เมียฉลาม

ตอนที่ 3: ตอนที่ 3 สัญญาไม่ปกติ 1/2

👁️ 17 อ่าน

 

ล้อรถลีมูซีนบดเบียดไปบนพื้นถนนที่ปูด้วยหินแกรนิตสีเทาเข้ม เสียงยางรถยนต์บดกับพื้นหินดังแผ่วเบาแทรกผ่านความเงียบสงัดของค่ำคืน รถหรูเคลื่อนตัวผ่านประตูรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตรบรรจงที่สูงตระหง่านราวกับกำแพงเมืองโบราณ เข้าสู่อาณาจักรส่วนตัวของฉลาม

เบื้องหน้าคือคฤหาสน์ทรงยุโรปหลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสวนสวยที่ถูกจัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟสนามส่องกระทบตัวตึกสีขาวสะอาดตา ทำให้มันดูเหมือนวิมานของเทพเจ้าที่ลอยเด่นอยู่บนพื้นดิน ทว่าสำหรับอ้อนที่นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ภายในรถ สถานที่แห่งนี้กลับดูเหมือนปากทางเข้าสู่ขุมนรกที่สวยหรูเสียมากกว่า

รถจอดสนิท ประตูรถถูกเปิดออกโดยชายชุดดำที่ยืนรออยู่อย่างนอบน้อม ฉลามก้าวลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมคอและพับแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบ เขายืนเต็มความสูง สูดอากาศยามค่ำคืนเข้าปอด ก่อนจะหันกลับมามองสินค้าที่ยังคงนั่งขดตัวอยู่มุมรถ

“ลงมา”

คำสั่งสั้นๆ แต่ทรงพลังทำให้อ้อนสะดุ้งสุดตัว เธอค่อยๆ พาขาสั่นเทาก้าวลงจากรถ พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบสัมผัสกับฝ่าเท้าเปลือยเปล่า ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วขึ้นมาตามไขสันหลัง บรรยากาศรอบตัวช่างเงียบเชียบและน่าเกรงขามจนเธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

ฉลามไม่รอช้า เขาเดินนำโดยไม่หันมามอง ราวกับมั่นใจว่าสัตว์เลี้ยงตัวใหม่นี้ไม่มีทางหนีพ้น

อ้อนจำใจต้องก้าวเท้าตามแผ่นหลังกว้างนั้นไป ผ่านประตูบานใหญ่ที่ถูกเปิดออกโดยคนรับใช้

ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู อ้อนก็ต้องตื่นตะลึงกับความอลังการของห้องโถงกลาง พื้นหินอ่อนอิตาลีสีขาวลายเมฆขัดมันวาววับสะท้อนเงาของโคมไฟระย้าคริสตัลระย้าที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูงลิ่วราวกับน้ำตกเพชร ผนังประดับด้วยภาพวาดสีน้ำมันราคาแพงและประติมากรรมหินอ่อนเปลือยเปล่าที่ตั้งโชว์ไว้อย่างเปิดเผย

ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของอ้อนเย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่ความหรูหราของสถานที่ แต่คือสายตาของผู้คนที่รอคอยอยู่

ที่กลางห้องโถง มีโต๊ะตัวยาวตั้งตระหง่านอยู่ ด้านหลังโต๊ะมีชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบทอง ท่าทางภูมิฐานเหมือนทนายความกำลังยืนสงบนิ่งพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ และขนาบข้างซ้ายขวาของห้องโถง คือบอดี้การ์ดชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทจำนวนสี่คน ยืนเรียงแถวหน้ากระดาน มือประสานกันไว้ด้านหน้า ใบหน้าเรียบเฉยราวกับรูปปั้นหิน

ฉลามเดินไปนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่ที่หัวโต๊ะ เขาทิ้งตัวพิงพนักอย่างเกียจคร้าน ยกขาขึ้นไขว่ห้าง แล้วผายมือเชิญให้อ้อนเดินเข้ามากลางวงล้อม

“มายืนตรงนี้” เขาชี้ไปที่จุดกึ่งกลางหน้าโต๊ะ พื้นที่ว่างเปล่าที่ถูกล้อมรอบด้วยสายตาของผู้ชายทั้งหกคนรวมฉลาม

อ้อนก้าวขาไม่ออก ขาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่ว แต่สายตาคมกริบของฉลามที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอต้องฝืนใจเดินเข้าไป ยิ่งเดินเข้าใกล้ สายตาของเหล่าบอดี้การ์ดและทนายความก็ยิ่งจับจ้องมาที่เธอ แม้พวกเขาจะพยายามรักษามารยาทด้วยการมองตรง แต่หางตาของทุกคนกลับไม่อาจละไปจากเรือนร่างเย้ายวนในชุดกระโปรงหลุดลุ่ยของเธอได้

“นี่คือคุณวิชัย ทนายความส่วนตัวของฉัน และนี่คือสัญญาว่าจ้าง หรือจะเรียกว่าสัญญาทาสก็คงไม่ผิดนัก” ฉลามแนะนำด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ทนายความขยับแว่นเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลและปากกาด้ามทองราคาแพงมาวางไว้ตรงหน้าอ้อน บนโต๊ะเตี้ยกระจกใส

“เชิญครับคุณอ้อน กรุณาอ่านรายละเอียดและลงนาม เพื่อชดใช้หนี้สินจำนวนสิบห้าล้านบาทของคุณพ่อคุณแม่ของคุณ รวมดอกเบี้ยและค่าตัวที่คุณฉลามไถ่ถอนมา” เสียงทนายความแหบพร่าเล็กน้อยเมื่อสายตาของเขาเผลอสำรวจเนินอกขาวผ่องที่โผล่พ้นเกาะอกหมิ่นเหม่

อ้อนก้มมองกระดาษสัญญาด้วยมือที่สั่นเทา ตัวหนังสือพร่ามัวเพราะม่านน้ำตา เธอจับใจความได้เพียงว่า เธอต้องทำงานชดใช้หนี้เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน และต้องปฏิบัติตามคำสั่งของนายจ้างทุกประการ หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับมหาศาล

“เซ็นสิ” ฉลามเร่งเร้า

อ้อนเอื้อมมือจะไปหยิบปากกา แต่เสียงทุ้มต่ำของฉลามก็ขัดจังหวะขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยว”

อ้อนชะงักกึก มือค้างอยู่กลางอากาศ เงยหน้ามองเขาด้วยความหวาดหวั่น

ฉลามแสยะยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีดำสนิทลุกโชนไปด้วยประกายวิปริตบางอย่าง เขาเอนตัวมาข้างหน้า เท้าคางมองเธอด้วยสายตาที่เหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว

“ก่อนจะเซ็นสัญญาซื้อขายตามหลักธุรกิจแล้ว ผู้ซื้อและพยานต้องได้เห็นสินค้าอย่างละเอียดเสียก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าสินค้าไม่มีตำหนิซุกซ่อนอยู่”

หัวใจของอ้อนร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ลางสังหรณ์เลวร้ายกรีดร้องเตือนภัยในหัว

“หมายความว่ายังไงคะ” เธอถามเสียงแผ่ว

“ถอดชุดออก”

คำสั่งนั้นดังก้องกังวานไปทั่วห้องโถงที่เงียบสงัด ราวกับเสียงฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ

อ้อนเบิกตากว้าง หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ เธอมองไปรอบๆ ห้อง เห็นบอดี้การ์ดสี่คนและทนายความ แววตาของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป มันมีความตื่นเต้น ความกระหายใคร่รู้ และความคาดหวังฉายชัดอยู่ในนั้น

“มะไม่นะคะคุณฉลาม หนูขอร้องอย่าให้หนูทำแบบนี้เลย มีคนอื่นอยู่ด้วย” อ้อนยกมือไหว้ ปากสั่นระริก

“แล้วยังไง? คนพวกนี้คือลูกน้องของฉัน ทนายก็คนของฉัน เธออายอะไร?” ฉลามเลิกคิ้วกวนประสาท

“ตะแต่มันน่าอาย หนูเป็นผู้หญิงนะคะ” น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ความอับอายแล่นพล่านจนหน้าร้อนผ่าว

ฉลามลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมายืนซ้อนหลังเธอ ก้มลงกระซิบที่ข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้ขนลุกซู่

“เธอไม่มีสิทธิ์อายจำที่ฉันบอกในรถไม่ได้เหรอ เธอเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ เฟอร์นิเจอร์ที่ไหนรู้จักอายเวลาคนมอง ถอดออกซะเดี๋ยวนี้ หรือจะให้ฉันสั่งลูกน้องพวกนี้มารุมฉีกชุดเธอออก”

คำขู่ของเขาทำให้อ้อนตัวแข็งทื่อ ภาพของผู้ชายฉกรรจ์สี่คนรุมทึ้งเสื้อผ้าเธอน่ากลัวยิ่งกว่าการต้องถอดเองหลายเท่า เธอไม่มีทางเลือก ไม่มีเลยจริงๆ

อ้อนสะอื้น มือบางสั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปที่ไหล่ซ้าย ปลดสายเสื้อเดี่ยวเส้นเล็กให้ร่วงหล่นลงมา เผยให้เห็นไหล่เนียนขาวและเนินอกด้านซ้ายที่เกือบจะหลุดออกมาจากผ้า

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!