คลื่นร้ายซ่อนรัก

ตอนที่ 3: ตอนที่ 3

👁️ 10 อ่าน

3

อักษรามองสภาพจมูกของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์เล็กน้อย สันจมูกเริ่มเขียวคล้ำ สภาพนี้เธอจะออกไปพบประชาชีได้ยังไง มือบางขยี้ผมของตัวเองอย่างหงุดหงิด แล้วยิ่งหงุดหงิดเพิ่มมากขึ้นเมื่อนึกถึงใบหน้าคร้ามคมของคนที่เป็นต้นเหตุให้เธอดูอัปลักษณ์ในตอนนี้

นิ้วเรียวลูบแผ่วเบาไปบนสันจมูก ปกติเวลาดูในละคร จะต้องมีการลงคอลซิลเลอร์เพื่อปกปิดรอยไม่ใช่เหรอ อักษราไม่ใช่คนแต่งหน้า เธอมีแค่ครีมทั่วไปแล้วก็ลิปสติกหนึ่งแท่ง

หญิงสาวจำใจต้องเดินลงมาห้องอาหารในสภาพนั้น หากก็ต้องชะงักแล้วส่งยิ้มเล็กน้อยให้กับอธิปที่กำลังเดินมาทางเดียวกัน

สวัสดีครับคุณอักษรา

อักษราชะงักนึกอยากกลอกตา ทว่าทำได้เพียงหันไปยิ้มแล้วกล่าวทักทายผู้ช่วยคนหนึ่งของศดิศ

สวัสดีค่ะ

เอะ  เอ่อ ขอโทษครับจมูกคุณอักษราไปโดนอะไรมาครับอธิปมองจมูกของหญิงสาวตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ไม่ได้เกิดเหตุอะไรกับอักษราเลยไม่ใช่หรือตั้งแต่เขาตามดูมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วครุ่นคิด แล้วหากเกิดเหตุในห้องพัก โดยที่พวกเขาไม่สามารถเห็นได้เล่า

ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ แล้วเจ้านายคุณสบายดีแล้วใช่ไหมคะ

อธิปยิ้ม มองหญิงสาวตรงหน้าอย่างนึกขอบคุณในความดีที่ช่วยเจ้านายเขาไว้ ทั้งยังมีน้ำใจถามถึง หลังจากที่อักษราออกจากห้องพักผู้ป่วยไป แม้ปากจะบอกว่าให้ปล่อยไป แต่สุดท้ายศดิศก็บอกให้เขาตามไปดูแลอักษราทันที

อันที่จริงเจ้านายเขาก็ไม่ได้ใจร้ายแบบที่แสดงออกหรอก และทั้งที่อธิปกับกรณ์ต่างมีความผิดติดตัวโทษฐานที่ปล่อยให้คนเป็นเจ้านายเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่เพราะเป็นเหตุสุดวิสัย กรณ์นั้นเพิ่งตามมาถึงหัวหินก่อนหน้าเกินเรื่องแค่เพียงไม่กี่นาที ส่วนเขากลับขึ้นไปบนห้องพัก เพื่อหยิบเอกสารสัญญาของเสี่ยพรชัยลงมาให้ศดิศ

ดีขึ้นมากแล้วครับ ขอบคุณคุณอักษราอีกครั้งจริงๆครับที่ช่วยชีวิตเจ้านายพวกผมไว้

อักษรายิ้ม มองอีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยอธิปก็ดูจริงใจกว่าตานั่นเยอะเลย

ไม่เป็นไรเลยจริงๆค่ะ ยังไงฉันขอตัวก่อนนะคะ

เอ่อเดี๋ยวครับคุณอักษราผมถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ

คะ?” หญิงสาวเลิกคิ้วสูง

ไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรร้ายแรงเกิดขึ้นใช่ไหมครับหลังจากนั้น เพราะจมูกคุณ

ไม่มีหรอกคะ สบายใจได้  ส่วนรอยเนียก็ฝีมือเจ้านายคุณนั่นแหละ พลาดตอนฉันช่วยเขาจมน้ำ เอาเป็นว่าฉันไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากมาย แค่ช้ำนิดหน่อยนี้เองค่ะ

อธิปมองตามร่างระหงของอักษราที่เดินจากไป แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากสิ่งที่เขากังวล แต่กระนั้นชายหนุ่มก็ไม่ได้วางใจเสียทีเดียว

 

ศดิศขมวดคิ้วหลังจากฟังคำบอกเล่าของอธิป

คุณอักษราจะคิดว่าท่านชอบทำร้ายผู้หญิงหรือเปล่าครับ

ไอ้อธิป หุบปากแกซะ ก่อนที่ฉันจะไล่ให้ไปดูแลเขาซะยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่ต้องเปลี่ยนเวรศดิศตาขวาง มองคนสนิทมือมือขวาที่เป็นทั้งผู้ช่วยส่วนตัวและเพื่อนสนิทด้วยแววตาขุ่นเคือง

อธิปหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นรับสาย ปลายสายเป็นกรณ์ที่ผลัดเวรกับเขาเพื่อเฝ้าดูแลอักษรา

ท่านครับ เกิดเรื่องแล้วครับ ห้องคุณอักษราถูกค้น

ร่างสูงผุดลุกขึ้นแล้วตรงไปยังห้องพักของอักษราอย่างรวดเร็ว

อักษรายืนเบิกตากว้างตกตะลึงอย่างทำอะไรไม่ถูก ทั้งตกใจที่ข้าวของตนกระจัดกระจายเต็มพื้น ทั้งโกรธที่พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง

คนของศดิศมาถึงเป็นคนแรก เขายืนอยู่หน้าห้องแล้วโทรหาเจ้านายเขา อักษราได้ยินเสียงสนทนาทั้งหมด

เสียงฝีเท้าคนด้านหลังดังขึ้น อักษราจำต้องหันกลับไปมอง เป็นศดิศและคนของเขาทั้งสองคนที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้อง

หญิงสาวถอนหายใจ คนพวกนี้ไม่ได้ฟังเธอตั้งแต่แรกหรอกกระมังว่าไม่ได้ต้องการคนมาดูแล หญิงสาวหันกลับไปย่อตัวลงสำรวจข้าวของว่ามีอะไรหายไปหรือได้รับความเสียหายบ้าง

แต่กลับไม่พบว่ามีอะไรหายไปหรือไม่มีของส่วนไหนเสียหาย

แล้วพวกมันจะรื้อให้กระจัดกระจายหาพระแสงอะไร

มีอะไรหายไปบ้างหรือเปล่าครับ

ศดิศย่อตัวลงนั่งข้างกัน

อธิปกับกรณ์เดินสำรวจไปทั่วห้องเพื่อหาสิ่งผิดปกติ  ผิดที่กรณ์เองที่เขาดันลืมคีการ์ดเพื่อขึ้นมาชั้นที่อักษราพักอยู่ทำให้ต้องเสียเวลากลับไปเอา ไม่อย่างนั้น คนพวกนั้นไม่มีทางได้เข้ามาทำแบบนี้

คิดว่าไม่มีนะคะ

ผมผิดเองครับที่มาถึงช้าไป

ศดิศถอนหายใจ

กรณ์ นายเรียกพนักงานของโรงแรมที่ไว้ใจได้มาเก็บของให้คุณอักษรา แล้วจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย

ครับท่าน

ศดิศลุกขึ้นมือหนาคว้าข้อมือเล็กให้ลุกตามด้วย

อักษรามองเขาด้วยแววตาแปลกใจ

จะไปไหนคะ ของพวกนี้ฉันเก็บเองก็ได้ไม่ต้องเรียกพนักงานหรอกค่ะหญิงสาวเอ่ยท้วงเมื่อศดิศดึงแขนเธอให้เดินตามเขาออกจาห้องพักไป

ตามผมมาเถอะครับ ทางนี้ให้คนของผมจัดการ

อักษราขมวดคิ้ว หากยอมก้าวเท้าตามเขาออกไปจากห้องพักของตัวเอง

ร่างระหงทรุดตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้องรับแขกตามแรงรั้งของศดิศ หญิงสาวมองตามเขาที่เดินไปนั่งบนโซฟาอีกตัวที่วางถัดไปไม่ไกล

อธิปเดินตามเข้ามายืนเยื้องอยู่ด้านข้างศดิศอย่างรอคอยคำสั่ง

เราจะกลับเข้ากรุงเทพกันวันนี้ ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป อธิปนายช่วยต่อสายหาเสี่ยพรชัยให้ฉันที

ครับท่าน

นั่นเป็นคำบอกเล่าหรือคำสั่ง อักษรามองตามหลังศดิศที่เดินออกไปยังระเบียงเพื่อคุยโทรศัพท์อย่างมึนงง ส่วนอธิปนั้นเดินไปช่วยกรณ์ที่ขนกระเป๋าและข้าวของทุกอย่างเธอมาแบบไม่ขาดเลยสักชิ้น

นี่มันอะไรกันคะ

ท่านให้เตรียมรถสำหรับกลับกรุงเทพวันนี้ครับ ตอนนี้คนของเราพร้อมอยู่แล้วด้านล่างคุณอักษราไม่ต้องกังวลนะครับ

หมายความว่าฉันต้องกลับไปพร้อมกับพวกคุณเหรอคะ

คุณเข้าใจถูกต้องแล้ว ตอนนี้คุณเห็นแล้วว่าพวกมันคุกคามคุณถึงในห้องศดิศกล่าวขึ้น เขาเดินมาหยุดไม่ห่างจากเธอหลังจากคุยกับเสียพรชัยเสร็จแล้ว

อาจจะไม่ใช่พวกเดียวกับที่ทำร้ายคุณก็ได้นะคะ ทำไมเราไม่ลองให้ผู้จัดการโรงแรมเช็คกล้องวงจรปิดกันก่อนคะ

เรียบร้อยแล้วครับคุณอักษรา ตอนนี้พนักงานบางส่วนกับผู้จัดการถูกให้ออกจากงานเรียบร้อยแล้วครับโทษฐานที่ปล่อยให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นกรณ์เอ่ยขึ้นพลางเลื่อนกระเป๋าเดินทางของผู้เป็นนายออกมาวางเรียงกันกับกระเป๋าเดินทางของอักษรา

หะ?” อักษราเบิกตาโต ยกมือปิดปากแทบไม่ทัน

ที่ศดิศบอกว่าให้ไปจัดการให้เรียบร้อนน่ะคือ ไปไล่พนักงานออกหรือ

เอะ แต่เดี๋ยวนะ ที่โรงแรมของใคร 

โอ ไม่นะ อย่าบอกว่าโรงแรมแห่งนี้เป็นของศดิศ  

แล้วเขาก็ถูกลอบทำร้ายในโรงแรมของตัวเองเนียนะ

พร้อมแล้วก็ไปกันเถอะ

รถของคุณอักษรา เดี๋ยวคนของเราจะขับตามไปนะครับ เชิญครับท่าน เชิญครับคุณอักษรา

 

ศดิศไม่ได้หันมองหรือสนใจเธอด้วยซ้ำในตอนที่เขาก้าวขึ้นไปบนรถตู้เบนซ์สีดำคันใหญ่  อักษรายังคงมึนงงต่อความรวดเร็วนั้น หากแต่ก็ยอมก้าวตามศดิศขึ้นไป  มองชายฉกรรจ์ อีกจำนวนหลายคนที่ล้อมหน้าล้อมหลังด้วยอาการหวาดๆเล็กน้อย อยากจะเชื่อเสียด้วยซ้ำไปว่ารถคันนี้อาจจะสั่งทำกระจกพิเศษแบบกันกระสุน

ระหว่างทางอักษราไม่ได้สนทนากับใครทั้งนั้น หญิงสาวหันหน้าออกไปมองข้างทางแล้วหลับตาลง ได้ยินศดิศคุยงานทั่วไปกับอธิป มีบางความเห็นที่เขาหันไปถามกรณ์

ยังคงคิดวนเวียนซ้ำๆว่าเธอจะตามคนพวกนี้กลับมาทำไมกันหนอ

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!