอกนั่งมองการต่อสู้จากกำแพงรั้วของจวนขุนนางที่อยู่ไม่ไกล ใบหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับส่องประกาย ดรุณหนุ่มผู้นี้ แม้จะเป็นศิษย์ของเซียนโอสถ แต่กลับต่อสู้ได้ดีเกินกว่าคนในสำนัก ไหนจะกลีบดอกไม้ที่ปรากฏทุกครั้งที่เลือดกระเซ็นนั่นอีก เป็นดอกไม้ที่พบได้แค่ที่เมืองเซวี่ยเหอ

            ดูท่านอกจากจะเป็นศิษย์ของสำนักเซียนโอสถแล้ว อาจจะเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าสำนักบุปผาพิษที่เสียชีวิตเพื่อผนึกรอยแยกเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

            มุมปากบางพลันยกขึ้น เสียงเบาหวิวหลุดออกจากปาก “น่าสนุก น่าสนุกยิ่งนัก”

            หลิงเสวี่ยเหยารับมือกับโจรทั้งกลุ่ม ใช้เวลาเพียงหนึ่ง เค่อ แต่ขยับเพียงแค่นี้พลังของนางที่มีเพียงสาม ส่วน กลับลดลงไปตั้งหนึ่งส่วน หากกลับจวนนางคงต้องขอยาบำรุงจากอาจารย์เสียแล้ว

            ร่างสูงสะบัดมือ กระบี่หายไปในทันที ร่างนักฆ่าทั้งกลุ่มนอนเกลื่อนอยู่ที่พื้น ไร้ซึ่งลมหายใจ โชคยังดีที่เป็นเพียงนักฆ่าที่มีวรยุทธ์เข้าขั้นดี แต่ไม่อาจเทียบกับเหล่าผู้อาวุโสหลายคนในสำนักบุปผาพิษ

            เซี่ยนซูรีบร้อนวิ่งตรงมาหาจอมยุทธ์น้อยด้วยสายตาเป็นประกาย “ท่าน...กระบี่ที่ท่านใช้งดงามยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นกระบี่ที่ไหนงดงามเช่นนี้มาก่อน”

            เด็กหนุ่มยกยิ้ม ก่อนจะเอ่ยอย่างหนักแน่น “มีคนให้มา คงไม่อาจบอกรายละเอียดกับคุณชายได้ ขออภัย”

            คุณชายอาภรณ์ขาวครีมหุบยิ้ม สีหน้าหม่นลง ตัวเขาชื่นชอบของสวยงาม ยิ่งเป็นของที่มีเอกลักษณ์และรสนิยมเช่นนี้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะอยากมีบ้าง จึงคิดจะถามหาผู้สร้าง แต่ดูเหมือนจะได้แค่หวังเสียแล้ว

            ซ่งอวี้หานหย่อนตัวลงบนพื้น อาภรณ์สีดำแดงพลิ้วไหว คล้ายผีเสื้อราตรีโผบิน ผมสีเงินสะท้อนแสงจากโคมไฟ ดวงตาคมคู่นั้นมองตรงไปยังรถม้าที่สภาพดูไม่ได้

            “คงต้องเดินไปแล้วกระมัง” เขาพูดเสียงเนิบนาบ ในขณะที่มือคลี่พัดโบกไปมาเพื่อดับร้อน

            “เดินหรือ? ขี่ม้าไปเถิด เส้นทางอีกยาวไกล เกรงว่าท่านกั๋วกงจะลำบากเสียเปล่า” หลิงเสวี่ยเหยายกยิ้ม ก่อนจะปล่อยม้าที่ลากรถออกมา และกระโดดขึ้นควบนั่ง ท่าทางคล่องแคล่ว ในขณะที่ในใจนึกขำ ม้ามีเพียงสองตัว อยากรู้นักว่าคนผู้นี้จะตัดสินใจอย่างไร?

            เซี่ยนซูคล้ายรู้ชะตากรรม คิดจะกระโดดขึ้นม้าที่ตนขี่มา แต่กลับไม่ทัน สหายของเขาขึ้นไปนั่งควบเสียแล้ว ครานี้ดูเหมือนว่าผู้ที่ต้องเดินไปจะไม่พ้น คุณชายผู้น่าสงสารเช่นเขา

            หลิงเสวี่ยเหยาส่ายหัว ก่อนจะยื่นมือไปทางคุณชายชุดขาวครีม “คุณชายขึ้นมาเถิด ไม่จำเป็นต้องลำบากเดินไป”

            เซี่ยนซูตาเป็นประกาย เขามองจอมยุทธ์น้อยผู้ใจดี สลับกับสหายผู้ใจดำอำมหิต ก่อนจะเบ้ปากใส่กั๋วกงหนุ่ม แล้วจับมือผู้มีพระคุณกระโดดขึ้นนั่งซ้อน

            “จอมยุทธ์น้อยช่างมีน้ำใจนัก ผิดกับสหายผู้ไร้จิตสำนึกของข้า” ดรุณหนุ่มผู้ปกติที่สุดในกลุ่มเอ่ย พลางมองค้อนเพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยต่อ “เดิมทีข้าเองก็ไม่อยากสืบสาวราวเรื่อง หอหลิงจู๋เกิดความวุ่นวายเช่นนั้น ตัวท่านจอมยุทธ์น่าจะมีเหตุผลของตน”

            ซ่งอวี้หานกลอกตา ก่อนจะเอ่ยขัด “อา แล้วสุนัขตนใดกันเล่าที่มาร้องอ้อนวอนถึงศาลต้าหลี่ให้ไปจัดการคนที่เหยียบหางมัน...น่าขันนัก”

            พูดจบก็ควบม้านำไป ทิ้งให้เซี่ยนซูน้ำตาตกใน หลิงเสวี่ยเหยามองสหายสองคนนี้แล้วพลันนึกถึงสหายสนิทของนาง เยว่ลั่วอิ๋น ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นเช่นใดบ้าง

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!