จันทราในเงารัก

ตอนที่ 4: ตอนที่ 3

👁️ 51 อ่าน

ตอนที่ 3

เพราะคุ้มหลวงใช้เวลาเดินทางไกลกว่าบ้านของซูยาอีกทั้งร่างกายของปันตีคงไม่อาจเดินนานได้นัก ในตอนที่ย่างเท้าเข้าสู่เขตบ้านของนาง ชายหนุ่มตัวโตแทบจะก้าวขาไม่ออกแล้วด้วยซ้ำ

ซูยาให้เขานอนลงบนเตียงนอนของตน ก่อนจะเริ่มลงมือทำความสะอาดบาดแผลเบื้องต้นให้เขา มองจากบาดแผลแล้วแม้เพียงแค่ปลายดาบเฉี่ยวทว่าก็ลึกเอาเรื่องหลายแผล

ปันตีต้องได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วเท่านั้น หลังจากที่ทำความสะอาดแผลให้เขาแล้ว หญิงสาวก้มลงบอกกับเขา

ข้าจะไปปรุงยา

มองเห็นใบหน้าซีดเซียวของเขาพยักหน้าอย่างรับรู้ช้าๆซูยาก็ผ่อนลมหายใจบางเบาอย่างโล่งอก อย่างน้อยเขาก็ยังมีสติรู้สึกตัว

 

ซูยากลับมาอีกครั้งถ้วยยาร้อน แม้ไม่รู้แน่ชัดว่าพิษที่ปันตีได้รับมาเป็นพิษชนิดใดกันแน่ แต่สูตรยาชนิดนี้ตาอัลเคยบอกว่ารักษาได้หลายพิษ อย่างน้อยก็สามารถชะลอพิษเข้าสู่กระแสเลือดและหัวใจได้

ใบหน้าซีดเซียวลงเรื่อยๆของปันตีไม่ได้เพียงแต่เพราะพิษที่อาจชะลอได้ หากเลือดที่เสียไปมากของเขายังอาจทำให้คนตัวโตเสียชีวิตได้

หญิงสาวมองใบหน้าคร้ามที่หลับตานิ่งหลังจากดื่มยาที่นางป้อนให้ เขาดื่มยาโดยไม่อิดออดหรือแสดงท่าทีรังเกียจ แม้กระทั่งตอนที่นางถอดเสื้อผ้าเขาออกเพื่อเช็ดทำความสะอาดและทำแผลก่อนจะให้เปลี่ยนเป็นชุดของตาอัลที่นางเก็บเอาไว้บางชุด

ก็ใกล้ตายนี่นา เขาไม่มีทางเลือก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซูยานึกสงสัย ใครกันที่อยากได้ชีวิตปันตี การพาตัวเขาออกมาจากคุ้มหลวงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ทหารเวรยามหนาออกเสียขนาดนั้น

หญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงแล้วเอื้อมมือมาแตะแขนเขาแผ่วเบา ผิวหายของเขาอุ่นขึ้นไม่ได้เย็บเยียมเช่นก่อนหน้านี้ แสดงว่ายาแก้พิษของนางได้ผล

นางถอนหายใจก่อนจะผุดลุกขึ้น ทว่ายังไม่ทันได้ขยับกายออกไปจากตรงนั้น มือหนาที่วางนิ่งเอื้อมมาคว้าข้อมือของนางไว้

หญิงสาวเลิกคิ้วมอง ใบหน้าคร้ามที่แม้จะยังดูซีดเซียว ริมฝีปากบางแห้งผาก ทว่าดวงตาคู่คมกลับไม่ได้มีแววอ่อนแรงเช่นก่อนหน้านี้

เจ้านอนพักสีย” หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบ ดึงมือออกจากมือเขาโดยไม่ต้องออกแรงใด

เจ้าจะไปไหนสายตาคู่คมกวาดตาไปรอบๆมองเห็นแค่เตียงไม้นี่เตียงเดียวกลางบ้าน มีเก้าอี้ไม้ตัวยาววางอยู่ตรงริมหน้าต่างแต่คงไม่สบายนักหากจะนอนตรงนั้น

บ้านหลังนี้เป็นเพียงบ้านหลังเล็กๆ กวาดสายตาก็เห็นแล้วว่าห้องหับด้านนอกคงไม่เหมาะจะนอนเท่าไหร่

เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร

“สนใจแค่เรื่องอาการเจ็บของเจ้าเถิด”

แววตาคล้ายสำนึกผิดคนพูดก็ถอนหายใจ เขายังเจ็บหนักอย่างน้อยน้อยนางก็ไม่ได้ใจจืดใจจำดำไม่ควรซ้ำเติมเขา

เดียวข้าจะปูเบาะตรงนี้ ข้านอนตรงไหนก็ได้ท่านไม่ต้องกังวล เจ้ารีบพักผ่อนเสียเถอะกล่าวจบร่างเล็กก็หยิบถ้วยยาเปล่าออกไปทันที ไม่เห็นสายตาคู่คมที่อ่อนแสงลง

กว่าครู่ใหญ่ที่ซูยากลับเข้ามาพร้อมผ้านวมผืนใหญ่สองผืนกับผ้าห่มอีกผืน นางสวมชุดนอนหนา ถอนหายใจเบาๆเมื่อเห็นว่าคนเจ็บหลับไปแล้ว

ผ้าห่มที่เขาห่มอยู่ดูจะผืนเล็กและบางไม่น้อย ยิ่งดึกอากาศจะยิ่งเย็นลง

ซูยาดึงผ้าห่มที่นางใช้ห่มออกจากตัวเขา แล้วห่มกลับด้วยผ้านวมผืนหนาที่เพิ่งหอบเข้ามาแทน มองเห็นเขาขมวดคิ้วยามขยับตัว

หญิงสาวจัดการลากเบาะที่พับไว้ในกล่องตรงมุมห้องออกมา ปูลงข้างเตียงนอนก่อนเดินไปตรวจตราประตู ไฟที่ยังคงเปิดไว้ทั่วบ้าน

สถานการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้ซูยาไม่อยากไว้ใจอะไรนัก หวังว่าคืนนี้คงไม่มีใครโผล่พรวดพลาดเข้ามา ไม่อย่างนั้นมีหวังนางต้องได้หล่อมีดใหม่อีกหลายเล่มเลยทีเดียว

ร่างเล็กเอนตัวลงนอน หากไม่วายแหงนเงยหน้าขึ้นมองร่างหนาที่ครอบครองเตียงของตนไว้

ไม่คิดฝันมาก่อนว่าชีวิตจะมีวันนี้ วันที่ชายที่นางหมายปองมาเนิ่นนานจะอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ กระนั้นก็ไม่อาจใกล้ไปมากกว่านี้หรือแม้แต่คิดจะครอบครองเขาได้

ความจริงย่อมเป็นความจริงวันยังค่ำ สถานะของปันตีกับนางนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน อย่าว่าแต่ตำแหน่งชายาหลวงเลย แม้แต่อนุที่เขาเคยประกาศกร้าวไว้ว่าหากเป็นซูยาเขายังต้องคิดซ้ำก็ไม่อาจวาดหวัง

หญิงสาวยิ้มเยาะให้กับตัวเอง แม้ไม่ได้นึกโทษชะตาที่เกิดมาต้อยต่ำ แต่ใครเล่าจะหน้าชื่นไม่รู้สึกรู้อะไรเมื่อโดนกล่าวว่าเช่นนั้น

ช่างปะไร นางตัดใจแล้ว แม้จะบอกตัวเองเช่นนั้น ทว่าก็ยังรู้สึกเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อคิดถึงคำพูดของเขา

ปันตีหล่อเหลา เก่งกาจไม่แพ้ผู้เป็นพี่ชาย แม้ตำแหน่งของเขาจะไม่ใช่รัชทายาทเจ้าคุ้มเมือง แต่เป็นถึงบุตรชายคนรอง แถมในตอนนี้เขายังนั่งตำแหน่งผู้การตรวจการหัวเมือง

ตำแหน่งชายาหลวงจะมาเป็นหมอยาไร้ชื่อเช่นนาง หรือต่อให้เขามีใจให้ซูยา แต่อย่างไรก็ไม่มีวันครองคู่กันได้

เป็นที่รู้กันดีว่า เมื่อเขามิใช่รัชทายาท การเลือกคู่ครองย่อมมิใช่เรื่องของหัวใจ หากแต่เป็นหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ
ผู้ที่ยืนเคียงข้างเขาได้ ต้องเป็นผู้มีฐานะ มีอิทธิพล และสามารถเกื้อหนุนเส้นทางในราชสำนักให้มั่นคง

หากปราศจากแรงหนุนเช่นนั้น ชะตาชีวิตของปันตีก็ไม่มีวันยืนหยัดอย่างมั่นคงในอาณาจักรแห่งนี้ได้

ความคิดนั้นวนเวียนอยู่ในหัวของซูยาอยู่นาน ก่อนที่เปลือกตาจะค่อย ๆ ปิดลงอย่างอ่อนล้า

 

กลางดึกสงัด เสียงลมหนาวพัดกระทบกรอบหน้าต่างไม้แผ่วเบา เปลวไฟตะเกียงน้ำมันไหววูบ ชวนให้เงาบนผนังสั่นไหวราวภาพลวงตา

บนเตียงไม้ ปันตีลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บแล่นวาบจากบาดแผล แต่สติสัมปชัญญะกลับแจ่มชัดกว่าที่คาด เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างเล็กซึ่งนอนขดอยู่บนเบาะข้างเตียง

นางหลับสนิท คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยราวกับยังติดค้างความกังวลแม้ยามหลับ
ภาพนั้นทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างของเขาหนักอึ้งขึ้นอย่างไม่คุ้นเคย

ปันตีรู้ดีว่าหากคืนนี้ไม่ใช่ซูยา เขาคงไม่มีโอกาสลืมตาขึ้นมาเห็นแสงตะเกียงเช่นนี้
ยิ่งรู้ดี…ว่าสิ่งที่นางมอบให้ ไม่ใช่เพียงชีวิต แต่เป็นอันตรายที่อาจย้อนกลับมาคร่าชีวิตนางเองได้

มือหนาค่อย ๆ คลายออกจากผ้านวม เขาขยับกายเพียงเล็กน้อยก่อนจะหยุด เมื่อเห็นนางขมวดคิ้วแน่นขึ้น ราวกับหวาดระแวงแม้ในห้วงฝัน
เขาถอนหายใจแผ่วเบา แล้วดึงผ้านวมของตนห่มให้นางเพิ่มอีกชั้นหนึ่งอย่างระมัดระวัง

แม้ไม่ได้มีใจปรารถนาต่อนาง แต่ผู้ที่ช่วยชีวิตเขาไว้ปันตีย่อมไม่มีทางปิดหูปิดตาใจร้ายหรือไม่สำนึก หากวันหนึ่งสิ่งใดที่ตอบแทนได้ เขาย่อมไม่ลังเลที่จะทำ ทว่าเรื่องของหัวใจ อย่างไรก็ไม่อาจบังคับกันได้

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!