วิวาห์เลือด

ตอนที่ 2: ตอนที่ 2

👁️ 41 อ่าน

ตอนที่ 2

 

เลือดหรือ... หญิงสาวก้มลงมองเนื้อตัวของตัวเอง เธอไม่ได้รู้สึกถึงอาการบาดเจ็บตรงไหน หากสายตาพลันเหลือบไปยังพื้นพรมสีครีม สีแดงก่ำแผ่กระจายเป็นวงกว้างขึ้นเรื่อยๆทำให้ต้องไล่สายตาขึ้นไป

“อิน อิน... แกถูกยิงหรือ” มือบางเอื้อมไปยังเนื้อตัวของคนเป็นเพื่อน แตะไปยังอกไหล่และช่วงเอวก่อนจะสัมผัสกับความชื้นเปียก หงายมือสั่นๆดูในใจภาวนาให้ไม่เป็นอย่างที่คิด

“อิน! ไอ้อิน! ช่วยด้วยอินถูกยิง อิน!”

 

ตั้งแต่ขึ้นรถมาจนถึงโรงพยาบาลมิลินยังไม่หยุดน้ำตาไหล ตุลาโอบคนเป็นเพื่อนให้ซบอกไว้แล้วตบไหล่เบาๆผ่านเสื้อสูทตัวใหญ่ที่อาทิตย์สวมให้

ยังไม่มีใครรู้ว่าเหตุการณ์ที่ยิงกันเมื่อครู่เกิดขึ้นได้อย่างไรและเพราะอะไร รู้เพียงว่าคนที่อยู่ในห้องผ่าตัดสองคนตอนนี้คือตวิษาที่ถูกยิงเข้ากลางอก กับอินทัชที่ถูกยิงเข้าท้องด้านขวา

ยังไม่มีใครรู้ชะตาของคนทั้งสอง ต่อให้ถามมิลินไปตอนนี้ก็คงยังปะติดปะต่อเรื่องราวได้ยากลำบากเต็มที

อาทิตย์เดินกลับมาหลังจากที่เดินออกไปโทรศัพท์หาผู้เป็นบิดาของอินทัชซึ่งตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองไทย กลายเป็นว่าตอนนี้อินทัชไม่มีญาติที่ไหนนอกจากเพื่อนสนิทสสามคนที่อยู่ตรงนี้

“พ่อไอ้อินจะบินด่วนกลับมาเร็วสุดก็คงถึงมาพรุ่งนี้ตอนเย็น”

ตุลาพยักหน้า มือยังคงตบไหล่มิลินเบาๆ

อาทิตย์นั่งลงข้างมิลินสายตาเหลือบมองไปยังอีกฝั่งของประตูห้องฉุกเฉิน กลุ่มคนตรงนั้นมีท่าทางเคร่งเครียดไม่ต่างจากพวกเขานัก หนึ่งในนั้นคือคีรินเจ้าบ่าวในค่ำคืนนี้ที่เมียงมองมายังพวกเขาบ่อยครั้ง ดวงตาคมปราบดุดันของเขาทำให้อาทิตย์ต้องขมวดคิ้ว

“มีคนถูกยิง ฉันยังไม่เห็นตำรวจหรือนักข่าวตามมาสักคน”

“คงปิดข่าว”

“จะปิดข่าวทำไมวะ ยังไงเรื่องนี้ก็เรื่องใหญ่ยังไงตำรวจต้องเข้ามาจัดการอยู่ดี”

“ป่านนี้คงเก็บกวาดกันเรียบร้อยแล้วเชื่อฉันสิ”

อาทิตย์เหลือบมองไปยังกลุ่มคนฝั่งนั้นอีกครั้ง รู้ดีว่าตระกูลนั้นเป็นมายังไง มาเฟียแค่ไหน

“ยังไงคุณลุงก็คงไม่ปล่อยคนที่ทำกับไอ้อินไว้หรอก”

“ฉันก็คงไม่ปล่อยไว้เหมือนกัน” ตุลากล่าวด้วยน้ำเสียงดุดัน

ร่างเล็กที่ขยับทำให้ตุลาต้องหลุบสายตาลงมองก่อนจะคลายอ้อมแขนออกเมื่ออีกฝ่ายหยัดตัวขึ้นนั่ง

ใบหน้าของคนเป็นเพื่อนแดงก่ำ ขอบตาช้ำจนน่าสงสาร

“ยังกลัวอยู่หรือเปล่าไอ้ลี่” อาทิตย์ยกนิ้วขึ้นเขี่ยน้ำตาที่หยดแหมะลงบนแก้มป่องๆของคนเป็นเพื่อนอีกครั้ง

ตากลมโตมองเลยไปยังกลุ่มคนที่ไกลออกไป สบตาคมของคีรินที่มองมาด้วยแววตากร้าวเอาเรื่อง

“พวกมันต้องชดใช้ที่ทำให้ไอ้อินต้องเจ็บตัว” เธอเอ่ยพร้อมกับสายตาที่มองตรงไปยังคีรินคล้ายกำลังเอ่ยกับเขามากกว่าจะเอ่ยบอกเพื่อนทั้งสอง

 

“หมอเสียใจด้วยนะครับเรายื้อชีวิตคนเจ็บไว้ไม่ทันจริงๆ”

“ไม่จริง... ไม่!” เสียงหวีดร้องดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมของใครบางคนทรุดฮวบลง

ราวกับฟ้าทะลายลงมาตรงหน้า คีรินรู้สึกตัวชา ตวิษาตายแล้วด้วยกระสุนปืนถึงสองนัด นัดแรกยิงเข้ากลางอกนัดที่สองยิงไหล่ซ้าย แม้คีรินจะเห็นตัวคนยิงแต่ตอนนี้ยังตามจับตัวมันไม่ได้

สิ่งที่คีรินอยากรู้ที่สุดคือมันต้องการฆ่าตวิษาไปทำไม เท่าที่เขาคบหากับตวิษามา กลุ่มคนกลุ่มเดียวที่ตวิษาจะมีปัญหาด้วยก็เห็นจะมีแต่แฟนเก่าของเขา ทว่า ผู้ชายคนนั้นก็ถูกยิงด้วยไม่ใช่หรือ

‘บังอาจทำเพื่อนฉันเสียใจ ระวังตัวไว้ดีๆก็แล้วกันยายนางเอกแอ๊บแบ๊ว’

เสียงเปรยที่ดังเข้าหูเขาในตอนท้ายก่อนเสียงปืนจะดังขึ้นสว่างวาบเข้ามาในความทรงจำ คีรินหันมองเรือนร่างบอบบางที่ยืนอยู่อีกฝั่งของห้องฉุกเฉินอีกครั้ง ใบหน้าซีดเซียวน้ำตายังนองหน้าจ้องมองมาที่เขารวมทั้งชายหนุ่มอีกสามคนที่มองมาอย่างตกตะลึงไม่แพ้กัน

คีรินหรี่ตาลงอย่างพิจารณา ใครก็ตามที่ทำกับเจ้าสาวของเขาพวกมันต้องได้รับการเอาคืนอย่างสาสม

 

และแม้จะพยายามปิดข่าวเพียงใดก้ไม่อาจทำได้นัก เพราะทั้งเจ้าสาวและเจ้าบ่าวต่างก็เป็นคนดังทั้งคู่

 เช้าวันถัดมาข่าวการเสียชีวิตของดาราสาวตวิษาจึงถูกแพร่ออกไปอย่างกว้าวขวาง หากก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่าเสียชีวิตเพราะอะไร

ยังดีที่ในข่าวยังไม่มีชื่อของอดีตคนรักของตวิษาพ่วงเข้าไปด้วย แต่ก็คงอีกไม่นาน

อินทัชยังไม่ฟื้น มีตุลาอยู่คอยเฝ้าตั้งแต่เมื่อคืน ส่วนอาทิตย์พามิลินกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วก็พักผ่อน เพราะเช้าของวันนี้เพื่อนทั้งสองคน ต้องเข้าประชุมงานด่วนกันตั้งแต่เช้า

อินทัช มิลิน ตุลา และอาทิตย์ พวกเขาทั้งสี่คนทำงานด้วย เปิดบริษัทรับเหมาก่อสร้างและออกแบบตกแต่งภายในร่วมกันมานานหลายปี เป็นเหมือนพี่เหมือนน้องร่วมท้องเดียวกัน การที่อินทัชต้องเจ็บปวดทั้งกายและใจ ทำให้ทุกคนต่างเจ็บปวดทรมานไปด้วย

ตวิษาในตอนที่เพิ่งคบหากับอินทัชนั้นยังไม่ได้โด่งดังขนาดนี้ รู้จักกับอินทัชก็เพราะทางบริษัทจ้างอีกฝ่ายให้มาเป็นพรีเซนเตอร์ ทั้งคู่คบหากันเกือบห้าปี

รักๆเลิกๆมาก็หลายครั้ง จนครั้งล่าสุดก็เมื่อปลายปีก่อน เป็นมิลินที่ดันไปเห็นว่าตวิษานั้นแอบคบหากับบุตรชายอดีตนักการเมือง

คราวแรกอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ หากเพราะความรักคงแน่นอกเพราะในที่สุดตวิษาก็เป็นคนบอกเลิกอินทัชเพื่อไปคบหากับคีริน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนต่อมาก็ประกาศแต่งงาน

มิลินคาดเดาว่าทั้งคู่น่าจะแอบคบหากันนานกว่าที่รู้ เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ปุบปับแต่งงานกัน

สงสารก็แต่อินทัชที่รักและอาวรต่ออดีตรักอย่างตวิษามาก และแม้จะเจ็บปวดเจียนตายก็ยังยอมไปงานแต่งงานที่ตวิษาเชิญมา

พวกเขาไม่มีใครอยากให้อินทัชไปเลยสักนิด ด้วยรู้ดีว่าครอบครัวของคีรินนั้นมีอิทธิพลขนาดไหน คนพวกนี้เบื้องหลังมักเป็นสีเทาไปจนถึงมืดดำ แต่อินทัชเพียงอยากลาอดีตคนรักเป็นครั้งสุดท้าย ท่าทีสุขุมของคนเป็นเพื่อนก็พอทำให้พวกเขาพอไว้ใจได้บ้าง

สุดท้ายคนทั้งคู่ก็ได้ร่ำลากันจริงๆ โดยที่อีกฝ่ายจากไปตลอดกาล

ยังไม่รู้ว่า ถ้าอินทัชฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร นึกแล้วก็สงสารคนเป็นเพื่อนจับใจ

 

“ท่านครับ มีตำรวจมาขอพบครับ”

คีรินหรี่พยักหน้า ท่าทีสุขุม รู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเสียก็คงหนีไม่พ้น

แต่ไม่คิดว่าจะเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ขนาดนี้

“ท่านคชาก็ขอไว้ว่าไม่อยากให้เรื่องต้องไปไกล แต่ทางผู้ใหญ่ผมก็ไล่บี้ลงมาอีกที หวังว่าคุณคีรินจะเข้าใจ”

นายตำรวจสูงวัยผู้นั้นกล่าวขึ้นขณะนั่งลงบนเก้าอี้ภายในศาลาวัด เป็นเพราะชายหนุ่มอีกคนที่ถูกยิงด้วยคือบุตรชายของเพื่อนอดีตผบตร.คนก่อน

“ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันครับว่าใครที่ทำกับคนรักของผมแบบนี้” ร่างสูงในชุดดำสนิทของคีรินนั่งลง

“คุณคีรินพอจะรู้ไหมครับ ว่าคุณตวิษาเธอมีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า เพราะเท่าที่ผมสืบประวัติก็ไม่เคยเห็นว่ามีประวัติร้ายแรงอะไรนอกจากทะเลาะตบตีกับบรรดาเพื่อนดารานักแสดงด้วยกัน แต่ก็เป็นเรื่องเล็กๆเมื่อนานมาแล้วเท่านั้น”

ภาพใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตาวาววับพาดผ่านมาเข้ามาในความทรงจำของคีรินอีกครั้ง จะเป็นไปได้หรือว่าผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนั้นจะกล้าทำเรื่องร้ายแรงขนาดนี้

หากอีกใจของคีรินก็บอกว่า ไม่แน่หรอก อาจจะเกิดจากความเกลียดความหึงหวง หรืออะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ

“ผมเพิ่งคบกับตวิษามาได้เกือบปี ตลอดเวลาที่คบหากันก็ยังไม่เคยเห็นษามีเรื่องมีราวกับใคร”

คนที่เดินเข้ามาได้ยินพอดีถึงกับหน้ามุมปากกระตุก

“ไม่เห็น ใช่ว่าไม่มีซะหน่อย” เสียงเปรยแบบที่เจ้าตัวตั้งใจให้คนได้ยิน

อาทิตย์แตะแขนคนเป็นเพื่อนอย่างต้องการปรามเล็กน้อย

นายตำรวจสูงวัยกับชายหนุ่มตัวสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหันมามองแขกที่เดินเข้ามา

อาทิตย์กับมิลินยกมือขึ้นสวัสดีนายตำรวจสูงวัยผู้นั้น พร้อมกับยกมือไหว้เลยไปถึงบิดามารดาของตวิษาที่นั่งตาแดงๆอยู่ไม่ไกล

“พวกผมเป็นตัวแทนของบริษัทใกล้รุ่งดิวิลอปเม้นท์ที่คุณตวิษาเป็นพรีเซนเตอร์ให้เมืองหลายปีก่อน พวกเราขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”

พวกหรีดถูกส่งให้กับคนที่ดูแลไป

นายตำรวจสูงวัยที่เห็นว่าวันนี้คงยังไม่ได้เรื่องอะไรจึงขอตัวจากไป

“ขอบคุณครับ” คีรินกล่าวเสียเรียบ มองเลยไปยังดวงหน้าเรียวเล็กที่กำลังมองไปรอบๆคล้ายไม่ได้ให้ความสนใจต่อเขา และจะเพราะท่าทีที่ให้ดูอย่างไรก็ตั้งใจมากวนอารมณ์กันมากกว่าจะมาเพราะอยากร่วมไว้อาลัย ยิ่งทำให้คีรินรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเต็มกำลัง และน้อยครั้งนักที่เขาจะรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงทั่วไป

“ที่คุณพูดเมื่อกี้ไม่ทราบว่าหมายความว่ายังไงหรือครับ”

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!